arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · สุเมธาวรรค

๑. สุเมธาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในสุเมธาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เถรีอปทานํ

ปฐโม สุเมธาวคฺโค

ปฐมํ สุเมธาเถริยาปทานํ (๑)

อถ เถริกาปทานานิ สุณาถ

เถรีอปทาน

สุเมธาวรรคที่ ๑

สุเมธาเถริยาปทานที่ ๑

ว่าด้วยบุพจริยาของพระสุเมธาเถรี

ลำดับนี้จงสดับอปทานของพระเถรีต่อไป

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค สุเมธาเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

บาลี (สยามรัฐ)

ภควติ โกนาคมเน สงฺฆารามมฺหิ นิเวสมฺหิ ๑

สขิโย ติสฺโส ชนิโย วิหารทานํ อทมฺหเส ๒ ฯ

ทสกฺขตฺตุํ สตกฺขตฺตุํ [๓] สตานํ จ สตกฺขตฺตุํ

เทเวสุ อุปปชฺชิมฺห โก วาโท มานุเส ภเว ฯ

เทเวสุ มหิทฺธิกา หุตฺวา ๔ มานุสกมฺหิ โก วาโท

สตฺตรตนสฺส มเหสี อิตฺถีรตนํ อหํ ภวึ ฯ

ตตฺถ ๕ สญฺจิตํ กุสลํ สุสมิทฺธกุลปฺปชา

ธนญฺชานี จ เขมา จ อหํปิจ ตโย ชนา ฯ

อารามํ สุกตํ กตฺวา สพฺพาวยวมณฺฑิตํ

พุทฺธปฺปมุขสงฺฆสฺส นิยฺยาเทตฺวา ปโมทิตา ฯ

ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา

เทเวสุ อคฺคตํ ปตฺตา มนุสฺเสสุ ตเถว จ ฯ

อิมสฺมึเยว กปฺปสฺมึ พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส

กสฺสโป นาม นาเมน อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ

อุปฏฺฐาโก มเหสิสฺส ตทา อาสิ นริสฺสโร

กาสิราชา กิกี นาม พาราณสีปุรุตฺตเม ฯ

ตสฺสาสุํ สตฺต ธีตโร ราชกญฺญา สุเข ฐิตา

พุทฺธุปฏฺฐานนิรตา พฺรหฺมจริยํ จรึสุ ตา ฯ

ตาสํ สหายิกา หุตฺวา สีเลสุ สุสมาหิตา

ทตฺวา ทานานิ สกฺกจฺจํ อคาเรว วตฺตํ จรึ ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสูปคา อหํ ฯ

ตโต จุตา ยามาสคฺคํ ๑ ตโตหํ ตุสิตํ คตา

ตโต จ นิมฺมานรตึ วสวตฺติปุรํ คตา ๒ ฯ

ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ ปุญฺญกมฺมสมาหิตา

ตตฺถ ตตฺเถว ราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ

ตโต จุตา มนุสฺสตฺเต ราชูนํ จกฺกวตฺตินํ

มณฺฑลีนญฺจ ราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ

สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน เทเวสุ มานุเสสุ จ

สพฺพตฺถ สุขิตา หุตฺวา เนกชาตีสุ สํสรึ ฯ

โส เหตุ จ โส ปภโว ตํ ๓ มูลํ สาสเน ขมํ

ตํ ปฐมํ สโมธานํ ตํ ธมฺมรตาย นิพฺพุตํ ๔ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ๑ สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ สุเมธา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สุเมธาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. นวนิเวสมฺหิ ฯ ๒ ม. ยุ. อทาสิมฺห ฯ ๓ ม. ทสสตกฺขตฺตุํ ฯ

๔ ม. ยุ. อหุมฺหา ฯ ๕ ม. อิธ สญฺจิตกุสลา ฯ ยุ. อิธ สญฺจิตา กุสลํ ฯ

๑ ม. ยุ. ยามมคํ ฯ ๒ ม. ยุ. ตโต ฯ ๓ ยุ. ตํ มูลํ สา จ สาสเน ขนฺติ ฯ

๔ ม. ยุ. นิพฺพานํ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโกนาคมน์ ประทับอยู่ที่สังฆารามเราซึ่งเป็นหญิงสหายกัน ๓ คน ได้ถวายวิหารทาน เราทั้ง ๓ คนเกิดในเทวโลก ๑๐ ครั้ง ๑๐๐ ครั้ง ๑๐๐๐ ครั้ง ในมนุษยโลกไม่จำต้องพูดถึง ในเทวโลกเราเป็นคนมีฤทธิ์มาก ในมนุษย์ก็ไม่จำต้องพูดถึง ดิฉันเป็นนางแก้ว พระมเหสี ของพระเจ้าจักรพรรดิ ดิฉันสร้างสมกุศลไว้ในชาตินั้น ชน ๓ คนคือ นางธนัญชานี นางเขมาและดิฉัน มีสกุลและบุตรอันสำเร็จดีแล้ว ได้สร้างพระอารามอย่างสวยงาม ประดับประดาด้วยเครื่องตบแต่งทุกอย่างเสร็จแล้ว มอบถวายแด่สงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เป็นผู้เบิกบานใจเพราะกรรมนั้นส่งผล ในกำเนิดที่ดิฉันเกิดคือสวรรค์ ดิฉันก็ถึงความเป็นหญิงเลิศ และในมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน

พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะผู้เป็นพงศ์พันธุ์พรหม มีพระยศใหญ่ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปนี้เอง พระเจ้ากาสี พระนามว่ากิกี บรมกษัตริย์ในพระนครพาราณสีอันเป็นบุรีอุดม เป็นอุปัฏฐากของพระพุทธองค์ในครั้งนั้น ท้าวเธอมีพระราชธิดา ๗ พระองค์พระราชธิดาเหล่านั้นยังสาว ดำรงอยู่ในความสุข พอพระทัยในการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ประพฤติพรหมจรรย์ ดิฉันเป็นพระสหายของพระราชธิดาเหล่านั้น เป็นหญิงมั่นคงในศีล ได้ถวายทานโดยเคารพประพฤติพรหมจรรย์ในเรือนนั่นเอง เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้นและเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุติจากดาวดึงส์แล้วไปสวรรค์ชั้นยามา

จุติจากสวรรค์ชั้นยามานั้นแล้ว ไปชั้นดุสิต และจุติจากดุสิตไปชั้นนิมมานรดีแล้วก็ไปชั้นวสวัตดี ดิฉันผู้ประกอบด้วยบุญกรรม เกิดในภพใดชาติใดในภพนั้นชาตินั้นก็ได้เป็นพระมเหสีของพระมหากษัตริย์ ดิฉันจุติจากสวรรค์ชั้นวสวัตดีนั้นแล้วเกิดในมนุษย์ ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ และพระเจ้าแผ่นดินประเทศเอกราช เสวยสมบัติทั้งในสวรรค์และมนุษย์ มีความสุขทุกชาติ ท่องเที่ยวไปในชาติเป็นอันมาก เหตุปัจจัยและมูลนั้นๆ เหมาะสมในพระศาสนา นั่นคือสโมธานข้อต้น สโมธานของดิฉันผู้ยินดีในธรรมนั้นดับสนิทแล้วดิฉันเผากิเลสเสียแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกพันเหมือนช้างพังตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่ดิฉันได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดนี้ เป็นการมาดีแล้วหนอวิชชา ๓ ดิฉันบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ดิฉันได้ทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสุเมธาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สุเมธาเถริยาปทาน.

จบ ๑. สุเมธาเถริยาปทาน