พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · เอกวิหาริวรรค
๑. เอกวิหาริยเถราปทาน เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในเอกวิหาริวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เอกวิหาริวรรค เอกวิหาริยเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๔๘–๕๐
๔๔. เอกวิหาริวรรค
๑. เอกวิหาริยเถราปทาน
บุพประวัติของพระเอกวิหาริยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการอยู่ป่าลำพังผู้เดียว
(ท่านพระเอกวิหาริยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๒๑} [๑] ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะโดยพระโคตร ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม มีพระยศใหญ่ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว[๒] พระองค์ไม่มีธรรมที่ทำให้เนิ่นช้า ไม่มีเครื่องยึดหน่วง มีพระทัยเสมอด้วยอากาศ มากด้วยสุญญตสมาธิ คงที่ ยินดีในอนิมิตตสมาธิ อยู่แล้ว[๓] พระองค์ผู้มีพระทัยไม่ข้องเกี่ยวในอารมณ์ ไม่มีตัณหาเครื่องฉาบทา ไม่เกี่ยวข้องในตระกูลในคณะ ประกอบด้วยพระกรุณาใหญ่ เป็นนักปราชญ์ ทรงฉลาดในอุบายเครื่องแนะนำ[๔] ทรงขวนขวายในกิจของผู้อื่น ทรงแนะนำในหนทางอันยังสัตว์ให้ถึงนิพพานซึ่งเป็นเหตุทำให้เปือกตมคือคติแห้งในโลกพร้อมทั้งเทวโลก
- ๑สุญญตสมาธิ หมายถึงสมาธิอันว่างจากกิเลสที่ได้ด้วยอำนาจการพิจารณาอนัตตลักษณะ อนิมิตตสมาธิ หมายถึงสมาธิอันไม่มีนิมิตคือกิเลสที่ได้ด้วยอำนาจการพิจารณาอนิจจลักษณะ(นัย ขุ.อป.อ.๑/๓๔๖)
[๕] ประทับนั่งในท่ามกลางบริษัทใหญ่แสดงอมตธรรมอันเป็นความแช่มชื่นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเครื่องห้ามชราและมรณะ ยังสัตว์โลกให้ข้ามพ้นได้
[๖] ทรงมีพระวาจาไพเราะเหมือนนกการะเวก เป็นที่พึ่งของชาวโลก มีพระสุรเสียงก้องประหนึ่งเสียงพรหม ผู้เสด็จมาด้วยประการนั้น ถอนพระองค์ขึ้นจากมหันตทุกข์ในเมื่อโลกปราศจากผู้แนะนำ[๗] ทรงแสดงธรรมที่ปราศจากธุลี นำสัตว์ออกจากโลก เราได้เห็นแล้ว ได้ฟังธรรมของพระองค์จึงออกบวชเป็นบรรพชิต
[๘] ครั้นเราบวชแล้วในกาลนั้น คิดถึงคำสอนของพระชินเจ้า ถูกความเกี่ยวข้องบีบคั้น จึงได้อยู่เสียในป่าที่น่ารื่นรมย์แต่ผู้เดียวเท่านั้น
[๙] การที่เรามีกายหลีกออกมาได้เป็นเหตุแห่งการหลีกออกแห่งใจของเราผู้เห็นภัยในความเกี่ยวข้อง
[๑๐-๑๒] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล
นัยว่า ท่านพระเอกวิหาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ เอกวิหาริยเถราปทานที่ ๑
๒. เอกสังขิยเถราปทาน
บุพประวัติของพระเอกสังขิยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการเป่าสังข์เป็นพุทธบูชา
(ท่านพระเอกสังขิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๒๒} [๑๓] ได้มีการสมโภชต้นพระมหาโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี มหาชนมาชุมนุมบูชาต้นพระมหาโพธิ์อันสูงส่งกัน[๑๔] ต้นพระมหาโพธิ์ที่ควรบูชาเช่นนี้ของพระศาสดาพระองค์ใด พระศาสดาพระองค์นั้นจักเป็นผู้เว้นจากความเศร้าโศกใหญ่ มีปัญญา เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด[๑๕] ครั้งนั้น เราถือสังข์มาบำรุงพระโพธิพฤกษ์ เราเป่าสังข์ตลอดวันยังค่ำ ไหว้ต้นพระมหาโพธิ์อันสูงส่งแล้ว[๑๖] กรรมที่เราได้ทำในเวลาก่อนจะตายส่งผลให้เราเข้าถึงเทวโลก ซากศพของเราตกไปแล้ว เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก[๑๗] ดนตรี ๖๐,๐๐๐ ยินดี ร่าเริง บันเทิง บำรุงเราอยู่ทุกเมื่อ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
[๑๘] ในกัปที่ ๗๑ เราได้เป็นพระราชาพระนามว่าสุทัสสนะ เป็นใหญ่อยู่ในชมพูทวีป มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต[๑๙] ครั้งนั้น ดนตรี ๘๐๐ แวดล้อมเราตลอดเวลา เราเสวยผลกรรมของตน นี้เป็นผลแห่งการบำรุง
จบ ๑. เอกวิหาริยเถราปทาน