พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · วีสตินิบาต
๒. จิตตสัมภูตชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๕๔–๒๐๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๔ ในวีสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒ จิตฺตสมฺภูตชาตกํ
๒. จิตตสัมภูตชาดก
ว่าด้วยผลของกรรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก วีสตินิบาต จิตตสัมภูตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สพฺพํ นรานํ สผลํ สุจิณฺณํ
น กมฺมุนา กิญฺจน โมฆมตฺถิ
ปสฺสามิ สมฺภูตํ มหานุภาวํ
สกมฺมุนา ปุญฺญผลูปปนฺนํ ฯ
สพฺพํ นรานํ สผลํ สุจิณฺณํ
น กมฺมุนา กิญฺจน โมฆมตฺถิ
กจฺจินฺนุ จิตฺตสฺสปิ เอวเมว ๑
อิทฺโธ มโน ตสฺส ยถาปิ มยฺหํ ฯ
๑ สี. ยุ. โหหิติ ฯ ๒ สี. ยุ. รุมฺมรูปึ ฯ ๓ ม. อยํ คาถา นตฺถิ ฯ
กรรมทุกอย่างที่นรชนสั่งสมไว้แล้ว ย่อมมีผลเสมอไป ขึ้นชื่อว่ากรรมแม้จนเล็กน้อย ที่จะไม่ให้ผลเป็นอันไม่มี เราได้เห็นตัวของเราผู้ชื่อว่าสัมภูตะมีอานุภาพมาก อันบังเกิดขึ้นด้วยผลบุญ เพราะกรรมของตนเองกรรมทุกอย่างที่นรชนสั่งสมไว้แล้ว ย่อมมีผลเสมอไป ขึ้นชื่อว่ากรรมแม้จะเล็กน้อย ที่จะไม่ให้ผลเป็นอันไม่มี มโนรถของเราสำเร็จแล้วแม้ฉันใด มโนรถแม้ของจิตตบัณฑิต พระเชฏฐาของเรา ก็สำเร็จแล้วฉันนั้น กระมังหนอ.
สพฺพํ นรานํ สผลํ สุจิณฺณํ
น กมฺมุนา กิญฺจน โมฆมตฺถิ
จิตฺตํปิ ชานาหิ ๒ ตเถว เทว
อิทฺโธ มโน ตสฺส ยถาปิ ตุยฺหํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติภพ กรรมทุกอย่างที่นรชนสั่งสมไว้แล้ว ย่อมมีผลเสมอไป ขึ้นชื่อว่ากรรมแม้จะเล็กน้อย ที่จะไม่ให้ผลเป็นอันไม่มีมโนรถของพระองค์สำเร็จแล้ว แม้ฉันใด ขอพระองค์โปรดทราบแม้พระจิตตบัณฑิตฉันนั้นเถิด.
ภวํ นุ จิตฺโต สุตมญฺญโต เต
อุทาหุ เต โกจิ นํ เอตทกฺขา
คาถา สุคีตา น มมตฺถิ กงฺขา
ททามิ เต คามวรํ สตญฺจ ฯ
เจ้าหรือคือจิตตะ เจ้าได้ฟังคำนี้มาจากคนอื่น หรือว่าใครบอกเนื้อความนี้แก่เจ้า คาถานี้เจ้าขับดีแล้ว เราไม่มีความสงสัย เราจะให้บ้านส่วยร้อยตำบลแก่เจ้า.
น จาหํ จิตฺโต สุตมญฺญโต เม
อิสิ จ เม เอตมตฺถํ อสํสิ
คนฺตฺวาน รญฺโญ ปฏิคายิ ๓ คาถํ
อปิ นุ ๔ เต วรํ อตฺตมโน ทเทยฺย ๕ ฯ
ข้าพระพุทธเจ้าหาใช่จิตตะไม่ ข้าพระพุทธเจ้าฟังคำนี้มาจากคนอื่น และฤาษีได้บอกเนื้อความนี้แก่ข้าพระพุทธเจ้าแล้วสั่งว่า เจ้าจงไปขับคาถานี้ตอบถวายพระราชา พระราชาทรงพอพระทัยแล้ว จะพึงพระราชทานบ้านส่วยให้แก่เจ้าบ้านกระมัง?
โยเชนฺตุ เม ราชรเถ สุกเต จิตฺตสิพฺพเน
กจฺฉํ นาคานํ พนฺธถ คีเวยฺยํ ปฏิมุญฺจถ ฯ
อาหญฺญเร เภริมุทิงฺคสงฺขา ๑
สีฆานิ ยานานิ จ โยชยนฺตุ
อชฺเชวหํ อสฺสมตํ ๒ คมิสฺสํ
ยตฺเถว ทกฺขิสฺสมิสึ นิสินฺนํ ฯ
๑ ม. เอวเมวํ ฯ ๒ สี. ยุ. จิตฺตํ วิชานาหิ ฯ ๓ ม. ปฏิคาหิ ฯ
๔ ม. นุสทฺโท นตฺถิ ฯ ๕ อปิ นุ เต คามวรํ ทเทยฺยาติปิ ฯ
ราชบุตรทั้งหลายจงเทียมราชรถของเรา จัดแจงให้ดี ผูกรัดจัดสรรให้งดงามวิจิตร จงผูกรัดสายประคนมงคลหัตถี นายหัตถาจารย์จงขึ้นประจำคอ. ตะโพนและสังข์มาตระเตรียมไว้ เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจงเทียบยานพาหนะโดยเร็ว วันนี้แล เราจักไปยังอาศรมซึ่งจักได้พบฤาษีนั่งอยู่.
สุลทฺธลาโภ วต เม อโหสิ
คาถา สุคีตา ปริสาย มชฺเฌ
โสหํ อิสึ สีลวตูปปนฺนํ
ทิสฺวา ปตีโต สุมโนหมสฺมิ ฯ
ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้ลาภดีแล้วหนอ คาถาอันข้าพเจ้าขับดีแล้วในท่ามกลางบริษัท ข้าพเจ้าได้พบฤาษีผู้ประกอบด้วยศีลแล้วเกิดปีติโสมนัส.
อาสนํ อุทกํ ปชฺชํ ปฏิคฺคณฺหาตุ โน ภวํ
อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม อคฺฆํ กุรุตุ โน ภวํ ฯ
เชิญท่านผู้เจริญโปรดรับอาสนะ น้ำ และรองเท้าของข้าพเจ้าทั้งหมดเถิด ข้าพเจ้ายินดีต้อนรับท่านผู้เจริญในสิ่งของอันมีค่า ขอท่านผู้เจริญเชิญรับสักการะอันมีค่าของข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยเถิด.
รมฺมญฺจ เต อาวสถํ กโรนฺตุ
นารีคเณหิ ปริจารยสฺสุ
กโรหิ โอกาสมนุคฺคหาย
อุโภปิมํ อิสฺสริยํ กโรม ฯ
ขอเชิญพระเชฏฐาทรงสร้างปรางค์ปราสาท อันเป็นที่อยู่น่ารื่นรมย์สำหรับพระองค์เถิด จงทรงบำรุงบำเรอด้วยหมู่นางนารีทั้งหลาย โปรดให้โอกาสเพื่ออนุเคราะห์แก่หม่อมฉันเถิด แม้เราทั้งสองก็จะครอบครองอิสริยสมบัตินี้ร่วมกัน.
ทิสฺวา ผลํ ทุจฺจริตสฺส ราช
อโถ สุจิณฺณสฺส มหาวิปากํ
อตฺตานเมว ปฏิสํยมิสฺสํ
น ปตฺถเย ปุตฺตปสุํ ๓ ธนํ วา ฯ
ทเสวิมา วสฺสทสา มจฺจานํ อิธ ชีวิตํ
อปฺปตฺตญฺเญว ตํ โอธึ นโฬ ฉินฺโนว สุสฺสติ ฯ
ตตฺถ กา นนฺทิ กา ขิฑฺฑา กา รติ กา ธเนสนา
กึ เม ปุตฺเตหิ ทาเรหิ ราช มุตฺโตสฺมิ พนฺธนา ฯ
โสหํ เอวํ ปชานามิ ๑ มจฺจุ เม นปฺปมชฺชติ
อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส กา รติ กา ธเนสนา ฯ
ชาติ นรานํ อธมา ชนินฺท
จณฺฑาลโยนิ ทฺวิปทกนิฏฺฐา ๒
สเกหิ กมฺเมหิ สุปาปเกหิ
จณฺฑาลิคพฺเภ ๓ อวสิมฺห ปุพฺเพ ฯ
จณฺฑาลาหุมฺหาวนฺตีสุ มิคา เนรญฺชรํ ปติ
อุกฺกุสา รมฺมทาตีเร ๔ ตยชฺช พฺราหฺมณขตฺติยา ฯ
๑ หญฺญนฺตุ โภ เภริมุทิงฺคสงฺเขติปิ ฯ ม. อาหญฺญนฺตุ เภริมุทิงฺคสงฺเข ฯ
๒ ม. อสฺสมํ ตํ ฯ ๓ สี. ยุ. ปุตฺตํ ฯ
ดูกรมหาบพิตร พระองค์ทรงเห็นผลแห่งสุจริตอย่างเดียว ส่วนอาตมภาพเห็นผลแห่งสุจริต และทุจริตที่สั่งสมไว้แล้ว เป็นวิบากใหญ่ จึงสำรวมตนเท่านั้น มิได้ปรารถนาบุตร ปศุสัตว์ หรือทรัพย์. ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ มีกำหนดร้อยปีเป็นอย่างมาก ไม่ล่วงกำหนดนั้นไปได้เลย ย่อมจะเหือดแห้งไป เหมือนไม้อ้อที่ถูกตัดแล้ว มีแต่จะแห้งไปฉะนั้น. ในชีวิตอันจะต้องเหือดแห้งไปนั้น จะมัวเพลิดเพลินไปใย จะมัวเล่นคึกคนองไปทำไม ความยินดีจะเป็นประโยชน์อะไร ประโยชน์อะไรด้วยการแสวงหาทรัพย์ จะมีประโยชน์อะไรด้วยบุตร และภรรยาสำหรับอาตมา ดูกรมหาบพิตร อาตมภาพเป็นผู้พ้นแล้วจากเครื่องผูก.
อาตมภาพรู้ชัดอย่างนี้ว่า มัจจุจะไม่รังควานเราเป็นอันไม่มี เมื่อบุคคลถูกมัจจุราชครอบงำแล้ว ความยินดีจะเป็นประโยชน์อะไร จะมีประโยชน์อะไรด้วยการแสวงหาทรัพย์. ดูกรมหาบพิตรผู้จอมประชาชนชาติของนรชนไม่สม่ำเสมอกัน กำเนิดแห่งคนจัณฑาล จัดว่าเลวทรามในระหว่างมนุษย์ เมื่อชาติก่อนเราทั้งสองได้อยู่ร่วมกันในครรภ์แห่งนางจัณฑาลีเพราะกรรมอันชั่วช้าของตน. เราทั้งสองได้เกิดเป็นคนจัณฑาล ในกรุงอุชเชนีอวันตีชนบท ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นเนื้อสองตัวพี่น้องอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้วได้เกิดเป็นนกออกสองตัวพี่น้องอยู่ริมฝั่งรัมมทานที ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้วคราวนี้ อาตมภาพเกิดเป็นพราหมณ์ มหาบพิตรทรงสมภพเป็นกษัตริย์.
อุปนิยฺยติ ชีวิตมปฺปมายุํ
ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา
กโรหิ ปญฺจาล มเมว ๕ วากฺยํ
มากาสิ กมฺมานิ ทุกฺขุทฺรยานิ ฯ
อุปนิยฺยติ ชีวิตมปฺปมายุํ
ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา
กโรหิ ปญฺจาล มเมว วากฺยํ
มากาสิ กมฺมานิ ทุกฺขปฺผลานิ ฯ
อุปนิยฺยติ ชีวิตมปฺปมายุํ
ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา
กโรหิ ปญฺจาล มเมว วากฺยํ
มากาสิ กมฺมานิ รชสฺสิรานิ ฯ
อุปนิยฺยติ ชีวิตมปฺปมายุํ
วณฺณํ ชรา หนฺติ นรสฺส ชิยฺยโต
กโรหิ ปญฺจาล มเมว วากฺยํ
มากาสิ กมฺมํ นิรยูปปตฺติยา ฯ
๑ สี. ยุ. โส อหํ สุปฺปชานามิ ฯ ๒ ม. ทฺวิปทากนิฏฺฐา ฯ ๓ ม. จณฺฑาลคพฺเภ ฯ
๔ ม. นมฺมทาตีเร ฯ ๕ ม. มเมต ฯ เอวมุปริปิ ฯ
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย อายุของสัตว์ทั้งหลายเป็นของน้อย เมื่อนรชนถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย ย่อมไม่มีผู้ต้านทาน ดูกรพระเจ้าปัญจาลราช มหาบพิตรจงทรงทำตามคำของอาตมภาพ อย่าทรงทำกรรมทั้งหลายที่มีทุกข์เป็นกำไรเลย. ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย อายุของสัตว์ทั้งหลายเป็นของน้อยเมื่อนรชนถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย ย่อมไม่มีผู้ต้านทาน ดูกรพระเจ้าปัญจาลราช มหาบพิตรจงทรงทำตามคำของอาตมภาพ อย่าทรงทำกรรมทั้งหลายที่มีทุกข์เป็นวิบากเลย ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย อายุของสัตว์ทั้งหลายเป็นของน้อย เมื่อนรชนถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย ย่อมไม่มีผู้ต้านทาน ดูกรพระเจ้าปัญจาลราชมหาบพิตรจงทรงทำตามคำของอาตมภาพ อย่าทรงทำกรรมทั้งหลายอันมีศีรษะเกลือกกลั้วด้วยกิเลสธุลี. ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย อายุของสัตว์ทั้งหลายเป็นของน้อย ชราย่อมกำจัดวรรณะของนรชนผู้แก่เฒ่า ดูกรพระเจ้าปัญจาลราช มหาบพิตรจงทรงทำตามคำของอาตมภาพ อย่าทรงทำกรรมที่จะให้เข้าถึงนรกเลย.
อทฺธา หิ สจฺจํ วจนํ ตเวทํ
ยถา อิสี ภาสสิ เอวเมตํ
กามา จ เม สนฺติ อนปฺปรูปา
เต ทุจฺจชา มาทิสเกน ภิกฺขุ ฯ
นาโค ยถา ปงฺกมชฺเฌ พฺยสนฺโน
สยํ ๑ ถลํ นาภิสมฺโภติ คนฺตุํ
เอวมหํ ๒ กามปงฺเก พฺยสนฺโน
น ภิกฺขุโน มคฺคมนุพฺพชามิ ฯ
ยถาปิ มาตา จ ปิตา จ ปุตฺตํ
อนุสาสเร กินฺติ สุขี ภเวยฺย
เอวํปิ มํ ตฺวํ อนุสาส ภนฺเต
ยถา จิรํ ๓ เปจฺจ สุขี ภเวยฺยํ ฯ
๑ สี. ม. ปสฺสํ ฯ ๒ ม. เอวมฺปหํ ฯ ๓ สี. ยุ. ยมาจรํ ฯ
ข้าแต่ภิกษุ ถ้อยคำของพระคุณเจ้านี้เป็นคำจริงแท้ทีเดียว ฤาษีกล่าวฉันใดคำนี้ก็เป็นฉันนั้น แต่ว่ากามทั้งหลายของข้าพเจ้ายังมีอยู่มาก กามเหล่านั้นคนเช่นกับข้าพเจ้าสละได้ยาก. ช้างจมอยู่ท่ามกลางหล่มแล้วย่อมไม่อาจจะไปยังที่ควรได้ด้วยตนเอง ฉันใด ข้าพเจ้าจมอยู่ในหล่มคือกามกิเลส ก็ยังไม่สามารถจะปฏิบัติตามทางของภิกษุได้ ฉันนั้น. ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ อนึ่ง บุตรจะพึงมีความสุขได้ด้วยวิธีใด บิดามารดาพร่ำสอนบุตรด้วยวิธีนั้น ฉันใด ข้าพเจ้าละจากโลกนี้ไปแล้ว จะพึงเป็นผู้มีความสุขยืนนานได้ด้วยวิธีใด ขอพระคุณเจ้าโปรดพร่ำสอนข้าพเจ้าด้วยวิธีนั้นฉันนั้นเถิด.
โน เจ ตุวํ อุสฺสหเส ชนินฺท
กาเม อิเม มานุสเก ปหาตุํ
ธมฺมึ ๑ พลึ ปฏฺฐปยสฺสุ ราช
อธมฺมกาโร จ เต ๒ มาหุ รฏฺเฐ ฯ
ทูตา วิธาวนฺตุ ทิสา จตสฺโส
นิมนฺตกา สมณพฺราหฺมณานํ
เต อนฺนปาเนน อุปฏฺฐหสฺสุ
วตฺเถน เสนาสนปจฺจเยน จ ฯ
อนฺเนน ปาเนน ปสนฺนจิตฺโต
สนฺตปฺปย สมณพฺราหฺมเณ จ
ทตฺวา จ ภุตฺวา จ ยถานุภาวํ
อนินฺทิโต สคฺคมุเปหิ ฐานํ ฯ
สเจ จ ตํ ราช มโท สเหยฺย
นารีคเณหิ ปริวารยนฺตํ ๓
อิมเมว คาถํ มนสิกโรหิ
ภาเสหิ เจตํ ๔ ปริสาย มชฺเฌ ฯ
อพฺโภกาสสโย ชนฺตุ วชนฺตฺยา ขีรปายิโต
ปริกิณฺโณ สุวาเนหิ ๕ สฺวาชฺช ราชาติ วุจฺจตีติ ฯ
จิตฺตสมฺภูตชาตกํ ทุติยํ ฯ
๑ สี. ยุ. ธมฺมํ ฯ ๒ ม. ตว ฯ ๓ ม. ปริจารยนฺตํ ฯ ๔ ม. ภาเสสิ เจนํ ฯ
๕ สี. ยุ. สุปิเนหิ ฯ
ดูกรมหาบพิตรผู้เป็นจอมประชาชน ถ้ามหาบพิตรไม่อาจละกามของมนุษย์เหล่านี้ได้ไซร้ มหาบพิตรจงทรงเริ่มตั้งพลีกรรมอันชอบธรรมเถิด แต่การกระทำอันไม่เป็นธรรมขออย่าได้มีในรัฐสีมาของมหาบพิตรเลย. ทูตทั้งหลายจงไปยังทิศทั้ง ๔ นิมนต์สมณพราหมณ์ทั้งหลายมา มหาบพิตรจงทรงบำรุงสมณพราหมณ์ทั้งหลายด้วยข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะและคิลานปัจจัย. มหาบพิตรจงเป็นผู้มีพระกมลจิตอันผ่องใส ทรงอังคาสสมณพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าว น้ำ ได้ทรงบริจาคทานตามสติกำลัง และทรงเสวยแล้ว เป็นผู้อันเทวดาและมนุษย์ไม่ติเตียนจงเสด็จเข้าถึงสัคคสถานเถิด. ดูกรมหาบพิตร ก็ถ้าความเมาจะพึงครอบงำมหาบพิตรผู้อันหมู่นางนารีทั้งหลายแวดล้อมอยู่ มหาบพิตรจงทรงมนสิการคาถานี้ แล้วพึงตรัสคาถานี้ในท่ามกลางบริษัทว่า เมื่อชาติก่อนเราเป็นคนนอนอยู่กลางแจ้ง อันมารดาจัณฑาลี เมื่อจะไปป่าให้ดื่มน้ำนมมาแล้ว นอนคลุกคลีอยู่กับสุนัขทั้งหลายจนเติบโต มาบัดนี้ คนนั้นใครๆ เขาก็เรียกกันว่าพระราชา.
จบ จิตตสัมภูตชาดกที่ ๒.
จบ ๒. จิตตสัมภูตชาดก