พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · วีสตินิบาต
๖. หังสชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๒๔–๒๑๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๔ ในวีสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๖ หํสชาตกํ ๓
๖. หังสชาดก
ว่าด้วยหงส์สุมุขะผู้ภักดี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก วีสตินิบาต หังสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา
หริตฺตจ เหมวณฺณ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ
โอหาย มํ ญาติคณา เอกํ ปาสวสํ คตํ
อนเปกฺขมานา คจฺฉนฺติ กึ เอโก อวหิยฺยสิ ฯ
ปเตว ปตตํ เสฏฺฐ นตฺถิ พนฺเธ สหายกา
มา อนีฆาย หาเปสิ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ
ดูกรสุมุขะ ผู้มีผิวพรรณงามดังทองคำ หงส์เหล่านี้ถูกภัยคุกคามแล้ว มีตัวงอบินหนีไป ท่านจงหนีไปตามปรารถนาเถิด. หมู่ญาติทั้งหลายละทิ้งเราติดอยู่ในบ่วงผู้เดียว ไม่ห่วงใย พากันบินหนีไป ท่านผู้เดียวจะห่วงอยู่ทำไม? ดูกรสุมุขะผู้ประเสริฐ ท่านควรจะบินหนีเอาตัวรอด เพราะความเป็นสหายในเราผู้ติดบ่วงย่อมไม่มี ท่านอย่าทำความเพียรให้เสื่อมเสียเพราะความไม่มีทุกข์เลย จงรีบบินหนีไปตามความปรารถนาเถิด.
นาหํ ทุกฺขปเรโตติ ธตรฏฺฐ ตุวํ ชเห
ชีวิตํ มรณํ วา เม ตยา สทฺธึ ภวิสฺสติ ฯ
ข้าแต่ท้าวธตรฐมหาราช ถึงพระองค์จะถูกทุกข์ครอบงำ ข้าพระพุทธเจ้าก็จักไม่ละทิ้งพระองค์ไป ข้าพระพุทธเจ้าจักเป็น หรือจักตายก็จักร่วมอยู่กับพระองค์.
เอตทริยสฺส กลฺยาณํ ยํ ตฺวํ สุมุข ภาสสิ
ตญฺจ วีมํสมานาหํ ๔ ปตเต ตํ อวสฺสชึ ฯ
ดูกรสุมุขะ ท่านกล่าวคำใด คำนั้นเป็นคำดีงามของพระอริยเจ้า อนึ่งเล่าเราเมื่อจะทดลองท่านจึงได้พูดกะท่านว่า จงบินหนีไป.
อปเทน ปทํ ยาติ อนฺตลิกฺขจโร ทิโช
อารา ปาสํ น พุชฺฌิ ตฺวํ หํสานํ ปวรุตฺตม ๕ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย นกตัวสัญจรไปในอากาศ ย่อมบินไปสู่ทางโดยที่มิใช่ทางได้ พระองค์ไม่ทรงทราบบ่วงแต่ที่ไกลดอกหรือ?
ยทา ปราภโว โหติ โปโส ชีวิตสงฺขเย
อถ ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌติ ฯ
๑ ม. กสิวาณิชฺชา ฯ ๒ สี. ยุ. อกรา ปุนนฺติ ฯ ๓ ม. จูฬหํสชาตกํ ฯ
๔ ม. วิมํสมาโนหํ ฯ ๕ สี. ยุ. ปวรุตฺตโม ฯ
คราวใด จะมีความเสื่อม คราวนั้น เมื่อถึงคราวจะสิ้นชีพ สัตว์แม้จะติดบ่วง ติดข่ายก็ย่อมไม่รู้สึก.
เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา
หริตฺตจ เหมวณฺณ ตฺวญฺเญว อวหิยฺยสิ ฯ
เอเต ภุตฺวา จ ปิตฺวา จ ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา
อนเปกฺขมานา วงฺกงฺคา ตฺวญฺเจเวโก ๑ อุปาสสิ ฯ
กึ นุ ตายํ ๒ ทิโช โหติ มุตฺโต พนฺธํ อุปาสสิ
โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ เอโก อวหิยฺยสิ ฯ
ดูกรสุมุขะ ผู้มีผิวพรรณงามดังทองคำ หงส์เหล่านี้ถูกภัยคุกคามแล้ว มีตัวงอพากันบินหนีไป ท่านเท่านั้นมัวพะวงอยู่. หงส์เหล่านั้นกินและดื่มแล้วก็พากันบินหนีไป มิได้แลเหลียวถึงใคร ก็ท่านผู้เดียวจะมาเฝ้าอยู่ทำไมเล่า? หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับท่านหนอ ท่านพ้นแล้วจากบ่วงทำไมจึงมาเป็นห่วงหงส์ผู้ติดบ่วงอยู่เล่า หงส์ทั้งหลายเขาพากันทอดทิ้งไปแล้ว ท่านผู้เดียวมาพะวงอยู่ทำไม?
ราชา เม โส ทิโช มิตฺโต สขา ปาณสโม จ เม
เนว นํ วิชหิสฺสามิ ยาว กาลสฺส ปริยายํ ฯ
หงส์ตัวนั้นเป็นราชาของเรา เป็นมิตรสหายเสมอด้วยชีวิตของเรา เราจักไม่ทอดทิ้งท่านไปจนตราบเท่าจนวันตาย.
โย จ ตฺวํ สขิโน เหตุ ปาณํ จชิตุมิจฺฉสิ
โส เต สหายํ มุญฺจามิ โหตุ ราชา ตวานุโค ฯ
ท่านปรารถนาจะสละชีวิต เพราะเหตุแห่งสหาย เราจักปล่อยสหายของท่านไป ขอพญาหงส์จงไปตามความประสงค์ของท่านเถิด.
เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ
ยถาหมชฺช นนฺทามิ ทิสฺวา มุตฺตํ ทิชาธิปํ ฯ
ดูกรนายพราน วันนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพญาหงส์ตัวเป็นใหญ่ในหมู่ทิชาชาติพ้นจากบ่วงแล้วย่อมชื่นชม ยินดี ฉันใด ขอท่านพร้อมกับหมู่ญาติทั้งปวง จงชื่นชม ยินดี ฉันนั้นเถิด.
กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ
กจฺจิ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสสิ ฯ
พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ทรงเกษมสำราญดีหรือ โรคาพยาธิมิได้เบียดเบียนพระองค์หรือ รัฐสีมาอาณาจักรของพระองค์นี้สมบูรณ์ดีหรือพระองค์ปกครองประชาราษฎรโดยธรรมหรือ?
กุสลญฺเจว เม หํส อโถ หํส อนามยํ
อโถ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสหํ ฯ
ดูกรพญาหงส์ เราเกษมสำราญดี ทั้งโรคาพยาธิก็มิได้เบียดเบียน รัฐสีมาอาณาจักรของเรานี้ก็สมบูรณ์ดี เราปกครองราษฎรโดยธรรม.
กจฺจิ โภโต อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ
กจฺจิ อารา อมิตฺตา เต ฉายา ทกฺขิณโตริว ฯ
โทษผิดอะไรๆ ในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีอยู่หรือ หมู่ศัตรูห่างไกลจากพระองค์ เหมือนเงาย่อมไม่เจริญทางทิศทักษิณ แลหรือ?
อโถปิ เม อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ
อโถ อารา อมิตฺตา เม ฉายา ทกฺขิณโตริว ฯ
๑ ม. ตฺวญฺเญเวโก ฯ ๒ ม. ตฺยายํ ฯ
โทษผิดอะไรๆ ในหมู่อำมาตย์ของเราไม่มีเลย อนึ่ง หมู่ศัตรูก็ห่างไกลจากเรา เหมือนเงาย่อมไม่เจริญทางด้านทิศทักษิณ ฉะนั้น.
กจฺจิ เต สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี
ปุตฺตรูปยสูเปตา ตว ฉนฺทวสานุคา ฯ
พระมเหสีของพระองค์ มิได้ทรงประพฤติล่วงละเมิดพระทัย ทรงเชื่อฟังทรงปราศรัยน่ารัก พร้อมพรักไปด้วยปุตตสมบัติ รูปสมบัติ และยศสมบัติ ยังเป็นที่โปรดปรานของพระองค์หรือ?
อโถ เม สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี
ปุตฺตรูปยสูเปตา มม ฉนฺทวสานุคา ฯ
มเหสีของเราเป็นเช่นนั้น ทรงเชื่อฟังถ้อยคำ ทรงปราศรัยน่ารัก พร้อมพรักไปด้วยปุตตสมบัติ รูปสมบัติ และยศสมบัติ ยังเป็นที่โปรดปรานของเราอยู่.
กจฺจิ เต พหโว ปุตฺตา สุชาตา รฏฺฐวฑฺฒน
ปญฺญาชเวน สมฺปนฺนา สมฺโมทนฺติ ตโต ตโต ฯ
พระโอรสของพระองค์มีมากพระองค์ ทรงอุบัติมาเป็นศรีสวัสดี ในรัฐสีมาอันเจริญ ทรงสมบูรณ์ด้วยพระปรีชาเฉลียวฉลาด ย่อมทรงบันเทิงพระทัยแต่ที่นั้นๆ อยู่แลหรือ?
สตํ เอโก จ เม ปุตฺตา ธตรฏฺฐ มยา สุตา(
เตสํ ตฺวํ กิจฺจมกฺขาหิ นาวรุชฺฌนฺติ ๑ เต วโจ ฯ
ดูกรพระยาหงส์ธตรฐ เราปรากฏว่ามีโอรสถึง ๑๐๑ คน ขอท่านได้โปรดชี้แจงกิจที่ควรแก่โอรสเหล่านั้นด้วยเถิด โอรสเหล่านั้นจะไม่ดูหมิ่นถ้อยคำของท่านเลย.
อุปปนฺโนปิ เจ โหติ ชาติยา วินเยน วา
อถ ปจฺฉา กุรุเต โยคํ กิจฺเจ อาวาสุ ๒ สีทติ ฯ
ตสฺส สํหีรปญฺญสฺส วิวโร ชายเต มหา
รตฺติมนฺโธว รูปานิ ถูลานิ มนุปสฺสติ ฯ
อสาเร สารโยคญฺญู มตึ นเตฺวว วินฺทติ
สรโภว คิริทุคฺคสฺมึ อนฺตราเยว สีทติ ฯ
หีนชจฺโจปิ เจ โหติ อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร
อาจารสีลสมฺปนฺโน นิเส อคฺคีว ภาสติ ฯ
เอตํ เว ๓ อุปมํ กตฺวา ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย ๔
สํวิรูเฬฺหถ เมธาวี เขตฺเต พีชํว วุฏฺฐิยาติ ฯ
๑ สี. ยุ. นาวรชฺฌนฺติ ฯ ๒ ม. กิจฺเฉ อาปาสุ ฯ ๓ ม. เม ฯ ๔ ม. วาจย ฯ
ถ้าแม้ว่า บุคคลประกอบด้วยชาติ หรือวินัย แต่กระทำความเพียรในภายหลัง เมื่อกิจที่จำต้องทำเกิดขึ้น ย่อมต้องจมอยู่ในห้วงอันตราย. ช่องทางรั่วไหลแห่งโภคสมบัติเป็นต้น ก็จะเกิดใหญ่โตขึ้นกับบุคคลผู้มีปัญญาง่อนแง่นนั้น บุคคลนั้นย่อมมองเห็นได้แต่รูปที่หยาบๆ เหมือนความมืดในราตรี ฉะนั้น. บุคคลผู้ประกอบความเพียรในสิ่งอันไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ ก็ย่อมไม่ประสบความรู้เลยทีเดียว ย่อมจะจมลงในห้วงอันตรายอย่างเดียว เหมือนกวางวิ่งโลดโผนไปในซอกผา ตกจมเหวลงไปในระหว่างทาง ฉะนั้น. ถึงหากว่า นรชนจะเป็นผู้มีชาติเลวทราม แต่เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียร มีปัญญา ประกอบด้วยอาจาระและศีล ย่อมจะรุ่งเรือง เหมือนกองไฟในกลางคืน ฉะนั้น ขอพระองค์ทรงทำข้อนั้นนั่นแลให้เป็นเครื่องเปรียบเทียบ แล้วทรงยังพระโอรสทั้งหลายให้ดำรงอยู่ในวิชา บุคคลผู้มีปัญญาย่อมงอกงาม เหมือนพืชในนางอกงามขึ้นเพราะน้ำฝน ฉะนั้น.
จบ หังสชาดกที่ ๖
จบ ๖. หังสชาดก