arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กิงกณิปุปผวรรค

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในกิงกณิปุปผวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระปุฬินถูปิยเถระ

(พระปุฬินถูปิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค ปุฬินถูปิยเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๑๗๕–๑๘๐

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในที่ไม่ไกลจากภูเขาหิมพานต์

มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อยมกะ ข้าพเจ้าได้สร้างอาศรม

และบรรณศาลาไว้อย่างดี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าเป็นชฎิลผู้มีตบะแก่กล้า มีชื่อว่านารทะ

ศิษย์ประมาณ ๑๔,๐๐๐ คน บำรุงข้าพเจ้าอยู่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้หลีกเร้นอยู่

จึงคิดอย่างนี้ว่า มหาชนบูชาเรา แต่เราไม่ได้บูชาอะไรเลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้ที่จะสั่งสอนเราก็ไม่มี

ใคร ๆ ที่จะตักเตือนเราก็ไม่มี

เราไม่มีอุปัชฌาย์อาจารย์อาศัยอยู่ในป่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ศิษย์ผู้ภักดีควรทำจิตให้หนักแน่น บำรุงอาจารย์ใด

อาจารย์นั้นของเราก็ไม่มี

การอยู่ในป่าจึงไม่มีประโยชน์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิ่งที่ควรบูชาเราควรแสวงหา

สิ่งที่ควรเคารพยกย่องเราก็ควรแสวงหาเหมือนกัน

เราจักชื่อว่าอยู่อย่างมีที่พึ่ง ใคร ๆ จักติเตียนไม่ได้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่น้ำซึ่งมีฝั่งลาด มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ

และเกลื่อนกล่นไปด้วยทรายที่บริสุทธิ์สะอาด

อาศรมของข้าพเจ้าก็อยู่ไม่ไกล

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ไปยังแม่น้ำชื่ออมริกา

แล้วโกยทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ทราย

ข้าพเจ้าได้ทำพระเจดีย์ทรายนั้นให้เป็นนิมิตว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสถูปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นมุนี

ผู้ทำลายที่สุดแห่งภพ ที่ได้มีแล้วก็เป็นเช่นนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้นแล้ว ได้สร้างพระสถูปทองคำไว้ที่หาดทราย

แล้วใช้ดอกกระดิ่งทองจำนวน ๓,๐๐๐ ดอกบูชา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้ามีความอิ่มใจ ประนมมือนมัสการทุกเช้าเย็น

ไหว้พระเจดีย์ทราย เหมือนไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในที่เฉพาะพระพักตร์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน

ในเวลาที่กิเลสหรือกามวิตกที่อาศัยความรักเกิดขึ้น

ข้าพเจ้าระลึกถึงและเพ่งดูพระสถูปที่ข้าพเจ้าก่อไว้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้นำหมู่สัตว์(ออกจากที่กันดาร)

ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ อยู่ด้วยการตักเตือนตนเองว่า

ควรระวังกิเลสไว้นะท่านผู้นิรทุกข์

การให้กิเลสเกิดขึ้นนี้เป็นของไม่สมควรแก่ท่าน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงพระสถูป

ย่อมเกิดความเคารพขึ้นพร้อมกัน ในขณะนั้น

ข้าพเจ้าบรรเทาอกุศลวิตกเสียได้

เหมือนช้างถูกปฏักแทง บรรเทาได้แล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าประพฤติอยู่อย่างนี้ ได้ถูกมัจจุราชย่ำยี

สิ้นชีวิตที่นั้นแล้ว ได้ไปเกิดยังพรหมโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าอยู่ในพรหมโลกนั้นจนหมดอายุขัย

มาเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นจอมเทพ

ได้ครองเทวสมบัติตลอด ๘๐ ชาติ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ชาติ

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้เสวยผลของดอกกระดิ่งทองเหล่านั้น

ดอกกระดิ่งทองจำนวน ๒๒,๐๐๐ ดอก

แวดล้อมข้าพเจ้าไปทุกภพ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้บำรุงพระสถูป

ฝุ่นละอองย่อมไม่ติดกายข้าพเจ้า

ที่กายของข้าพเจ้าเหงื่อไม่ไหล ข้าพเจ้ามีรัศมีซ่านออก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โอหนอ พระสถูปข้าพเจ้าได้สร้างไว้ดีแล้ว

แม่น้ำอมริกาข้าพเจ้าได้เห็นดีแล้ว

เพราะได้ก่อพระสถูปทราย

ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สัตว์ผู้ปรารถนาจะทำกุศล ชื่อว่ายึดถือสิ่งที่เป็นสาระ

เขตหรืออเขตไม่สำคัญ การปฏิบัติเท่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุรุษผู้มีกำลัง มีความอุตสาหะที่จะข้ามทะเลใหญ่

พึงถือท่อนไม้เล็ก ๆ แล้ววิ่งลงทะเลใหญ่ด้วยคิดว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราอาศัยท่อนไม้นี้แล้วจักข้ามทะเลใหญ่ไปได้

นรชนพึงข้ามทะเลใหญ่ไปได้ด้วยอุตสาหวิริยะ แม้ฉันใด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน อาศัยกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ

ที่ได้กระทำไว้แล้วจึงข้ามพ้นสงสารไปได้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว

เกิดในตระกูลพราหมณมหาศาลที่มั่งคั่งในกรุงสาวัตถี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มารดาบิดาของข้าพเจ้าเป็นผู้มีศรัทธา

นับถือพระพุทธเจ้า

ท่านทั้ง ๒ นั้นเห็นธรรมแล้วและได้ฟังธรรมแล้ว

ประพฤติตนตามคำสอน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านทั้ง ๒ ถือสะเก็ดไม้โพธิ์ให้สร้างเป็นพระสถูปทอง

นมัสการในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระศากยบุตร ทุกเช้าเย็น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในวันอุโบสถ ท่านทั้ง ๒ นำพระสถูปทองออกมาแล้ว

กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณ

ให้เวลาผ่านไปตลอด ๓ ยาม (ด้วยการปฏิบัติธรรม)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้เห็นพระสถูปทองเสมอ

จึงระลึกถึงเจดีย์ทรายขึ้นได้

นั่งบนอาสนะเดียวได้บรรลุอรหัตตผลแล้ว

ภาณวารที่ ๒๒ จบ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน

เมื่อข้าพเจ้าแสวงหาพระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์อยู่นั้น

ได้เห็นพระธรรมเสนาบดี(สารีบุตร)

จึงออกบวชในสำนักของท่าน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบก็ได้บรรลุอรหัตตผล

พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ

ทรงทราบคุณวิเศษ จึงให้ข้าพเจ้าอุปสมบท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิจที่ควรกระทำ ข้าพเจ้าผู้ยังเป็นเด็กอยู่ ให้สำเร็จแล้ว

วันนี้ กิจที่ควรทำในศาสนาของพระศากยบุตร

ข้าพเจ้าก็ได้ทำเสร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก

สาวกของพระองค์เป็นผู้ล่วงพ้นเวรภัยทุกอย่าง

ล่วงพ้นกิเลสเป็นเครื่องข้อง ทั้งปวง เป็นฤาษี

นี้เป็นผลของการสร้างพระสถูปทอง

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑กิเลสเป็นเครื่องข้อง หมายถึงกิเลสเป็นเครื่องข้องมีราคะเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๒๕/๔๖๕)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระปุฬินถูปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ปุฬินถูปิยเถราปทานที่ ๘ จบ

จบ ๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน