พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · วีสตินิบาต
๑๓. หัตถิปาลชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๔๕–๒๒๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๑๔ ในวีสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๓ หตฺถิปาลชาตกํ
๑๓. หัตถิปาลชาดก
ว่าด้วยกาลเวลาไม่คอยใคร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก วีสตินิบาต หัตถิปาลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
จิรสฺสํ วต ปสฺสาม พฺราหฺมณํ เทววณฺณินํ
มหาชฏํ ขาริธรํ ๑ ปงฺกทนฺตํ รชสฺสิรํ ฯ
จิรสฺสํ วต ปสฺสาม อิสึ ธมฺมคุเณ รตํ
กาสายวตฺถวสนํ วากจีรํ ปริจฺฉทํ ๒ ฯ
อาสนํ อุทกํ ปชฺชํ ปฏิคฺคณฺหาตุ โน ภวํ
อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม อคฺฆํ กุรุตุ โน ภวํ ฯ
นานทีเดียว ข้าพเจ้าเพิ่งได้พบท่านพราหมณ์ผู้มีผิวพรรณดังเทพเจ้า มุ่นชฎาใหญ่ ทรงไว้ซึ่งหาบคอน มีฟันเขลอะ มีธุลีบนเศียร. นานทีเดียว ข้าพเจ้าเพิ่งได้พบท่านฤาษีผู้ยินดีในคุณธรรม นุ่งห่มผ้าย้อมน้ำฝาด ผ้าคากรอง ปกปิดโดยรอบ. ขอท่านผู้เจริญจงรับอาสนะ น้ำ ผ้าเช็ดเท้า และน้ำมันทาเท้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอต้อนรับท่านด้วยสิ่งของมีค่ามาก ได้กรุณารับของมีค่ามากของข้าพเจ้าเถิด.
อธิจฺจ เวเท ปริเยส วิตฺตํ
ปุตฺเต เคเห ตาต ปติฏฺฐเปตฺวา
คนฺเธ รเส ปจฺจนุโภตฺว ๓ สพฺพํ
อรญฺญํ สาธุ มุนิ โส ปสตฺโถ ฯ
ลูกรัก เจ้าจงเรียนวิชาและจงแสวงหาทรัพย์ จงปลูกฝังบุตรธิดาให้ดำรงอยู่ในเรือนเสียก่อน แล้วจงบริโภคกลิ่นรสและวัตถุกามทั้งปวงเถิด กิจที่จะอยู่ป่า เมื่อเวลาแก่สำเร็จประโยชน์ดี มุนีใดบวชในกาลเช่นนี้ได้มุนีนั้นพระอริยเจ้าสรรเสริญ.
เวทา น สจฺจา น จ วิตฺตลาโภ
น ปุตฺตลาเภน ชรํ วิหนฺติ
คนฺเธ รเส มุจฺจนมาหุ สนฺโต
สกมฺมุนา ๑ โหติ ผลูปปตฺติ ฯ
๑ ยุ. ภารธรํ ฯ ๒ ม. ปฏิจฺฉทํ ฯ ๓ ม. ปจฺจนุภุยฺย ฯ
วิชาเป็นของไม่จริง และลาภ คือ ทรัพย์ก็ไม่จริง ใครๆ จะห้ามความชราด้วยลาภ คือ บุตรไม่ได้เลย สัตบุรุษทั้งหลายสอนให้ปล่อยกลิ่นและรสทั้งหลายเสีย ความอุบัติแห่งผลย่อมมีได้เพราะกรรมของตน.
อทฺธา หิ สจฺจํ วจนํ ตเวตํ
สกมฺมุนา ๒ โหติ ผลูปปตฺติ
ชิณฺณา จ มาตาปิตโร ตวยิเม ๓
ปสฺเสยฺยุ ตํ วสฺสสตํ อโรคฺยํ ๔ ฯ
คำของท่านที่ว่า ความอุบัติแห่งผลย่อมมีได้เพราะกรรมของตนนั้น เป็นคำจริงแท้แน่นอน อนึ่ง บิดามารดาของท่านนี้ แก่เฒ่าแล้วหวังจะเห็นท่านมีอายุยืน ๑๐๐ ปี ไม่มีโรค.
ยสฺสสฺสุ สกฺขี มรเณน ราช
ชราย มิตฺตี ๕ นรวีร เสฏฺฐ
โย จาปิ ชญฺญา น มริสฺสํ กทาจิ
ปสฺเสยฺยุ ตํ วสฺสสตํ อโรคฺยํ ๖ ฯ
ยถาปิ นาวํ ปุริโสทกมฺหิ
เอเรติ เจนํ อุปเนติ ตีรํ
เอวํปิ พฺยาธิ สตตํ ชรา จ
อุปเนติ มจฺจุวสมนฺตกสฺส ๗ ฯ
ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐกว่านรชน ความเป็นสหายกับความตาย ความไมตรีกับความแก่ พึงมีแก่ผู้ใด หรือแม้ผู้ใดพึงรู้ว่าจักไม่ตาย มารดาบิดาพึงเห็นผู้นั้นมีอายุยืน ๑๐๐ ปี ไม่มีโรคเบียดเบียน ได้ในบางคราวบุรุษเอาเรือมาจอดไว้ที่ท่าน้ำ รับคนฝั่งนี้ส่งถึงฝั่งโน้น แล้วย้อนกลับรับคนฝั่งโน้นพามาส่งถึงฝั่งนี้ ฉันใด ชราและพยาธิก็ย่อมนำเอาชีวิตสัตว์ไปสู่อำนาจแห่งมัจจุราชอยู่เนืองๆ ฉันนั้น.
ปงฺโก จ กามา ปลิโป จ กามา
มโนหรา ทุตฺตรา มจฺจุเธยฺยา
เอตสฺมึ ปงฺเก ปลิเป วิสนฺนา ๘
หีนตฺตรูปา น ตรนฺติ ปารํ ฯ
อยํ ปุเร ลุทฺทมกาสิ กมฺมํ
สฺวายํ คหีโต น หิ โมกฺขิโต เม
โอรุนฺธิยา นํ ปริรกฺขิสฺสามิ
มายํ ปุน ลุทฺทมกาสิ กมฺมํ ฯ
๑-๒ สี. ยุ. สกมฺมนา ฯ ๓ ม. ตวิเม ฯ สี. ตเวเม ฯ ๔-๖ ม. ปสฺเสยฺยุํ ตํ วสฺสสตํ
อโรคํ ฯ ๕ ม. เมตฺตี ฯ ๗ ม. มจฺจํ ฯ ๘ ม. พฺยสนฺนา ฯ
กามทั้งหลายเป็นดังเปือกตม เป็นเครื่องให้จมลง และเป็นเครื่องนำไปซึ่งน้ำใจสัตว์ ข้ามได้ยาก เป็นที่ตั้งแห่งมฤตยู สัตว์ทั้งหลาย ผู้ข้องอยู่ในกามอันเป็นดังเปือกตม เป็นเครื่องให้จมลงนี้ เป็นสัตว์มีจิตเลวทรามย่อมข้ามถึงฝั่งไม่ได้. เมื่อครั้งก่อน อัตภาพของพระองค์นี้ ได้กระทำกรรมอันหยาบช้า ผลแห่งกรรมนั้นข้าพระองค์ถือไว้มั่นแล้ว ข้าพระองค์จะพ้นไปจากผลแห่งกรรมนี้ไม่ได้เลย ข้าพระองค์จักปิดกั้นรักษาอัตภาพนั้นอย่างรอบคอบ ขออัตภาพนี้อย่าได้ทำกรรมอันหยาบช้าอีกเลย.
ควํว นฏฺฐํ ปุริโส ยถา วเน
อเนฺวสติ ราช อปสฺสมาโน
เอวํ นฏฺโฐ เอสุการิ มมตฺโถ
โสหํ กถํ น คเวเสยฺยํ ราช ฯ
ข้าแต่พระเจ้าเอสุการี ประโยชน์ของข้าพระองค์ ย่อมพินาศไปเสียแล้วเหมือนบุรุษเลี้ยงโคไม่เห็นโคที่หายไปในป่า ฉะนั้น ข้าแต่พระราชาข้าพระองค์ได้เห็นทางแห่งบรรพชิตทั้งหลาย แล้วไฉนจะไม่แสวงหาการบรรพชาเล่า?
หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ
อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา
อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร ฯ
บุรุษกล่าวผัดเพี้ยนการงานที่ควรจะทำในวันนี้ว่า ควรทำในวันพรุ่งนี้ การงานที่ควรจะทำในวันพรุ่งนี้ว่า ควรทำในวันต่อไป ย่อมเสื่อมจากการงานนั้น ธีรชนคนใดรู้ว่า สิ่งใดเป็นอนาคต สิ่งนั้นไม่มีแล้ว พึงบรรเทาความพอใจที่เกิดขึ้นเสีย.
ปสฺสามิ โวหํ ทหรึ กุมารึ
มตฺตูปมํ เกตกปุปฺผเนตฺตํ
อภุตฺวา ๑ โภเค ปฐเม วยสฺมึ
อาทาย มจฺจุ วชเต กุมารึ ฯ
ยุวา สุชาโต สุมุโข สุทสฺสโน
สาโม กุสุมฺภปริกิณฺณมสฺสุ
หิตฺวาน กาเม ปฏิคจฺฉ ๒ เคหํ
อนุชาน มํ ปพฺพชิสฺสามิ เทว ฯ
ข้าพระองค์ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง รูปร่างงามพอประมาณ มีดวงเนตรเหมือนดอกการเกต มัจจุราชมาฉุดคร่าพาหญิงสาวคนนั้นซึ่งกำลังตั้งอยู่ในปฐมวัย ยังไม่ทันได้บริโภคสมบัติไป. อนึ่ง ชายหนุ่มมีทรวดทรงงาม มีใบหน้าผ่องใส น่าดูน่าชม มีวรรณะเรืองรองดังทองคำ มีหนวดเคราละเอียดอ่อนดังเกสรดอกคำฝอย แม้ชายหนุ่มเห็นปานนี้ก็ย่อมไปสู่อำนาจแห่งมฤตยู ขอเดชะ ข้าพระองค์จะละกามและเรือนเสียแล้วจักบวช ขอได้โปรดทรงพระกรุณาอนุญาตข้าพระองค์เถิด.
สาขาหิ รุกฺโข ลภเต สมญฺญํ
ปหีนสาขํ ปน ขาณุมาหุ
ปหีนปุตฺตสฺส มมชฺช โภติ
วาเสฏฺฐิ ภิกฺขาจริยาย กาโล ฯ
๑ ม. อภุตฺตโภเค ฯ ๒ ม. ปฏิกจฺจ ฯ สี. ปฏิคจฺจ ฯ
ดูกรแม่วาเสฏฐี ต้นไม้จะได้นามโวหารว่า ต้นไม้ได้ ก็เพราะมีกิ่งและใบ ชาวโลกเขาเรียกต้นไม้ที่ไม่มีกิ่งและใบว่า เป็นตอไม้ วันนี้ เราผู้มีบุตรละทิ้งไปเสียแล้ว เวลานี้ เราสมควรจะบวชเที่ยวภิกขาจารไป.
อฆสฺมึ โกญฺจาว ยถา หิมจฺจเย
กตานิ ๑ ชาลานิ ปทาเลยฺยุ ๒ หํสา
คจฺฉนฺติ ปุตฺตา จ ปตี จ มยฺหํ
สาหํ กถํ นานุวเช ปชานํ ฯ
นกกระเรียนทั้งหลายบินไปในอากาศได้คล่องแคล่ว ฉันใด หงส์ทั้งหลายเมื่อสิ้นฤดูฝนแล้ว พึงทำลายใยที่แมลงมุมทำไว้ แล้วออกไปได้ ฉันนั้นบุตรและสามีของเราพากันไปหมด ไฉนเราจะไม่ปฏิบัติตามบุตรและสามีของเราเล่า.
เอเต ภุตฺวา วมิตฺวา จ ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา
เย จ ภุตฺวา น วมึสุ เต เม หตฺถตฺถมาคตา ฯ
อวมิ พฺราหฺมโณ กาเม โส ตฺวํ ปจฺจาวมิสฺสสิ
วนฺตาโท ปุริโส ราช น โส ๓ โหติ ปสํสิโย ฯ
แร้งเหล่านี้ กินเนื้อและสำรอกออกหมดแล้ว ย่อมพากันบินไปได้ฝ่ายแร้งเหล่าใด กินเนื้อแล้วไม่สำรอกเนื้อออกเสีย แร้งเหล่านั้น ก็พากันตกอยู่ในเงื้อมมือของหม่อมฉัน. ข้าแต่พระราชา พราหมณ์ได้คลายกามทั้งหลายออกทิ้งแล้ว ส่วนพระองค์นั้นกลับรับเอากามนั้นไว้บริโภคอีกบุรุษผู้บริโภคสิ่งที่ผู้อื่นคายออกแล้ว ไม่พึงได้รับความสรรเสริญเลย.
ปงฺเก จ โปสํ ปลิเป พฺยสนฺนํ
พลี ยถา ทุพฺพลมุทฺธเรยฺย
เอวมฺปิ มํ ตฺวํ อุทตาริ โภติ
ปญฺจาลิ คาถาหิ สุภาสิตาหิ ฯ
ดูกรพระนางปัญจาลีผู้เจริญ บุรุษผู้มีกำลังช่วยฉุดบุรุษทุพพลภาพ ผู้จมอยู่ในเปือกตมขึ้นได้ ฉันใด เธอก็ช่วยผยุงฉันให้ขึ้นจากกามได้ด้วยคาถาอันเป็นสุภาษิต ฉันนั้นแล.
อิทํ วตฺวา มหาราชา เอสุการี ทิสมฺปติ
รฏฺฐํ หิตฺวาน ปพฺพชฺชิ นาโค เฉตฺวาว พนฺธนํ ฯ
พระเจ้าเอสุการีมหาราชา ผู้เป็นอธิบดีในทิศ ทรงภาษิตคาถานี้แล้ว ทรงละรัฐสีมาเสด็จออกบรรพชา ดุจช้างตัวประเสริฐสลัดเครื่องผูกให้ขาดไปได้ ฉะนั้น.
ราชา จ ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ
รฏฺฐํ ปหาย นรวีรเสฏฺโฐ
ตุวํปิ โน โหหิ ยเถว ราชา
อเมฺหหิ คุตฺตา อนุสาส รชฺชํ ฯ
ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐที่สุดกว่านรชน ทรงพอพระทัยในบรรพชาเพศ ละรัฐสีมาไปแล้ว ขอพระนางเจ้าโปรดเป็นพระราชาแห่งข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายเถิด พระนางเจ้า อันข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายคุ้มครองแล้ว โปรดเสวยราชสมบัติเหมือนพระราชาเถิด.
ราชา จ ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ
รฏฺฐํ ปหาย นรวีรเสฏฺโฐ
อหํปิ เอกา ๑ จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ มโนรมานิ ฯ
ราชา จ ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ
รฏฺฐํ ปหาย นรวีรเสฏฺโฐ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ ฯ
อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย
วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ มโนรมานิ ฯ
อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย
วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ ฯ
อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย
วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
อหํปิ เอกา จริสฺสามิ โลเก
สีติภูตา สพฺพมติจฺจ สงฺคนฺติ ฯ
๑ สี. ยุ. กนฺตานิ ฯ ๒ ม. ปทาลิย ฯ ๓ สี. ยุ. เต ฯ
๑ สี. เอกาว ฯ เอวมุปริปิ ฯ
ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐที่สุดกว่านรชน ทรงพอพระทัยในบรรพชาเพศ ละรัฐสีมาไปแล้ว แม้เราก็จักละกามทั้งหลายอันน่ารื่นรมย์ใจ เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐที่สุดกว่านรชน ทรงพอพระทัยในบรรพชาเพศ ละรัฐสีมาไปแล้ว แม้เราก็จักละกามทั้งหลายอันตั้งอยู่เป็นถ่องแถว แล้วเที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียวกาลย่อมล่วงไปๆ ราตรีย่อมผ่านไปๆ ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักละกามทั้งหลายอันน่ารื่นรมย์ใจ เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว. กาลย่อมล่วงไปๆ ราตรีย่อมผ่านไปๆ ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักละกามทั้งหลายอันตั้งอยู่เป็นถ่องแถว เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว. กาลย่อมล่วงไปๆ ราตรีย่อมผ่านไปๆ ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักเป็นผู้เย็นใจ ก้าวล่วงความข้องทั้งปวง เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว.
จบ หัตถิปาลชาดกที่ ๑๓.
จบ ๑๓. หัตถิปาลชาดก