arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหานิบาต

๔. เนมิราชชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒๕–๕๙๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในมหานิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔ เนมิราชชาตกํ ๑

๔. เนมิราชชาดก

พระเจ้าเนมิราชทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก มหานิบาต เนมิราชชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (สยามรัฐ)

อจฺเฉรํ วต โลกสฺมึ อุปฺปชฺชนฺติ วิจกฺขณา

ยทา อหุ นิมิราชา ปณฺฑิโต กุสลตฺถิโก

ราชา สพฺพวิเทหานํ อทา ทานํ อรินฺทโม ฯ

ตสฺส ตํ ททโต ทานํ สงฺกปฺโป อุปปชฺชถ

ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา กตมํ สุ มหปฺผลํ ฯ

ฉบับหลวง

น่าอัศจรรย์จริงหนอ เมื่อใด พระเนมิราชเจ้าผู้เป็นบัณฑิต เป็นพระราชาผู้ปราบอริราชศัตรู มีพระประสงค์ด้วยกุศล ทรงให้ทานแก่ชาววิเทหรัฐทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว เมื่อนั้นบุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลายย่อมบังเกิดขึ้นในโลก เมื่อพระเจ้าเนมิราชทรงให้ทานนั้นอยู่ เกิดพระดำริขึ้นว่า ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหนมีผลมากหนอ.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส สงฺกปฺปมญฺญาย มฆวา เทวกุญฺชโร

สหสฺสเนตฺโต ปาตุรหุ วณฺเณน วิหตนฺตมํ ฯ

สโลมหฏฺโฐ มนุชินฺโท วาสวํ อวจา นิมิ

เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท ฯ

น จ เมตาทิโส วณฺโณ ทิฏฺโฐ วา ยทิวา สุโต

อาจิกฺข เม ตฺวํ ภทฺทนฺเต กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

สโลมหฏฺฐํ ญตฺวาน วาสโว อวจา นิมึ

สกฺโกหมสฺมิ เทวินฺโท อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก

อโลมหฏฺโฐ มนุชินฺท ปุจฺฉ ปญฺหํ ยมิจฺฉสิ ฯ

โส จ เตน กโตกาโส วาสวํ อวจา นิมิ

ปุจฺฉามิ ตํ มหาราช สพฺพภูตานมิสฺสร

ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา กตมํ สุ มหปฺผลํ ฯ

โส ปุฏฺโฐ นรเทเวน วาสโว อวจา นิมึ

วิปากํ พฺรหฺมจริยสฺส ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ

มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ ฯ

น เหเต สุลภา กายา ยาจโยเคน เกนจิ

เย กาเย อุปปชฺชนฺติ อนาคารา ตปสฺสิโน ฯ

๑ ม. นิมิชาตกํ ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวมัฆวาฬเทพกุญชรสหัสสเนตร ทรงทราบพระดำริของพระเจ้าเนมิราชแล้ว ทรงกำจัดความมืดด้วยพระรัศมีปรากฏขึ้น พระเจ้าเนมิราชจอมมนุษย์มีพระโลมชาติชูชัน ได้ตรัสถามท้าววาสวะว่า ท่านเป็นเทวดาเป็นคนธรรพ์ หรือ เป็นท้าวสักกปุรินททะ รัศมีของท่านเช่นนั้นข้าพเจ้าไม่ได้เห็นหรือไม่ได้ยินมาเลย ขอท่านจงบอกแก่ข้าพเจ้า ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ข้าพเจ้าจะรู้จักท่านได้อย่างไร ท้าววาสวะทรงทราบว่า พระเจ้าเนมิราชมีพระโลมชาติชูชันได้ตรัสตอบว่า หม่อมฉันเป็นท้าวสักกรินทร์เทวราช มาในสำนักของพระองค์ ดูกรพระองค์ผู้เป็นจอมมนุษย์ พระองค์อย่าทรงมีพระโลมชาติชูชัน เชิญตรัสถามปัญหาตามที่ทรงพระประสงค์เถิด พระเจ้าเนมิราช ทรงได้โอกาสนั้นแล้ว จึงตรัสถามท้าววาสวะว่า

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ผู้เป็นใหญ่แห่งปวงภูตหม่อมฉันขอทูลถาม พระองค์ว่า ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหนมีผลมาก ท้าววาสวะอันพระเจ้าเนมิราชผู้ประเสริฐกว่านรชนตรัสถามแล้วทรงทราบวิบากแห่งพรหมจรรย์ จึงได้ตรัสบอกแก่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ทรงทราบว่า บุคคลย่อมบังเกิดในขัตติยสกุลเพราะพรหมจรรย์อย่างเลวบุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นเทวดาเพราะพรหมจรรย์ปานกลาง บุคคลย่อมบริสุทธิ์เพราะพรหมจรรย์อย่างสูงสุด หมู่พรหมเหล่านี้อันใครๆ จะพึงได้ง่ายๆ ด้วยประกอบการวิงวอนก็หาไม่ บุคคลต้องเป็นผู้ไม่มีเรือนบำเพ็ญตบธรรม จึงจะบังเกิดในหมู่พรหม.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุทีโป สาคโร เสโล มุจลินฺโท ภคีรโส ๑

อุสินฺนโร อตฺถโก จ อสฺสโก จ ปุถุทฺธโน ฯ

เอเต จญฺเญ จ ราชาโน ขตฺติยาย พฺราหฺมณา พหู

ปุถุยญฺญํ ยชิตฺวาน เปตตฺตํ นาติวตฺตึสุ ๒ ฯ

ฉบับหลวง

พระราชาเหล่านี้ คือ พระเจ้าทุทีปราช พระเจ้าสาครราช พระเจ้าเสลราช พระเจ้ามุจลินทราช พระเจ้าภคีรสราช พระเจ้าอุสินนรราชพระเจ้าอัตถกราช พระเจ้าอัสสกราช พระเจ้าปุถุทธนราช และกษัตริย์เหล่าอื่นทั้งพราหมณ์เป็นอันมาก บูชายัญมากมายแล้ว ไม่ล่วงพ้นความละโลกนี้ไป.

บาลี (สยามรัฐ)

เย อทุติยา น รมนฺติ เอกิกา

วิเวกชํ เย น ลภนฺติ ปีตึ

กิญฺจาปิ เต อินฺทสมานโภคา

เต เว ปราธีนสุขา วรากา ฯ

ฉบับหลวง

ชนเหล่าใดไม่มีเพื่อนสอง อยู่คนเดียว ย่อมไม่รื่นรมย์ ย่อมไม่ได้ปีติอันเกิดแต่วิเวก ชนเหล่านั้นถึงจะมีโภคสมบัติเสมอด้วยทิพสมบัติของพระอินทร์ ถึงกระนั้นก็ชื่อว่าเป็นคนเข็ญใจเพราะความสุขที่ต้องอาศัยผู้อื่น.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธายิเม ๓ อติวตฺตึสุ อนาคารา ตปสฺสิโน

สตฺติสโย ยามหนุ โสมยาโค มโนชโว ฯ

สมุทฺโท มาโฆ ภรโต ๔ อิสิ กาลปุรกฺขิโต

องฺคีรโส กสฺสโป จ กีสวจฺโฉ อกนฺติ จ ฯ

ฉบับหลวง

ฤาษี ๗ ตนเหล่านั้น คือ ยามหนุฤาษี โสมยาคฤาษี มโนชฤาษีสมุททฤาษี มาฆฤาษี ภรตฤาษี และกาลปุรักขิตฤาษี และฤาษีอีก ๔ ตนคือ อังคีรสฤาษี กัสสปฤาษี กีสวัจฉฤาษี อกันติฤาษี ผู้ไม่มีเรือนบำเพ็ญตบะ ล่วงพ้นกามาวจรภพได้แล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

อุตฺตเรน นที สีทา คมฺภีรา ทุรติกฺกมา

นฬคฺคิวณฺณา โชตนฺติ สทา กญฺจนปพฺพตา ฯ

ปรุฬฺหคจฺฉา ตคฺครา ปรุฬฺหคจฺฉา วนา นคา

ตตฺราสุํ ทสสหสฺสา โปราณา อิสโย ปุเร ฯ

อหํ เสฏฺโฐสฺมิ ทาเนน สญฺญเมน ทเมน จ

อนุตฺตรํ วตํ กตฺวา ปกีรจารี สมาหิเต ฯ

ชาติมนฺตํ อชจฺจญฺจ อหมุชุคตํ นรํ

อติเวลํ นมสฺสิสฺสํ กมฺมพนฺธู หิ มาณวา ฯ

สพฺเพ วณฺณา อธมฺมฏฺฐา ปตนฺติ นิรยํ อโธ

สพฺเพ วณฺณา วิสุชฺฌนฺติ จริตฺวา ธมฺมมุตฺตมํ ฯ

๑ ภคีรโถติ มญฺเญ ฯ ๒ ม. นาติวตฺติสุํ ฯ ๓ ม. อถ ยิเม ฯ ๔ ม. ภรโต จ ฯ

ฉบับหลวง

แม่น้ำชื่อสีทามีอยู่ทางด้านทิศอุดร เป็นแม่น้ำลึก ข้ามได้ยาก กัญจนบรรพตมีสีดังไฟไม้อ้อ โชติช่วงอยู่ในกาลทุกเมื่อ ที่ฝั่งแม่น้ำนั้นมีต้นกฤษณางอกงาม มีภูเขาอื่นอีกซึ่งมีป่าไม้งอกงาม มีฤาษีเก่าแก่ประมาณหมื่นตน อาศัยอยู่ที่ภูเขาภาคนั้น หม่อมฉันเป็นผู้ประเสริฐสุดด้วยทานสัญญมะและทมะ หม่อมฉันอุปัฏฐากดาบสเหล่านั้นผู้บำเพ็ญวัตรอันไม่มี

วัตรอื่นยิ่งกว่า ละหมู่คณะไปอยู่ผู้เดียว มีจิตมั่นคง หม่อมฉันจัก

นอบน้อมนรชนผู้ปฏิบัติตรง จะมีชาติก็ตาม ไม่มีชาติก็ตาม ตลอดกาลเป็นนิตย์ เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ฉะนั้นวรรณะทั้งปวงผู้ตั้งอยู่ในอธรรม ย่อมตกนรกเบื้องต่ำ วรรณะทั้งปวงย่อมหมดจด เพราะประพฤติธรรมอันสูงสุด.

บาลี (สยามรัฐ)

อิทํ วตฺวาน มาฆวา เทวราชา สุชมฺปติ

เวเทหมนุสาสิตฺวา สคฺคกายํ อปกฺกมิ ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวมฆวาฬสุชัมบดีเทวราช ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว ทรงพร่ำสอนพระเจ้าเนมิราชผู้ครองวิเทหรัฐแล้ว ได้เสด็จกลับไปในหมู่สวรรค์.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมํ โภนฺโต นิสาเมถ ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา

ธมฺมิกานํ มนุสฺสานํ วณฺณํ อุจฺจาวจํ พหุํ ฯ

ยถา อยํ นิมิราชา ปณฺฑิโต กุสลตฺถิโก

ราชา สพฺพวิเทหานํ อทา ทานํ อรินฺทโม ฯ

ตสฺส ตํ ททโต ทานํ สงฺกปฺโป อุปปชฺชถ

ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา กตมํ สุ มหปฺผลํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย ท่านทั้งหลายบรรดาที่มาประชุมกัน ณ ที่นี้

ประมาณเท่าใด จงตั้งใจฟังคุณทั้งสูงทั้งต่ำเป็นอันมากนี้ ขอมนุษย์ทั้ง

หลายผู้ตั้งอยู่ในธรรม เกิดความดำริเหมือนอย่างพระเจ้าเนมิราชผู้เป็นบัณฑิต มีพระประสงค์ด้วยกุศล เป็นพระราชาผู้ปราบอริราชศัตรู ทรงให้ทานแก่ชาววิเทหรัฐทั้งปวง เมื่อพระเจ้าเนมิราชทรงให้ทานนั้นอยู่เกิดพระดำริขึ้นว่า ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหน มีผลมากหนอ ฉะนั้นเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อพฺภูโต วต โลกสฺมึ อุปฺปชฺชิ โสมหํสโน

ทิพฺโพ รโถ ปาตุรหุ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ

ฉบับหลวง

เกิดพิศวงขนพองซึ่งไม่เคยมีมามีขึ้นในโลกแล้วหนอ รถทิพย์ปรากฏแล้วแก่พระเจ้าวิเทหรัฐผู้เรืองพระยศ.

บาลี (สยามรัฐ)

เทวปุตฺโต มหิทฺธิโก มาตลิ เทวสารถิ

นิมนฺตยิตฺถ ราชานํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ ฯ

เอหิมํ รถมารุยฺห ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ

เทวา ทสฺสนกามา เต ตาวตึสา สอินฺทกา

สรมานา หิ เต เทวา สุธมฺมายํ สมจฺฉเร ฯ

ฉบับหลวง

เทพบุตรมาตลีเทพสารถีผู้มีฤทธิ์มาก เชื้อเชิญเสด็จพระเจ้าวิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมืองมิถิลาว่า ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ในทิศ ขอเชิญเสด็จมาขึ้นรถนี้ เทพเจ้าชาวดาวดึงส์พร้อมด้วยพระอินทร์ใคร่จะเห็นพระองค์ ก็เทพเจ้าเหล่านั้นระลึกถึงพระองค์ ประชุมกันอยู่ณ สุธรรมสภา.

บาลี (สยามรัฐ)

ตโต ราชา ตรมาโน เวเทโห มิถิลคฺคโห

อาสนา วุฏฺฐหิตฺวาน ปมุโข รถมารุหิ ฯ

อภิรุฬฺหํ รถํ ทิพฺพํ มาตลิ เอตทพฺรวิ

เกน ตํ เนมิ มคฺเคน ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ4

เยน วา ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหรัฐผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมืองมิถิลาเป็นประมุขรีบเสด็จลุกจากอาสน์ขึ้นสู่รถ มาตลีเทพสารถีได้ทูลถามพระเจ้าเนมิราชผู้เสด็จขึ้นรถทิพย์แล้วว่า ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ในทิศข้าพระองค์จะนำเสด็จพระองค์ไปโดยทางไหน คือ โดยทางที่บุคคลไปแล้วสามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมอันเป็นบาป หรือโดยทางบุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบุญ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อุภเยเนว มํ เนหิ มาตลิ เทวสารถิ

เยน วา ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมาตลีเทพสารถี ขอให้ท่านนำรถเราไปโดยทางทั้งสอง คือ โดยทางที่บุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบาปและโดยทางที่บุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบุญ.

บาลี (สยามรัฐ)

เกน ตํ ปฐมํ เนมิ ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ

เยน วา ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐสุด ผู้เป็นใหญ่ในทิศ ข้าพระองค์จะนำเสด็จพระองค์ไปโดยทางไหนก่อน คือ โดยทางที่บุคคลไปแล้ว สามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบาป หรือโดยทางที่บุคคลไปแล้วสามารถเห็นสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมเป็นบุญ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

นิรยํ ๑ ตาว ปสฺสามิ อาวาสํ ๒ ปาปกมฺมินํ

ฐานานิ ลุทฺทกมฺมานํ ทุสฺสีลานญฺจ ยา คติ ฯ

ฉบับหลวง

เราจะดูนรกอันเป็นที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมอันเป็นบาป และสถานที่อยู่ของเหล่านรชนผู้มีกรรมอันหยาบช้า ทั้งคติของเหล่านรชนผู้ทุศีลก่อน.

บาลี (สยามรัฐ)

ทสฺเสสิ มาตลิ รญฺโญ ทุคฺคํ เวตรณึ นทึ

กุฏฺฐิตํ ขารสํยุตฺตํ ตตฺตํ อคฺคิสิขูปมํ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีได้ฟังพระดำรัสของพระราชาแล้ว จึงแสดงแม่น้ำเวตรณีที่ข้ามได้ยาก ประกอบด้วยน้ำแสบเผ็ดร้อนเดือดพล่าน เปรียบดังเปลวเพลิง.

บาลี (สยามรัฐ)

เนมิ หเว มาตลิมชฺฌภาสิ ๓

ทิสฺวา ชนํ ปตมานํ วิทุคฺเค

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา เวตรณึ ปตนฺติ ฯ

๑ ม. นิรเย ฯ ๒ ม. อาวาเส ฯ ๓ ม. ...อชฺฌภาสถ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าเนมิราช ทอดพระเนตรเห็นสัตว์ผู้ตกอยู่ในแม่น้ำเวตรณีที่ข้ามได้ยาก จึงตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกผู้ตกอยู่ในแม่น้ำเวตรณี เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงตกลงอยู่ในแม่น้ำเวตรณี.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย ทุพฺพเล พลวนฺโต ชีวโลเก

หึเสนฺติ โรเสนฺติ ๑ สุปาปธมฺมา

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา เวตรณึ ปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราชตรัสถามแล้ว ทูลพยากรณ์ตามที่ทราบวิบากของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมอันเป็นบาป แก่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีกำลัง มีกรรมอันเป็นบาป ย่อมเบียดเบียนด่าว่าผู้อื่นซึ่งหากำลังมิได้ ชนเหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรม จึงตกลงในแม่น้ำเวตรณี พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

สามา จ โสณา สวลา จ คิชฺฌา

กาโกลุสงฺฆา จ อเทนฺติ ๒ เภรวา

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชเน กาโกลุสงฺฆา อเทนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สุนัขแดง สุนัขด่าง ฝูงแร้ง ฝูงกา อันน่าหวาดเสียว ย่อมรุมกัดจิกกินสัตว์นรก ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นฝูงสัตว์รุมทึ้ง จิก กัด กิน สัตว์นรก เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกฝูงการุมจิกกิน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เยเกจิเม มจฺฉริโน กทริยา

ปริภาสกา สมณพฺราหฺมณานํ

หึเสนฺติ โรเสนฺติ สุปาปธมฺมา

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชเน กาโกลุสงฺฆา อเทนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราชตรัสถามแล้วทูลพยากรณ์ วิบากของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมอันเป็นบาปตามที่ได้ทราบ แก่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น มีธรรมอันลามก มักบริภาษเบียดเบียนด่าว่าสมณพราหมณ์ ชนเหล่านั้นผู้มีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้วจึงถูกฝูงการุมจิกกิน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

สญฺโชติภูตา ปฐวึ กมนฺติ

ตตฺเตหิ ขนฺเธหิ จ โปถยนฺติ

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา ขนฺธหตา สยนฺติ ฯ

๑ ม. หึสนฺติ โรสนฺติ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. กาโกลสงฺฆา อทนฺติ ฯ

อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์นรกเหล่านี้มีร่างกายลุกโพลง เดินเหยียบแผ่นดินเหล็ก และนายนิรยบาลโบยด้วยท่อนเหล็กอันร้อน ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกเหล่านี้ถูกโบยด้วยท่อนเหล็ก เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกเบียดเบียนด้วยท่อนเหล็กนอนอยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย ชีวโลกสฺมึ สุปาปธมฺมิโน

นรญฺจ นาริญฺจ อปาปธมฺมํ

หึเสนฺติ โรเสนฺติ สุปาปธมฺมา

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา ขนฺธหตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใดเมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกมีธรรมอันลามก เบียดเบียนด่าว่าชายหญิงผู้มีธรรมเป็นกุศล ชนเหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว จึงถูกเบียดเบียนด้วยท่อนเหล็กนอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

องฺคารกาสุํ อปเร ถุนนฺติ ๑

นรา รุทนฺตา ปริทฑฺฒคตฺตา

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา องฺคารกาสุํ ถุนนฺติ ๑ ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์นรกเหล่าอื่นถูกไฟไหม้ทั่วสรรพางค์กายร้องไห้ครวญครางอยู่ในหลุมถ่านเพลิง ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นสัตว์นรกถูกไฟไหม้ทั่วสรรพางค์กาย เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้กระทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงร้องครวญครางอยู่ในหลุมถ่านเพลิง.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เยเกจิ ปูคาย ธนสฺส ๑ เหตุ

สกฺขึ กริตฺวา อิณํ ชาปยนฺติ

เต ชาปยิตฺวา ชนตํ ชนินฺท

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา องฺคารกาสุํ ถุนนฺติ ฯ

๑ ม. ผุณนฺติ ฯ ยุ. ผุนนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชนชนเหล่าใดแต่งพยานเท็จ ก่อให้เกิดหนี้เพราะหลอกลวงเอาทรัพย์ของประชุมชน ชนเหล่านั้นครั้นก่อให้เกิดหนี้แก่ประชาชนแล้ว เป็นผู้มีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว ต้องร้องครวญครางอยู่ในหลุมถ่านเพลิง พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

สญฺโชติภูตา ชลิตา ปทิตฺตา

ปทิสฺสติ มหตี โลหกุมฺภี

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา (อวํสิรา) โลหกุมฺภึ ปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

หม้อเหล็กใหญ่อันไฟติดทั่ว ลุกรุ่งเรืองโชติช่วง ย่อมปรากฏ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นหม้อเหล็กใหญ่อันไฟติดทั่ว ลุกรุ่งเรืองโชติช่วง เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงตกลงในโลหกุมภี.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย สีลวนฺตํ สมณํ พฺราหฺมณํ วา

หึเสนฺติ โรเสนฺติ สุปาปธมฺมา

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา (อวํสิรา) โลหกุมฺภึ ปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใดมีธรรมอันลามก เบียดเบียนด่าว่าสมณพราหมณ์ผู้มีศีล ชนเหล่านั้นมีกรรมอันหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้วจึงตกลงในโลหกุมภี พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ลุญฺจนฺติ คีวํ อถ เวฐยิตฺวา

อุโณฺหทกสฺมึ ปกิโลทยิตฺวา ๒

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา ลุตฺตสิรา สยนฺติ ฯ

๑ สี. ยุ. ปูคายตนสฺส ฯ ๒ ม. ปกิโลตยิตฺวา ฯ สี. ยุ. ปกิเลทยิตฺวา ฯ

ฉบับหลวง

นายนิรยบาลผูกคอสัตว์นรกด้วยพรวนเหล็กอันลุกโพลง แล้วตัดศีรษะโยนลงไปในน้ำร้อน ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรหนอ จึงถูกตัดศีรษะนอนอยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย ชีวโลกสฺมึ สุปาปธมฺมิโน

ปกฺขี คเหตฺวาน วิเหฐยนฺติ

เต เหฐยิตฺวา สกุณํ ชนินฺท

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา ลุตฺตสิรา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชนชนเหล่าใดเมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก มีธรรมอันลามก จับนกมาฆ่าเลี้ยงชีพ ชนเหล่านั้นมีกรรมอันหยาบช้า ครั้นฆ่านกเลี้ยงชีพ กระทำกรรมแล้ว จึงต้องถูกตัดศีรษะนอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

พหุตโตยา อนิขาตกูลา ๑

นที อยํ สนฺทติ สุปฺปติตฺถา

ฆมฺมาภิตตฺตา มนุชา ปิวนฺติ

ปิวตญฺจ ๒ เตสํ ถุส ๓ โหติ ปานิ

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

ปิวตญฺจ เตสํ ถุส โหติ ปานิ ฯ

ฉบับหลวง

แม่น้ำนี้มีน้ำมาก ตลิ่งไม่สูง มีท่าน้ำราบเรียบไหลอยู่เสมอ สัตว์นรกผู้เร่าร้อนเพราะความร้อนแห่งไฟ จะดื่มน้ำ แต่เมื่อสัตว์นรกเหล่านั้นจะดื่ม น้ำย่อมกลายเป็นแกลบ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์เหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ เมื่อจะดื่มน้ำ น้ำจึงกลายเป็นแกลบไป.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย สุทฺธธญฺญํ ปลาเสน มิสฺสํ

อสุทฺธกมฺมา กยิโน ททนฺติ่

ฆมฺมาภิตตฺตาน ปิปาสิตานํ

ปิวตญฺจ เตสํ ถุส โหติ ปานิ ฯ

๑ ม. อนิคาธกูลา ฯ ๒ ม. ปีตญฺจ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๓ ม. ภุส ฯ อิโต ปรํ

อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใด มีกรรมอันไม่บริสุทธิ์ เอาข้าวลีบแกลบ หรือทรายเป็นต้น ปนข้าวเปลือกขายให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อสัตว์นรกเหล่านั้น มีความร้อนเพราะความร้อนแห่งไฟ กระหายน้ำ จะดื่มน้ำ น้ำจึงกลายเป็นแกลบไป พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อุสูหิ สตฺตีหิ จ โตมเรหิ

อุภยานิ ปสฺสานิ ตุทนฺติ กนฺทตํ

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา สตฺติหตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

นายนิรยบาลเอาลูกศร หอกและโตมร แทงข้างทั้งสองของสัตว์นรกผู้คร่ำครวญอยู่ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกแทงด้วยหอกนอนอยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย ชีวโลกสฺมึ อสาธุกมฺมิโน

อทินฺนมาทาย กโรนฺติ ชีวิตํ

ธญฺญํ ธนํ รชตํ ชาตรูปํ

อเชฬกญฺจาปิ ปสุํ มหึสํ ๑

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา สตฺติหตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกเป็นผู้มีกรรมไม่ดี ลักทรัพย์ของผู้อื่น คือ ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงิน ทองแพะ แกะ ปศุสัตว์ และกระบือ มาเลี้ยงชีวิต ชนเหล่านั้นผู้มีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว ต้องถูกแทงด้วยหอกนอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

คีวาย พนฺธา กิสฺสิเม ปุเนเก

อญฺเญ วิกนฺตา ๑ วิลกตา สยนฺติ ๒

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา วิลกตา สยนฺติ ฯ

๑ สี. ยุ. มหีสํ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุไร สัตว์นรกเหล่านี้จึงถูกนายนิรยบาลผูกคอไว้ สัตว์นรกอีกพวกหนึ่งถูกนายนิรยบาลตัดเป็นท่อนๆ นอนอยู่ ดูกรมาตลีเทพสารถีความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้กระทำกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกตัดเป็นท่อนๆ นอนอยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

โอรพฺภิกา สูกริกา จ มจฺฉิกา

ปสุํ มหึสญฺจ อเชฬกญฺจ

หนฺตฺวาน สูเณสุ ปสารยึสุ

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา วิลกตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านี้ เคยเป็นคนฆ่าแกะฆ่าสุกร ฆ่าปลา ครั้นฆ่าปศุสัตว์ กระบือ แพะ และแกะแล้ว เอาวางไว้ที่เขียง ขายเลี้ยงชีพเป็นผู้มีกรรมอันหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้วต้องตัดเป็นท่อนๆ นอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

รหโท อยํ มุตฺตกรีสปูโร

ทุคฺคนฺธรูโป อสุจิ ปูติ วาติ

ขุทฺทาปเรตา มนุชา อเทนฺติ

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา มุตฺตกรีสภกฺขา ฯ

ฉบับหลวง

ห้วงน้ำเต็มไปด้วยมูตและคูถ ไม่สะอาด เป็นน้ำเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไปสัตว์นรกอันความหิวครอบงำแล้ว ย่อมกินมูตและคูถนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงมีมูตและคูถเป็นอาหาร.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เยเกจิเม การณิกา วิโรสิกา ๑

ปเรสํ วิหึสาย สทา นิวิฏฺฐา

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

มิตฺตทฺทุโน มิฬฺหมเทนฺติ พาลา ฯ

๑ สี. ยุ. วิกตฺตา ฯ ๒ สี. ยุ. ปุเนเก ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใด เคยก่อทุกข์เบียดเบียนมิตรสหายเป็นต้น ตั้งมั่นอยู่ในความเบียดเบียนผู้อื่นเป็นนิตย์สัตว์นรกเหล่านั้น มีกรรมอันหยาบช้า เป็นคนพาลประทุษร้ายมิตรกระทำบาปกรรมแล้ว จึงต้องมากินมูตและคูถ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

รหโท อยํ โลหิตปุพฺพปูโร

ทุคฺคนฺธรูโป อสุจิ ปูติ วาติ

ฆมฺมาภิตตฺตา มนุชา ปิวนฺติ

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา โลหิตปุพฺพภกฺขา ฯ

ฉบับหลวง

ห้วงน้ำนี้เต็มไปด้วยเลือดและหนอง ไม่สะอาดเป็นน้ำเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป สัตว์นรกถูกความร้อนเผาแล้ว ย่อมดื่มเลือดและหนองกินดูกรมาตลีเทพสารภี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงมีเลือดและหนองเป็นอาหาร.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย มาตรํ วา ปิตรํ วา ชีวโลเก

ปาราชิกา อรหนฺเต หนนฺติ

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา โลหิตปุพฺพภกฺขา ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกฆ่ามารดาบิดาหรือพระอรหันต์ ชื่อว่าถึงปาราชิกในเพศคฤหัสถ์ ชนเหล่านั้น ผู้มีกรรมอันหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้ว จึงมีเลือดและหนองเป็นอาหาร พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ชิวฺหญฺจ ปสฺส พลิเสน วิทฺธํ

วิหตํ ยถา สงฺกุสเกน จมฺมํ

ผนฺทนฺติ มจฺฉาว ถลมฺหิ ขิตฺตา

มุญฺจนฺติ เขฬํ รุทมานา กิเมเต

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา วงฺกฆสฺตา สยนฺติ ฯ

๑ ม. วิโรสกา ฯ

ฉบับหลวง

ท่านจงดูลิ้นของสัตว์นรก อันนายนิรยบาลเกี่ยวด้วยเบ็ด และจงดูหนังของสัตว์นรกที่ถูกนายนิรยบาลลอกด้วยขอเหล็ก สัตว์นรกเหล่านี้ ย่อมดิ้นรนเหมือนปลาที่ถูกโยนขึ้นบนบก ร้องไห้น้ำลายไหลเพราะเหตุอะไรดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงกลืนเบ็ดนอนอยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เยเกจิ สณฺฐานคตา ๑ มนุสฺสา

อคฺเฆน อคฺฆํ กยํ หาปยนฺติ

กูเฏน กูฏํ ธนโลภเหตุ

ฉนฺนํ ยถา วาริจรํ วธาย ฯ

น หิ กูฏการิสฺส ภวนฺติ ตาณา

สเกหิ กมฺเมหิ ปุรกฺขิตสฺส ๒

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา วงฺกฆสฺตา สยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านั้น เคยเป็นมนุษย์อยู่ในตำแหน่งตีราคาสิ่งของ ยังราคาซื้อให้เสื่อมด้วยราคาขาย ทำการโกงด้วยการโกงเหตุเพราะความโลภทรัพย์ ปกปิดความโกงไว้ด้วยวาจาอันอ่อนหวาน เปรียบเหมือนคนเข้าใกล้ปลาเพื่อจะฆ่า เอาเหยื่อเกี่ยวเบ็ดปิดเบ็ดไว้ ฉะนั้น บุคคลจะช่วยป้องกันคนทำการโกง ผู้อันกรรมของตนหุ้มห่อไว้ ไม่มีเลย สัตว์นรกเหล่านั้นผู้มีกรรมอันหยาบช้า กระทำบาปกรรมแล้วจึงต้องกลืนเบ็ดนอนอยู่ พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

นาริโย อิมา สมฺปริภินฺนคตฺตา

ปคฺคยฺห กนฺทนฺติ ภุเช ทุชจฺจา

สมกฺขิตา โลหิตปุพฺพลิตฺตา

คาโว ยถา อาฆาตเน วิกนฺตา

ตา ภูมิภาคสฺมึ สทา นิขาตา

ขนฺธาติวตฺตนฺติ สโชติภูตา ฯ

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิมา นุ นาริโย กิมกํสุ ปาปํ

ยา ภูมิภาคสฺมึ สทา นิขาตา

ขนฺธาติวตฺตนฺติ สโชติภูตา ฯ

๑ ม. สนฺธานคตา ฯ สี. ยุ. สนฺถานคตา ฯ ๒ ม. ปุรกฺขตสฺส ฯ อิโต ปรํ

อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

หญิงนรกเหล่านี้มีร่างกายอันแตกทั่ว น่าเกลียด แมลงวันตอมเป็นกลุ่มเปรอะเปื้อนด้วยเลือดและหนอง มีศีรษะขาด เหมือนฝูงโคศีรษะขาดอยู่บนที่ฆ่า ประคองแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ หญิงนรกเหล่านั้นจมอยู่ในภูมิภาคเพียงเอวทุกเมื่อ ภูเขาไฟตั้งขึ้นแต่ ๔ ทิศ ลุกโพลงกลิ้งมาบดหญิงนรกเหล่านั้นให้แหลกละเอียด ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปของหญิงนรกเหล่านั้น เราขอถามท่าน หญิงเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงต้องมาจมอยู่ในภูมิภาคเพียงเอวทุกเมื่อ ภูเขาไฟลุกโพลงตั้งขึ้นแต่ ๔ ทิศ บดหญิงนรกเหล่านั้นให้แหลกละเอียด.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

โกลิตฺถิยาโย ๑ อิธ ชีวโลเก

อสุทฺธกมฺมา อสตํ ๒ อจารุํ

ตา ทิตฺตรูปา ปติ วิปฺปหาย

อญฺญํ อจารุํ รติขิฑฺฑเหตุ

ตา ชีวโลกสฺมึ รมาปยิตฺวา

ขนฺธาติวตฺตนฺติ สโชติภูตา ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า หญิงเหล่านั้นเป็นกุลธิดา เมื่ออยู่ในมนุษยโลกมีการงานไม่บริสุทธิ์ ได้ประพฤติไม่น่ายินดี เป็นหญิงนักเลงละสามีของตนเสีย คบหาชายอื่นเพราะเหตุแห่งความยินดีและการเล่นหญิงเหล่านั้นเมื่อยังอยู่ในโลกนี้ ยังจิตของตนให้รื่นรมย์อยู่กับชายอื่นจึงถูกภูเขาไฟอันลุกโพลงตั้งขึ้นแต่ ๔ ทิศ บดให้แหลกละเอียด พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาเท คเหตฺวา กิสฺสิเม ปุเนเก

อวํสิรา นรเก ปาตยนฺติ

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา (อวํสิรา) นรเก ปาตยนฺติ ฯ

๑ สี. ยุ. โกลีนิยาโย ฯ ๒ อยุตฺตนฺติปิ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุไร พวกนายนิรยบาลจึงจับสัตว์นรกอีกพวกหนึ่งที่เท้าเอาหัวลงโยนลงไปในนรก ดูกรมาตลีเทพสารภี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงถูกนายนิรยบาลจับโยนไปในนรก

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย ชีวโลกสฺมึ อสาธุกมฺมิโน

ปรสฺส ทารานิ อติกฺกมนฺติ

เต ตาทิสา อุตฺตมภณฺฑเถนา

เตเม ชนา (อวํสิรา) นรเก ปาตยนฺติ ฯ

เต วสฺสปูคานิ พหูนิ ตตฺถ

นิรเยสุ ทุกฺขํ เวทนํ เวทยนฺติ

น หิ ปาปการิสฺส ภวนฺติ ตาณา

สเกหิ กมฺเมหิ ปุรกฺขิตสฺส

เต ลุทฺทกมฺมา ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา (อวํสิรา) นรเก ปาตยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านี้ เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้กรรมไม่ดี ลวงภรรยาของชายอื่น ชื่อว่าเป็นผู้ลักภัณฑะอันสูงสุด จึงถูกนายนิรยบาลจับโยนลงในนรก ต้องเสวยทุกขเวทนา ในนรกนั้นสิ้นปีเป็นอันมาก บุคคลผู้ที่จะช่วยป้องกันบุคคลผู้มักกระทำบาปกรรม ผู้อันกรรมของตนหุ้มห่อไว้ ไม่มีเลย สัตว์นรกเหล่านั้น มีกรรมอันหยาบช้า ทำบาปกรรมแล้ว ต้องถูกนายนิรยบาลจับโยนลงในนรก พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อุจฺจาวจาเม วิวิธา อุปกฺกมา

นิรเยสุ ทิสฺสนฺติ สุโฆรรูปา

ภยํ หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ ปาปํ

เยเม ชนา อธิมตฺตา ทุกฺขา ติปฺปา ๑

ขรา กฏุกา เวทนา เวทยนฺติ ฯ

๑ ม. ติพฺพา ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์นรกต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่เหล่านี้ ประกอบเหตุการณ์ มีรูปร่างพิลึกปรากฏอยู่ในนรก ดูกรมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดขึ้นแก่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้ เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ จึงต้องได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้าแสบเผ็ดร้อนเหลือเกิน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปาปกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เย ชีวโลกสฺมึ สุปาปทิฏฺฐิโน

วิสฺสาสกมฺมานิ กโรนฺติ โมหา

ปรญฺจ ทิฏฺฐีสุ สมาทเปนฺติ

เต ปาปทิฏฺฐี ๑ ปสเวตฺว ปาปํ

เตเม ชนา อธิมตฺตา ทุกฺขา ติปฺปา

ขรา กฏุกา เวทนา เวทยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านี้ เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกเป็นผู้มีทิฏฐิอันลามก หลงทำกรรมด้วยความคุ้นเคย และชักชวนผู้อื่นในทิฏฐิเช่นนั้น ทำบาปกรรมแล้ว จึงต้องได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้าแสบเผ็ดร้อนเหลือเกิน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

วิทิตานิ เต มหาราช อาวาสํ ปาปกมฺมินํ

ฐานานิ ลุทฺทกมฺมานํ ทุสฺสีลานญฺจ ยา คติ

อุยฺยาหิทานิ ราชิสิ เทวราชสฺส สนฺติเก ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่มหาราชเจ้า พระองค์ทรงทราบสถานที่อยู่ของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมอันหยาบช้า และทรงทราบคติของเหล่าสัตว์ผู้ทุศีล เพราะได้ทอดพระเนตรเห็นนิรยบาล อันเป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์นรกผู้มีบาปกรรมแล้วข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันยิ่ง บัดนี้ ขอเชิญขึ้นไปในสำนักของท้าวสักกเทวราชเถิด พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจถูปํ ทิสฺสติทํ วิมานํ

มาลาปิลนฺธา สยนสฺส มชฺเฌ

ตตฺถจฺฉตี นาริ มหานุภาวา

อุจฺจาวจํ อิทฺธิ วิกุพฺพมานา

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อยํ นุ นารี กิมกาสิ สาธุํ

ยา โมทตี สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

๑ ยุ. ปาปทิฏฺฐีสุ ฯ

ฉบับหลวง

วิมาน ๕ ยอดนี้ปรากฏอยู่ นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ประดับอาภรณ์ทุกอย่างมีดอกไม้เป็นต้น นั่งอยู่ท่ามกลางที่ไสยาสน์ แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆสถิตอยู่ในวิมานนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจเกิดขึ้นแก่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปของเทพธิดาผู้อยู่ในวิมานนี้ เราขอถามท่านนางเทพธิดานี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงได้ถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

ยทิ เต สุตา พิรณี ๑ ชีวโลเก

อามายทาสี อหุ พฺราหฺมณสฺส

สา ปตฺตกาลํ ๒ อติถึ วิทิตฺวา

มาตาว ปุตฺตํ สกิมาภินนฺที

สญฺญมา สํวิภาคา จ สา วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราชตรัสถามแล้ว ทูลพยากรณ์วิบากของเทวดาทั้งหลาย ผู้มีกรรมอันเป็นกุศลตามที่ได้ทราบแก่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ทรงทราบว่า ก็นางเทพธิดาที่พระองค์ทรงหมายถึงนั้น ชื่อนางพิรณีเมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เกิดในครรภ์ของนางทาสีในเรือนของพราหมณ์นางรู้ซึ้งแขกคือภิกษุผู้มีภัตกาลอันถึงแล้ว นิมนต์ให้นั่งในเรือนของพราหมณ์ยินดีต่อภิกษุนั้นเป็นนิตย์ ดังมารดายินดีต่อบุตรผู้จากไปนานกลับมาถึง ฉะนั้น นางอังคาสภิกษุนั้นโดยเคารพ ได้ถวายสิ่งของของตนเล็กน้อย เป็นผู้สำรวมและจำแนกทานจึงมาบันเทิงอยู่ในวิมานพระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ ๓ วิมานา สตฺต นิมฺมิตา

ตตฺถ ยกฺโข มหิทฺธิโก สพฺพาภรณภูสิโต

สมนฺตา อนุปริยายติ นารีคณปุรกฺขิโต ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ

โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานทั้ง ๗ อันบุญญานุภาพตกแต่ง ส่องสว่างโชติช่วง เทพบุตรผู้หนึ่งมีฤทธิ์มาก ประดับประดาด้วยสรรพาภรณ์อันหมู่เทพธิดาแวดล้อมผลัดเปลี่ยนเวียนวนอยู่โดยรอบในวิมานทั้ง ๗ นั้น ดูกรมาตลีเทพสารถีความปลื้มใจเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็น ความเป็นไปของเทพบุตรผู้อยู่ในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรผู้นี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ

จึงถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

โสณทินฺโน คหปติ เอส ทานปตี อหุ

เอส ปพฺพชิตุทฺทิสฺส วิหาเร สตฺต การยิ ฯ

สกฺกจฺจนฺเต อุปฏฺฐาสิ ภิกฺขโว ตตฺถ วาสิเก

อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปยํ

อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ

อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต

สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

๑ วรุณีติปิ ฯ ๒ ม. ปตฺตกาเล ฯ ๓ ม. อาเภนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรผู้นี้เป็นคฤหบดี ชื่อโสณทินนะ เป็นทานบดี ให้สร้างวิหาร ๗ หลังอุทิศต่อบรรพชิต ได้อุปฐากภิกษุผู้อยู่ในวิหาร ๗ หลังนั้นโดยเคารพ ได้บริจาคผ้านุ่งผ้าห่ม อาหารเสนาสนะ เครื่องประทีป ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใสรักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ ผลิกาสุ สุนิมฺมิตํ

นารีวรคณากิณฺณํ กูฏาคารวิโรจิตํ

อุเปตํ อนฺนปาเนหิ นจฺจคีเตหิ จูภยํ ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิมา นุ นารี ๑ กิมกํสุ สาธุํ

ยา ๒ โมทเร สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ เกลื่อนกล่นไปด้วยนางเทพอัปสรผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยยอด บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการฟ้อนรำขับร้อง สว่างไสวออกจากแก้วผลึก ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปแห่งวิมานนี้ เราขอถามท่าน นางอัปสรเหล่านี้ ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

ยากาจิ นารี อิธ ชีวโลเก

สีลวนฺติโย อุปาสิกา

ทาเน รตา นิจฺจปสนฺนจิตฺตา

สจฺเจ ฐิตา อุโปสเถ อปฺปมตฺตา

สญฺญมา สํวิภาคา จ ตา วิมานสฺมิ โมทเร ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า นางอัปสรเหล่านั้น เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกนี้เป็นอุบาสิกาผู้มีศีล ยินดีในทาน มีจิตเลื่อมใสเป็นนิตย์ ตั้งอยู่ในสัจจะ ไม่ประมาทในการรักษาอุโบสถ เป็นผู้สำรวมและจำแนกแจกทาน จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ เวฬุริยาสุ นิมฺมิตํ

อุเปตํ ภูมิภาเคหิ วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ ฯ

อาลมฺพรา มุทิงฺคา จ นจฺจคีตา สุวาทิตา

ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา ฯ

นาหํ เอวํ คตํ ชาตุ เอวํ สุรุจิรํ ปุเร

สทฺทํ สมภิชานามิ ทิฏฺฐํ วา ยทิยา สุตํ ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ สาธุํ

เย โมทเร สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

๑ ม. อิเม นุ มจฺจา ฯ ๒ ม. เย ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งแล้วนี้ ประกอบด้วยภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์จัดสรรไว้เป็นส่วนๆ สว่างไสวออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือเสียงเปิงมาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และเสียงประโคมดนตรีย่อมเปล่งออกน่าฟัง เป็นที่รื่นรมย์ใจ เราไม่รู้สึกว่าได้เห็นหรือได้ฟังเสียงอันเป็นอย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรเหล่านี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึง

มาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

เยเกจิ มจฺจา อิธ ชีวโลเก สีลวนฺตา ๑ อุปาสกา

อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ

อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยุํ

จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ

อทํสุ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ

อุโปสถํ อุปวสุํ สทา สีเลสุ สํวุตา

สญฺญมา สํวิภาคา จ เต วิมานสฺมิ โมทเร ฯ

๑ สี. ยุ. สีลวนฺโต ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรเหล่านี้ เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นอุบาสกผู้มีศีล ได้ก่อสร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวรบิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรงด้วยจิตอันเลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ ผลิกาสุ สุนิมฺมิตํ

นารีวรคณากิณฺณํ กูฏาคารวิโรจิตํ

อุเปตํ อนฺนปาเนหิ นจฺจคีเตหิ จูภยํ

นชฺโช อนุปริยายติ ๑ นานาปุปฺผทุมายุตา ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ

โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งดีแล้วนี้ เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่นางอัปสรผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยยอด บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการฟ้อนรำขับร้อง สว่างไสวออกจากฝาแก้วผลึก มีแม่น้ำอันประกอบไปด้วยไม้ดอกนานาชนิดล้อมรอบวิมานนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

มิถิลายํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ

อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ

อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ

จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ

อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ

อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต

สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมืองมิถิลา เป็นทานบดีได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำและสะพาน ได้ปฏิบัติต่อพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ ผลิกาสุ สุนิมฺมิตํ ๒

นารีวรคณากิณฺณํ กูฏาคารวิโรจิตํ

อุเปตํ อนฺนปาเนหิ นจฺจคีเตหิ จูภยํ

นชฺโช อนุปริยายติ ๑ นานาปุปฺผทุมายุตา

ราชายตนา กปิฏฺฐา จ อมฺพา สาลา จ ชมฺพุโย

ติณฺฑุกา จ ปิยาลา จ ทุมา นิจฺจผลา พหู ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ

โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

๑ ม. จานุปริยาติ ฯ ๒ ยุ. เวฬุริยาสุ นิมฺมิตํ ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่นางเทพอัปสรผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยยอด บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการฟ้อนรำขับร้อง สว่างไสวออกจากฝาแก้วผลึก มีแม่น้ำอันประกอบด้วยไม้ดอกนานาชนิด ล้อมรอบวิมานนั้น และมีไม้เกตุ ไม้มะขวิด ไม้มะม่วง ไม้สาละ ไม้ชมพู่ ไม้มะพลับ และไม้มะหาดเป็นอันมาก มีผลเป็นนิตย์ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำกรรม

ดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมานนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

มิถิลายํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ

อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ

อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ

จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ

อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ

อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต

สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

๑ ม. จานุปริยาติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมืองมิถิลา เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปภาสติมิทํ พฺยมฺหํ เวฬุริยาสุ นิมฺมิตํ

อุเปตํ ภูมิภาเคหิ วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ

อาลมฺพรา มุทิงฺคา จ นจฺจคีตา สุวาทิตา

ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา

นาหํ เอวํ คตํ ชาตุ เอวํ สุรุจิรํ ปุเร

สทฺทํ สมภิชานามิ ทิฏฺฐํ วา ยทิวา สุตํ ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ

โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ ประกอบด้วยภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์จัดสรรไว้เป็นส่วนๆ สว่างไสวออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือเสียงเปิงมาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และเสียงประโคมดนตรีย่อมเปล่งออกน่าฟัง เป็นที่รื่นรมย์ใจ เราไม่รู้สึกว่าได้เห็นหรือได้ฟังเสียงอันเป็นอย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้เราขอถามท่าน เทพบุตรเหล่านี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

พาราณสิยํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ

อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ

อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ

จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ

อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ

อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต

สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมืองพาราณสี เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพานได้ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาตเสนาสนะ และคิลานปัจจัย ให้ท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใสได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา อุทยมาทิจฺโจ โหติ โลหิตโก มหา

ตถูปมํ อิทํ พฺยมฺหํ ชาตรูปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อยํ นุ มจฺโจ กิมกาสิ สาธุํ

โย โมทติ สคฺคปฺปตฺโต วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานอันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ รุ่งเรืองสุกใส ดุจอาทิตย์อุทัยดวงใหญ่สีแดง ฉะนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

สาวตฺถิยํ คหปติ เอส ทานปตี อหุ

อาราเม อุทปาเน จ ปปา สงฺกมนานิ จ

อรหนฺเต สีติภูเต สกฺกจฺจํ ปฏิปาทยิ

จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ

อทาสิ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ

อุโปสถํ อุปวสิ สทา สีเลสุ สํวุโต

สญฺญโม สํวิภาโค จ โส วิมานสฺมิ โมทติ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่ในเมืองสาวัตถี เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพานได้ปฏิบัติพระอรหันต์ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาตเสนาสนะ และคิลานปัจจัย ในท่านผู้ปฏิบัติซื่อตรง ด้วยจิตอันเลื่อมใสได้รักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘แห่งปักษ์ และในวันปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรในศีล เป็นผู้สำรวมและบริจาคทานเป็นนิตย์ จึงมาบันเทิงในวิมาน พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

เวหายสาเม พหุกา ชาตรูปสฺส นิมฺมิตา

ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ วิชฺชุวพฺภฆนนฺตเร

ตตฺถ ๑ ยกฺขา มหิทฺธิกา สพฺพาภรณภูสิตา

สมนฺตา อนุปริยายนฺติ นารีคณปริวุตา ๑ ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิเม นุ มจฺจา กิมกํสุ สาธุํ

เย โมทเร สคฺคปฺปตฺตา วิมาเน ฯ

ฉบับหลวง

วิมานทองเป็นอันมากนี้ อันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้ว ลอยอยู่ในนภากาศรุ่งเรืองสว่างไสว ดังสายฟ้าในระหว่างก้อนเมฆ ฉะนั้น เทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก ประดับประดาด้วยสรรพาภรณ์ อันหมู่เทพอัปสรแวดล้อม ผลัดเปลี่ยนเวียนอยู่ในวิมานเหล่านั้นโดยรอบ ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่านเทพบุตรเหล่านี้ ได้ทำกรรมดีอะไรไว้หนอ จึงมาถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

สทฺธาย สุนิวิฏฺฐาย สทฺธมฺเม สุปฺปเวทิเต

อกํสุ สตฺถุ วจนํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกา ๒

เตสํ เอตานิ ฐานานิ ยานิ ตฺวํ ราช ปสฺสสิ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรเหล่านี้เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีศรัทธาอันตั้งมั่น เมื่อพระสัทธรรมอันพระศาสดาทรงประกาศดีแล้ว ได้กระทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา ข้าแต่พระราชา เชิญพระองค์ทอดพระเนตรสถานที่สถิตของเทพบุตรเหล่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

วิทิตานิ เต มหาราช อาวาสํ ปาปกมฺมินํ

อโถ กลฺยาณกมฺมานํ ฐานานิ วิทิตานิ เต

อุยฺยาหิทานิ ราชิสิ เทวราชสฺส สนฺติเก ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ทรงทราบสถานที่อยู่ของสัตว์ ผู้มีกรรมอันเป็นบาป และได้ทรงทราบสถานที่สถิตของเหล่าเทพเจ้าผู้มีกรรมงามแล้ว ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ เชิญพระองค์เสด็จขึ้นไปในสำนักของท้าวสักกเทวราช ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานมธิฏฺฐิโต

ยายมาโน มหาราชา อทฺทา สีทนฺตเร นเค

ทิสฺวานามนฺตยิ สูตํ อิเม เก นาม ปพฺพตา ฯ

[๓]

ฉบับหลวง

พระมหาราชาประทับอยู่บนทิพยาน อันเทียมด้วยม้าสินธพประมาณ ๑,๐๐๐เสด็จไปอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นภูเขาหลายเทือกในระหว่างมหาสมุทรสีทันดร ครั้นแล้ว ได้ตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า ภูเขาเหล่านี้ชื่ออะไร.

บาลี (สยามรัฐ)

สุทสฺสโน กรวีโก อิสินฺธโร ๔ ยุคนฺธโร

เนมินฺธโร วินตโก อสฺสกณฺโณ คิริพฺรหา

เอเต สีทนฺตเร นคา อนุปุพฺพสมุคฺคตา

มหาราชานมาวาสา ยานิ ตฺวํ ราช ปสฺสสิ ฯ

๑-๑ ม. อยํ คาถา นตฺถิ ฯ ๒ สี. ยุ. สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ ฯ

๓ ม. ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

๔ ม. อีสธโร ฯ

ฉบับหลวง

ภูเขาเหล่านี้ ชื่อภูเขาสุทัศนะ ภูเขากรวิก ภูเขาอิสินธร ภูเขายุคันธรภูเขาเนมินทร ภูเขาวินตกะ และภูเขาอัสสกรรณ สูงกว่ากันขึ้นไปเป็นลำดับๆ มีมหาสมุทรหนึ่ง ชื่อสีทันดร อยู่ในระหว่างภูเขาทั้ง ๗ นั้นภูเขาเหล่านี้เป็นทิพสถานของท้าวจาตุมหาราช ข้าแต่พระราชา เชิญพระองค์ทอดพระเนตรภูเขาเหล่านั้น พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อเนกรูปํ รุจิรํ นานาจิตฺตํ ปกาสติ

อากิณฺณํ อินฺทสทิเสหิ พฺยคฺเฆเหว สุรกฺขิตํ ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิมํ นุ ทฺวารํ กิมภญฺญมาหุ ๑

มโนรมํ ทิสฺสติ ทูรโตว ฯ

ฉบับหลวง

ประตูมีรูปต่างๆ รุ่งเรือง วิจิตรด้วยรูปต่างๆ เช่น รูปพระอินทร์ แวดล้อมดีแล้ว ปรากฏเหมือนป่าอันเสือโคร่งทั้งหลายรักษาดีแล้ว ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นประตูนี้เราขอถามท่าน ประตูนี้เขาเรียกชื่อว่าอะไร เป็นประตูน่ารื่นรมย์ใจปรากฏแต่ไกลเทียว.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต ฯ

จิตฺตกูโฏติ ยํ อาหุ เทวราชปฺปเวสนํ

สุทสฺสนสฺส คิริโน ทฺวารํ เหตํ ปกาสติ

อเนกรูปํ รุจิรํ นานาจิตฺตํ ปกาสติ

อากิณฺณํ อินฺทสทิเสหิ พฺยคฺเฆเหว สุรกฺขิตํ

ปวิเสเตน ราชิสิ อรุชํ ภูมิ ปกฺกม ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า ประตูนี้เขาเรียกชื่อว่าจิตรกูฏ เป็นที่เสด็จเข้าออกแห่งท้าวสักกรินทรเทวราช ก็ประตูนี้เป็นประตูแห่งเทพนครตั้งอยู่ในที่สุดแห่งเขาสิเนรุราชอันงามน่าดู ปรากฏอยู่ มีรูปต่างๆ งามวิจิตรด้วยรูป เช่น รูปพระอินทร์ แวดล้อมดีแล้ว ปรากฏเหมือนป่าอันเสือโคร่งทั้งหลายรักษาดีแล้ว ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันใหญ่

ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้าไปทางประตูนี้ เชิญเสด็จเหยียบภูมิภาคอัน

ราบรื่นเถิด พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานมธิฏฺฐิโต

ยายมาโน มหาราชา อทฺทา เทวสภํ อิทํ ฯ

ยถา สรเท อากาโส ๒ นีโลภาโส ปทิสฺสติ

ตถูปมํ อิทํ พฺยมฺหํ เวฬุริยาสุ นิมฺมิตํ ฯ

วิตฺตี หิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถิ

อิมํ นุ พฺยมฺหํ กิมภญฺญมาหุ ๑ ฯ

๑ สี. ยุ. กิมภิญฺญมาหุ ฯ ๒ ม. อากาเส ฯ

ฉบับหลวง

พระมหาราชาประทับอยู่บนทิพยาน อันเทียมด้วยม้าสินธพประมาณ ๑,๐๐๐เสด็จไปอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นเทวสภาวิมาน อันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้วนี้ สว่างไสวออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ ดังอากาศส่องแสงเขียวสดปรากฏในสรทกาล ฉะนั้น ดูกรมาตลีเทพสารถี ความปลื้มใจย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปในวิมานนี้ เราขอถามท่าน วิมานนี้เขาเรียกชื่อว่าอะไร.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ มาตลิ เทวสารถิ

วิปากํ ปุญฺญกมฺมานํ ชานํ อกฺขาสิชานโต

สุธมฺมาอิติ ยํ อาหุ เอเสสา ๒ ทิสฺสเต สภา

เวฬุริยารุจิรา จิตฺรา ธารยนฺติ สุนิมฺมิตา

อฏฺฐํสา สุกตา ถมฺภา สพฺเพ เวฬุริยามยา

ยตฺถ เทวา ตาวตึสา สพฺเพ อินฺทปุโรหิตา

อตฺถํ เทวมนุสฺสานํ จินฺตยนฺตา สมจฺฉเร

ปวิเสเตน ราชิสิ เทวานํ อนุโมทนํ ฯ

ฉบับหลวง

มาตลีเทพสารถี ... ผู้ไม่ทรงทราบว่า วิมานนี้เป็นเทวสภา เขาเรียกชื่อปรากฏว่าสุธรรมา งามวิจิตรรุ่งเรืองด้วยแก้วไพฑูรย์ อันบุญญานุภาพตบแต่งดีแล้ว มีเสาทั้งหลาย ๘ เหลี่ยม อันบุญกรรมกระทำดีแล้วล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ทุกๆ เสา รองรับไว้ เทพเจ้าชาวดาวดึงส์ทั้งปวงแวดล้อมท้าวสักกรินทรเทวราช ประชุมคิดความเจริญของเทวดาและมนุษย์กันอยู่ในวิมานนั้น ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณใหญ่ ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้าไปยังทิพสถาน อันเป็นที่อนุโมทนากันและกันของเทวดาทั้งหลาย โดยทางนี้พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ เทวา ปฏินนฺทึสุ ทิสฺวา ราชานมาคตํ

สฺวาคตนฺเต มหาราช อโถ เต อทุราคตํ

นิสีททานิ ราชิสิ เทวราชสฺส สนฺติเก ฯ

สกฺโก ตํ ๓ ปฏินนฺทิตฺถ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ

นิมนฺตยิตฺถ ๔ กาเมหิ อาสเนน จ วาสโว ฯ

สาธุ โขสิ อนุปฺปตฺโต อาวาสํ วสวตฺตินํ

วส เทเวสุ ราชิสิ สพฺพกามสมิทฺธิสุ

ตาวตึเสสุ เทเวสุ ภุญฺช กาเม อมานุเส ฯ

ฉบับหลวง

เทพเจ้าทั้งหลายเห็นพระเจ้าเนมิราชนั้นเสด็จมาถึง ก็พากันยินดีต้อนรับว่าข้าแต่มหาราชเจ้าผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่งพระองค์มิได้เสด็จมาร้าย ขอเชิญประทับนั่งในที่ใกล้ท้าวสักกรินทรเทวราชณ บัดนี้เถิด ท้าวสักกรินทรเทวราชทรงยินดีต้อนรับพระองค์ ผู้เป็นพระราชาแห่งชาววิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวกรุงมิถิลา ท้าววาสวะทรงเชื้อเชิญด้วยทิพกามารมณ์ และอาสนะว่า ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ เป็นความดีแล้ว ที่พระองค์เสด็จมาถึงทิพสถานอันเป็นที่อยู่ของเทพยดาทั้งหลาย ผู้ยังสิ่งที่ตนประสงค์ให้เป็นไปตามอำนาจ ขอเชิญพระองค์ประทับอยู่ในหมู่เทพเจ้า ผู้ประกอบด้วยความสำเร็จแห่งทิพกามารมณ์ทั้งมวล เชิญพระองค์เสวยทิพกามารมณ์อยู่ในหมู่เทพเจ้าชาวดาวดึงส์เถิด พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา ยาจิตกํ ยานํ ยถา ยาจิตกํ ธนํ

เอวํ สมฺปทเมเวตํ ยํ ปรโต ทานปจฺจยา ฯ

น จาหเมตมิจฺฉามิ ยํ ปรโต ทานปจฺจยา

สยํ กตานิ ปุญฺญานิ ตํ เม อาเวนิยํ ๑ ธนํ ฯ

โสหํ คนฺตฺวา มนุสฺเสสุ กาหามิ กุสลํ พหุํ

ทาเนน สมจริยาย สญฺญเมน ทเมน จ

ยํ กตฺวา สุขิโต โหติ น จ ปจฺฉานุตปฺปติ ฯ

๑ สี.ยุ. กิมภิญฺญมาหุ ฯ ๒ ม. ปสฺเสสา ฯ ๓ ม. สกฺโกปิ ฯ ๔ สี.ยุ. นิมนฺตยี จ ฯ

ฉบับหลวง

สิ่งใดที่ได้มาเพราะผู้อื่นให้ สิ่งนั้นเปรียบเหมือนยวดยาน หรือทรัพย์ที่ยืมเขามา ฉะนั้น หม่อมฉันไม่ปรารถนาสิ่งนั้น เพราะเป็นสิ่งที่ผู้อื่นให้บุญทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำเอง ย่อมเป็นทรัพย์ที่จะติดตามหม่อมฉันไปหม่อมฉันจักกลับไปทำกุศลให้มากในหมู่มนุษย์ ด้วยการบริจาคทาน การประพฤติสม่ำเสมอ ความสำรวม และการฝึกอินทรีย์ (เพราะ) บุคคลทำบุญแล้ว ย่อมได้รับความสุข และย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง.

บาลี (สยามรัฐ)

พหูปกาโร โน ภวํ มาตลิ เทวสารถิ

โย เม กลฺยาณกมฺมานํ ปาปานํ ปฏิทสฺสยิ ๒ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านมาตลีเทพสารถี ได้แสดงสถานที่อยู่ของทวยเทพผู้มีกรรมอันงามและสถานที่อยู่ของสัตว์นรกผู้มีกรรมอันลามกแก่เรา ชื่อว่า เป็นผู้มีอุปการะมากแก่เรา.

บาลี (สยามรัฐ)

อิทํ วตฺวา นิมิราชา เวเทโห มิถิลคฺคโห

ปุถุยญฺญํ ยชิตฺวาน สญฺญมํ อชฺฌุปาคมีติ ฯ

เนมิราชชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าเนมิราชพระราชาของชนชาววิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมืองมิถิลา ครั้นตรัสพระคาถานี้ว่า ผมหงอกงอกขึ้นบนศีรษะของเราแล้วย่อมนำความหนุ่มไป เทวทูตปรากฏแล้ว สมัยนี้เป็นกาลสมควรที่เราจะบวชดังนี้แล้ว ทรงบริจาคทานเป็นอันมาก ทรงเข้าถึงความเป็นผู้สำรวมในศีล.

จบ เนมิราชชาดกที่ ๔

จบ ๔. เนมิราชชาดก