arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ทุกนิบาต · อุปาหนวรรค

๗. สาเกตชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๒๓–๓๒๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในอุปาหนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค สาเกตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๕๗ หน้า ๔๕๗–๔๖๐

หน้า ๔๕๗

๗. สาเกตชาดก

เหตุให้เกิดความรัก

[๓๒๓] ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุไรหนอเมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าก็เฉย ๆหัวใจก็เฉย บางคนพอเห็นกันเข้าจิตก็เลื่อมใส.

[๓๒๔] ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อนด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน เหมือนดอกอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการ คือ น้ำและเปือกตมฉะนั้น.

จบ สาเกตชาดกที่ ๗

อรรถกถาสาเกตชาดกที่ ๗

พระศาสดา เมื่อประทับอาศัยเมืองสาเกตทรงปรารภสาเกตพราหมณ์ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า โก นุ โขภควา เหตุ ดังนี้.

ส่วนเรื่องราวในชาดกนี้ ทั้งที่เป็นอดีตและปัจจุบันกล่าวไว้ในเอกนิบาตในหนหลังแล้ว.

หน้า ๔๕๘

ก็ในเวลาที่พระตถาคตเสด็จไปสู่วิหาร ภิกษุทั้งหลายทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชื่อว่า ความรักนี้ตั้งอยู่ได้อย่างไรกล่าวคาถาแรกว่า :-

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุไรหนอ

เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าก็เฉย ๆ

หัวใจก็เฉย บางคนพอเห็นกันเข้าก็เลื่อมใส.

เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า อะไรหนอแลเป็นเหตุให้บุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าเท่านั้นหัวใจก็สงบนิ่งสนิท คือเยือกเย็นดังเอาน้ำหอมพันหม้อมารด บางคนไม่สงบ บางคนพอเห็นกันเข้าเท่านั้นก็มีจิตผ่องใสอ่อนลมุนละไม เยื่อใยต่อกันด้วยอำนาจความรัก บางคนก็ไม่เยื่อใยต่อกัน.

ลำดับนั้นพระคาสดาเมื่อจะทรงแสดงเหตุแห่งความรัก

แก่ภิกษุเหล่านั้น จึงตรัสคาถาที่ ๒ ว่า :-

ความรักนั้นย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุสอง

ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑

ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน ๑ เหมือน

ดอกอุบลเมื่อเกิดในน้ำย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ

สองประการ คือน้ำละเปือกตม ฉะนั้น.

เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาความรักนี้ย่อมเกิดด้วยเหตุสองประการ คือได้เป็นมารดา บิดา

หน้า ๔๕๙

ธิดา บุตร พี่น้องชาย พี่น้องหญิง สามี ภรรยา หรือ สหายมิตรกันในภพก่อน เคยอยู่ร่วมที่เคียงกันมา ความรักนั้นย่อมไม่ละคงติดตามไปแม้ในภพอื่น เพราะการอยู่ร่วมกันในกาลก่อนอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง ความรักนั้นย่อมเกิดเพราะความเกื้อกูลกันในปัจจุบันอันได้ทำในอัตภาพนี้. ความรักนั้นย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุสองประการฉะนี้ เปรียบเหมือนอุบลในน้ำฉะนั้น คือเหมือนอุบลและบุปผชาติที่เกิดในน้ำต่าง ๆ เกิดในน้ำก็ได้อาศัยเหตุสองอย่าง คือน้ำและเปือกตมฉันใด ความรักก็ย่อมเกิดด้วยเหตุสองประการนี้ฉะนั้น.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. พราหมณ์และพราหมณีในครั้งนั้นได้เป็นชนทั้งสองนี้ในครั้งนี้ ส่วนบุตร คือเราตถาคตแล.

จบ อรรถกถาสาเกตชาดกที่ ๗

หน้า ๔๖๐

๘. เอกปทชาดก

ความเพียรทําให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง

[๓๒๕] คุณพ่อครับ เหตุอย่างเดียวทำให้ได้

ประโยชน์หลายอย่างมีอยู่หรือไม่ ผมจะพึงทำ

ประโยชน์ให้สำเร็จด้วยเหตุใด ขอคุณพ่อจงบอก

เหตุนั้น ซึ่งรวบรวมประโยชน์ได้หลายอย่างแก่ผมเถิด.

[๓๒๖] ลูกเอ๋ย เหตุอย่างหนึ่ง คือ ความขยันหมั่นเพียร ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง ก็ความขยันหมั่นเพียรนั้น ประกอบด้วยศีล ประกอบ

ด้วยขันติ อาจจะทำมิตรทั้งหลายให้ถึงความสุข

หรืออาจทำศัตรูทั้งหลายให้ถึงความทุกข์ได้.

จบ เอกปทชาดกที่ ๘

อรรถกถาเอกปทชาดกที่ ๘

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภกุฎุมพีคนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่าอิงฺฆ เอกํ ปทํ ตาต ดังนี้.

ได้ยินว่า กุฎุมพีผู้หนึ่งชาวกรุงสาวัตถี. อยู่มาวันหนึ่งบุตรของเขานั่งอยู่บนตัก ได้ถามปัญหาชื่อว่า อัตถทวาร คือ

จบ ๗. สาเกตชาดก