พระอภิธรรมปิฎก · ปัฏฐาน
กุสลัตติกเวทนาตติกะ เล่ม ๔๔
Text layerBuddha’s wordsItems ๑–๑๕ (Royal Thai)4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ กุสลัตติกเวทนาตติกะ (Royal Thai Volume 44 · Mahachula Volume 44 · Mahamakut Volume 90 · Chaloem Phrakiat Volume 44)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 44, pp. 764–767
๒๒. สนิทัสสนติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ
๑-๗. ปฏิจจาทิวาร - เหตุปัจจัย
[๑๓๒] อาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ซึ่งเป็นสรณะ สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ซึ่งเป็นสรณะ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย(ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๑ วาร)
อาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ซึ่งเป็นอรณะ สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ซึ่งเป็นอรณะ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาร (ย่อ)
[๑๓๓] ในเหตุปัจจัย มี ๒๑ วาร ...
ในอวิดตปัจจัย ” ๒๑ ” (ย่อ)
(สหชาตวารก็ดี ... สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)
[๑๓๔] สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบกันไม่ได้ ซึ่งเป็นอรณะ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ซึ่งเป็นอรณะ โดยเหตุปัจจัย (ย่อ)
ในเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๓ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๒๕ ” (ย่อ)
(พึงให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
จบ สนิทัสสนติกสรณทุกะ
จบ ติกทุกปัฏฐาน ในธัมมานุโลม
------------------------------------------------
พระบาลีอภิธรรมปิฎก
ธัมมานุโลม ติกติกปัฏฐาน
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๑. กุสลติกะ ๑. เวทนาติกะ
๑. สุขายเวทนายสัมปยุตตปทะ ๑-๗. ปฏิจจาทิวาร
ปัจจยจตุกกะ - เหตุปัจจัย
[๑] อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)(ย่อ)
[๒] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๓ ” …
ในอวิคตปัจจัย ” ๓ ”
(ย่อ ... สหชาตวารก็ดี ... สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)
[๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย (ย่อ)
[๔] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๙ ” (ย่อ)
(พึงให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
๒. ทุกขายเวทนายสัมปยุตตปทะ
๑-๗. ปฏิจจาทิวาร ปัจจยจตุกกะ - เหตุปัจจัยและอารัมมณปัจจัย
[๕] อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย (๑) (ย่อ)
[๖] ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๒ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๒ ” (ย่อ)
(สหชาตวารก็ดี ... สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)
[๗] สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา โดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย (๑) (ย่อ)
[๘] ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๒ ” (ย่อ)
(พึงให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
๓. อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตปทะ
๑-๗. ปฏิจจาทิวาร ปัจจยจตุกกะ - เหตุปัจจัย
[๙] อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขเวทนา <*> เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)
[๑๐] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๓ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๓ ” (ย่อ)
(สหชาตวารก็ดี ... สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)
- <*>อุเบกขาเวทนา - ผู้รวบรวม
[๑๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา โดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา โดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา โดยเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
[๑๒] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”
ในอธิปติปัจจัย ” ๗ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๗ ” ...
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ๓ ” (ย่อ)
(พึงให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
จบ กุสลติกเวทนาติกะ
๑. กุสลติกะ ๒. วิปากติกะ
๑-๗. ปฏิจจาทิวาร ปัจจยจตุกกะ
[๑๓] อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งเป็นวิบาก สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งเป็นวิบาก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (ย่อ)
ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๑ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๑ ” (ย่อ)
End of กุสลัตติกเวทนาตติกะ