arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · วีสตินิบาต

๖. หังสชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๒๔–๒๑๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๔ ในวีสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก วีสตินิบาต หังสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๕๓๑–๕๓๕

หน้า ๕๓๑

๖. หังสชาดก (๕๐๒)

ว่าด้วยหงส์สุมุขะผู้ภักดี

(พญาหงส์ธตรัฏฐะโพธิสัตว์หวังลองใจหงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

{๒๑๒๔} [๒๓๕๑] หงส์เหล่านี้ถูกภัยคุกคามแล้วพากันบินหนีไปหมด ดูก่อนสุมุขะ ผู้มีขนเหลือง มีผิวพรรณดังทอง ท่านก็จงบินหนีไปตามความปรารถนาเถิด

[๒๓๕๒] หมู่ญาติทั้งหลายพากันทิ้งเราให้ติดอยู่ในบ่วงผู้เดียว หนีกันไปหมด ไม่ห่วงใยเลย ท่านผู้เดียวจะมาห่วงอยู่ทำไม

[๒๓๕๓] ดูก่อนสุมุขะผู้ประเสริฐกว่าหงส์ทั้งหลายท่านควรจะบินหนี เอาตัวรอดไปเสีย เพราะความเป็นสหายในเราผู้ติดบ่วงย่อมไม่มี ท่านอย่าทำความเพียรเพื่อความไม่มีทุกข์ให้เสียไปเลยจงรีบ บินหนีไปตามความปรารถนาเถิด(หงส์สุมุขะผู้เป็นเสนาบดีกล่าวว่า)

{๒๑๒๕} [๒๓๕๔] ข้าแต่ธตรฐมหาราชข้าพระองค์จักไม่ทิ้งพระองค์ไปด้วยคิด ว่ามีความทุกข์รออยู่ข้างหน้าความเป็นหรือความตายของ ข้าพระองค์จักมีพร้อมกับพระองค์

(พญาหงส์ธตรัฏฐะกล่าวว่า)

{๒๑๒๖} [๒๓๕๕] ดูก่อนสุขุมะคำที่ท่านกล่าวมานั้นเป็นคำดีงามของอารยชน แท้จริงเราเมื่อจะทดลองท่านดู จึงได้พูดกะท่านว่าจงบินหนี เอาตัวรอดไปเสีย

หน้า ๕๓๒

(บุตรนายพรานเข้าไปหาพญาหงส์โพธิสัตว์แล้วถามขึ้นว่า)

{๒๑๒๗} [๒๓๕๖] ดูก่อนหงส์ผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย ธรรมดานกที่บินสัญจรไปบนท้องฟ้า ย่อมบินไปยังทางโดยที่มิใช่ทางก็ได้ ท่านไม่รู้ถึงบ่วงแต่ไกลเลยหรือ(พญาหงส์โพธิสัตว์กล่าวว่า)

{๒๑๒๘} [๒๓๕๗] เมื่อใด จะมีความเสื่อม เมื่อนั้น ในคราวจะสิ้นชีวิต สัตว์แม้มาใกล้ข่ายและบ่วง ก็ไม่รู้ตัว

(นายพรานหันไปสนทนากับหงส์สุมุขะว่า)

{๒๑๒๙} [๒๓๕๘] หงส์เหล่านี้ถูกภัยคุกคามแล้วพากันบินหนีไปหมด ดูก่อนสุมุขะ ผู้มีขนเหลือง มีผิวพรรณดังทอง ท่านเท่านั้นมัวห่วงใยอยู่[๒๓๕๙] หงส์เหล่านั้นกินและดื่มแล้วก็พากันบินหนีไปหมด ไม่ห่วงใยเลย ก็ท่านผู้เดียวจะมาเฝ้าอยู่ทำไมเล่า

[๒๓๖๐] หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับเจ้าหรือเจ้าพ้นไปได้แล้วทำไมจึงหวน กลับมาเฝ้าหงส์ที่ติดบ่วงอีกหงส์ทั้งหลายพากันทิ้งไปแล้ว เจ้าตัว เดียวมาห่วงอยู่ทำไม(หงส์สุมุขะตอบว่า)

{๒๑๓๐} [๒๓๖๑] หงส์ตัวนั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า เป็นมิตรสหายเสมอด้วยชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักไม่ทอดทิ้งพระองค์ไปตราบจนวันตาย(นายพรานได้ยินดังนั้นก็เลื่อมใส จึงกล่าวว่า)

{๒๑๓๑} [๒๓๖๒] เจ้าปรารถนาจะสละชีวิตเพราะเหตุแห่งสหายเราก็จักปล่อย สหายของเจ้าไป ขอพญาหงส์จงไปตามความประสงค์ของเจ้า

หน้า ๕๓๓

(หงส์สุมุขะมีจิตยินดี อนุโมทนาต่อนายพรานว่า)

{๒๑๓๒} [๒๓๖๓] ท่านนายพราน วันนี้ข้าพเจ้าชื่นชมยินดีเพราะได้เห็นพญาหงส์ ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ทิชาชาติพ้นจากบ่วง ฉันใด ขอท่านพร้อมกับ หมู่ญาติทั้งปวงจงชื่นชมยินดี ฉันนั้นเถิด(พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามพระราชาว่า)

{๒๑๓๓} [๒๓๖๔] พระองค์ผู้ทรงพระเจริญทรงเกษมสำราญดีอยู่หรือโรคา พยาธิมิได้เบียดเบียนพระองค์บ้างหรือ รัฐสีมาอาณาจักรของ พระองค์นี้สมบูรณ์ดีหรือ พระองค์ทรงปกครองประชาราษฎร โดยธรรมหรือ(พระราชาตรัสว่า)

{๒๑๓๔} [๒๓๖๕] ดูก่อนพญาหงส์เราเกษมสำราญดีทั้งโรคาพยาธิก็มิได้ เบียดเบียนรัฐสีมาอาณาจักรของเรานี้ก็สมบูรณ์ดีเรา ปกครองราษฎรโดยธรรม

(พญาหงส์ทูลถามว่า)

{๒๑๓๕} [๒๓๖๖] ความพลาดพลั้งอะไร ๆ ในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีอยู่หรือ หมู่ปัจจามิตรอยู่ห่างไกลจากพระองค์เหมือนเงาอยู่ห่างไกลจาก ทิศทักษิณแลหรือ(พระราชาตรัสว่า)

{๒๑๓๖} [๒๓๖๗] โทษอะไร ๆ ในหมู่อำมาตย์ของเราไม่มีเลย อนึ่ง หมู่ปัจจามิตร ก็อยู่ห่างไกลจากเรา เหมือนเงาอยู่ห่างไกลจากทิศทักษิณฉะนั้น

หน้า ๕๓๔

(พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

{๒๑๓๗} [๒๓๖๘] พระอัครมเหสีของพระองค์ผู้ทรงมีพระชาติเสมอกันยังทรงเชื่อฟัง ตรัสพระวาจาน่ารัก ทรงประกอบด้วยพระโอรส พระรูปโฉม และพระอิสสริยยศยังคล้อยตามพระราชอัธยาศัยของพระองค์แลหรือ(พระราชาตรัสว่า)

{๒๑๓๘} [๒๓๖๙] มเหสีของเราผู้มีพระชาติเสมอกัน ทรงเชื่อฟังเรา ตรัสวาจาน่ารัก ทรงประกอบด้วยพระโอรส พระรูปโฉม และอิสสริยยศ ทรงคล้อยตามอัธยาศัยของเราอยู่(พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

{๒๑๓๙} [๒๓๗๐] พระโอรสของพระองค์มีมากพระองค์ผู้ทรงอุบัติมาเป็น ศรีสวัสดิ์ในรัฐสีมาอันเจริญ ทรงสมบูรณ์ด้วยพระปรีชาเฉลียวฉลาด ยังทรงบันเทิงพระทัยแต่ที่นั้น ๆ อยู่แลหรือ(พระราชาตรัสว่า)

{๒๑๔๐} [๒๓๗๑] ท่านพญาหงส์ธตรฐ โอรสของเรานั้นเรารู้ว่ามีถึง ๑๐๑ องค์ ขอท่านได้โปรดชี้แจงกิจที่ควรแก่โอรสเหล่านั้นด้วยเถิดโอรส เหล่านั้นจะไม่ดูหมิ่นถ้อยคำของท่านเลย(พญาหงส์โพธิสัตว์ได้ถวายโอวาทพระโอรสเหล่านั้นว่า)

{๒๑๔๑} [๒๓๗๒] ถึงแม้ว่าบุคคลจะประกอบด้วยชาติหรือวินัยแต่มาทําความ เพียรเอาในภายหลัง เมื่อกิจที่จำต้องทำหรืออันตรายเกิดขึ้น ย่อมจมลงได้

หน้า ๕๓๕

[๒๓๗๓] สำหรับบุคคลผู้มีปัญญาง่อนแง่นนั้น ช่องทางรั่วไหลแห่งโภค สมบัติเป็นต้นย่อมจะเกิดใหญ่โตขี้นได้ เขาย่อมมองเห็นได้แต่กิจที่หยาบ ๆ เหมือนมองเห็นถ่านได้ลาง ๆ ในยามคํ่าคืนฉะนั้น[๒๓๗๔] บุคคลผู้มีความสำคัญเวลาที่ไม่เป็นสาระว่าประกอบด้วยสาระ ย่อมไม่ได้พบความรู้เลยทีเดียว ย่อมจะจมลงในห้วงอันตรายอย่างเดียว เหมือนกวางวิ่งโลดโผนไปในซอกผาตกเหวลงไป ในระหว่างทางฉะนั้น[๒๓๗๕] ถึงหากว่านรชนจะเป็นผู้มีชาติกำเนิดตํ่าต้อย แต่เป็นผู้มีความ ขยันหมั่นเพียร มีปัญญา ประกอบด้วยอาจาระและศีล ก็ย่อม จะรุ่งเรืองเหมือนกองไฟในเวลากลางคืนได้[๒๓๗๖] ขอพระองค์ทรงทําข้อนั้นนั่นแลให้เป็นเครื่องเปรียบเทียบแล้ว ทรงยังพระโอรสทั้งหลายให้ดำรงอยู่ในวิชา บุคคลผู้มีปัญญา ย่อมงอกงาม เหมือนพืชในนางอกงามขึ้นด้วยนํ้าฝนฉะนั้น

๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)

ว่าด้วยพี่น้องก็ยังต่างใจกัน

(พระบรมศาสดาตรัสเล่าเรื่องในอดีตว่า)

{๒๑๔๒} [๒๓๗๗] พระมหาราชาผู้เป็นจอมทัพชาวปัญจาลรัฐทรงเป็นดุจพรานเนื้อ เสด็จออกป่าพร้อมด้วยเสนา ได้พลัดหลงจากหมู่เสนาไป

[๒๓๗๘] ท้าวเธอได้พบกระท่อมที่เขาสร้างไว้เป็นที่อยู่อาศัยของพวกโจร ในป่านั้น (จึงเสด็จเข้าพัก) นกแขกเต้าบินออกจากกระท่อมไป กลับมาพูดคำชั่วร้ายกับพ่อครัวว่า

จบ ๖. หังสชาดก