พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหานิบาต
๕. มโหสถชาดก เล่ม ๒๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๐๐–๖๘๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในมหานิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๕ มโหสธชาตกํ ๓
มโหสถชาดก
พระมโหสถบัณฑิตทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก มหานิบาต มโหสถชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)
ปญฺจาโล สพฺพเสนาย พฺรหฺมทตฺโตยมาคโต ฯ
สายํ ปญฺจาลิยา เสนา อปฺปเมยฺยา มโหสธ ฯ
วิทฺธิมตี ๔ ปตฺติมตี สพฺพสงฺคามโกวิทา
โอหารินี สทฺทวตี เภรีสงฺขปฺปโพธนา ฯ
โลหวิชฺชา อลงฺการา ธชินี วามโรหินี
สิปฺปิเยหิ สุสมฺปนฺนา สูเรหิ สุปฺปติฏฺฐิตา ฯ
ทเสตฺถ ปณฺฑิตา อาหุ ภูริปญฺญา รโหคตา ๕
มาตา เอกาทสี รญฺโญ ปญฺจาลิยํ ปสาสติ ฯ
อเถตฺเถกสตํ ขตฺยา อนุยนฺตา ยสสฺสิโน
อจฺฉินฺนรฏฺฐา พฺยถิตา ปญฺจาลีนํ ๑ วสํ คตา ฯ
ยํ วทา ตกฺกรา รญฺโญ อกามา ปิยภาณิโน
ปญฺจาลมนุยายนฺติ อกามา วสิโน คตา ฯ
ตาย เสนาย มิถิลา ติสนฺธิปริวาริตา
ราชธานี วิเทหานํ สมนฺตา ปริชญฺญติ ฯ
อุทฺธํ ตารกชาตาว สมนฺตา ปริวาริตา
มโหสธ วิชานาหิ กถํ โมกฺโข ภวิสฺสติ ฯ
๑ ม. อาเวณิกํ ฯ ๒ ยุ. ปฏิทํสยิ ฯ ๓ ม. อุมงฺคชาตกํ ฯ ๔ ม. วีถิมตี ฯ
สี. ยุ. ปิฏฺฐิมตี ฯ ๕ ม. รโหคมา ฯ
ดูกรพ่อมโหสถ พระเจ้าพรหมทัตต์ผู้ครองกรุงปัญจาละ เสด็จยาตราทัพมาพร้อมด้วยกองทัพทุกหมู่เหล่า กองทัพของพระเจ้าปัญจาลราชนั้นพึงประมาณไม่ได้ มีกองช่างโยธา กองราบ ล้วนแต่ฉลาดในสงครามทั้งปวงสามารถจะนำข้าศึกมาได้ มีเสียงอื้ออึง ยังกันและกันให้รู้ด้วยเสียงกลองและเสียงสังข์ มีวิทยาทางโลหธาตุ มีเครื่องประดับครบครัน ธงทิวสลอนเกลื่อนกล่นด้วยช้างประมาณมิได้ สมบูรณ์ด้วยคนมีศิลป์ กองทัพนั้นตั้งมั่นอยู่ด้วยทหารผู้แกล้วกล้า กล่าวกันว่าในกองทัพนี้ มีราชบุรุษ๑๐ นาย เป็นผู้ฉลาด มีปัญญากว้างขวาง มีการประชุมปรึกษากันในที่ลับพระชนนีของพระเจ้าปัญจาลราชเป็นที่ ๑๑ ย่อมทรงสั่งสอนชาวปัญจาลนครที่นั้น
ในชนเหล่านี้ กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระนครผู้เรืองยศ ตามเสด็จพระเจ้าปัญจาลราช ถูกชิงแว่นแคว้น กลัวภัยจึงตกอยู่ในอำนาจของชาวปัญจาลนคร เป็นผู้สามารถทำตามที่พระราชารับสั่ง ไม่มีความปรารถนาก็จำต้องกล่าวคำเป็นที่รัก ต้องตามเสด็จพระเจ้าปัญจาลราช เป็นผู้มีอำนาจมาก่อน ไม่ปรารถนาก็ต้องอยู่ในอำนาจของพระเจ้าปัญจาลราช มิถิลานครอันแวดล้อมด้วยกองทัพนั้น เป็นสามชั้น ราชธานีของชาววิเทหรัฐถูกขุดเป็นคูโดยรอบ ดูกรพ่อมโหสถ กองทัพที่แวดล้อมโดยรอบมิถิลานครนั้น ปรากฏเหมือนดาวบนท้องฟ้า พ่อจงรู้ว่า จักมีความพ้นได้อย่างไร.
ปาเท เทว ปสาเรหิ ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ
หิตฺวา ปญฺจาลิยํ เสนํ พฺรหฺมทตฺโต ปลายติ ๒ ฯ
ขอเดชะ ขอเชิญพระองค์ทรงเหยียดพระบาทตามพระสำราญ เชิญเสวยและรื่นรมย์อยู่ในกามสมบัติเถิด พระเจ้าพรหมทัตต์จะต้องละกองทัพชาวปัญจาลนครเสด็จหนีไป พระเจ้าข้า.
ราชา สนฺถวกาโม เต รตนานิ ปเวจฺฉติ
อาคจฺฉนฺตุ อิโต ทูตา มญฺชุกา ปิยภาณิโน ฯ
ภาสนฺตุ มุทุกา วาจา ยา วาจา ปฏินนฺทิตา
ปญฺจาโล จ วิเทโห จ ๓ อุโภ เอกา ภวนฺตุ เต ฯ
พระราชามีพระราชประสงค์จะทรงทำสัมพันธมิตรกับพระองค์ จะพระราชทานรัตนะทั้งหลายแก่พระองค์ตั้งแต่นี้ไป ราชทูตทั้งหลายผู้มีวาจาไพเราะ กล่าวคำที่น่ารัก จงคุมเครื่องบรรณาการแต่ปัญจาลนครมายังกรุงมิถิลานคร จงกล่าววาจาอันอ่อนหวาน เป็นวาจาที่น่ายินดี ปัญจาลนครกับวิเทหรัฐทั้งสองนั้น จงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.
กถนฺนุ เกวฏฺฏ มโหสเธน
สมาคโม อาสิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ
กจฺจิ เต ปฏินิชฺฌตฺโต กจฺจิ ตุฏฺโฐ มโหสโธ ฯ
ดูกรอาจารย์เกวัฏ ท่านได้พบกับมโหสถเป็นอย่างไรหนอ เชิญกล่าวต่อไปเถิด มโหสถกับท่านต่างงดโทษกันแล้วกระมัง มโหสถยินดีแล้วกระมัง.
อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท
อสมฺโมทโก ถทฺโธ อสพฺภิรูโป
ยถา มูโค จ พธิโร จ น กิญฺจิตฺถํ อภาสถ ฯ
๑ ม. ปญฺจาลิยํ ฯ ๒ ม. ปลายิติ ฯ ๓ สี. ยุ. ปญฺจาลา จ วิเทหา จ ฯ
ข้าแต่พระจอมประชาชน บุรุษชื่อมโหสถเป็นคนเลว ไม่น่าชื่นชมเป็นคนกระด้าง ไม่ใช่สัตบุรุษ ไม่กล่าวข้อความอะไรๆ เหมือนคนใบ้และคนหนวกฉะนั้น พระเจ้าข้า.
อทฺธา อิทํ มนฺตปทํ สุทุทฺทสํ
อตฺโถ สุทฺโธ นรวีเรน ทิฏฺโฐ
ตถา หิ กาโย มม สมฺปเวธติ
หิตฺวา สยํ โก ปรหตฺถเมสฺสติ ฯ
บทมนต์นี้อันมโหสถบุตรของเราเห็นแล้วโดยแท้ คนอื่นก็เห็นได้โดยง่ายข้อความอันดี อันนรชนผู้มีความเพียรเห็นแล้ว ความจริง กายของเราก็หวั่นไหว ใคร่จักละแคว้นของตนไปสู่เงื้อมมือของผู้อื่นเล่า.
ฉนฺนญฺหิ เอกาว มตี สเมติ
เย ปณฺฑิตา อุตฺตมภูริปญฺญา
ยานํ อยานํ อถวาปิ ฐานํ
มโหสธ ตฺวํปิ มตึ กโรหิ ฯ
ก็ความคิดของเราทั้งหกคนผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญากว้างขวางสูงสุด สมเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกัน ดูกรมโหสถ แม้เธอก็จงลงมติว่าไปหรือไม่ไป
หรือว่าจะอยู่ในที่นี้.
ชานาสิ โข ราช มหานุภาโว
มหพฺพโล จูฬนีพฺรหฺมทตฺโต
ราชา จ ตํ อิจฺฉติ มารณตฺถํ
มิคํ ยถา โอกจเรน ลุทฺโท ฯ
ยถาปิ มจฺโฉ พลิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ
อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน ฯ
เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ
กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉว มรณมตฺตโน ฯ
สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสสิ
มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว มหนฺตํ ภยเมสฺสสิ ฯ
ข้าแต่พระราชา พระองค์จงทรงทราบพระเจ้าจุลนี้พรหมทัตต์ ทรงมีอานุภาพมาก มีพลมาก ปรารถนาเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ ดุจนายพรานฆ่าเนื้อด้วยนางเนื้อฉะนั้น ปลาอยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่คดอันปิดไว้ด้วยเหยื่อ มันย่อมไม่รู้จักความตายของตน ฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงปรารถนากาม ย่อมไม่ทรงทราบพระราชธิดาของพระเจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จักความตายของตนฉะนั้น ถ้าพระองค์จะเสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้องทรงละเสียทันที ภัยใหญ่จักถึงแก่พระองค์ เหมือนภัยคือความตายถึงแก่มฤคผู้ตามไปถึงทางที่ประตูบ้านฉะนั้น ขอเดชะ.
มยเมว พาลามฺหเส เอลมูคา
เย อุตฺตมตฺถานิ ตยี ลปิมฺหา
กิเมว ตฺวํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ
อตฺถานิ ชานาสิ ยถาปิ อญฺเญ ฯ
พวกเราทั้งนั้น ซึ่งกล่าวถึงเหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงสุดในสำนัก เจ้าเป็นคนเขลา บ้าน้ำลาย เจ้าเป็นบุตรคฤหบดีถือหางไถเจริญมาตั้งแต่เยาว์เจ้าจะรู้เหตุที่ให้ได้รัตนะเหมือนคนอื่นเขาละหรือ.
อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม
โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ ฯ
ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสถนี่ ซึ่งเขาพูดเป็นอันตรายแก่การได้รัตนะของเรา ให้หายไปเสียจากแว่นแคว้นของเรา.
ตโต จ โส อปกฺกมฺม เวเทหสฺส อุปนฺติกา
อถ อามนฺตยี ทูตํ มาธุรํ ๑ สุวปณฺฑิตํ ฯ
เอหิ สมฺม หริตปกฺข เวยฺยาวจฺจํ กโรหิ เม
อตฺถิ ปญฺจาลราชสฺส สาลิกา สยนปาลิกา ฯ
ตํ สนฺถเวน ๒ ปุจฺฉสฺสุ สา หิ สพฺพสฺส โกวิทา
สา เนสํ สพฺพํ ชานาติ รญฺโญ จ โกสิยสฺส จ ฯ
อาโมติ โส ปฏิสุตฺวา มาธุโร ๓ สุวปณฺฑิโต
อคมาสิ หริตปกฺโข สาลิกาย อุปนฺติกํ ฯ
ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน มาธุโร สุวปณฺฑิโต
อถ อามนฺตยี สุฆรํ สาลิกํ มญฺชุภาณิกํ ฯ
กจฺจิ เต สุฆเร ขมนียํ กจฺจิ เวเส ๔ อนามยํ
กจฺจิ เต มธุนา ลาชํ ลพฺภเต สุฆเร ตุวํ ฯ
กุสลญฺเจว เม สมฺม อโถ สมฺม อนามยํ
อโถ เม มธุนา ลาชา ลพฺภเต สุวปณฺฑิต ฯ
กุโต นุ สมฺม อาคมฺม กสฺส วา ปหิโต ตุวํ
น จ เมสิ อิโต ปุพฺเพ ทิฏฺโฐ วา ยทิ วา สุโต ฯ
๑ ม. มาธรํ ฯ ยุ. มาฐรํ ฯ ๒ ปตฺถเรนาติปิ ปาโฐ ฯ ม. พนฺธเนน ฯ
๓ ม. มาธโร ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๔ ม. เวสฺเส ฯ
แต่นั้นมโหสถบัณฑิต ได้หลีกไปจากราชสำนัก ของพระเจ้าวิเทหราชที่นั้นได้เรียกนกสุวบัณฑิตชื่อมาธุระผู้เป็นทูตมาสั่งว่า ดูกรนกผู้มีขนปีกเขียวผู้สหาย เจ้าจงมากระทำความขวนขวายเพื่อเรา นางนกสาลิกาที่เขาเลี้ยงไว้ใกล้ที่บรรทมของพระเจ้าปัญจาลราชมีอยู่ ก็นางนกสาลิกานั้นเป็นผู้ฉลาดในสิ่งทั้งปวง เจ้าจงถามนางนกสาลิกานั้นโดยพิสดาร นางนกสาลิกานั้นรู้ความลับทุกอย่างของพระเจ้าปัญจาลราช และของเกวัฏพราหมณ์ผู้โกสิยโคตร นกสุวบัณฑิตชื่อมาธุระ มีขนปีกเขียว รับคำมโหสถบัณฑิต แล้วได้ไปสู่สำนักนางนกสาลิกา แต่นั้น นกมาธุรสุวบัณฑิตครั้นไปถึงแล้ว ได้ถามนางนกสาลิกาผู้มีกรงอันงาม พูดเพราะว่าเธอสบายดีอยู่ในกรงงามแลหรือ เธอมีความผาสุกในเพศแลหรือ เธอได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งในกรงงามของเจ้าและหรือ.
นางนกสาลิกาตอบว่า ดูกรสุวบัณฑิตผู้สหาย ฉันมีความสุขดี ฉันสบายดี อนึ่ง ฉันได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งเพียงพอ ดูกรสหาย ท่านมาแต่ไหนหรือใครใช้ให้มา ก่อนแต่นี้เราไม่เคยเห็นท่านหรือไม่เคยได้ยินเลย.
อโหสึ สิวิราชสฺส ปาสาเท สยนปาลโก
ตโต โส ธมฺมิโก ราชา พนฺเธ โมเจติ พนฺธนา ฯ
ตสฺส เมกา ทุติยาสิ สาลิกา มญฺชุภาณิกา
ตํ ตตฺถ อวธิ เสโน เปกฺขโต สุฆเร มม ฯ
ตสฺสา กามา หิ สมฺมตฺโต อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก
สเจ กเรยุ ๑ โอกาสํ อุภเยว วเสมฺหเส ๒ ฯ
ฉันเป็นผู้ที่เขาเลี้ยงอยู่ใกล้ที่บรรทมบนปราสาท ของพระเจ้าสีวิราชพระราชาพระองค์นั้นทรงตั้งอยู่ในธรรม โปรดให้ปล่อยสัตว์ทั้งหลายผู้ถูกขังอยู่จากที่ขังนั้นๆ นางนกสาลิกาตัวหนึ่งพูดอ่อนหวาน เป็นภรรยาของฉัน เหยี่ยวได้ฆ่านางนกสาลิกานั้นเสียในห้องที่บรรทม ต่อหน้าของฉันผู้อยู่ในกรงงามซึ่งเห็นอยู่ ฉันรักใคร่ต่อเธอจึงมาในสำนักของเธอถ้าเธอพึงให้โอกาส เราทั้งสองก็จะได้อยู่ร่วมกัน.
สุโว จ สุวึ กาเมยฺย สาลิโก ปน สาลิกํ
สุวสฺส สาลิกาเยว สํวาโส โหติ กีทิโส ฯ
ก็นกแขกเต้าพึงรักใคร่กับนางนกแขกเต้า และนกสาลิกาก็พึงรักใคร่กับนางนกสาลิกา การที่นกแขกเต้าจะอยู่ร่วมกันกับนางนกสาลิกาจะเป็นเช่นไร.
โย ยํ กาเม ๓ กามยติ อปิ จณฺฑาลิกามปิ
สพฺโพ หิ สทิโส โหติ นตฺถิ กาเม อสาทิโส ฯ
อตฺถิ ชมฺพาวตี ๔ นาม มาตา สิวิสฺส ราชิโน
สา ปิยา วาสุเทวสฺส กณฺหสฺส จ มเหสิยา ๕ ฯ
รตนวตี ๖ กึปุริสี สาปิ วจฺฉํ อกามยิ
มนุสฺโส มิคิยา สทฺธึ นตฺถิ กาเม อสาทิโส ฯ
หนฺท โขหํ คมิสฺสามิ สาลิเก มญฺชุภาณิเก
ปจฺจกฺขานุปทํ เหตํ อติมญฺญสิ นูน มํ ฯ
เออก็ ผู้ใดใคร่ในกามกับนางจัณฑาล ผู้นั้นทั้งหมดย่อมเป็นเช่นกับนางจัณฑาลนั้น บุคคลไม่เป็นเช่นเดียวกันในเพราะกามย่อมไม่มี พระชนนีของพระเจ้าสีวี พระนามว่าชัมพาวดีมีอยู่ พระนางเป็นจัณฑาล ได้เป็นพระมเหสีที่รักของพระเจ้าวาสุเทพกัณหโคตร นางกินนรีชื่อรัตนวดีมีอยู่ แม้นางกินนรีนั้นก็ร่วมรักกับดาบสชื่อวัจฉะ มนุษย์ได้ร่วมอภิรมย์กับนางเนื้อก็มี มนุษย์หรือสัตว์ต่างกันเพราะกามย่อมไม่มี เอาเถอะดูกรนางนกสาลิกาผู้พูดเพราะ เราจักไปละ เพราะถ้อยคำของเธอเป็นเหตุให้รู้ประจักษ์ เธอดูหมิ่นฉันนัก.
น สิรี ตรมานสฺส มาธุร สุวปณฺฑิต
อิเธว ตาว อจฺฉสฺสุ ยาว ราชาน ทกฺขสิ
โสสฺสิ สทฺทํ มุทิงฺคานํ อานุภาวญฺจ ราชิโน ฯ
๑ ม. กเรยฺย ฯ ๒ ม. วสาเมฺห ฯ ๓ สี. ยุ. ยํ ยํ กามี ฯ ๔ ม. ชมฺปาวตี ฯ
๕ ม. กณฺหสฺส มเหสี ปิยา ฯ ๖ ม. รฏฺฐวตี ฯ สี. ยุ. รถวตี ฯ
ดูกรมาธุรสุวบัณฑิต สิริย่อมไม่มีแก่ผู้ด่วนได้ ใจเร็ว เชิญท่านอยู่ ณ ที่นี้จนกว่าจะได้เห็นพระราชา จนได้ฟังเสียงตะโพนและอานุภาพของพระราชา.
โย นุ ขฺวายํ ติพฺโพ สทฺโท ติโรชนปเท สุโต
ธีตา ปญฺจาลราชสฺส โอสธี วิย วณฺณินี
ตํ ทสฺสติ วิเทหานํ โส วิวาโห ภวิสฺสติ ฯ
เสียงอันเซ็งแซ่นี้ ฉันได้ฟังมาแล้วภายนอกชนบทว่า พระราชธิดาของพระเจ้าปัญจาลราช มีพระฉวีวรรณดังดาวประกายพฤกษ์ พระเจ้าปัญจาลราช จักพระราชทานพระราชธิดานั้นแก่ชาวแคว้นวิเทหะ คือ จักมีการอภิเษกระหว่างพระเจ้าวิเทหราชกับพระราชธิดานั้น.
เอทิโส เต ๑ อมิตฺตานํ วิวาโห โหตุ มาธุร
ยถา ปญฺจาลราชสฺส เวเทเหน ภวิสฺสติ ฯ
อานยิตฺวาน เวเทหํ ปญฺจาลานํ รเถสโภ
ตโต นํ ฆาตยิสฺสติ นาสฺส สขิ ภวิสฺสติ ฯ
ดูกรมาธุระ วิวาหมงคลของเหล่าชนผู้เป็นข้าศึก จงมีเหมือนกับพระเจ้าปัญจาลราช จักทรงทำวิวาหมงคลพระราชธิดากับพระเจ้าวิเทหราช พระราชาผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวปัญจาลนคร จักทรงนำพระเจ้าวิเทหราชมาแล้วแต่นั้น จักทรงรับสั่งให้ปลงพระชนม์เสีย พระเจ้าวิเทหราชไม่ได้เป็นพระสหายของพระปัญจาลราช.
หนฺท โข มํ อนุชานาหิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย
ยาวาหํ สิวิราชสฺส อาโรเจมิ มเหสิโน
ลทฺโธ จ เม อาวสโถ สาลิกาย อุปนฺติกา ฯ
เอาเถิด เธอจงอนุญาตให้ฉันไปประมาณสัก ๗ ราตรี เพียงให้ฉันได้กราบทูลพระเจ้าสีวิราช ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ว่า ฉันได้การอยู่ในสำนักของนางนกสาลิกาแล้ว.
หนฺท โข ตํ อนุชานามิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย
สเจ ตฺวํ สตฺตรตฺเตน นาคจฺฉสิ มมนฺติกํ
มญฺเญ โอกนฺตสนฺตํ ๒ มํ มตาย อาคมิสฺสสิ ฯ
เอาเถิด ฉันอนุญาตให้ท่านไปประมาณ ๗ ราตรี ถ้าท่านไม่กลับมายังสำนักของฉันโดย ๗ ราตรี ฉันจะสำคัญตัวฉันว่าหยั่งลงแล้ว สงบแล้ว ท่านจักมาในเมื่อเราตายแล้ว.
ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน มาธุโร สุวปณฺฑิโต
มโหสธสฺส อกฺขาสิ สาลิกาย วจนํ อิทํ ฯ
ลำดับนั้นแล นกมาธุรสุวบัณฑิตบินไปแล้ว ไปบอกถ้อยคำของนางนกสาลิกานี้แก่มโหสถบัณฑิต.
ยสฺเสว ฆเร ภุญฺเชยฺย โภคํ
ตสฺเสว อตฺถํ ปุริโส จเรยฺย ฯ
บุรุษพึงได้บริโภคสมบัติในเรือนของผู้ใด ควรกระทำประโยชน์ให้แก่ผู้นั้นแท้.
หนฺทาหํ คจฺฉามิ ปุเร ชนินฺท
ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ
นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ
นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน
ยทา เต ปหิเณยฺยามิ ตทา เอยฺยาสิ ขตฺติย ฯ
๑ ม. มา ฯ ๒ ม. โอกฺกนฺตสตฺตํ ฯ
ข้าแต่พระจอมประชาชน เอาเถิด ข้าพระองค์จักไปสู่พระนครอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้าปัญจาลราชก่อน เพื่อสร้างนิเวศน์ถวายพระองค์ผู้ทรงพระนามว่าวิเทหราชผู้เรืองยศ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ ครั้นข้าพระองค์สร้างนิเวศน์ถวายพระองค์เสร็จแล้ว พึงส่งข่าวมากราบทูลพระองค์ได้เมื่อใด เชิญพระองค์เสด็จไปเมื่อนั้น.
ตโต จ ปายาสิ ปุเร มโหสโธ
ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ
นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ
นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน
อถสฺส ปาหิณิ ทูตํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ
เอหิทานิ มหาราช มาปิตํ เต นิเวสนํ ฯ
ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตได้ไปสู่พระนครอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้าปัญจาลราชก่อน เพื่อสร้างนิเวศน์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศ ครั้นสร้างนิเวศน์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศเสร็จแล้ว ภายหลังจึงส่งทูตไปทูลพระเจ้าวิเทหราชผู้ครองกรุงมิถิลาว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า เชิญพระองค์เสด็จมาบัดนี้เถิด พระราชนิเวศน์ที่สร้างเพื่อพระองค์สำเร็จแล้วขอเดชะ.
ตโต จ ราชา ปายาสิ เสนาย จตุรงฺคิยา
อนนฺตวาหนํ ทฏฺฐุํ ผีตํ กปฺปิลิยํ ๑ ปุรํ ฯ
ลำดับนั้น พระราชาพร้อมด้วยจตุรงคเสนาได้เสด็จไปสู่นครอันมั่งคั่งที่มโหสถบัณฑิตสร้างไว้ในแคว้นกัปปิละ เพื่อทอดพระเนตรพาหนะอันหาที่สุดมิได้.
ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ
อาคโตสฺมิ มหาราช ตว ปาทานิ วนฺทิตุํ ฯ
ททาหิทานิ ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ
สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ
ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหราช เสด็จไปถึงแคว้นกัปปิละแล้ว ทรงส่งพระราชสาสน์ไปถวายพระเจ้าพรหมทัตต์ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้าหม่อมฉันมาเพื่อถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ พระเจ้าข้า ขอได้โปรดพระราชทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ซึ่งประดับด้วยเครื่องอลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.
สฺวาคตนฺเตปิ ๒ เวเทห อโถ เต อทุราคตํ
นกฺขตฺตญฺเญว ปริปุจฺฉ อหํ กญฺญํ ททามิ เต
สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ
ดูกรพระเจ้าวิเทหราช แม้พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่ง พระองค์ไม่เสด็จมาร้าย เชิญพระองค์ทรงหาพระฤกษ์อาวาหมงคลไว้ หม่อมฉันจะถวายราชธิดาผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวงแก่พระองค์ พระเจ้าข้า.
ตโต จ ราชา เวเทโห นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉติ ๓
นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉิตฺวา พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ ฯ
ททาหิทานิ เม ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ
สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ
๑ สี. ยุ. กมฺปิลฺลิยํ ฯ ๒ ม. -เตว ฯ ยุ. เตน ฯ ๓ ม. ปริปุจฺฉถ ฯ
ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหราชได้ทรงหาพระฤกษ์ ครั้นหาพระฤกษ์ได้แล้วทรงส่งพระราชสาสน์ไปถวายพระเจ้าพรหมทัตต์ว่า ขอพระองค์ทรงพระราชทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ซึ่งประดับด้วยเครื่องอลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉันณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.
ททามิทานิ เต ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ
สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ
หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ อันประดับด้วยเครื่องอลังการล้วนด้วยทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่ข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของพระองค์ ณ บัดนี้.
หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา
อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ มญฺญนฺติ ปณฺฑิตา ฯ
กองช้าง กองม้า กองรถ กองพลราบ อันเป็นกองทัพสวมเกราะตั้งอยู่จุดคบเพลิงสว่างไสว บัณฑิตทั้งหลายย่อมสำคัญอย่างไรกันหนอ.
หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา
อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ กาหนฺติ ปณฺฑิต ฯ
กองช้าง กองม้า กองรถ กองพลราบ อันเป็นกองทัพสวมเกราะตั้งอยู่จุดคบเพลิงสว่างไสว ดูกรมโหสถบัณฑิต กองทัพเหล่านี้จักทำอะไรหนอ.
รกฺขติ ตํ มหาราช จูฬเนยฺโย มหพฺพโล
ปทุฏฺโฐ เต พฺรหฺมทตฺโต ๑ ปาโต ตํ ฆาตยิสฺสติ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระเจ้าจุลนีพรหมทัตต์มีพลนิกายมาก รักษาพระองค์ไว้ จะทรงประทุษร้ายต่อพระองค์ รุ่งเช้าจักรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระองค์.
อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ
นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฒฺโฒว อาตเป ฯ
กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ
เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ ฯ
หทัยของเราสั่น และปากของเราแห้งผาก เราเป็นเหมือนถูกไฟไหม้ที่กลางแดด ไม่ถึงความเย็นใจ เตาของช่างทองรุ่งเรืองอยู่ภายในไม่ปรากฏในภายนอก ฉันใด แม้หทัยของเราก็รุ่งเรืองอยู่ในภายใน ไม่ปรากฏในภายนอก ฉันนั้น.
ปมตฺโต มนฺตนาตีโต ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย
อิทานิ โข ตํ ตายนฺตุ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา ฯ
อกตฺวามจฺจสฺส วจนํ อตฺถกามหิเตสิโน
อตฺตปีติรโต ราช มิโค กูเฏว โอหิโต ฯ
ยถาปิ มจฺโฉ พลิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ
อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน ฯ
เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ
กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉว มรณมตฺตโน ฯ
สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสสิ
มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว มหนฺตํ ภยเมสฺสสิ ฯ
อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท
อหีว อุจฺจงฺกคโต ฑเสยฺย
น เตน มิตฺตึ กยิราถ ธีโร
ทุกฺโข หเว กาปุริเสน สงฺคโม ฯ
ยํ เตฺวว ๑ ชญฺญา ปุริโส ๒ ชนินฺท
สีลวายํ พหุสฺสุโต
เตเนว มิตฺตึ กยิราถ ธีโร
สุโข หเว สปฺปุริเสหิ สงฺคโม ฯ
๑ ม. ปทุฏฺโฐ พฺรหฺมทตฺเตน ฯ
ข้าแต่พระจอมขัตติยราช พระองค์เป็นผู้ประมาทเป็นไปล่วงความคิด มีความคิดอันทำลายเสียแล้ว บัดนี้แล อาจารย์ทั้ง ๔ ผู้เป็นบัณฑิตมีความคิด จงป้องกันพระองค์เถิด พระองค์ไม่ทรงกระทำตามคำของข้าพระบาท ผู้เป็นอำมาตย์ใคร่ประโยชน์แสวงหาความเกื้อกูล ทรงยินดีด้วยปีติอันเศร้าหมองของพระองค์ ดังเนื้อตกลงในหลุมล่อ ฉะนั้น ปลาอยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่คดอันปิดไว้ด้วยเหยื่อ มันย่อมไม่รู้จักความตายของตน ฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงปรารถนากามย่อมไม่ทรงทราบ พระราชธิดาของพระเจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จักความตายของตน ฉันนั้น ถ้าพระองค์จะเสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้องทรงละเสียทันที ภัยใหญ่จักถึงแก่พระองค์เหมือนภัย คือความตายถึงแก่มฤคผู้ตามไปถึงทางที่ประตูบ้าน ข้าแต่พระจอมประชากร บุรุษผู้ไม่ประเสริฐพึงเป็นเหมือนงูอยู่ในพกกัดเอา นักปราชญ์ไม่พึงทำไมตรีกับบุรุษเช่นนั้น เพราะการสังคมกับบุรุษชั่ว นำทุกข์มาให้โดยแท้ ข้าแต่พระจอมประชากร บุรุษผู้มีศีล เป็นพหูสูตพึงรู้คุณแห่งไมตรีใดนักปราชญ์พึงกระทำไมตรีกับบุรุษเช่นนั้นเท่านั้น เพราะการสังคมกับสัปบุรุษ นำความสุขมาให้โดยแท้.
พาโล ตุวํ เอลมูโคสิ ราช
โย อุตฺตมตฺถานิ มยี ลปิตฺโถ
กิเมวหํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ
อตฺถานิ ชานิสฺสํ ๓ ยถาปิ อญฺเญ ฯ
อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม
โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ ฯ
ข้าแต่พระราชา พระองค์ได้ตรัสถึงเหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงสุดในสำนักข้าพระบาท ทรงเป็นผู้เขลา บ้าน้ำลาย ข้าพระบาทเป็นบุตรคฤหบดีถือหางไถเจริญมาแต่ยังเยาว์ จะรู้เหตุที่จะให้ได้รัตนะเหมือนคนอื่นๆ เขาอย่างไรเล่า ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสถบัณฑิตนี้ ซึ่งเขาพูดเป็นอันตรายแก่การได้รัตนะของเรา ให้หายไปเสียจากแว่นแคว้นของเรา.
มโหสธ อตีเตน นานุวิชฺฌนฺติ ปณฺฑิตา
กึ มํ อสฺสํว สมฺพนฺธํ ปโตเทเนว วิชฺฌสิ ฯ
สเจ ปสฺสสิ โมกฺขํ ๔ เม เขมํ วา ปน ปสฺสสิ
เตเนว มํ อนุสาส กึ อตีเตน วิชฺฌสิ ฯ
๑ ม. ยเทว ฯ ๒ ม. ปุริสํ ฯ ๓ ม. ชานามิ ฯ ๔ ม. โมกฺขํ วา ฯ
ดูกรมโหสถ บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ทิ่มแทงเพราะโทษที่ล่วงไปแล้วเจ้าจะทิ่มแทงเราเป็นดังม้าที่เขาผูกไว้ถูกทิ่มแทงด้วยประตักทำไม ถ้าเห็นว่าเราจะพ้นภัยได้หรือเห็นว่าเราจะปลอดภัยได้ ขอเจ้าจงสั่งสอนเราโดยความสวัสดีนั้นแล เจ้าจะทิ่มแทงเราเพราะโทษที่ล่วงไปแล้วทำไม.
อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ
น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ ๑ ขตฺติย ฯ
สนฺติ เวหายสา นาคา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน
เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ
สนฺติ เวหายสา อสฺสา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน
เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ
สนฺติ เวหายสา ปกฺขี อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน
เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ
สนฺติ เวหายสา ยกฺขา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน
เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ
อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ
น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ อนฺตลิกฺเขน ขตฺติย ฯ
ข้าแต่พระบรมกษัตริย์ กรรมของมนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้ยาก มีความยินดีได้ยาก เป็นแดนเกิด ข้าพระบาทไม่สามารถจะปลดเปลื้องพระองค์ได้ ขอพระองค์ได้โปรดทรงทราบเถิด พระเจ้าข้า ช้างทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทางอากาศ เป็นช้างเกิดในตระกูลช้างฉัททันต์ หรือในตระกูลช้างอุโบสถของพระองค์มีอยู่ แม้ช้างเหล่านั้นพึงพาพระองค์ไปได้ ม้าทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทางอากาศ เป็นม้าเกิดในตระกูลพระยาม้าวลาหกของพระองค์มีอยู่ แม้ม้าเหล่านั้นพึงพาพระองค์ไปได้ นกทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถบินไปได้ทางอากาศของพระองค์มีอยู่ แม้นกเหล่านั้นก็พึงพาพระองค์ไปได้ ยักษ์ทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทางอากาศของพระองค์มีอยู่แม้ยักษ์เหล่านั้นก็พึงพาพระองค์ไปได้ ข้าแต่พระบรมกษัตริย์ กรรมของมนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้โดยยาก มีความยินดีได้ยาก เป็นแดนเกิด ข้าพระบาทไม่สามารถจะปลดเปลื้องพระองค์ โดยทางอากาศได้พระเจ้าข้า.
อตีรทสฺสี ปุริโส มหนฺเต อุทกณฺณเว
ยตฺถ โส ลภเต คาธํ ตตฺถ โส วินฺทเต สุขํ ฯ
เอวํ อมฺหญฺจ รญฺโญ จ ตฺวํ ปติฏฺฐา มโหสธ
ตฺวํ โนสิ มนฺตีนํ เสฏฺโฐ อเมฺห ทุกฺขา ปโมจย ฯ
บุรุษผู้ยังมองไม่เห็นฝั่งในมหาสมุทร ย่อมได้ที่พำนักในประเทศใด เขาย่อมได้ความสุขในประเทศนั้น ฉันใด ท่านมโหสถ ขอท่านได้เป็นที่พึ่งของข้าพระเจ้าทั้งหลาย และของพระราชาฉันนั้นเถิด ท่านเป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าพวกข้าพเจ้าเหล่ามนตรี ขอท่านช่วยปลดเปลื้องเราให้พ้นจากทุกข์ด้วยเถิด.
อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ
น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ เสนก ฯ
๑ สี. ยุ. ตฺวมฺปิ ชานสฺสุ ฯ
ท่านอาจารย์เสนก กรรมของมนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้ยาก มีความยินดีโดยยาก เป็นแดนเกิด ข้าพเจ้าไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องท่านได้ท่านจงรู้เอาเองเถิด.
สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ
เสนกทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ
ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์เสนก เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.
อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ ๑
อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ
มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ
เราทั้งหลายจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือจงจับมีดฆ่ากันและกันละชีวิตเสียฉับพลัน อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบากนานเลย.
สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ
ปุกฺกุสทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ
ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์ปุกกุส ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.
วิสํ ขาทิตฺวา มิยฺยาม ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ
มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ
เราทั้งหลายควรกินยาพิษตาย ละชีวิตเสียฉับพลัน อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบากนานเลย.
สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ
กามินฺททานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ
ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์กามินท์ ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.
รชฺชุยา พชฺฌ มิยฺยาม ปปาตา ปปเตมเส ๒
มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ
เราทั้งหลายพึงเอาเชือกผูกหรือพึงโดดลงบ่อให้ตายเสีย อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบากนานเลย.
สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ
เทวินฺททานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ
ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์เทวินท์ ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.
อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ
อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ
น โน สกฺโกติ โมเจตุํ สุเขเนว มโหสโธ ฯ
เราทั้งหลายจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือ จงจับมีดฆ่ากันและกันละชีวิตไปเสียฉับพลัน ถ้าท่านมโหสถไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องเราทั้งหลายได้โดยง่าย.
ยถา กทลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ
เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส ฯ
ยถา สิมฺพลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ
เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส ฯ
อเทเส วต โน วุฏฺฐํ กุญฺชรานํวนูทเก
สกาเส ทุมฺมนุสฺสานํ พาลานํ อวิชานตํ
อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ
นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฑฺโฒว อาตเป ฯ
กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ
เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ ฯ
๑ สี. ยุ. วิกตฺตนํ ฯ ๒ ม. ปปตามเส ฯ
บุคคลแสวงหาแก่นแห่งต้นกล้วยย่อมหาไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลายแสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้นบุคคลแสวงหาแก่นแห่งไม้งิ้ว ย่อมหาไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลายแสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้นการอยู่ของช้างทั้งหลายในสถานที่ไม่มีน้ำ ชื่อว่าอยู่ในที่มิใช่ประเทศเพราะช้างเหล่านั้นอยู่ในสถานที่อันไม่มีน้ำ ชื่อว่ามิใช่ประเทศ ย่อมตกอยู่ในอำนาจของปัจจามิตรเร็วพลัน ฉันใด แม้การที่เราทั้งหลายอยู่ในที่ใกล้ของมนุษย์ชั่ว เป็นคนพาลหาความรู้มิได้ ก็ชื่อว่าอยู่ในสถานที่มิใช่ประเทศ ฉันนั้น หทัยของเราสั่น และปากของเราก็แห้งผาก เราเป็นเหมือนถูกไฟไหม้ที่กลางแดด ไม่ถึงความเย็นใจ เตาของช่างทองรุ่งเรืองอยู่ภายใน ไม่ปรากฏในภายนอก ฉันใด แม้หทัยของเราก็รุ่งเรืองอยู่ในภายใน ไม่ปรากฏในภายนอก ฉันนั้น.
ตโต โส ปณฺฑิโต ธีโร อตฺถทสฺสี มโหสโธ
เวเทหํ ทุกฺขิตํ ทิสฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว จนฺทิมํ ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว สุริยํ ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปงฺเก สนฺนํว กุญฺชรํ ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ เปฬพนฺธํว ปนฺนคํ ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปกฺขึ พนฺธํว ปญฺชเร ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ มจฺเฉ ชาลคเตริว ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ สโยคฺคพลวาหนํ ฯ
มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ
ปญฺจาลํ พาหยิสฺสามิ กากเสนํว เลฑฺฑุนา ฯ
อาทู ปญฺญา กิมตฺถิยา อมจฺโจ วาปิ ตาทิโส
โย ตํ สมฺพาธปกฺขนฺตํ ๑ ทุกฺขา น ปริโมจเย ฯ
ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตมีปัญญาเห็นประโยชน์ เห็นพระเจ้าวิเทหราชทรงได้รับทุกข์ จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าพระองค์อย่าทรงกลัวเลยข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่างทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจดวงจันทร์อันราหูจับแล้ว ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพพระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้อง พระองค์ผู้ดุจช้างจมอยู่ในหล่ม ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจติดอยู่ในตะกร้า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ
พระองค์อย่างทรงกลัวเลยข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจนกติดอยู่ในกรง ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพพระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้อง พระองค์ผู้ดุจปลาติดอยู่ที่ข่าย ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลยข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจะช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้มีพลและพาหนะคุ้มกันอยู่ ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่ากลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักขับไล่กองทัพของพระเจ้าปัญจาลราชให้หนีไปดุจไล่กาและเหยี่ยวให้หนีไปด้วยก้อนหิน ปัญญาของข้าพระบาท หรืออำมาตย์ เช่นกับข้าพระบาท ซึ่งมิได้ช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ตกอยู่ในที่คับขันให้พ้นทุกข์ จะมีประโยชน์อะไร.
เอถ มาณวา อุฏฺเฐถ มุขํ โสเธถ สนฺธิโน
เวเทโห สหมจฺเจหิ อุมฺมงฺเคน คมิสฺสติ ฯ
ดูกรคนหนุ่มๆ ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงลุกขึ้นมา จงช่วยกันเปิดประตูอุโมงค์ และประตูห้องติดต่อเครื่องยนต์ พระเจ้าวิเทหราชจักเสด็จไปทางอุโมงค์ พร้อมด้วยอำมาตย์ทั้งหลาย.
ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ปณฺฑิตสฺสานุสาริโน
อุมฺมงฺคทฺวารํ วิวรึสุ ยนฺตยุตฺเต จ อคฺคเฬ ฯ
พวกคนรับใช้ของมโหสถบัณฑิต ได้ฟังคำของมโหสถแล้วช่วยกันเปิดประตูอุโมงค์ และถอดลูกดานประกอบด้วยเครื่องยนต์.
ปุรโต เสนโก ยาติ ปจฺฉโต จ มโหสโธ
มชฺเฌ จ ราชา เวเทโห อมจฺจปริวาริโต ฯ
เสนาเดินไปก่อน มโหสถเดินไปข้างหลัง พระเจ้าวิเทหราชอันอำมาตย์แวดล้อม เสร็จดำเนินไปท่ามกลาง.
อุมฺมงฺคา นิกฺขมิตฺวาน เวเทโห นาวมารุหิ
อภิรุยฺหญฺจ ญตฺวาน อนุสาสิ มโหสโธ ฯ
อยํ เต สสฺสุโร เทว อยํ สสฺสุ ชนาธิป
ยถา มาตุ ปฏิปตฺติ เอวํ เต โหตุ สสฺสุยา ฯ
ยถาปิ นิยโก ภาตา โสทริโย เอกมาตุโก
เอวํ ปญฺจาลจนฺโท เต ทยิตพฺโพ รเถสภ ฯ
อยํ ปญฺจาลจนฺที เต ราชปุตฺตี อภิชฺฌิตา ๑
กามํ กโรหิ เต ตาย ภริยา เต รเถสภ ฯ
๑ ม. สมฺพาธปกฺขนฺทํ ฯ
พระเจ้าวิเทหราชเสด็จออกจากอุโมงค์แล้ว เสด็จขึ้นสู่เรือ มโหสถบัณฑิตรู้ว่าพระเจ้าวิเทหราชเสด็จขึ้นเรือแล้ว ได้ถวายอนุศาสน์ว่า ขอเดชะพระองค์ผู้จอมประชากร พระเจ้าจุลนี เป็นพระสัสสุระของพระองค์พระนางนันทาเทวีนี้ เป็นพระสัสสุของพระองค์ การปฏิบัติพระราชมารดาของพระองค์ ฉันใด การปฏิบัตินั้นขอจงมีแด่พระสัสสุของพระองค์ฉันนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ อนึ่ง พระภาดาร่วมพระอุทรพระชนนีเดียวกันโดยตรง พระองค์ทรงรักใคร่ ฉันใด พระปัญจาลจันทราชกุมารพระองค์ก็ควรทรงรักใคร่ ฉันนั้น พระนางปัญจาลจันทีราชบุตรี ของพระเจ้าพรหมทัตต์ ที่พระองค์ทรงปรารถนานี้ ขอพระองค์ทรงรักใคร่ในพระนางของพระองค์ พระนางจักเป็นพระมเหสีของพระองค์ อย่าทรงดูหมิ่น.
อารุยฺห นาวํ ตรมาโน กึ นุ ตีรมฺหิ ติฏฺฐสิ
กิจฺฉา มุตฺตมฺห ทุกฺขโต ยามทานิ มโหสธ ฯ
ดูกรมโหสถ เจ้าจงรีบขึ้นเรือ จะยืนอยู่ที่ฝั่งทำไมหนอ เราทั้งหลายพ้นจากทุกข์ได้โดยยาก จงไปกัน ณ บัดนี้เถิด.
เนส ธมฺโม มหาราช โยหํ เสนาย นายโก
เสนางฺคํ ปริหาเปตฺวา อตฺตานํ ปริโมจเย ฯ
นิเวสนมฺหิ เต เทว เสนางฺคํ ปริหาปิตํ
ตํ ทินฺนํ พฺรหฺมทตฺเตน อานยิสฺสํ รเถสภ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า การที่ข้าพระองค์เป็นนายกของเสนาจะทอดทิ้งกองทัพเอาแต่ตัวรอด นี้ไม่สมควร ขอเดชะ พระองค์ผู้เป็นจอมทัพข้าพระบาทจักนำมาซึ่งกองทัพ ที่พระองค์ทรงละทิ้งไว้ในปัญจาลนครและสิ่งของที่พระเจ้าพรหมทัตต์พระราชทาน พระเจ้าข้า.
อปฺปเสโน มหาเสนํ กถํ นิคฺคยฺห ๒ ฐสฺสสิ
ทุพฺพโล พลวนฺเตน วิหญฺญิสฺสสิ ปณฺฑิต ฯ
ดูกรบัณฑิต เจ้ามีเสนาน้อย จักข่มพระเจ้าพรหมทัตต์ผู้มีเสนามากได้อย่างไร เจ้าไม่มีกำลัง จักลำบาก เพราะพระเจ้าพรหมทัตต์มีกำลัง.
อปฺปเสโนปิ เจ มนฺตี มหาเสนํ อมนฺตินํ
ชานาติ ราชา ราชาโน อาทิจฺโจวุทยนฺตมํ ฯ
ถ้าบุคคลผู้มีความคิด ถึงจะมีเสนาน้อย ก็เอาชนะบุคคลผู้มีเสนามากแต่ไม่มีความคิดได้ พระราชาพระองค์เดียวทรงฉลาดในอุบาย ย่อมทรงเอาชนะ พระราชาทั้งหลายผู้ไม่ทรงฉลาดในอุบายได้ ดังอาทิตย์อุทัยกำจัดความมืดส่งแสงสว่างจ้า ฉะนั้น ขอเดชะ.
สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก
ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว
อมิตฺตหตฺถตฺถคเต ๓ โมจยิ โน มโหสโธ ฯ
ดูกรท่านอาจารย์เสนก การอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลายเป็นสุขดีหนอเพราะว่ามโหสถบัณฑิต ช่วยปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกถูกขังอยู่ในกรง และเปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น.
เอวเมว ๔ มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา
ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว
อมิตฺตหตฺถตฺถคเต ๓ โมจยิ โน มโหสโธ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้นำความสุขมาให้อย่างแท้จริงเทียว มโหสถบัณฑิตช่วยปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ถูกขังอยู่ในกรง และเปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น ขอเดชะ.
รกฺขิตฺวา กสิณํ รตฺตึ จูฬเนยฺโย มหพฺพโล
อุเทนฺตํ อรุณุคฺคสฺมึ อุปการํ อุปาคมิ ฯ
อารุยฺห ปวรํ นาคํ พลวนฺตํ สฏฺฐิหายนํ
ราชา อโวจ ปญฺจาโล จูฬเนยฺโย มหพฺพโล ฯ
สนฺนทฺโธ มณิจมฺเมน สรมาทาย ปาณินา
เปสิเย อชฺฌภาสิตฺถ ปุถุคุมฺเพ สมาคเต ฯ
หตฺถาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก ปตฺติการเก
อุปาสนมฺหิ กตหตฺเถ วาลเวเธ สมาคเต ฯ
๑ ม. อภิจฺฉิตา ฯ ๒ ม. วิคฺคยฺห ฯ ๓ ม. อมิตฺตหตฺถตฺตคเต ฯ ๔ ม. เอวเมตํ ฯ
พระเจ้าจุลนีผู้มีกำลังมาก ทรงรักษาอยู่ตลอดราตรีทั้งสิ้น ครั้นอรุณขึ้นได้เสด็จถึงเมืองอุปการ พระเจ้าปัญจาลราชทรงพระนามว่าจุลนีผู้มีกำลังมาก เสด็จขึ้นช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐ เป็นช้างมีกำลังอายุ ๖๐ ปี ได้รับสั่งกับเสนาของท้าวเธอ ท้าวเธอทรงสวมเกราะแก้วมณี พระหัตถ์จับศร ได้ตรัสกะทวยหาญผู้รับใช้ซึ่งชำนาญในศิลป คือ ธนู ยิงแม่นยำยิงขนทรายไม่พลาด ซึ่งประชุมกันอยู่.
เปเสถ กุญฺชเร ทนฺตี พลวนฺเต สฏฺฐิหายเน
มทฺทนฺตุ กุญฺชรา นครํ เวเทเหน สุมาปิตํ ฯ
วจฺฉทนฺตมุขา เสตา ติกฺขคฺคา อฏฺฐิเวธิโน
ปนุณฺณา ธนุเวเคน สมฺปตนฺตุตรีตรา ฯ
มาณวา จมฺมิโน สูรา จิตฺตทณฺฑยุตาวุธา
ปกฺขนฺทิโน มหานาคา หตฺถีนํ โหนฺตุ สมฺมุขา ฯ
สตฺติโย เตลโธตาโย อจฺฉิมนฺโต ๑ ปภสฺสรา
วิชฺโชตมานา ติฏฺฐนฺตุ สตรํสีว ตารกา ฯ
อาวุธพลวนฺตานํ คุณิกายุรธารินํ
เอตาทิสานํ โยธานํ สงฺคาเม อปลายินํ
เวเทโห กุโต มุจฺจิสฺสติ สเจ ปกฺขีว กาหิติ ฯ
ตึส เม ปุริสนาวุโตฺย สพฺเพ เอเกกนิจฺจิตา ๒
เยสํ สมํ น ปสฺสามิ เกวลํ มหิมํ จรํ ฯ
นาคา จ กปฺปิตา ทนฺตี พลวนฺตา สฏฺฐิหายนา
เยสํ ขนฺเธสุ โสภนฺติ กุมารา จารุทสฺสนา ฯ
ปีตาลงฺการา ปีตวสนา ปีตุตฺตรนิวาสนา
นาคกฺขนฺเธสุ โสภนฺติ เทวปุตฺตาว นนฺทเน ฯ
ปาฐีนวณฺณา เนตฺตึสา เตลโธตา ปภสฺสรา
นิฏฺฐิตา นรวีเรหิ ๑ สมธารา สุนิสฺสิตา ฯ
เวลฺลาฬิโน วีตมลา สิกฺกายสมยา ทฬฺหา
คหิตา พลวนฺเตหิ สุปฺปหารปฺปหาริภิ ฯ
สุวณฺณถรุสมฺปนฺนา โลหิตกญฺจูปธาริตา
วิวตฺตมานา โสภนฺติ วิชฺชุวพฺภฆนนฺตเร ฯ
ปถกา จมฺมิโน ๒ สูรา อสิจมฺมสฺส โกวิทา
ธนุคฺคหา สิกฺขิตรา ๓ นาคกฺขนฺธนิปาติโน ๔ ฯ
เอตาทิเสหิ ปริกฺขิตฺโต นตฺถิ โมกฺโข อิโต ตว
ปภาวนฺเต น ปสฺสามิ เยน ตฺวํ มิถิลํ วเช ฯ
๑ สี. ม. อจฺฉิมนฺตี ฯ ม. อิจฺฉิมนฺตา ฯ ๒ ม. สพฺเพเวเกกนิจฺจิตา ฯ
ว่าท่านทั้งหลาย จงไสช้างพลาย มีกำลังอายุ ๖๐ ปีไป ช้างทั้งหลายจงย่ำยีเมืองที่พระเจ้าวิเทหราชรับสั่งให้สร้างไว้ ลูกศรอันขาวเช่นเขี้ยวงาปลายแหลมคม สามารถแทงทำลายกระดูกได้ เกลี้ยงเกลาเหล่านี้จงตกลงด้วยกำลังธนู พวกทหารรุ่นหนุ่ม สวมเกราะล้วนแกล้วกล้า มีอาวุธประกอบด้วยด้ามอันวิจิตร ฝูงช้างใหญ่แล่นมาจงเป็นผู้หันหน้าสู้ช้างทั้งหลาย หอกทั้งหลายที่ขัดด้วยน้ำมันแล้วมีแสงเป็นประกายวะวับดังดาวประกายพฤกษ์มีแสงตั้งร้อย เมื่อพวกทหารของเราล้วนมีกำลังอาวุธสวมสังวาลคือเกราะ ไม่ล่าหนีในสงครามเช่นนี้ พระเจ้าวิเทหราชจักพ้นไปที่ไหน หากจะเป็นเหมือนนกบินไปในอากาศได้ก็จะพ้นไปได้อย่างไร
ทหารของเราล้วนแต่เป็นชายฉกรรจ์ประมาณ ๓๙,๐๐๐ ซึ่งเราเที่ยวไปทั่วแผ่นดิน ไม่เห็นทหารอื่นใดเทียมทัน สามารถตัดศีรษะข้าศึกเอามาคนละศีรษะได้ อนึ่ง ช้างพลายทั้งหลายอันประดับแล้ว เป็นช้างมีกำลังอายุ ๖๐ ปี เหล่าทหารหนุ่มๆ มีผิวพรรณดังทองคำงดงามอยู่บนคอทหารทั้งหลายมีเครื่องประดับสีเหลือง นุ่งผ้าสีเหลือง งดงามอยู่บนคอช้าง ดังเทพบุตรในนันทนวัน ฉะนั้น ดาบทั้งหลายมีสีดังปลาสลาดขัดถูด้วยน้ำมัน แสงวาบวับ อันทหารผู้แกล้วกล้าทำสำเร็จแล้ว มีคมเสมอคมนัก ส่งแสงจัดปราศจากสนิม ทำด้วยเหล็กกล้า มั่นคง อันเหล่าทหารผู้มีกำลังเชี่ยวชาญในการฟันดาบถือเป็นคู่มือ ดาบทั้งหลายล้วนแต่ด้ามทองคำประกอบด้วยฝักสีแดง กวัดแกว่งไปมา ย่อมงดงามดังสายฟ้าแวบวาบอยู่ในระหว่างก้อนเมฆ ฉะนั้น เหล่าทหารดาบผู้แกล้วกล้าสวมเกราะ กวัดแกว่งอยู่ในอากาศ ฉลาดในการใช้ดาบและโล่ห์ ฝึกมาอย่างชำนาญสามารถจะตัดคอช้างให้ขาดตกลง (ดูกรพระเจ้าวิเทหราช เมื่อก่อน) พระองค์อันเหล่าทหารเช่นนี้แวดล้อมแล้ว(แต่บัดนี้) การที่พระองค์จะพ้นไปจากที่นี้ย่อมไม่มี.
กินฺนุ สนฺตรมาโนว นาคํ เปเสสิ กุญฺชรํ
ปหฏฺฐรูโป อาคมสิ ๕ ลทฺธตฺโถสฺมีติ ๖ มญฺญสิ ฯ
โอหเรตํ ธนุจาปํ ขุรปฺปํ ปฏิสํหร
โอหเรตํ สุภํ จมฺมํ เวฬุริยมณิสนฺนิภํ ๗ ฯ
พระองค์ทรงด่วนไสช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมาทำไมหนอ พระองค์มีพระหฤทัยอันร่าเริงเสด็จมา คงจะทรงเข้าพระทัยว่าทรงเป็นผู้ได้ประโยชน์แล้ว ขอพระองค์ทรงลดแล่งธนูนั่นเสียเถิด ทรงทิ้งลูกธนูเสียเถิด ทรงเปลื้องเกราะอันงดงามปานดังแก้วไพฑูรย์นั้นออกเสียเถิด พระเจ้าข้า.
ปสนฺนมุขวณฺโณสิ มิตปุพฺพญฺจ ๘ ภาสสิ
โหติ โข มรณกาเล เอทิสี วณฺณสมฺปทา ฯ
เจ้าเป็นผู้มีสีหน้าอันผ่องใส และกล่าวถ้อยคำเคยยิ้มแย้ม ความถึงพร้อมแห่งผิวพรรณเช่นนี้ย่อมมีในมรณกาล.
โมฆนฺเต คชฺชิตํ ราช ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย
ทุคฺคโณฺห หิ ๑ ตยา ราชา ขลุงฺเกเนว สินฺธโว ฯ
ติณฺโณ หิยฺโย ราชา คงฺคํ สามจฺโจ สปริชฺชโน
หํสราชํ ยถา ธงฺโก อนุชฺชวํ ปติสฺสติ ฯ
๑ ม. นรธีเรหิ ฯ ๒ สี. ยุ. ปตากา ฯ ม. ปฏากา จมฺมิโน ฯ ๓ สี. ยุ.
ถรุคฺคาหา สิกฺขิตาโร ฯ ๔ สี. ยุ. นาคขนฺธาติปาติโน ฯ ม. นาคขนฺเธ นิปาติโน ฯ
๕ ม. อาปตสิ ฯ ๖ ม. สิทฺธตฺโถสฺมีติ ฯ ๗ ม. -สนฺถตํ ฯ ๘ มิหิตปุพฺพํ อิติปิ ฯ
ข้าแต่พระขัตติยราช พระดำรัสที่พระองค์ตรัสคุกคามไร้ประโยชน์เสียแล้ว พระองค์เป็นผู้มีพระดำริกระจายไปทั่วแล้ว พระองค์ไม่สามารถจะจับ พระราชาของข้าพระองค์ได้หรอกดังม้าสินธพอันม้ากระจอกไล่ไม่ทัน ฉะนั้น พระราชาของข้าพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริษัทเสด็จข้ามแม่น้ำไปแล้วแต่วานนี้ ถ้าพระองค์จักเสด็จติดตามไป พระองค์ก็จักตก คือถึงความพินาศในระหว่าง เปรียบเหมือนกาบินไล่ติดตามพระยาหงส์ จักต้องตกลงในระหว่าง ฉะนั้น.
สิคาลา รตฺติภาเคน ผุลฺลํ ทิสฺวาน กึสุกํ
มํสเปสีติ มญฺญนฺตา ปริพฺยูฬฺหา มิคาธมา ฯ
วีติวตฺตาสุ รตฺตีสุ อุคฺคตสฺมึ ทิวากเร ๒
กึสุกํ ผุลฺลิตํ ทิสฺวา อาสาฉินฺนา มิคาธมา ฯ
เอวเมว ตุวํ ราช เวเทหํ ปริวารย ๓
อาสจฺฉินฺโน คมิสฺสสิ สิคาลา กึสุกํ ยถา ฯ
สุนัขจิ้งจอก เป็นสัตว์ต่ำช้ากว่ามฤค เห็นดอกทองกวาวด้วยแสงจันทร์ก็สำคัญว่าชิ้นเนื้อ เข้าล้อมต้นอยู่ ครั้นเมื่อราตรีล่วงไปแล้ว เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว สุนัขจิ้งจอกซึ่งเป็นสัตว์ต่ำช้ากว่ามฤค ได้เห็นดอกทองกวาวบานแล้ว เป็นสัตว์หมดความหวังฉันใด ข้าแต่พระราชาพระองค์ทรงล้อมพระเจ้าวิเทหราช ก็จักทรงหมดความหวังเสด็จกลับไปเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกล้อมต้นทองกวาวหมดความหวังกลับไป ฉะนั้น.
อิมสฺส หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ ฉินฺทถ
โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ
อิมํ มํสํว ปาตพฺยํ ๔ สูเล กตฺวา ปจนฺตุ นํ
โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ
ยถาปิ อุสภจมฺมํ ปฐพฺยา วิหนียติ ๕
สีหสฺส อโถ พฺยคฺฆสฺส โหติ สงฺกุสมาหตํ ฯ
เอวนฺตํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสามิ สตฺติยา
โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ
เจ้าทั้งหลายจงช่วยกันตัดมือ เท้า หู และจมูกของมโหสถ ผู้ปล่อยให้พระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเราซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือไปเสีย เจ้าทั้งหลายจงเสียบมโหสถ ผู้ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเรา ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือไปเสียในหลาวแล้วจงย่างมันให้ร้อน เหมือนดังย่างเนื้อฉะนั้น บุคคลแทงหนังวัวลงบนแผ่นดิน หรือบุคคลเกี่ยวหนังราชสีห์หรือเสือโคร่งฉุดมาด้วยขอฉันใด เราจักให้เจ้าทั้งหลายช่วยกันทิ่มแทงมโหสถ ผู้ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเราซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือไปฆ่าเสียด้วยหอกฉันนั้น.
สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ ๖
เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ
สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ
เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ
สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ
เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ
สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ
เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ
สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ
เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ
สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ
เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ
สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ
เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ
สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ
เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ
สเจ มํ วิหนิตฺวาน ๑ เวธยิสฺสสิ สตฺติยา
เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ
สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา
เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ
สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา
เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ
สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา
เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ
เอวํ โน มนฺติตํ รโห เวเทเหน มยา สห
ยถา ๑ ปลสตํ จมฺมํ โกนฺติมนฺตาสุนิฏฺฐิตํ ๒
อุเปติ ตนุตาณาย สรานํ ปฏิหนฺตเว ฯ
สุขาวโห ทุกฺขนูโท เวเทหสฺส ยสสฺสิโน
มตินฺเต ปฏิหญฺญามิ อุสุํ ปลสเตน วา ฯ
๑ ม. ทุคฺคโณฺหสิ ฯ ๒ ม. ทิวงฺกเร ฯ ๓ ม. ปริวาริย ฯ ๔ สี. ยุ. ปาตพฺพํ ฯ
๕ วิตนียติ อิติปิ ฯ ๖ ม. เฉจฺฉสิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๑ ม. วิตนิตฺวาน ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้น ของพระปัญจาลจันทราชโอรสฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้นของพระปัญจาลจันที
ราชธิดา ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้า
พระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้นของพระนางนันทาเทวีอัครมเหสี ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือเท้า หูและจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้นของพระราชบุตร ราชบุตรีและพระมเหสีแห่งพระองค์ ฉันนั้นถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อนพระเจ้าวิเทหราช ก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อของพระปัญจาลจันทราชโอรสในหลาว แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อของพระปัญจาลจันทีราชธิดา แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น
ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อพระนางนันทาเทวีอัครมเหสี แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาวแล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อของพระราชบุตรพระราชบุตรีและพระมเหสีของพระองค์ แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้นถ้าพระองค์จักรับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทงพระปัญจาลจันทราชโอรสด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระองค์จักรับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็รับสั่งให้ทิ่มแทง พระปัญจาลจันทีราชธิดาด้วยหอก
ฉันนั้น ถ้าพระองค์จักรับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทงพระนางนันทาเทวีอัครมเหสีด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทงพระราชบุตร พระราชบุตรีและพระมเหสีของพระองค์ ฉันนั้น ข้อความดังกราบทูลมาอย่างนี้ อันข้าพระองค์ทั้งสอง คือพระเจ้าวิเทหราชกับข้าพระองค์ ได้ปรึกษาตกลงกันไว้แล้วในที่ลับ โล่หนักประมาณ ๑๐๐ปะละ อันช่างหนังทำสำเร็จแล้ว ด้วยมีดของช่างหนังย่อมช่วยป้องกันตัวเพื่อห้ามลูกศรทั้งหลาย ฉันใด ข้าพระองค์ เป็นผู้นำความสุขบรรเทาทุกข์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศ ก็จำต้องทำลายลูกศรคือพระดำริของพระองค์ ด้วยโล่ คือความคิดของข้าพระองค์ ฉันนั้น ขอเดชะ.
อิงฺฆ ปสฺส มหาราช สุญฺญํ อนฺเตปุรํ ตว
โอโรธา จ กุมารา จ ตว มาตา จ ขตฺติย
อุมฺมงฺคา นีหริตฺวาน เวเทหสฺสุปนามิตา ฯ
ข้าแต่พระมหาราช เชิญพระองค์ทอดเนตรพระราชนิเวศน์อันว่างเปล่าของพระองค์ ข้าแต่บรมกษัตริย์ นางสนม กุมารทั้งหลาย และพระราชชนนีของพระองค์ ข้าพระองค์ให้นำออกทางอุโมงค์ นำไปถวายพระเจ้าวิเทหราชแล้ว พระเจ้าข้า.
อิงฺฆ อนฺเตปุรํ มยฺหํ คนฺตฺวาน วิจินาถ นํ
ยถา อิมสฺส วจนํ สจฺจํ วา ยทิ วา มุสา ฯ
เชิญพวกเจ้าจงไปสู่ราชนิเวศน์ของเรา แล้วตรวจตราดู คำของมโหสถนี้จริงหรือเท็จอย่างไร.
เอวเมตํ มหาราช ยถา อาห มโหสโธ
สุญฺญํ อนฺเตปุรํ สพฺพํ กากปตนกํ ยถา ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา มโหสถกราบทูลว่า ฉันใด คำนั้นเป็นจริง ฉันนั้นพระราชนิเวศน์ทุกแห่งว่างเปล่า ดุจที่ลงกินของฝูงกา ขอเดชะ.
อิโต คตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา
โกสุมฺภผลกสุสฺโสณี ๓ หํสคคฺครภาณินี ฯถ
อิโต นีตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา
โกเสยฺยวสนา สามา ชาตรูปสุเมขลา ฯ
สุรตฺตปาทา กลฺยาณี สุวณฺณมณิเมขลา
ปาเรวตกฺขี สุตนู พิมฺโพฏฺฐา ตนุมชฺฌิมา ฯ
สุชาตา ภุชลฏฺฐีว เวทีว ๔ ตนุมชฺฌิมา
ทีฆสฺสา เกสา อสิตา อีสกคฺคปเวลฺลิตา ฯ
สุชาตา มิคจฺฉาปีว เหมนฺตคฺคิสิขาริว
นทีว คิริทุคฺเคสุ สญฺฉนฺนา ขุทฺทเวฬุภิ ฯ
นาคนาสูรุกลฺยาณี ปฐมา ๑ ติมฺพรุตฺถนี
นาติทีฆา นาติรสฺสา นาโลมา นาติโลมกา ๒ ฯ
นนฺทาย นูน มรเณน นนฺทสิ สิริวาหน
อหญฺจ นูน นนฺทา จ คจฺฉาม ยมสาธนํ ฯ
๑ ม. ยถาปิ ฯ ๒ สี. ยุ. โกนฺตีมนฺตี สุนิฏฺฐิตํ ฯ ๓ ม. โกสมฺพผลก... ฯ
๔ ม. เวลฺลีว ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา พระนางเจ้านันทาเทวี ทรงโฉมงดงามทั่วสรรพางค์มีพระโสณีงาม ดังแผ่นทองคำธรรมชาติ มีปกติตรัสด้วยพระสำเนียงอันอ่อนหวาน ดังเสียงลูกหงส์เสด็จไปทางอุโมงค์นี้แล้ว ข้าแต่พระมหาราชา พระนางนันทาเทวีทรงโฉมงดงามทั่วสรรพางค์ ทรงพระภูษาโกสัย มีพระสรีระเหลืองอร่าม มีสายรัดพระองค์งดงามด้วยทองคำข้าพระองค์นำออกไปแล้วจากอุโมงค์นี้ พระนางนันทาเทวีมีพระบาทแดงสดใส ทรงโฉมงดงาม มีสายรัดพระองค์ แก้วมณีแกมสุวรรณ ดวงพระเนตรดังตานกพิราบ มีพระสรีระงดงาม พระโอฐแดงดังผลตำลึงสุกสะโอดสะอง มีบั้นพระองค์เล็กเรียวดังเถานาคลดา อันเกิดดีแล้วและกาญจนไพรที มีพระเกสายาวดำ มีปลายช้อนขึ้นเล็กน้อย
มีดวงพระเนตรเขื่อง ดังดวงตาของลูกเนื้อทรายอันเกิดดีแล้ว และดุจเปลวเพลิงในฤดูเหมันต์ พระนางนันทาเทวี ย่อมงดงามด้วยเส้นพระโลมาเล็กๆ ดังแม่น้ำใกล้ภูผาอันดาดาษไปด้วยไม้ไผ่เล็กๆ ฉะนั้น พระนางมีพระเพลางามดังงวงอัยรา มีพระถันยุคลดังคู่ผลมะพลับทองงามเป็นที่หนึ่ง พระสัณฐานสันทัด ไม่สูงนัก ไม่ต่ำนัก มีพระโขนงพองาม ไม่มากนัก ข้าแต่พระองค์ผู้มีพาหนะสมบูรณ์ด้วยสิริ พระองค์คงทรงยินดี ด้วยการทิวงคตของพระนางเจ้านันทาเทวีเป็นแน่ ข้าพระองค์และพระนางเจ้านันทาเทวี ก็จักไปสู่สำนักยมราชเป็นแน่.
ทิพฺพํ อธิยเส มายํ อกาสิ จกฺขุโมหนํ
โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ
มโหสถ ได้ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเรา ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือเรา ทำเล่ห์กลอันเป็นทิพย์ หรือว่าได้ทำอุบายบังตา.
อธิยนฺติ เว ๓ มหาราช ทิพฺพมายีธ ปณฺฑิตา
เต โมจยนฺติ อตฺตานํ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา ฯ
สนฺติ มาณวปุตฺตา เม กุสลา สนฺธิเฉทกา
เยสํ กเตน มคฺเคน เวเทโห มิถิลํ คโต ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา บัณฑิตทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมทำเล่ห์กลอันเป็นทิพย์โดยแท้ บัณฑิตผู้มีความรู้เหล่านั้น ย่อมปลดเปลื้องตนได้ เหล่าทหารรุ่นหนุ่มเป็นคนฉลาด เป็นทหารขุดอุโมงค์ของข้าพระองค์มีอยู่พระเจ้าวิเทหราชเสด็จไปยังพระนครมิถิลา โดยทางที่ทหารเหล่านั้นทำไว้พระเจ้าข้า.
อิงฺฆ ปสฺส มหาราช อุมฺมงฺคํ สาธุมาปิตํ
หตฺถีนํ อถ อสฺสานํ รถานํ อถ ปตฺตินํ
อาโลกภูตํ ติฏฺฐนฺตํ อุมฺมงฺคํ สาธุนิฏฺฐิตํ ๔ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา เชิญพระองค์ทอดพระเนตรอุโมงค์ซึ่งสร้างไว้ดีแล้วงามรุ่งเรืองด้วยระเบียบแห่งกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ ซึ่งสำเร็จดีแล้วเถิด พระเจ้าข้า.
ลาภา วต วิเทหานํ ยสฺสิเม เอทิสา ปณฺฑิตา
ฆเร วสนฺติ วิชิเต ยถา ตฺวมสิ มโหสธ ฯ
ดูกรมโหสถ เป็นลาภของชนชาววิเทหรัฐหนอ บัณฑิตทั้งหลายเช่นนี้ย่อมอยู่ในเรือน ในแว่นแคว้นของผู้ใด เป็นลาภของผู้นั้น เหมือนเจ้าฉะนั้น.
วุตฺติญฺจ ปริหารญฺจ ทิคุณํ ภตฺตเวตฺตนํ
ททามิ วิปุเล โภเค ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ
มา วิเทหํ ปจฺจคมา กึ วิเทโห กริสฺสติ ฯ
๑ ม. ปรมา ฯ ๒ ม. -โลมสา ฯ ๓ ม. อธียนฺติ ฯ ๔ ม. สาธุ มาปิตํ ฯ
เราจะให้เครื่องเลี้ยงชีพ การบริหาร เบี้ยเลี้ยง และบำเหน็จเพิ่มขึ้นสองเท่า และให้โภคสมบัติอันไพบูลย์อีก เจ้าจงใช้สอยและจงรื่นรมย์อยู่ในกามเถิด เจ้าอย่ากลับไปหาพระเจ้าวิเทหราชเลย พระเจ้าวิเทหราชจะทรงทำประโยชน์อะไร.
โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา
อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ
ยาว ชีเวยฺย เวเทโห นาญฺญสฺส ปุริโส สิยํ ๑ ฯ
โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา
อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ
ยาว ติฏฺเฐยฺย เวเทโห นาญฺญสฺส วิชิเต วเส ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ผู้ใดพึงสละท่านผู้ชุบเลี้ยงตนเพราะเหตุแห่งทรัพย์ผู้นั้นย่อมถูกตนเองและคนอื่นติเตียนได้ทั้งสองฝ่าย พระเจ้าวิเทหราชยังทรงพระชนม์อยู่เพียงใด ข้าพระองค์ไม่พึงอยู่ในแว่นแคว้นของผู้อื่นเพียงนั้น ข้าแต่พระมหาราชา ผู้ใดพึงสละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน เพราะเหตุแห่งทรัพย์ ผู้นั้นย่อมถูกตนเองและคนอื่นติเตียนได้ทั้งสองฝ่าย พระเจ้าวิเทหราชยังดำรงพระชนม์อยู่เพียงใด ข้าพระองค์ไม่พึงเป็นราชบุรุษของพระราชาอื่นเพียงนั้น ขอเดชะ.
ทมฺมิ นิกฺขสหสฺสนฺเต คามาสีติญฺจ กาสิสุ
ทาสีสตานิ จตฺตาริ ทมฺมิ ภริยาสตญฺจ เต
สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถึ คจฺฉ มโหสธ ฯ
ดูกรมโหสถ เราจะให้ทองพันแท่ง บ้าน ๘๐ หลังในแคว้นกาสีแก่ท่านเราจะให้ทาสี ๔๐๐ คน ภรรยา ๑๐๐ คนแก่ท่าน จงพากองทัพทั้งปวงไปโดยสวัสดี.
ยาว ททนฺตุ หตฺถีนํ อสฺสานํ ทิคุณํ วิธํ
ตปฺเปนฺตุ อนฺนปาเนน รถิเก ปตฺติการเก ฯ
พวกเจ้าจงให้อาหารแก่ช้างและม้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพียงใด จงเลี้ยงดูกองรถและกองราบให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ เพียงนั้น.
หตฺถี อสฺเส รเถ ปตฺตี คจฺเฉวาทาย ปณฺฑิต
ปสฺสตุ ตํ มหาราชา เวเทโห มิถิลํ คตํ ฯ
ดูกรมโหสถบัณฑิต ท่านจงพาเอากองช้าง กองม้า กองรถ กองราบไปพระเจ้าวิเทหราช จงทอดพระเนตรท่านผู้ไปถึงมิถิลานคร.
หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา สาทิสฺสเต มหา
จตุรงฺคินี ภึสรูปา ๒ กินฺนุ มญฺญนฺติ ๓ ปณฺฑิตา ฯ
เสนา คือ กองช้าง กองม้า กองรถ กองราบ ปรากฏมากมาย เป็นจตุรงคินีที่น่ากลัว บัณฑิตทั้งหลายจะสำคัญอย่างไรหนอ.
อานนฺโท เต มหาราช อุตฺตโม ปฏิทิสฺสติ
สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถิปฺปตฺโต มโหสโธ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ความยินดีอย่างสูงสุด จักปรากฏแด่พระองค์ มโหสถพากองทัพทั้งปวงมาถึงแล้วโดยสวัสดี.
ยถา เปตํ สุสานสฺมึ ฉฑฺเฑตฺวา จตุโร ชนา
เอวํ กปฺปิลิเย ตฺยมฺหา ฉฑฺฑยิตฺวา อิธาคตา ฯ
อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน เกน วา ปน เหตุนา
เกน วา อตฺถชาเตน อตฺตานํ ปริโมจยิ ฯ
๑ ม. ปุริโส สิยา ฯ ๒ ม. ภีสรูปา ฯ ๓ ม. มญฺญสิ ปณฺฑิต ฯ
คน ๔ คน นำคนตายไปทิ้งไว้ในป่าช้าแล้วกลับไป ฉันใด พวกเราทิ้งเจ้าไว้ในกัปปิลรัฐแล้ว กลับมาในที่นี้ ก็ฉันนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าเปลื้องตนพ้นมาได้เพราะเหตุอะไร เพราะปัจจัยอะไร หรือเพราะผลอะไร.
อตฺถํ อตฺเถน เวเทห มนฺตํ มนฺเตน ขตฺติย
ปริวารยิสฺสํ ๑ ราชานํ ชมฺพูทีปํว สาคโร ฯ
ทินฺนํ นิกฺขสหสฺสํ เม คามาสีติญฺจ ๒ กาสิสุ
ทาสีสตานิ จตฺตาริ ทินฺนํ ภริยาสตญฺจ เม
สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถินามฺหิ อิธาคโต ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์จอมวิเทหรัฐ ข้าพระองค์ป้องกันกลศึกที่พวกนั้นกีดกันไว้ ด้วยกลศึกที่ข้าพระองค์คิดแล้ว ข้าพระองค์ป้องกันความลับที่พวกนั้นปรึกษากันไว้ ด้วยความลับที่ข้าพระองค์คิดไว้ (ใช่แต่เท่านั้น) ข้าพระองค์ยังได้ช่วยป้องกันพระราชาไว้ ดังสาครกั้นล้อมชมพูทวีปไว้ ฉะนั้น พระเจ้าพรหมทัตต์ทรงพระราชทานทองคำพันแท่งบ้าน ๘๐ หลังในแคว้นกาสี ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คน แก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้พากองทัพทั้งปวงมาถึง ณ ที่นี้โดยสวัสดีแล้วพระเจ้าข้า.
สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก
ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว
อมิตฺตหตฺถตฺถคเต ๓ โมจยิ โน มโหสโธ ฯ
ดูกรท่านอาจารย์เสนก การอยู่ร่วมกับบัณฑิต เป็นสุขดีหนอ เพราะว่ามโหสถบัณฑิต ปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูได้เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ถูกขังอยู่ในกรง และเปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น.
เอวเมว มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา
ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว
อมิตฺตหตฺถตฺถคเต ๓ โมจยิ โน มโหสโธ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ข้อนี้เป็นอย่างนั้น เพราะว่า บัณฑิตทั้งหลาย เป็นผู้นำความสุขมาให้ มโหสถบัณฑิตปลดเปลื้องพวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ขังอยู่ในกรง และเปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยตัวติดอยู่ในแห ฉะนั้น.
อาหญฺญนฺตุ สพฺพวีณา เภริโย เทนฺทิมานิ จ
ธมนฺตุ มาคธา สงฺขา วคฺคู นทนฺตุ ทุนฺทุภี ฯ
ชาวเมืองผู้นับว่าเกิดในแคว้นมคธ จงดีดพิณทั้งปวง จงตีกลองเล็กกลองใหญ่และมโหรทึก จงพากันโห่ร้องบันลือเสียงให้เซ็งแซ่.
โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา
พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ
หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา
พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ
สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา
พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ
พหุชฺชโน ปสนฺโนสิ ทิสฺวา ปณฺฑิตมาคตํ
ปณฺฑิตมฺหิ อนุปฺปตฺเต เจลุกฺเขโป ปวตฺตถาติ ๑ ฯ
มโหสธชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
๑ ม. ปริวารยึ ฯ ๒ ม. คามาสีติ จ ฯ ๓ ม. อมิตฺตหตฺถตฺตคเต ฯ
พวกนางสนม พวกกุมาร พวกพ่อค้า และพวกพราหมณ์ต่างก็นำเอาข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้แก่มโหสถบัณฑิต พวกกองช้าง พวกกองม้าพวกกองรถ พวกกองราบ ต่างก็นำเอาข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้แก่มโหสถบัณฑิต ชาวชนบทและชาวนิคมประชุมพร้อมกัน ต่างนำเอาข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้มโหสถบัณฑิต ชนเป็นอันมากได้เห็นมโหสถบัณฑิตกลับมา ต่างก็พากันเลื่อมใส ครั้นมโหสถบัณฑิตมาถึงมิถิลานครพากันยกธงขึ้นโบกอยู่ไปมา.
จบ มโหสถชาดกที่ ๕.
จบ ๕. มโหสถชาดก