พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · หัตถิวรรค
๙. สัปปิทายกเถราปทาน (๒๑๙) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในหัตถิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน หัตถิวรรค สัปปิทายกเถราปทาน (๒๑๙) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๗๑ หน้า ๖๓๕–๖๓๗
ดังคชสารตัวประเสริฐ ผู้สูงสุดกว่านระ ผู้เลิศลอย เป็นมหาวีระ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ.
ทรงเหยียบผ้าสาฎกผืนน้อยที่เราลาดไว้ ครั้นเราได้เห็นพระองค์ผู้ส่องแสงสว่างในโลก ปราศจากมลทินเช่นกับพระ-จันทร์ มีใจผ่องใส ได้ถวายบังคมพระบาทของพระศาสดา.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผ้าสาฎกผืนน้อยใด
ด้วยการถวายผ้าสาฎกนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าสาฎกผืนน้อย.
ในกัปที่ ๓๗ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่า สุนันทะ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอักกันสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบอักกันตสัญญกเถราปทาน
สัปปิทายกเถราปทานที่ ๙ (๒๑๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนยใสและน้ำมัน
[๒๒๑] เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ แวดล้อมด้วยหมู่นารี
ได้เห็นพระสมณะผู้ทรงประชวร จึงน้อมนมัสการพระมหา-
วีรเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ประเสริฐกว่านระ ซึ่งเสด็จเข้ามาสู่เรือน (ของเรา) เราได้ถวายเนยใสและน้ำมันแด่พระ-พุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้คงที่.
เราได้เห็นพระองค์ผู้มีความกระวนกระวาย สงบระงับ มีอินทรีย์ คือ พระพักตร์ผ่องใส จึงถวายบังคมพระบาทของพระศาสดา แล้วให้ประกาศไปในบุรี พระวีรเจ้าผู้ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์ ทรงเห็นเราผู้เลื่อมใสดี จึงเสด็จเหาะขึ้นสู่นภา-กาศ ดังพญาหงส์บินไปในอัมพรฉะนั้น.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วย
ทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเนยใสและน้ำมัน.
ในกัปที่ ๑๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง ทรงพระนามว่า ทุติเทพ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการมีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัปปิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบสัปปิทายกเถราปทาน
ปาปนิวาริยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๒๐)
ว่าด้วยผลแห่งการแต่งที่จงกรม
[๒๒๒] เราแผ้วถางที่จงกรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
ปิยทัสสี มุงบังด้วยไม้อ้อ ป้องกันลมและแดด.
เราก่อสร้างกุศลเพื่อต้องการเว้นบาป ตั้งความเพียรใน
ศาสนาของพระศาสดา เพื่อละกิเลสทั้งหลาย.
ในกัปที่ ๑๑ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง ปรากฏพระนามว่า อัคคิเตชะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปาปนิวาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบปาปนิวาริยเถราปทาน
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. หัตถิทายกเถราปทาน ๒. ปานธิทายกเถราปทาน ๓. สัจจ-สัญญกเถราปทาน ๔. เอกสัญญกเถราปทาน ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน๖. สันธิตเถราปทาน ๗. ตาลวัณฏทายกเถราปทาน ๘. อักกันตสัญญก-เถราปทาน ๙. สัปปิทายกเถราปทาน ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน.
มีคาถา ๕๔ คาถาฉะนี้แล.
จบหัตถิวรรคที่ ๒๒
จบ ๙. สัปปิทายกเถราปทาน (๒๑๙)