พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พันธุชีวกวรรค
๘. นาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๘) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในพันธุชีวกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน พันธุชีวกวรรค นาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๘) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๓๑๖–๓๑๗
[๓๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระติณสูลกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ ติณสูลกเถราปทานที่ ๗
๘. นาคปุปผิยเถราปทาน
บุพประวัติของพระนาคปุปผิยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกกากะทิงที่ทางเสด็จ
(ท่านพระนาคปุปผิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๖๐} [๓๙] เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่าสุวัจฉะ เป็นผู้รู้จบมนต์ แวดล้อม ด้วยพวกลูกศิษย์ของตน อาศัยอยู่ระหว่างภูเขา[๔๐] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์ ทรงประสงค์จะรื้อถอนเราขึ้น จึงเสด็จมายังสำนักของเรา[๔๑] พระองค์เสด็จจงกรมอยู่ในเวหาสเหมือนประทีปที่ลุกโพลงแล้ว ฉะนั้น ทรงทราบความยินดีของเราแล้วได้บ่ายพระพักตร์ไป ทางทิศตะวันออกเสด็จหลีกไป[๔๒] ก็เราได้เห็นความน่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีเลย น่าขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว จึงเก็บเอาดอกกากะทิงไปโปรยลงที่ทางเสด็จไป
[๔๓] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราโปรยดอกไม้ใดไว้ ด้วยความเลื่อมใสนั้น เราไม่เข้าถึงทุคติเลย[๔๔] ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนาม ว่ามหารถะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๔๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระนาคปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ นาคปุปผิยเถราปทานที่ ๘
๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน
บุพประวัติของพระปุนนาคปุปผิยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบุนนาค
(ท่านพระปุนนาคปุปผิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๖๑} [๔๖] เราเป็นนายพรานเข้าไปอาศัยป่าใหญ่อยู่ เห็นดอกบุนนาค บานสะพรั่งจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด[๔๗] เราจึงเก็บเอาดอกบุนนาคนั้นซึ่งมีกลิ่นหอมตลบอบอวลแล้ว ได้ก่อเป็นสถูปที่กองทรายบูชาแด่พระพุทธเจ้า
จบ ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๘)