arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ทุกนิบาต · สิคาลวรรค

๖. พาโลวาทชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๒–๓๔๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในสิคาลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค พาโลวาทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๑๒๙–๑๓๐

หน้า ๑๒๙

๕. มูลปริยายชาดก (๒๔๕)

ว่าด้วยกาลเวลากินสัตว์พร้อมทั้งตัวเอง

(อาจารย์ทิศาปาโมกข์โพธิสัตว์ถามปัญหาศิษย์แล้วกล่าวว่า)

{๓๔๐} [๓๔๐] กาลเวลาย่อมกินสัตว์ทั้งปวงพร้อมทั้งตัวเองด้วย ก็ผู้ใดกินกาล เวลาได้ ผู้นั้นชื่อว่าเผาตัณหาที่เผาสัตว์ได้แล้ว(พระโพธิสัตว์ตำหนิมาณพเหล่านั้นว่า)

{๓๔๑} [๓๔๑] ศีรษะของนรชนซึ่งมีผมดำยาวปกคลุมถึงคอมีจำนวนมาก บรรดาคนทั้งหลายนี้ จะหาคนผู้มีปัญญาสักคนก็ไม่ได้

๖. พาโลวาทชาดก (๒๔๖)

ว่าด้วยคนมีปัญญาบริโภค

(กุฎุมพีผู้คิดแกล้งโพธิสัตว์ได้กล่าวกะพระโพธิสัตว์ว่า)

{๓๔๒} [๓๔๒] บุคคลผู้ไม่มีศีล ประหารสัตว์ ทรมานสัตว์ และฆ่าสัตว์แล้วให้ เป็นทานผู้ที่บริโภคอาหารเช่นนี้ (แม้จะเป็นสมณะ) ย่อมเข้าไปแปดเปื้อนบาปด้วย(พระโพธิสัตว์ได้ฟังแล้วก็กล่าวว่า)

{๓๔๓} [๓๔๓] แม้ถ้าบุคคลผู้ไม่มีศีลฆ่าบุตรภรรยาแล้วให้เป็นทาน ผู้มีปัญญา แม้จะบริโภคเข้าไปก็ไม่เข้าไปแปดเปื้อนบาปเลย

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ผู้มีปัญญา ในที่นี้หมายถึงผู้สมบูรณ์ด้วยคุณธรรมมีขันติและเมตตาเป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๓/๒๖๓)
หน้า ๑๓๐

๗. ปาทัญชลิชาดก (๒๔๗)

ว่าด้วยปาทัญชลีราชกุมารผู้โง่เขลา

(อำมาตย์โพธิสัตว์เข้าใจว่าพระราชกุมารฉลาด จึงกล่าวว่า)

{๓๔๔} [๓๔๔] ปาทัญชลีราชกุมารย่อมรุ่งเรืองกว่าเราทั้งหมดด้วยพระปรีชา แน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมจึงทรงเม้มพระโอษฐ์อยู่เล่า คงจะ ทรงเห็นเหตุอย่างอื่นยิ่งกว่านี้เป็นแน่(ต่อมาอำมาตย์โพธิสัตว์ทราบว่าพระกุมารนั้นโง่เขลาจริงจึงกล่าว ข้อความนี้ว่า)

{๓๔๕} [๓๔๕] ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้จะทรงทราบสิ่งที่เป็นธรรมหรือไม่ เป็นธรรม สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ก็หาไม่ ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้นอกจากเม้มพระโอษฐ์แล้ว ยังไม่ ทรงทราบอะไรสักอย่างเดียว

๘. กิงสุโกปมชาดก (๒๔๘)

ว่าด้วยคนไม่รู้ธรรมด้วยญาณย่อมสงสัยในธรรม

(พระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ตรัสกะพระโอรสทั้ง ๔ พระองค์ว่า)

{๓๔๖} [๓๔๖] เจ้าทุกคนก็เห็นต้นทองกวาวแล้วไฉนจึงยังสงสัยในต้น ทองกวาวนั้น เพราะพวกเจ้ามิได้สอบถามนายสารถีให้ถี่ถ้วน ในฐานะทั้งปวงใช่ไหม

จบ ๖. พาโลวาทชาดก