arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อุมมาปุปผิยวรรค

๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในอุมมาปุปผิยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๗ (๓๒๗)

ว่าด้วยผลแห่งกรรมดี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ยทา เทโว เทวกายา จวติ อายุสงฺขยา

ตโย สทฺทา นิจฺฉรนฺติ เทวานํ อนุโมทตํ ฯ

อิโต โภ สุคตึ คจฺฉ มนุสฺสานํ สหพฺยตํ

มนุสฺสภูโต สทฺธมฺเม ลภ สทฺธํ อนุตฺตรํ ฯ

สา เต สทฺธา นิวิฏฺฐสฺส มูลชาตา ปติฏฺฐิตา

ยาวชีวํ อสํหิรา สทฺธมฺเม สุปเวทิเต ฯ

กาเยน กุสลํ กตฺวา วาจาย กุสลํ พหุํ

มนสา กุสลํ กตฺวา อพฺยาปชฺฌํ นิรูปธึ ฯ

ตโต โอปธิกํ ปุญฺญํ กตฺวา ทาเนน ตํ พหุํ

อญฺเญ ๑ ปวเร สทฺธมฺเม พฺรหฺมจริเย นิเวสย ฯ

อิมาย อนุกมฺปาย เทวเทวํ ยถา วิทู

จวนฺตํ อนุโมทนฺติ เอหิ เทว ปุนปฺปุนํ ฯ

สํวิคฺโคหํ ๒ ตทา อาสึ เทวสงฺเฆ สมาคเต

กํสุ นาม อหํ โยนึ คมิสฺสามิ อิโต จุโต ฯ

มม สํเวคมญฺญาย สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย

มมุทฺธริตุกาโม โส อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ ฯ

สุมโน นาม นาเมน ปทุมุตฺตรสาวโก

อตฺถธมฺมานุสาสิตฺวา สํเวเชสิ มมนฺตทา ฯ

ทฺวาทสมํ ภาณวารํ ฯ

ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ

ตํ ธีรํ ๓ อภิวาเทตฺวา ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ

อุปปชฺชึ ๔ ส ตตฺเถว สุกฺกมูเลน โจทิโต

วสนฺโต มาตุกุจฺฉิมฺหิ ปุน ธาเรตุ มาตุยา ฯ

ตมฺหา กายา จวิตฺวาน ติทเส อุปปชฺชหํ

เอตฺถนฺตเร น ปสฺสามิ โทมนสฺสํ อหํ ตทา ฯ

ตาวตึสา จวิตฺวาน มาตุกุจฺฉึ สโมกฺกมึ

นิกฺขมิตฺวาน กิจฺฉิมฺหา กิญฺจิ ๕ ทุกฺขํ อชานิหํ ฯ

ชาติยา สตฺตวสฺเสน ๑ อารามํ ปาวิสึ อหํ

โคตมสฺส ภควโต สกฺยปุตฺตสฺส ตาทิโน ฯ

วิตฺถาริเก ปาวจเน พาหุชญฺญมฺหิ สาสเน

อทฺทสํ สาสนํ กาเร ภิกฺขโว ตตฺถ สตฺถุโน ฯ

สาวตฺถิ นาม นครํ ราชา ตตฺถาสิ โกสโล

รเถน นาคยุตฺเตน อุเปสิ โพธิมุตฺตมํ ฯ

ตสฺสาหํ นาคํ ทิสฺวาน ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สมยํ อคมาสหํ ฯ

ชาติยา สตฺตวสฺโสว ปพฺพชึ อนคาริยํ

โย โส พุทฺธํ อุปฏฺฐาสิ อานนฺโท นาม สาวโก ฯ

คติมา ธิติมา เจว สติมา จ พหุสฺสุโต

รญฺโญ จิตฺตํ ปสาเทนฺโต นิยฺยาเทสิ มหาชุติ ฯ

ตสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ

ตตฺเถว ฐิตโก สนฺโต อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

เอกํสํ จีวรํ กตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ

สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา อิมํ วาจํ อุทีรยึ ฯ

ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน ๒

นิคุณฺฑิปุปฺผํ ปคฺคยฺห สีหาสเน ฐเปสหํ ฯ

เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ

ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ

ปญฺจวีสสหสฺสมฺหิ กปฺปานํ มนุชาธิปา

อพฺพุทนิรพฺพุทานิ อฏฺฐฏฺฐาสึสุ ขตฺติยา ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อฏฺฐมํ สุมนาเวฬิยตฺเถราปทานํ (๓๒๘)

๑ ม. อญฺเญปิ มจฺเจ ... ฯ ยุ. อญฺเญ นิจฺเจว ... ฯ ๒ ม. สํเวโค เม ตทา อาสิ ฯ

๓ ยุ. วีรํ ฯ ๔ ยุ. อุปปชฺชิสฺสํ ฯ ๕ ม. ยุ. กณฺหสุกฺกํ อชานหํ ฯ

๑ ม. สตฺตวสฺโสว ฯ ๒ ม. ยุ. สตฺถุโน ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อใดเทวดาจะจุติจากหมู่เทวดาเพราะสิ้นอายุ เมื่อนั้น เทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดีก็เปล่งเสียง ๓ ประการว่า ท่านผู้เจริญ ท่านจากนี้จงไปสู่สุคติสู่ความเป็นสหายของมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอันยอดเยี่ยมในพระสัทธรรม ศรัทธาของท่าน ตั้งมั่นลงแล้ว จะเกิดเป็นมูลเค้า เป็นที่พึ่งจงมั่นคงในพระสัทธรรมอันพระผู้มีพระภาคประกาศดีแล้ว ตลอดชีวิตจงทำกุศลด้วยกาย จงทำกุศลด้วยวาจา จงทำกุศลด้วยใจ ให้มาก จงทำความไม่เบียดเบียน จงทำความไม่มีอุปธิ จงทำบุญให้ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการให้ทานให้มาก จงชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในพรหมจรรย์ อันเป็นสัทธรรมอย่างประเสริฐ หมู่เทวดาย่อมอนุโมทนากะเทวดาผู้จะจุติด้วยความอนุเคราะห์นี้สั่งว่า จงมาบ่อยๆ นะเทวดา ดังท่านผู้รู้แจ้งอนุโมทนากะพระพุทธเจ้าฉะนั้น ในกาลนั้น เมื่อหมู่เทวดามาประชุมกัน ข้าพระองค์เกิดความสลดใจว่า เราจุติจากนี้แล้ว จักไปสู่กำเนิดอะไรหนอ พระสมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว ท่านมีนามชื่อว่าสุมนะ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ รู้ความสลดใจของข้าพระองค์ ประสงค์จะช่วยเหลือจึงมาสู่สำนักของข้าพระองค์ พร่ำสอนอรรถธรรมแล้ว ยังข้าพระองค์ให้สังเวชในกาลนั้น.

จบ ภาณวารที่ ๑๒.

ข้าพระองค์ฟังคำของท่านแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า อภิวาทท่านผู้เป็นนักปราชญ์แล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ข้าพระองค์นั้น อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว อุบัติในภพนั้นแล อยู่ในครรภ์มารดา ทรงอยู่ในมารดาอีกข้าพระองค์จุติจากกายนั้นแล้ว ได้อุบัติในไตรทศ (ดาวดึงส์) ในระหว่างนี้ ข้าพระองค์ไม่เห็นความโทมนัสในกาลนั้นเลย ข้าพระองค์เคลื่อนจากดาวดึงส์แล้ว ลงสู่ครรภ์มารดา ออกจากครรภ์มารดาแล้ว ไม่รู้ทุกข์อะไรๆ ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปี แก่กำเนิด ได้เข้าสู่อารามของพระผู้มีพระภาคพระนามว่า โคดมศากยบุตร ผู้คงที่ ได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้ทำตามคำสอนของพระศาสดา ในปาพจน์อันพิสดาร ในศาสนาอันเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมากนั้น พระนครชื่อว่าสาวัตถี พระเจ้าโกศลเป็นใหญ่ในนครนั้น

พระองค์เสด็จไปสู่โพธิพฤกษ์อันอุดมด้วยรถอันเทียมด้วยช้างพลายข้าพระองค์เห็นช้างพลายของพระเจ้าโกศลนั้นแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมประนมกรอัญชลีแล้วได้ไปสู่ที่ประชุม ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิดได้บวชเป็นบรรพชิต พระเถระชื่ออานนท์ เป็นพระสาวกอุปัฏฐานพระพุทธเจ้า ท่านมีคติ มีธิติ มีสติ เป็นพหูสูต มีความรุ่งเรืองมาก ยังจิตของพระราชาให้ทรงเลื่อมใสส่งกลับไป ข้าพระองค์ได้ฟังธรรมของท่านพระอานนท์แล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมอยู่ในที่นั้นเอง ได้บรรลุอรหัตข้าพระองค์ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประนมกรอัญชลีบนเศียรเกล้า ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งวาจานี้ ข้าพระองค์ถือเอาดอกไม้ย่านทรายไปวางที่อาสนะทองของพระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ ผู้เป็นจอมสัตว์ผู้คงที่ ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความแพ้แล้ว บรรลุถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๒๕๐๐๐ (แต่กัลปนี้) ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์แปดหมื่นแปดร้อยล้านพระองค์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน.

จบ ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)