พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ทุกนิบาต · กาสาววรรค
๒. จุลลนันทิยชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๓–๒๙๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในกาสาววรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต กาสาววรรค จุลลนันทิยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๑๑๕–๑๑๖
๘. กาสาววรรค
๑. กาสาวชาดก (๒๒๑)
ว่าด้วยผู้ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ
(พญาช้างโพธิสัตร์ตำหนิมนุษย์เข็ญใจที่นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ว่า)
{๒๙๑} [๒๙๑] ผู้ใดยังไม่หมดกิเลสดุจน้ำฝาด ปราศจากความข่มใจและความจริงใจ จะมานุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ผู้นั้นย่อมไม่สมควรจะนุ่ง ห่มผ้ากาสาวพัสตร์{๒๙๒} [๒๙๒] ส่วนผู้ใดมีกิเลสดุจน้ำฝาดจืดจางแล้วตั้งมั่นเป็นอย่างดีแล้ว ในศีลประกอบด้วยความข่มใจและความจริงใจ ผู้นั้นแล สมควรจะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์
๒. จูฬนันทิยชาดก (๒๒๒)
ว่าด้วยผลของกรรมดีกรรมชั่ว
(บุรุษชั่วนึกถึงคำสอนของอาจารย์โพธิสัตว์ได้ จึงรำพันว่า)
{๒๙๓} [๒๙๓] ปาราสริยพราหมณ์ได้กล่าวคำใดไว้ว่า ‘ท่านอย่าได้ทำกรรมชั่ว อันจะทำตัวท่านให้เดือดร้อนในภายหลังนะ’ คำนี้นั้นถือว่า เป็นถ้อยคำของท่านอาจารย์{๒๙๔} [๒๙๔] คนทำกรรมเหล่าใดไว้ เขาย่อมเห็นกรรมเหล่านั้นในตนได้เอง ผู้ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดีผู้ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น
๓. ปุฎภัตตชาดก (๒๒๓)
ว่าด้วยหลักการเข้าสังคม
(อำมาตย์โพธิสัตว์ผู้อนุศาสน์อรรถธรรมได้ทูลพระเทวีว่า)
{๒๙๕} [๒๙๕] พึงอ่อนน้อมต่อผู้ที่อ่อนน้อมพึงคบผู้ที่เขาพอใจจะคบด้วย พึงทำกิจแก่ผู้ที่ช่วยทำกิจ ไม่พึงทำความเจริญให้แก่ผู้ที่ต้องการ ความเสื่อม อนึ่ง ไม่พึงคบหาสมาคมกับผู้ที่เขาไม่พอใจจะ คบหาสมาคมด้วย{๒๙๖} [๒๙๖] พึงละทิ้งผู้ที่ละทิ้ง ไม่พึงทำความสิเนหาในผู้ที่ละทิ้งนั้น ไม่พึงสมาคมกับผู้มีจิตคิดออกห่าง พึงเลือกหาคนอื่นต่อไป เหมือนนกรู้ว่าต้นไม้หมดผลแล้วก็บินไปสู่ต้นอื่นเพราะโลกนี้ ยังกว้างใหญ่พอ
๔. กุมภีลชาดก (๒๒๔)
ว่าด้วยคุณธรรมเครื่องให้เจริญ ๔ ประการ
(พระโพธิสัตว์ได้กล่าวว่า)
{๒๙๗} [๒๙๗] ผู้ใดมีคุณธรรมที่ทำให้เจริญอย่างยิ่ง ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ๑ ธัมมะ ๑ ธิติ ๑ จาคะ ๑ ผู้นั้นย่อมล่วงพ้นศัตรูได้
{๒๙๘} [๒๙๘] ส่วนผู้ใดไม่มีคุณธรรมที่ทำให้เจริญอย่างยิ่ง ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ๑ ธัมมะ ๑ ธิติ ๑ จาคะ ๑ ผู้นั้นย่อมล่วงพ้นศัตรูไม่ได้
- ๑ดูความหมายที่เชิงอรรถในข้อ ๕๗ วานรินทชาดก เอกกนิบาต หน้า ๒๗ ในเล่มนี้
จบ ๒. จุลลนันทิยชาดก