พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ทุกนิบาต · อุปาหนวรรค
๓. วิกัณณกชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๕–๓๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในอุปาหนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค วิกัณณกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๑๒๒–๑๒๒
๓. วิกัณณชาดก (๒๓๓)
ว่าด้วยคนเห็นแก่อามิสย่อมเดือดร้อน
(เจ้าหน้าที่จัดอาหารได้พูดกะจระเข้ว่า)
{๓๑๕} [๓๑๕] เจ้าปรารถนาในที่ใด ก็จงไปทางที่นั้นเถิด เจ้าถูกชนักของเราแทงแล้ว เจ้าเป็นผู้โลภด้วยอาหารแท้ เมื่อติดตามปลาทั้งหลายมา จึงทำร้ายเอาเพราะอาหารที่เขาให้ตามสัญญาณเสียงกลอง(พระบรมศาสดาตรัสว่า)
{๓๑๖} [๓๑๖] บุคคลผู้เห็นแก่โลกามิส ชอบประพฤติตามอำนาจของจิต ย่อม เดือดร้อนอย่างนี้เขาย่อมเดือดร้อนอยู่ในท่ามกลางหมู่ญาติ และสหาย ดังจระเข้ที่ติดตามปลาไปจนถูกแทงตัวนั้น
๔. อสิตาภูชาดก (๒๓๔)
ว่าด้วยพรหมทัตตราชกุมารพลาดรักพระนางอสิตาภู
(พระนางอสิตาภูตรัสกะพรหมทัตตราชกุมารว่า)
{๓๑๗} [๓๑๗] พระองค์นั่นแหละได้ทำเหตุที่ทำให้ความรักในพระองค์ของ หม่อมฉันหมดไป ความรักนั้นประสานกันอีกไม่ได้ เหมือน งาช้างที่ถูกเลื่อยตัดขาดแล้วฉะนั้น(เมื่อพระนางเสด็จไปแล้ว พรหมทัตตราชกุมารทรงคร่ำครวญว่า)
{๓๑๘} [๓๑๘] บุคคลผู้ปรารถนาเกินไปย่อมเสื่อมจากประโยชน์เพราะความโลภจัด และเพราะความมัวเมาที่เกิดจากโลภจัด เหมือนเราเสื่อม จากนางอสิตาภูฉะนั้น
จบ ๓. วิกัณณกชาดก