arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · วีสตินิบาต

๔. ศิริมันทชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๘๔–๒๑๐๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๔ ในวีสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔ สิริมนฺทชาตกํ ๒

๔. ศิริมันทชาดก

ว่าด้วยปัญญาประเสริฐ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก วีสตินิบาต ศิริมันทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺญายุเปตํ สิริยา วิหีนํ

ยสสฺสินํ วาปิ อเปตปญฺญํ

ปุจฺฉามิ เสนก เอตมตฺถํ

กเมตฺถ เสยฺโย กุสลา วทนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านอาจารย์เสนก เราขอถามเนื้อความนี้ บรรดาคนสองพวก คือ คนผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาแต่เสื่อมจากศิริ กับคนที่มียศแต่ไร้ปัญญา นักปราชญ์กล่าวคนไหนว่าประเสริฐ?

บาลี (สยามรัฐ)

ธีรา จ พาลา จ หเว ชนินฺท

สิปฺปูปปนฺนา จ อสิปฺปิโน จ

สุชาติมนฺโตปิ อชาติมสฺส

ยสสฺสิโน เปสกรา ๓ ภวนฺติ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาราษฎร์ คนฉลาด หรือคนโง่ คนบริบูรณ์ด้วยศิลปะ หรือคนหาศิลปะมิได้ แม้จะมีชาติสูง ก็ย่อมเป็นคนรับใช้ของคนผู้มีชาติต่ำแต่มียศ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นความดังนี้ จึงขอกราบทูลว่า คนมีปัญญา เป็นคนเลวทราม คนมีศิริแล เป็นคนประเสริฐพระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ตุวมฺปิ ปุจฺฉามิ อโนมปญฺญ

มโหสธ เกวลธมฺมทสฺสิ

พาลํ ยสสฺสึ ปณฺฑิตํ อปฺปโภคํ

กเมตฺถ เสยฺโย กุสลา วทนฺติ ฯ

๑ สี. ทตฺวา มานุสกํ ฯ ๒ ม. สิริมนฺตชาตกํ ฯ ๓ สี. ยุ. เปสฺสการา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมโหสถผู้มีปัญญาไม่ทราม ผู้เห็นธรรมสิ้นเชิง เราถามเจ้าในคนสองพวก คือ คนพาลผู้มียศ กับบัณฑิตผู้ไม่มีโภคะ นักปราชญ์กล่าวคนไหนว่าประเสริฐ.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาปานิ กมฺมานิ กโรนฺติ พาลา ๑

อิทเมว ๒ เสยฺโย อิติ มญฺญมานา ๓

อิธโลกทสฺสี ปรโลกํ อทสฺสี

อุภยตฺถ พาโล กลิมคฺคเหสิ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

ฉบับหลวง

คนพาลกระทำกรรมอันชั่วช้า ก็สำคัญว่า สิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ เห็นแต่เพียงโลกนี้ ไม่เห็นโลกหน้า ต้องได้รับเคราะห์ร้ายในโลกทั้งสองข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

น สิปฺปเมตํ วิทธาติ โภคํ

น พนฺธวา น สรีราวกาโส

ปสฺเสฬมูคํ สุขเมธมานํ

สิรีหีนํ ภชเต โครวินฺทํ ๕

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

ฉบับหลวง

ศิลปะนี้ก็ดี พวกพ้องก็ดี ร่างกายก็ดี หาได้จัดโภคสมบัติมาให้ไม่มหาชนย่อมคบหาโควินทเศรษฐี ผู้มีน้ำลายไหลออกจากคางทั้งสองข้างผู้ได้รับความสุข มีศิริต่ำช้า ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา เป็นคนเลวทราม คนมีศิริเท่านั้นเป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ลทฺธา สุขํ มชฺชติ อปฺปปญฺโญ

ทุกฺเขน ผุฏฺโฐปิ ปโมหเมติ

อาคนฺตุนา สุขทุกฺเขน ผุฏฺโฐ

ปเวธติ วาริจโรว ฆมฺเม

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

ฉบับหลวง

คนมีปัญญาน้อย ได้รับความสุขแล้ว ย่อมมัวเมา แม้ถูกความทุกข์กระทบแล้ว ย่อมถึงความหลง อันสุขทุกข์ที่จรมากระทบเข้าแล้ว ย่อมหวั่นไหว ดุจปลาที่ดิ้นรนอยู่ในที่ร้อน ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุมํ ยถา สาทุผลํ อรญฺเญ

สมนฺตโต สมภิสรนฺติ ๑ ปกฺขี

เอวมฺปิ อทฺธํ สธนํ สโภคํ

พหุชฺชโน ภชฺชติ ๒ อตฺถเหตุ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

๑ ม. กโรติ พาโล ฯ ๒ ม. อิธเมว ฯ ๓ ม. มญฺญมาโน ฯ ๔ ม. น พนฺธุวา

น สรีรวณฺโณ โย ฯ ๕ สี. ยุ. โคริมนฺทํ ฯ

ฉบับหลวง

ฝูงนกย่อมพากันบินเร่ร่อนไปมาโดยรอบต้นไม้ ที่มีผลดีในป่า ฉันใดคนเป็นอันมากย่อมคบหาผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์ มีโภคสมบัติ เพราะเหตุต้องการทรัพย์ ก็ฉันนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา เป็นคนเลวทราม คนมีศิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐพระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

น สาธุ พลวา พาโล สาหสํ ๓ วินฺทเต ธนํ

กนฺทนฺตเมตํ ทุมฺเมธํ กฑฺฒนฺติ นิรยํ ภุสํ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

ฉบับหลวง

คนโง่ถึงจะมีกำลังก็หายังประโยชน์ให้สำเร็จไม่ ได้ทรัพย์มาด้วยกรรมอันร้ายแรง นายนิรยบาลทั้งหลาย ย่อมฉุดคร่าเอาคนโง่ ผู้ไม่ฉลาดคร่ำครวญอยู่ ไปสู่นรกอันร้ายกาจ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้จึงกราบทูลว่าคนมีปัญญาเท่านั้น ประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ยากาจิ นชฺโช คงฺคมภิสวนฺติ ๔

สพฺพาว ตา นามโคตฺตํ ชหนฺติ

คงฺคา สมุทฺทํ ปฏิปชฺชมานา

น ขายเต อิทฺธิปโร ๕ หิ โลเก ๖

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

ฉบับหลวง

แม่น้ำแห่งใดแห่งหนึ่ง ย่อมไหลไปสู่แม่น้ำคงคา แม่น้ำเหล่านั้นทั้งหมดเทียว ย่อมละทิ้งชื่อและถิ่นเดิม แม่น้ำคงคาไหลไปถึงมหาสมุทรย่อมไม่ปรากฏชื่อ คนในโลกนี้ที่มีฤทธิ์ยิ่ง ก็ไม่ปรากฏ ฉันนั้นแลข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา เป็นคนเลวทราม คนมีศิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ยเมตมกฺขา อุทธึ มหนฺตํ

ปยนฺติ ๗ นชฺโช สพฺพกาลํ อสงฺขฺยํ

โส สาคโร นิจฺจมุฬารเวโค

เวลํ น อจฺเจติ มหาสมุทฺโท

เอวมฺปิ พาลสฺส ปชปฺปิตานิ

ปญฺญํ น อจฺเจติ สิรี กทาจิ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

๑ สี. ยุ. สมภิจรนฺติ ฯ ๒ ม. ภชติ ฯ ๓ ม. สาหสา ฯ ๔ ม. คงฺคามภิสฺสวนฺติ ฯ

๕ อิทฺธิวโรติปิ ฯ ม. อิทฺธึ ปญฺโญปิ ฯ ๖ สี. ยุ. โลโก ฯ ๗ ม. สวนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพระพุทธเจ้าจะกล่าวแก้ปัญหาที่ท่านอาจารย์กล่าว แม่น้ำทั้งหลายย่อมไหลไปสู่ทะเลใหญ่ไม่ได้ตลอดกาลทั้งปวง ทะเลนั้นมีกำลังมากเป็นนิตย์ มหาสมุทรย่อมไม่ล่วงเลยฝั่งไปได้ ฉันใด กิจการที่คนโง่ประสงค์ ก็ฉันนั้น คนมีศิริย่อมไม่ล่วงเลยคนมีปัญญาไปได้ไม่ว่าในกาลไหนๆ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร.

บาลี (สยามรัฐ)

อสญฺญโต เจปิ ปเรสมตฺถํ

ภณาติ สณฺฐานคโต ๑ ยสสฺสี

ตสฺเสว ตํ รูหติ ญาติมชฺเฌ

สิรีหีนํ ๒ การยเต น ปญฺญํ ๓

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าแม้คนมียศไม่สำรวมแล้ว อยู่ในที่วินิจฉัย กล่าวข้อความแก่ชนเหล่าอื่น คำพูดของคนนั้นย่อมเจริญงอกงามในท่ามกลางญาติ คนมีปัญญายังคนผู้มีศิริต่ำช้าให้ทำตามคำของตนไม่ได้ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา เป็นคนเลวทราม คนมีศิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปรสฺส วา อตฺตโน วาปิ เหตุ

พาโล มุสา ภาสติ อปฺปปญฺโญ

โส นินฺทิโต โหติ สภาย มชฺเฌ

ปจฺฉาปิ ๔ โส ทุคฺคติคามิ โหติ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

ฉบับหลวง

คนโง่หาปัญญามิได้ ย่อมกล่าวมุสา เพราะเหตุแห่งบุคคลอื่น หรือแม้แห่งตน คนโง่นั้นย่อมถูกนินทาในท่ามกลางบริษัท แม้ภายหลังเขาก็ต้องไปทุคติ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่าคนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถมฺปิ เจ ภาสติ ภูริปญฺโญ

อนาฬิโย ๕ อปฺปธโน ทลิทฺโท

น ตสฺส ตํ รูหติ ญาติมชฺเฌ

สิรี จ ปญฺญาณวโต น โหติ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

๑ สี. สนฺถานคโต ฯ ม. สนฺธานคโต ฯ ๒ ม. สิรี หิ นํ ฯ ๓ ม. ปญฺญา ฯ สี. ปญฺโญ ฯ

๔ สี. ยุ. เปจฺจมฺปิ ฯ ๕ ยุ. อนาลโย ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าคนมีปัญญาดังแผ่นดิน ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีทรัพย์ เป็นคนเข็ญใจกล่าวข้อความ คำพูดของเขานั้นย่อมไม่เจริญงอกงามในท่ามกลางบริษัทอนึ่ง ศิริของคนมีปัญญาย่อมไม่มี ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา เป็นคนเลวทราม คนมีศิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปรสฺส วา อตฺตโน วาปิ เหตุ

น ภาสติ อลิกํ ภูริปญฺโญ

โส ปูชิโต โหติ สภาย มชฺเฌ

ปจฺฉาปิ โส สุคฺคติคามิ โหติ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ9

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

ฉบับหลวง

คนมีปัญญาดังแผ่นดิน ย่อมไม่กล่าวคำเหลาะแหละ เพราะเหตุแห่งคนอื่น หรือแม้แห่งตน บุคคลนั้นย่อมเป็นผู้อันมหาชนบูชาในท่ามกลางที่ประชุม แม้ภายหลังเขาก็จะไปสุคติ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

หตฺถิควสฺสา มณิกุณฺฑลา จ

นาริโย ๑ จ อิทฺเธสุ กุเลสุ ชาตา

สพฺพาว ตา อุปโภคา ภวนฺติ

อิทฺธสฺส โปสสฺส อนิทฺธิมนฺโต

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

ฉบับหลวง

ช้าง ม้า โค แก้วมณี กุณฑล และนางนารีทั้งหลายผู้เกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง สิ่งทั้งปวงนั้นย่อมเป็นเครื่องอุปโภคของคนที่มั่งคั่ง คนทั้งหลายผู้ไม่มั่งคั่ง ก็ย่อมเป็นเครื่องอุปโภคของคนที่มั่งคั่ง ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลวทราม คนมีศิริเท่านั้นเป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อสํวิหิตกมฺมนฺตํ พาลํ ทุมฺมนฺติมนฺตินํ ๒

สิรี ชหติ ทุมฺเมธํ ชิณฺณํว อุรโค ตจํ

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

ฉบับหลวง

ศิริย่อมละคนโง่ผู้ไม่จัดแจงการงาน ไม่มีความคิด มีปัญญาทรามเหมือนงูละทิ้งคราบเก่าไป ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้น ประเสริฐคนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจ ปณฺฑิตา มยํ ภทนฺเต

สพฺเพ ปญฺชลิกา อุปฏฺฐิตา ตํ ๑

ตฺวํ โน อภิภุยฺย อิสฺสโรสิ

สกฺโกว ภูตปฺปติ เทวราชา

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญ นิหีโน สิริมาว เสยฺโย ฯ

๑ ม. ถิโย ฯ ๒ ม. ทุมฺเมธมนฺตินํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ คน เป็นบัณฑิต ทุกคนกราบไหว้บำรุงพระองค์ พระองค์เป็นอิสระครอบงำข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ดุจท้าวสักกเทวราชผู้เป็นเจ้าแห่งหมู่สัตว์ ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา เป็นคนเลวทรามคนมีศิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ทาโสว ปญฺญสฺส ยสสฺสิ พาโล

อตฺเถสุ ชาเตสุ ตถาวิเธสุ

ยํ ปณฺฑิโต นิปุณํ สํวิเธติ

สมฺโมหมาปชฺชติ ตตฺถ พาโล

เอตมฺปิ ทิสฺวาน อหํ วทามิ

ปญฺโญว เสยฺโย น ยสสฺสิ พาโล ฯ

ฉบับหลวง

คนโง่ถึงจะมียศ ก็เป็นทาสของคนมีปัญญา เมื่อกิจการต่างๆ เกิดขึ้นคนฉลาดย่อมจัดแจงกิจอันละเอียดใด คนโง่ย่อมถึงความหลงใหลในกิจนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญานั้นแลประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา หิ ปญฺญาว สตํ ปสตฺถา

กนฺตา สิรี โภครตา มนุสฺสา

ญาณญฺจ พุทฺธานมตุลฺยรูปํ

ปญฺญํ น อจฺเจติ สิรี กทาจิ ฯ

ฉบับหลวง

แท้จริง สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญปัญญาเท่านั้น ศิริเป็นที่ใคร่ของคนโง่ เพราะมนุษย์ทั้งหลายยินดีในโภคสมบัติ ก็ความรู้ของท่านผู้รู้ทั้งหลาย ใครๆ ชั่งไม่ได้ ในกาลไหนๆ คนมีศิริย่อมไม่ล่วงเลยคนมีปัญญาไปได้ ไม่ว่าในกาลไหนๆ.

บาลี (สยามรัฐ)

ยนฺตํ อปุจฺฉิมฺห อกิตฺตยี โน

มโหสธ เกวลธมฺมทสฺสิ

ควํสหสฺสํ อุสภญฺจ นาคํ

อาชญฺญยุตฺเต จ รเถ ทส อิเม

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต คามวรานิ โสฬสาติ ฯ

สิริมนฺทชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

๑ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมโหสถผู้เห็นธรรมทั้งสิ้น เราได้ถามปัญหาข้อใดกะเจ้า เจ้าได้ประกาศปัญหาข้อนั้นแก่เราแล้ว เรายินดีด้วยการแก้ปัญหาของเจ้า เราให้โคพันหนึ่ง โคอุสุภราชา ช้าง รถเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑๐ ตัวและบ้านส่วย ๑๖ ตำบล แก่เจ้า.

จบ ศิริมันทชาดกที่ ๔.

จบ ๔. ศิริมันทชาดก