arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหานิบาต

๕. มโหสถชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๐๐–๖๘๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในมหานิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕๔๒. มโหสธชาตก (๕)

ว่าด้วยพระมโหสธบัณฑิตทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี

(พระเจ้าวิเทหะทอดพระเนตรเห็นมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เข้ามาเฝ้า ก็สบาย พระทัย เมื่อจะรับสั่งกับมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ จึงตรัสว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก มหานิบาต มโหสถชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๘ หน้า ๑๘๖–๒๐๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๘ หน้า ๒๗๔–๓๐๕

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปญฺจาโล สพฺพเสนาย พฺรหฺมทตฺโตยมาคโต

สายํ ปญฺจาลิยา เสนา อปฺปเมยฺยา มโหสธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พ่อมโหสธ พระเจ้าพรหมทัตผู้ครองแคว้นปัญจาละ

เสด็จยาตราทัพมาพร้อมด้วยกองทัพทุกหมู่เหล่า

กองทัพของพระเจ้าปัญจาละนั้นประมาณไม่ได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วีถิมตี ปตฺติมตี (๑) สพฺพสงฺคามโกวิทา

โอหารินี สทฺทวตี เภริสงฺขปฺปโพธนา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. ปิฏฺฐิมตี
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีกองช่างโยธา กองราบ

ล้วนแต่ฉลาดในสงครามทุกอย่าง มีเสียงอึกทึกกึกก้อง

เป็นสัญญาให้กันและกันรู้ได้ด้วยเสียงกลองและเสียงสังข์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โลหวิชฺชา อลงฺการา ธชินี วามโรหินี

สิปฺปิเยหิ สุสมฺปนฺนา สูเรหิ สุปฺปติฏฺฐิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีความรู้ในการใช้โลหธาตุ มีเครื่องประดับครบครัน

มีธงทิวสลอน ช้างและม้า สมบูรณ์ดีด้วยผู้เชี่ยวชาญศิลป์

ตั้งมั่นด้วยเหล่าทหารผู้แกล้วกล้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทเสตฺถ ปณฺฑิตา อาหุ ภูริปญฺญา รโหคตา

มาตา เอกาทสี รญฺโญ ปญฺจาลิยํ ปสาสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กล่าวกันว่า ในกองทัพนี้ มีบัณฑิต ๑๐ คน

มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน มีการประชุมปรึกษากันในที่ลับ

พระมารดาของพระเจ้าปัญจาละเป็นองค์ที่ ๑๑

ช่วยปกครองสั่งสอนชาวแคว้นปัญจาละ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อเถตฺเถกสตํ ขตฺยา อนุยนฺตา ยสสฺสิโน

อจฺฉินฺนรฏฺฐา พฺยถิตา ปญฺจาลีนํ (๑) วสํ คตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปญฺจาลิยํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนึ่ง ในบรรดาชนเหล่านี้

กษัตริย์ ๑๐๑ พระนครผู้เรืองยศตามเสด็จพระเจ้าปัญจาละ

ถูกชิงแคว้น กลัวภัย

จึงตกอยู่ในอำนาจของชาวแคว้นปัญจาละ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยํวทา ตกฺกรา รญฺโญ อกามา ปิยภาณิโน

ปญฺจาลมนุยายนฺติ อกามา วสิโน คตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เป็นผู้ทำตามที่พระราชารับสั่ง

ไม่มีความปรารถนาจะกล่าว ก็จำต้องกล่าวคำเป็นที่รัก

ต้องตามเสด็จพระเจ้าปัญจาละผู้มีอำนาจมาก่อน

ไม่มีความปรารถนาก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของพระเจ้าปัญจาละ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตาย เสนาย มิถิลา ติสนฺธิปริวาริตา

ราชธานี วิเทหานํ สมนฺตา ปริขญฺญติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรุงมิถิลาก็ถูกล้อมด้วยกองทัพนั้นเป็น ๓ ชั้น

เมืองหลวงของชาวแคว้นวิเทหะก็ถูกขุดเป็นคูโดยรอบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุทฺธํ ตารกชาตาว สมนฺตา ปริวาริตา

มโหสธ วิชานาหิ กถํ โมกฺโข ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พ่อมโหสธ กองทัพที่แวดล้อมกรุงมิถิลานั้น

ปรากฏเหมือนดาวบนท้องฟ้า

พ่อจงรู้ว่า จักรอดพ้นได้อย่างไร

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปาเท เทว ปสาเรหิ ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ

หิตฺวา ปญฺจาลิยํ เสนํ พฺรหฺมทตฺโต ปลายติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่สมมติเทพ

ขอพระองค์ทรงเหยียดพระบาทตามพระสำราญเถิด

ขอเชิญเสวยและรื่นรมย์พระหฤทัยในกามเถิด

พระเจ้าพรหมทัตจะต้องทิ้งกองทัพชาวแคว้นปัญจาละเสด็จหนีไป

(พราหมณ์เกวัฏเข้าไปเฝ้าถวายบังคมพระเจ้าวิเทหะแล้วกราบทูลเหตุที่ตนมาว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ราชา สนฺถวกาโม เต รตนานิ ปเวจฺฉติ

อาคจฺฉนฺตุ ตโต ทูตา มญฺชุกา ปิยภาณิโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชามีพระประสงค์จะทำสันถวไมตรีกับพระองค์

จะพระราชทานรัตนะแก่พระองค์ ตั้งแต่นี้ไป

ราชทูตทั้งหลายผู้มีวาจาไพเราะ พูดคำเป็นที่รักจงมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ภาสนฺตุ มุทุกา วาจา ยา วาจา ปฏินนฺทิตา

ปญฺจาโล จ วิเทโห จ อุโภ เอกา ภวนฺตุ เต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอจงกล่าววาจาอ่อนหวาน เป็นที่ชื่นชมต่อกัน

ขอแคว้นปัญจาละกับแคว้นวิเทหะ

ทั้ง ๒ แคว้นนั้นจงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

(พระเจ้าวิเทหะทอดพระเนตรพราหมณ์เกวัฏแล้วตรัสถามถึงอาการที่สนทนา กับมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กถนฺนุ เกวฏฺฏ มโหสเธน

สมาคโม อาสิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ

กจฺจิ เต ปฏินิชฺฌตฺโต กจฺจิ ตุฏฺโฐ มโหสโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านเกวัฏ ท่านได้พบกับมโหสธเป็นอย่างไรหนอ

ขอเชิญเล่าเรื่องราวนั้น มโหสธกับท่านต่างอดโทษกันแล้วกระมัง

มโหสธยินดีแล้วกระมัง

(พราหมณ์เกวัฏจึงกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท

อสมฺโมทโก ถทฺโธ อสพฺภิรูโป

ยถา มูโค จ พธิโร จ น กิญฺจิตฺถํ อภาสถ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชน คนผู้ไม่สุภาพ

ไม่ชื่นชมกับใคร เป็นคนกระด้าง ไม่ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ

เขาไม่กล่าวข้อความอะไร ๆ เป็นเหมือนคนใบ้และคนหนวก

(พระเจ้าวิเทหะได้สดับดังนั้น ไม่ทรงยินดี ไม่ทรงคัดค้าน เริ่มตั้งคำถามขึ้น เองว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อทฺธา อิทํ มนฺตปทํ สุทุทฺทสํ

อตฺโถ สุทฺโธ นรวีเรน (๑) ทิฏฺโฐ

ตถา หิ กาโย มม สมฺปเวธติ

หิตฺวา สยํ โก ปรหตฺถเมสฺสติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. นรวีริเยน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มนต์บทนี้เห็นได้ยากแน่นอน

มโหสธผู้มีความเพียรได้เห็นประโยชน์อันบริสุทธิ์

จริงอย่างนั้น กายของเราก็ยังหวั่น ๆ อยู่

ใครเล่าจักทิ้งแคว้นของตนไปสู่เงื้อมมือของผู้อื่น

(พระเจ้าวิเทหะตรัสถามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ฉนฺนํ หิ เอกาว มตี สเมติ

เย ปณฺฑิตา อุตฺตมภูริปญฺญา (๑)

ยานํ อยานํ อถวาปิ ฐานํ

มโหสธ ตฺวมฺปิ มตึ กโรหิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ...ภูริปตฺตา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มติของเราทั้ง ๖ คนผู้เป็นบัณฑิต

มีปัญญายอดเยี่ยม เป็นเอกฉันท์เสมอกัน

มโหสธ แม้เธอก็จงลงมติว่า ควรไปหรือไม่ควรไป

หรือควรยับยั้งอยู่ที่นี้

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสดังนั้น คิดแล้วได้กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ชานาสิ โข ราช มหานุภาโว

มหพฺพโล จูฬนิพฺรหฺมทตฺโต

ราชา จ ตํ อิจฺฉติ มารณตฺถํ

มิคํ ยถา โอกจเรน ลุทฺโท.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชา พระองค์ย่อมทรงทราบอยู่ทีเดียวว่า

พระเจ้าจูฬนีพรหมทัตทรงมีอานุภาพมาก มีพลังมาก

และปรารถนาจะปลงพระชนม์พระองค์

เหมือนนายพรานเนื้อด้วยนางเนื้อ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถาปิ มจฺโฉ พฬิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ

อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปลาอยากกินเหยื่อสดกลืนเบ็ดที่ใช้เหยื่อปกปิดไว้

ก็ไม่รู้ว่าตนจะตายฉันใด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ

กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉ มรณมตฺตโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงติดอยู่ในกาม

ก็ย่อมไม่ทรงทราบพระธิดาของพระเจ้าจูฬนี

เหมือนปลาไม่รู้จักว่าตนจะตายฉันนั้นเหมือนกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสติ

มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว (๑) มหนฺตํ ภยเมสฺสติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปนฺถานุพนฺธํว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์จะเสด็จไปแคว้นปัญจาละ

ก็จักเสียพระองค์ไปในทันที ภัยใหญ่จักมาถึงพระองค์

เหมือนภัยคือความตายมาถึงเนื้อที่เดินไปตามทาง

(พระเจ้าวิเทหะถูกมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ข่มมากเกินไป จึงทรงกริ้วแล้ว ตรัสถามว่า)

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑เนื้อที่เดินไปตามทาง หมายถึงฝูงเนื้อป่าได้ยินเสียงนางเนื้อต่อที่นายพรานฝึกไว้ดีแล้วร้องขึ้น ก็จะเดิน เข้าไปหาด้วยความกำหนัด จะถูกนายพรานแทงถึงแก่ความตาย (ขุ.ชา.อ. ๙/๖๐๘/๓๔๐)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

มยเมว พาลามฺหเส เอฬมูคา

เย อุตฺตมตฺถานิ ตยี ลปิมฺหา

กิเมว ตฺวํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ

อตฺถานิ ชานาสิ ยถาปิ อญฺเญ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเรานั่นแหละผู้กล่าวถึงประโยชน์อันสำคัญกับท่าน

กลับเป็นคนโง่ บ้าน้ำลาย

ท่านเล่าเติบโตมาด้วยหางไถ

จะรู้ประโยชน์เหมือนคนอื่น ๆ ได้ละหรือ

(พระเจ้าวิเทหะด่าบริภาษมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ เมื่อจะขับไล่ จึงตรัสว่า)

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑เติบโตมาด้วยหางไถ หมายถึงมโหสธบัณฑิตบุตรของคหบดีจับหางไถเจริญเติบโตมาตั้งแต่วัยเด็ก (บุตรชาวนาจะรู้เรื่องอะไร) (ขุ.ชา.อ. ๙/๖๐๙/๓๔๑)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม

โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสธบัณฑิตนี้

ผู้พูดเป็นอันตรายแก่การได้รัตนะของเรา

ขับไล่ให้พ้นไปจากแคว้นของเรา

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ โส อปกฺกมฺ เวเทหสฺส อุปนฺติกา

อถ อามนฺตยี ทูตํ มาธุรํ (๑) สุวปณฺฑิตํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. มาธรํ, สี. มฆรํ, อิ. มาตรํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตก็หลีกไปจากราชสำนัก

ของพระเจ้าวิเทหะ ต่อมา ก็ได้เรียกนกแขกเต้าตัวฉลาด

ที่ชื่อมาธุระ ที่เป็นทูตมาสั่งว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอหิ สมฺม หริตปกฺข เวยฺยาวจฺจํ กโรหิ เม

อตฺถิ ปญฺจาลราชสฺส สาลิกา สยนปาลิกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มานี่เถิด สหายผู้มีขนปีกสีเขียว

เจ้าจงทำการขวนขวายช่วยเหลือเรา

มีนางนกสาลิกาที่เขาเลี้ยงไว้ใกล้ที่บรรทมของพระเจ้าปัญจาละ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตํ สนฺถเวน (๑) ปุจฺฉสฺสุ สา หิ สพฺพสฺส โกวิทา

สา เตสํ สพฺพํ ชานาติ รญฺโญ จ โกสิยสฺส จ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. พนฺธเนน, สี. ปตฺถเรน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นางนกตัวนั้นฉลาดในสิ่งทั้งปวง เจ้าจงถามมันโดยละเอียด

มันรู้ความลับทุกอย่างทั้งของพระราชา

และเกวัฏฏพราหมณ์โกสิยโคตรนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาโมติ โส ปฏิสฺสุตฺวา มาธุโร สุวปณฺฑิโต

อคมาสิ หริตปกฺโข สาลิกาย อุปนฺติกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นกแขกเต้าตัวฉลาดที่ชื่อมาธุระ ตัวมีขนปีกสีเขียว

รับคำของมโหสธบัณฑิตแล้วได้ไปยังที่อยู่ของนางนกสาลิกา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน มาธุโร สุวปณฺฑิโต

อถ อามนฺตยิ สุฆรํ สาลิกํ มญฺชุภาณิกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แต่นั้น นกแขกเต้าตัวฉลาดที่ชื่อว่ามาธุระนั้น

ครั้นไปถึงแล้วก็ได้ถามนางนกสาลิกา

ตัวมีกรงงาม มีเสียงเพราะว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กจฺจิ เต สุฆเร ขมนียํ กจฺจิ เวเส อนามยํ

กจฺจิ เต มธุนา ลาชา ลพฺภเต สุฆเร ตุวํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่กรงงาม เธอสบายดีหรือ

แม่เพศสวย เธอผาสุกหรือ

เธอได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งในกรงอันงามของเธออยู่หรือ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กุสลญฺเจว เม สมฺม อโถ สมฺม อนามยํ

อโถ เม มธุนา ลาชา ลพฺภเต สุวปณฺฑิต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นางนกสาลิกาตอบว่า สุวบัณฑิตผู้สหาย

ฉันสบายดีและไม่มีโรคเบียดเบียน

อนึ่ง ฉันได้ข้าวตอกและน้ำผึ้งอยู่นะ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กุโต นุ สมฺม อาคมฺม กสฺส วา ปหิโต ตุวํ

น จ เมสิ อิโต ปุพฺเพ ทิฏฺโฐ วา ยทิ วา สุโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านมาจากที่ไหน หรือใครใช้ให้มา

สหาย ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยพบหรือเคยรู้จักท่านเลย

(นกแขกเต้าได้ฟังคำของนางนกสาลิกานั้นแล้ว จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อโหสึ สิวิราชสฺส ปาสาเท สยนปาลโก.

ตโต โส ธมฺมิโก ราชา พทฺเธ โมเจสิ พนฺธนา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฉันถูกเขาเลี้ยงไว้ใกล้ที่บรรทมบนปราสาทของพระเจ้ากรุงสีพี

ต่อมา พระราชาพระองค์นั้นทรงตั้งอยู่ในธรรม

โปรดให้ปล่อยเหล่าสัตว์ที่ถูกขังไว้จากที่ขัง

(นกแขกเต้าต้องการจะฟังความลับ จึงกล่าวมุสาว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺส เมกา ทุติยาสิ สาลิกา มญฺชุภาณิกา

ตํ ตตฺถ อวธิ เสโน เปกฺขโต สุฆเร มม.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฉันนั้นได้มีนางนกสาลิกามีเสียงหวานตัวหนึ่งเป็นภรรยาเก่า

นางได้ถูกเหยี่ยวฆ่าตายเสียในห้องบรรทม

ต่อหน้าของฉันในกรงอันงามที่เห็นอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺสา กามา หิ สมฺมตฺโต อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก

สเจ กเรยฺย (๑) โอกาสํ อุภโยว วสามฺหเส.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี. การยฺยาสิ, อิ. กเรยฺยาสิ เม
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะฉันรักเธอจึงมาหาเธอ

ถ้าเธอเปิดโอกาสให้ เราทั้ง ๒ ก็จะได้อยู่ร่วมกัน

(นางนกสาลิกาได้ฟังดังนั้น ก็ดีใจ แต่ไม่ให้นกแขกเต้ารู้ว่าตัวก็รัก ทำเป็นไม่ ปรารถนา แล้วกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุโว จ สุวึ กาเมยฺย สาลิโก ปน สาลิกํ

สุวสฺส สาลิกาเยว สํวาโส โหติ กีทิโส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็นกแขกเต้าก็ควรรักใคร่กับนางนกแขกเต้า

ส่วนนกสาลิกาก็ควรรักใคร่กับนางนกสาลิกา

นกแขกเต้ากับนางนกสาลิกาอยู่ร่วมกันจะเป็นเช่นไร

(นกแขกเต้าได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โยยํ กาเม กามยติ อปิ จณฺฑาลิกามปิ

สพฺโพ หิ สทิโส โหติ นตฺถิ กาเม อสาทิโส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้ใดใคร่อยู่ในกามแม้แต่กับหญิงจัณฑาล

ผู้นั้นก็เป็นเหมือนกันทั้งหมด

เพราะในกามไม่มีคนที่จะไม่เหมือนกัน

(นกแขกเต้าบัณฑิตครั้นกล่าวอย่างนั้นแล้ว เมื่อจะประมวลเรื่องในอดีตมา แสดง จึงกล่าวต่อว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตฺถิ ชมพาวตี (๑) นาม มาตา สิวิสฺส ราชิโน

สา ปิยา วาสุเทวสฺส กณฺหสฺส จ มเหสิยา. (๒)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. ชมฺปาวติ
  2. ๒ฉ.ม. มเหสี ปิยา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีพระชนนีของพระเจ้ากรุงสีพีพระนามว่าชัมพาวดี

พระนางเป็นพระมเหสีที่โปรดปรานของพระเจ้าวาสุเทพกัณหโคตร

(นกแขกเต้าบัณฑิตยกอุทาหรณ์อย่างอื่นมากล่าวอีกว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

รตนวตี (๑) กึปุริสี สาปิ วจฺฉํ อกามยิ

มนุสฺโส มิคิยา สทฺธึ นตฺถิ กาเม อสาทิโส.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. รฏฺฐวตี
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีกินนรีชื่อรัตนวดี แม้เธอก็ได้ร่วมรักกับวัจฉดาบส

มนุษย์ได้ร่วมรักกับนางเนื้อก็มี

ในความใคร่ มนุษย์หรือสัตว์ไม่มีต่างกัน

(นกแขกเต้าบัณฑิตเมื่อจะทดลองนางนกสาลิกา จึงกล่าวอีกว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หนฺท โขหํ คมิสฺสามิ สาลิเก มญฺชุภาณิเก

ปจฺจกฺขานุปทํ เหตํ อติมญฺญสิ นูน มํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่นกสาลิกาผู้มีเสียงไพเราะ เอาเถอะ ฉันจักไปละ

เพราะถ้อยคำของเธอนี้เป็นเหตุให้ฉันประจักษ์

เธอดูหมิ่นฉันแน่

(นางนกสาลิกาได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น สิรี ตรมานสฺส มาธุร สุวปณฺฑิต

อิเธว ตาว อจฺฉสฺสุ ยาว ราชาน ทกฺขสิ

โสสฺสิ (๑) สทฺทํ มุทิงฺคานํ อานุภาวญฺจ ราชิโน.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. โสสฺสิ, สี. โสสฺสสิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มาธุรสุวบัณฑิต สิริย่อมไม่มีแก่ผู้ด่วนได้ใจเร็ว

เชิญท่านอยู่ ณ ที่นี้แหละจนกว่าจะได้เฝ้าพระราชา

จนกว่าจะได้ฟังเสียงตะโพน และเห็นอานุภาพของพระราชา

(นกแขกเต้าบัณฑิตเมื่อจะถามความลับนั้น จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย นุ ขฺวายํ ติพฺโพ สทฺโท ติโรชนปเท สุโต

ธีตา ปญฺจาลราชสฺส โอสธี วิย วณฺณินี

ตํ ทสฺสติ วิเทหานํ โส วิวาโห ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เสียงดังอึกทึกนี้ฉันได้ยินมาภายนอกชนบทว่า

พระธิดาของพระเจ้าปัญจาละ

มีพระฉวีวรรณดังดาวประกายพรึก

พระเจ้าปัญจาละจักพระราชทานพระราชธิดานั้น

แก่ชาวแคว้นวิเทหะ คือ จักมีอภิเษก

ระหว่างพระเจ้าวิเทหะกับพระธิดานั้น

(นางนกสาลิกาถูกนกแขกเต้าบัณฑิตแค่นไค้นัก จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอทิโส มา อมิตฺตานํ วิวาโห โหตุ มาธุร

ยถา ปญฺจาลราชสฺส เวเทเหน ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มาธุระ วิวาหมงคลเช่นนี้จงอย่ามีแก่คนผู้เป็นศัตรูกัน

เหมือนวิวาหะของพระธิดาของพระเจ้าปัญจาละ

กับพระเจ้าวิเทหะเลย

(นางนกสาลิกาครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงกล่าวอีกว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อานยิตฺวาน เวเทหํ ปญฺจาลานํ รเถสโภ

ตโต นํ ฆาตยิสฺสติ นสฺส สขี ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชาผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวแคว้นปัญจาละ

จักทรงนำพระเจ้าวิเทหะมา

แต่นั้นจักรับสั่งให้ปลงพระชนม์ชีพพระองค์เสีย

พระเจ้าวิเทหะไม่เป็นพระสหายของพระเจ้าปัญจาละ

(นกแขกเต้าบัณฑิตได้ฟังดังนั้น หวังจะให้นางนกสาลิกาอนุญาตให้ตนกลับไป จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หนฺท โข มํ อนุชานาหิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย

ยาวาหํ สิวิราชสฺส อาโรเจมิ มเหสิโน

ลทฺโธ จ เม อาวสโถ สาลิกาย อุปนฺติกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เอาเถิด เธอจงอนุญาตให้ฉันไปสัก ๗ คืน

เพียงให้ฉันได้กราบทูลพระเจ้ากรุงสีพีและพระมเหสีของพระองค์ว่า

ฉันได้ที่พักในที่อยู่ของนางนกสาลิกาแล้ว

(นางนกสาลิกาได้ฟังดังนั้น เมื่อไม่สามารถจะห้ามได้ จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หนฺท โข ตํ อนุชานามิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย

สเจ ตฺวํ สตฺตรตฺเตน นาคจฺฉสิ มมนฺติเก

มญฺเญ โอกนฺตสนฺตํ (๑) มํ มตาย อาคมิสฺสสิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. โอกฺกนฺตสตฺตํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เอาเถิด ฉันอนุญาตให้ท่านไปได้เพียง ๗ คืน

ถ้า ๗ คืนท่านยังไม่กลับมายังที่อยู่ ฉันกำหนดวันตายไว้แล้ว

ท่านจักกลับมาได้ ก็ต่อเมื่อฉันได้ตายไปแล้ว

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ โข โส คนฺตฺวานมาธุโร สุวปณฺฑิโต

มโหสธสฺส อกฺขาสิ สาลิกาวจนํ อิทํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้นแล นกแขกเต้าตัวฉลาดชื่อมาธุระ

จึงได้บินไปบอกคำของนางนกสาลิกานี้แก่มโหสธบัณฑิต

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะเปล่งอุทานด้วยกำลังปีติ จึงได้กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยสฺเสว ฆเร ภุญฺเชยฺย โภคํ

ตสฺเสว อตฺถํ ปุริโส จเรยฺย,

หนฺทาหํ คจฺฉามิ ปุเร ชนินฺท

ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ

นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ราชบุรุษพึงได้บริโภคโภคะ

ในพระตำหนักของพระราชาพระองค์ใด

ก็ควรทำประโยชน์ให้แก่พระราชาพระองค์นั้นเท่านั้น

ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมแห่งชน เอาเถิด

ข้าพระองค์จะไปสู่เมืองอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้าปัญจาละก่อน

เพื่อสร้างพระราชนิเวศน์ถวายแด่พระองค์

ผู้ทรงพระนามว่าวิเทหะผู้ทรงยศ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน

ยทา เต ปหิเณยฺยามิ ตทา เอยฺยาสิ ขตฺติย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นกษัตริย์

ครั้นข้าพระองค์สร้างพระราชนิเวศน์ถวายแด่พระองค์

ผู้ทรงพระนามว่าวิเทหะผู้ทรงยศแล้ว

พึงส่งข่าวมาถวายพระองค์ได้เมื่อใด

ขอพระองค์เสด็จไปเมื่อนั้น

(พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ ปายาสิ ปุเร มโหสโธ

ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ

นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตได้ไปยังเมืองอันน่ารื่นรมย์

ของพระเจ้าปัญจาละก่อน เพื่อสร้างพระราชนิเวศน์

ถวายพระเจ้าวิเทหะผู้ทรงยศ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน

อถสฺส ปาหิณี ทูตํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ

เอหิทานิ มหาราช มาปิตํ เต นิเวสนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้นได้สร้างพระราชนิเวศน์ถวายแด่พระเจ้าวิเทหะ

ผู้ทรงยศ แล้วภายหลังจึงได้ส่งทูต

ไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหะผู้ครองกรุงมิถิลาว่า

ข้าแต่มหาราช ขอเชิญพระองค์เสด็จ ณ บัดนี้เถิด

พระราชนิเวศน์ที่สร้างเพื่อพระองค์สำเร็จแล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ ราชา ปายาสิ เสนาย จตุรงฺคิยา

อนนฺตวาหนํ ทฏฺฐุํ ผีตํ กปฺปิลิยํ (๑) ปุรํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. กมฺปิลฺลิยํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น พระราชาเสด็จไปพร้อมด้วยจตุรงคเสนา

เพื่อทอดพระเนตรเมืองเจริญที่มโหสธบัณฑิตสร้างถวาย

ในแคว้นกปิละซึ่งมีพาหนะนับไม่ถ้วน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ

อาคโตสฺมิ มหาราช ตว ปาทานิ วนฺทิตุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แต่นั้น ท้าวเธอครั้นเสด็จไปถึงแล้ว

จึงทรงส่งพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้าพรหมทัตว่า

ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันจะมา

เพื่อถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ททาหิ ทานิ เม ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภินึ

สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอพระองค์โปรดพระราชทานพระธิดา

ผู้ทรงความงามทั่วทั้งองค์

ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ

แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง

ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด

(พระเจ้าจูฬนีสดับถ้อยคำของราชทูตแล้วก็ทรงโสมนัส เมื่อจะทรงแสดงโสมนัส ให้ปรากฏเด่นชัด ประทานรางวัลแก่ราชทูตแล้ว จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สฺวาคตนฺเตปิ (๑) เวเทห อโถ เต อทุราคตํ

นกฺขตฺตญฺเญว ปริปุจฺฉ อหํ กญฺญํ ททามิ เต

สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขตํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. …เตว, อิ. ...เตน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ พระองค์เสด็จมาดีแล้ว

อนึ่ง พระองค์มิได้เสด็จมาร้าย

เชิญพระองค์ทรงหาฤกษ์ไว้เถิด หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดา

ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ

แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวงแก่พระองค์

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ ราชา เวเทโห นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉติ (๑)

นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉิตฺวา พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. ปริปุจฺฉถ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหะก็ได้ทรงหาฤกษ์

ครั้นแล้วจึงทรงส่งพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้าพรหมทัตว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ททาหิ ทานิ เม ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภินึ

สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอพระองค์ทรงพระราชทานพระราชธิดา

ผู้ทรงความงามทั่วทั้งองค์

ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ

แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง

ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด

(ฝ่ายพระเจ้าจูฬนีตรัสตอบว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ททามิ ทานิ เต ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภินึ

สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดา

ผู้ทรงความงามทั่วทั้งองค์

ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ

แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง

ให้เป็นมเหสีของพระองค์ ณ บัดนี้

(พระเจ้าวิเทหะเมื่อทรงปรึกษากับอาจารย์ผู้เป็นบัณฑิต จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา (๑)

อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ มญฺญนฺติ ปณฺฑิตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. วมฺมิตา. ม. วมฺมิกา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

เป็นกองทัพที่สวมเกราะตั้งอยู่

จุดคบเพลิงสว่างไสวอยู่

บัณฑิตทั้งหลายจะเข้าใจอย่างไรหนอ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา๓

อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ กาหนฺติ ปณฺฑิต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

เป็นกองทัพที่สวมเกราะตั้งอยู่

จุดคบเพลิงสว่างไสวอยู่

บัณฑิตทั้งหลายจักทำอย่างไรหนอ

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

รกฺขติ ตํ มหาราช จูฬเนยฺโย มหพฺพโล

ปทุฏฺโฐ (๑) เต พฺรหฺมทตฺโต ๔ ปาโต ตํ ฆาตยิสฺสติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๔ ฉ.ม. พฺราหฺมทตฺเตน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระเจ้าจูฬนีพรหมทัตมีกำลังมาก

รักษาพระองค์ไว้ จะทรงประทุษร้ายพระองค์

รุ่งเช้าก็จักรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระองค์

(พระเจ้าวิเทหะทรงกลัวต่อมรณภัย ได้ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ

นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฑฺโฒว อาตเป.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หทัยของเราสั่นและปากก็แห้งผาก

เราไม่ได้รับความเย็นใจเลย เป็นเสมือนถูกไฟเผาอยู่กลางแดด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ

เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เบ้าหลอมทองของพวกช่างทองย่อมไหม้อยู่ข้างใน

หาไหม้ข้างนอกไม่ฉันใด

ใจของเราก็ฉันนั้น ไหม้อยู่ข้างใน หาไหม้ข้างนอกไม่

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ยินเสียงพระเจ้าวิเทหะคร่ำครวญ จึงกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปมตฺโต มนฺตนาตีโต ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย

อิทานิ โข ตํ ตายนฺตุ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ ทรงเป็นผู้ประมาท

ล่วงเลยการปรึกษา ทำลายการปรึกษา

บัดนี้ ขอชนทั้งหลายผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญา

จงป้องกันพระองค์เถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อกตฺวามจฺจสฺส วจนํ อตฺถกามหิเตสิโน

อตฺตปีติรโต ราชา มิโค กูเฏว โอหิโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชาไม่ทรงทำตามคำของข้าพระองค์ผู้เป็นอำมาตย์

ผู้ใคร่ประโยชน์และหวังดี ทรงยินดีด้วยปีติของพระองค์

จึงเหมือนเนื้อติดบ่วงนายพราน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถาปิ มจฺโฉ พฬิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ

อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปลาอยากกินเหยื่อสด กลืนขอเบ็ดที่ใช้เหยื่อปิดบังไว้

ก็ไม่รู้ว่าตนจะตายฉันใด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ

กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉ มรณมตฺตโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงติดอยู่ในกาม

ก็ย่อมไม่ทรงทราบพระธิดาของพระเจ้าจูฬนี

เหมือนปลาไม่รู้จักตนว่าจะตายฉันนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสสิ

มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว (๑) มหนฺตํ ภยเมสฺสสิ. (๒)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปนฺถานุพนฺธํว
  2. ๒ฉ.ม. ภยเมสฺสติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์เสด็จไปแคว้นปัญจาละ

ก็จักเสียพระองค์ไปทันที ภัยใหญ่จักมาถึงพระองค์

เหมือนภัยคือความตายมาถึงเนื้อตัวเดินไปตามทาง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท

อหีว (๑) อุจฺจงฺกคโต ฑํเสยฺย ๓

น เตน มิตฺตึ กยิราถ ธีโร

ทุกฺโข หเว กาปุริเสน สงฺคโม.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๓ ฉ.ม. อุจฺฉงฺคโต ฆเสยฺย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมชน บุรุษผู้เป็นอนารยชน

ก็เป็นเหมือนงูที่อยู่ในชายพกจะพึงกัดได้

นักปราชญ์ไม่พึงผูกไมตรีกับบุรุษผู้นั้น

เพราะการสังคมกับบุรุษชั่วนำทุกข์มาให้โดยแท้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

(๑) ยํ เตฺวว ๔ ชญฺญา ปุริสํ ชนินฺท

สีลวายํ พหุสฺสุโต

เตเนว มิตฺตึ กยิราถ ธีโร

สุโข หเว สปฺปุริเสหิ สงฺคโม.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๔ ฉ.ม. ยเทว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมชน

นักปราชญ์พึงผูกไมตรีกับบุคคลผู้มีศีล

เป็นพหูสูตที่รู้จักกันนั้นแหละ

เพราะการสมาคมกับสัตบุรุษนำสุขมาให้โดยแท้

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ข่มพระเจ้าวิเทหะยิ่งขึ้น จึงนำพระดำรัสที่ตรัสไว้ใน กาลก่อนมากราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

พาโล ตุวํ เอฬมูโคสิ ราช

โย อุตฺตมตฺถานิ มยี ลปิตฺโถ

กิเมวหํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ

อตฺถานิ ชานิสฺสํ (๑) ยถาปิ อญฺเญ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ชานามิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชา พระองค์ได้ตรัสถึงเหตุ

ที่จะให้ได้รัตนะอันสูงส่งในสำนักของข้าพระองค์

ทรงเป็นผู้โง่เขลา บ้าน้ำลาย

ข้าพระองค์เป็นบุตรของคหบดี เติบโตมาด้วยหางไถ

จะรู้เหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงส่งเหมือนคนอื่น ๆ ได้อย่างไร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม

โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสธบัณฑิตนี้

ผู้พูดเป็นอันตรายต่อการได้รัตนะของเรา

ขับไล่ให้พ้นไปจากแคว้นของเรา

(พระเจ้าวิเทหะเมื่อจะยึดมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เป็นที่พึ่ง จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มโหสธ อตีเตน นานุวิชฺฌนฺติ ปณฺฑิตา

กึ มํ อสฺสํว สมฺพนฺธํ ปโตเทเนว วิชฺฌสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มโหสธ เหล่าบัณฑิตย่อมไม่พูดทิ่มแทงเพราะโทษที่ล่วงไปแล้ว

เพราะเหตุไร เจ้าจึงมาทิ่มแทงเรา

เหมือนม้าที่เขาล่ามไว้ถูกแทงด้วยปฏัก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ ปสฺสสิ โมกฺขํ วา เขมํ วา ปน ปสฺสสิ

เตเนว มํ อนุสาส กึ อตีเตน วิชฺฌสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าเจ้าเห็นว่าเราจะพ้นภัยหรือปลอดภัย

เพราะเหตุไร เจ้าจึงทิ่มแทงเราเพราะโทษที่ล่วงไปแล้วเล่า

จงสั่งสอนเราโดยความสวัสดีนั้นเถิด

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ

น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ ขตฺติย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่กษัตริย์ กรรมของมนุษย์ที่ล่วงไปแล้ว

ทำได้ยาก เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง

ข้าพระองค์ไม่อาจจะปลดเปลื้องพระองค์ได้

ขอพระองค์ได้โปรดทรงทราบเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนฺติ เวหายสา นาคา ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา

เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ช้างทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ

สามารถเหาะไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่

ช้างเหล่านั้นก็จะพึงพาพระราชานั้นไปได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนฺติ เวหายสา อสฺสา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน

เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ม้าทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ

สามารถเหาะไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่

ม้าเหล่านั้นก็จะพึงพาพระราชานั้นไปได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนฺติ เวหายสา ปกฺขี อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน.

เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุ ํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นกทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ

สามารถบินไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่

นกเหล่านั้นจะพึงพาพระราชานั้นไปได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนฺติ เวหายสา ยกฺขา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน

เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุ ํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ยักษ์ทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ

สามารถเหาะไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่

ยักษ์เหล่านั้นก็จะพึงพาพระราชานั้นไปได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตีตํ มานุสํ กมฺ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ

น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ อนฺตลิกฺเขน ขตฺติย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่กษัตริย์ กรรมของมนุษย์ที่ล่วงไปแล้ว

ทำได้ยาก เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง

ข้าพระองค์ไม่อาจปลดเปลื้องพระองค์ทางอากาศได้

(เสนกบัณฑิตเมื่อจะขอร้องมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ จึงได้กล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตีรทสฺสี ปุริโส มหนฺเต อุทกณฺณเว

ยตฺถ โส ลภเต คาธํ ตตฺถ โส วินฺทเต สุขํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุรุษผู้ยังมองไม่เห็นฝั่งในมหาสมุทร ได้ที่พำนักในที่ใด

เขาย่อมได้รับความสุขในที่นั้นฉันใด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ อมฺหญฺจ รญฺโญ จ ตฺวํ ปติฏฺฐา มโหสธ

ตฺวํ โนสิ มนฺตินํ เสฏฺโฐ อเมฺห ทุกฺขา ปโมจย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านมโหสธ ขอท่านจงได้เป็นที่พึ่ง

ทั้งของพวกข้าพเจ้าและพระราชาฉันนั้นเถิด

ท่านเป็นผู้ประเสริฐสุดของพวกข้าพเจ้าเหล่ามนตรี

ขอท่านจงช่วยปลดเปลื้องข้าพเจ้าทั้งหลาย

ให้พ้นจากทุกข์ด้วยเถิด

(ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะข่มเสนกบัณฑิต จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ

น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ เสนก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านอาจารย์เสนกะ กรรมของมนุษย์ที่ล่วงไปแล้ว

ทำได้ยาก เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง

ข้าพเจ้าไม่อาจจะปลดเปลื้องท่านได้

ขอท่านจงรู้เอาเองเถิด

(พระเจ้าวิเทหะตรัสถามว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺส เสนํ (๑) มหพฺภยํ

เสนกํ ทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. ปสฺสเสตํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ

บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์เสนกะ

ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร

(เสนกบัณฑิตได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ

อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ

มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเราจะปิดประตูเอาไฟจุดเผา

หรือมิฉะนั้นก็จับศัสตราห้ำหั่นฆ่ากันและกัน

ชิงละชีวิตไปเสียก่อน อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตฆ่าพวกเรา

ด้วยการทรมานเป็นเวลานานเลย

(พระเจ้าวิเทหะตรัสถามปุกกุสบัณฑิตว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺส เสนํ (๑) มหพฺภยํ

ปุกฺกุสํ ทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. ปสฺสเสตํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ

บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์ปุกกุสะ

ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร

(ปุกกุสบัณฑิตกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิสํ ขาทิตฺวา มิยฺยาม ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ

มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเราจะกินยาพิษฆ่าตัวตาย ชิงละชีวิตไปเสียก่อน

อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตฆ่าพวกเรา

ด้วยการทรมานเป็นเวลานานเลย

(พระเจ้าวิเทหะตรัสถามกามินทบัณฑิตว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺส เสนํ มหพฺภยํ

กามินฺทํ ทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ

บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์กามินทะ

ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร

(กามินทบัณฑิตกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

รชฺชุยา พชฺฌ มิยฺยาม ปปาตา ปปเตมเส (๑)

มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปปตามเส
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเราจะเอาเชือกผูกคอตายหรือโดดเหวตาย

อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตฆ่าพวกเรา

ด้วยการทรมานเป็นเวลานานเลย

(พระเจ้าวิเทหะตรัสถามเทวินทบัณฑิตว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺส เสนํ มหพฺภยํ

เทวินฺทํ ทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ

บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์เทวินทะ

ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร

(เทวินทบัณฑิตกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ

อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ

น โน สกฺโกติ โมเจตุํ สุเขเนว มโหสโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเราจะปิดประตูเอาไฟจุดเผา

หรือมิฉะนั้นก็จับศัสตราห้ำหั่นฆ่ากันและกัน

ชิงละชีวิตไปเสียก่อน มโหสธไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องพวกเรา

ให้รอดพ้นไปได้โดยง่ายเลย

(พระเจ้าวิเทหะได้สดับดังนั้น คร่ำครวญจนมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ยิน จึง ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถา กทลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ

เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุคคลแสวงหาแก่นของต้นกล้วย แต่ไม่พบฉันใด

พวกเราเมื่อค้นหาปัญหาคืออุบายที่จะพ้นทุกข์

ก็ไม่พบปัญหานั้นฉันนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถา สิมฺพลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ

เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุคคลแสวงหาแก่นงิ้ว แต่ไม่พบฉันใด

พวกเราเมื่อค้นหาปัญหาคืออุบายที่จะพ้นทุกข์

ก็ไม่พบปัญหานั้นฉันนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อเทเส วต โน วุฏฺฐํ กุญฺชรานํวโนทเก

สกาเส ทุมฺมนุสฺสานํ พาลานํ อวิชานตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่เราทั้งหลายอยู่ในสำนักหมู่พาล

ซึ่งเป็นพวกเขลา ไม่รู้อะไร

ก็เท่ากับฝูงกุญชรอยู่ในที่ไม่มีน้ำซึ่งเป็นถิ่นไม่สมควรหนอ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ

นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฑฺโฒว อาตเป.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หทัยของเราสั่น และปากก็แห้งผาก

เราไม่ได้รับความเย็นใจเลย เป็นเหมือนถูกไฟเผาอยู่กลางแดด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ

เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เบ้าหลอมทองของพวกช่างทองย่อมไหม้อยู่ข้างใน

หาไหม้ข้างนอกไม่ ฉันใด

ใจของเราก็ฉันนั้น ไหม้อยู่ข้างใน หาไหม้ข้างนอกไม่

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต โส ปณฺฑิโต ธีโร อตฺถทสฺสี มโหสโธ

เวเทหํ ทุกฺขิตํ ทิสฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตผู้เป็นปราชญ์มองเห็นประโยชน์นั้น

เห็นพระเจ้าวิเทหะผู้ประสบทุกข์ จึงได้กราบทูลคำนี้ว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว (๑) จนฺทิมํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ราหุคฺคหํว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น

เหมือนช่วยปลดเปลื้องดวงจันทร์ที่ถูกราหูจับให้หลุดพ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว๑ สูริยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น

เหมือนช่วยปลดเปลื้องดวงอาทิตย์ที่ถูกราหูจับให้หลุดพ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปงฺเก สนฺนํว กุญฺชรํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น

เหมือนช่วยปลดเปลื้องช้างเชือกจมปลักให้รอดพ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ เปฬาพทฺธํว ปนฺนคํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น

เหมือนช่วยปลดเปลื้องงูที่ติดอยู่ในข้องให้รอดพ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปกฺขึ พทฺธํว ปญฺชเร.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น

เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ มจฺเฉ ชาลคเตริว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น

เหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดแหให้รอดพ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ สโยคฺคพลวาหนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์

พร้อมด้วยพระราชยานหมู่พลและพาหนะให้รอดพ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ

ปญฺจาลํ พาหยิสฺสามิ กากเสนํว เลฑฺฑุนา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย

ข้าพระองค์จักขับไล่กองทัพของพระเจ้าปัญจาละให้หนีไป

เหมือนขับไล่กาและเหยี่ยวให้หนีไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาทุ ปญฺญา กิมตฺถิยา อมจฺโจ วาปิ ตาทิโส

โย ตํ สมฺพาธปกฺขนฺทํ ทุกฺขา น ปริโมจเย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อำมาตย์ใดพึงปลดเปลื้องพระองค์

ผู้ตกอยู่ในที่คับขันให้พ้นจากทุกข์ไม่ได้

ปัญญาของอำมาตย์ผู้เช่นนั้นหรืออำมาตย์

ผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาผู้เช่นนั้น จะมีประโยชน์อะไร

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์สั่งเหล่าทหารให้เปิดประตูอุโมงค์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอถ มาณวา อุฏฺเฐถ มุขํ โสเธถ สนฺธิโน

เวเทโห สหมจฺเจหิ อุมฺมงฺเคน คมิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มาเถิด ลุกขึ้นเถิดมาณพทั้งหลาย

จงเปิดปากอุโมงค์และประตูเรือนเถิด

พระเจ้าวิเทหะ พร้อมอำมาตย์จักเสด็จไปทางอุโมงค์

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ปณฺฑิตสฺสานุจาริโน

อุมฺมงฺคทฺวารํ วิวรึสุ ยนฺตยุตฺเต จ อคฺคเฬ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกคนติดตามของมโหสธบัณฑิตฟังคำสั่งของมโหสธนั้นแล้ว

ช่วยกันเปิดประตูอุโมงค์และถอดกลอนที่ติดยนต์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปุรโต เสนโก ยาติ ปจฺฉโต จ มโหสโธ

มชฺเฌ จ ราชา เวเทโห อมจฺจปริวาริโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เสนกะเดินนำเสด็จไปข้างหน้า

มโหสธเดินตามเสด็จไปข้างหลัง

พระเจ้าวิเทหะมีอำมาตย์ห้อมล้อมเสด็จไปท่ามกลาง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุมฺมงฺคา นิกฺขมิตฺวาน เวเทโห นาวมารุหิ

อภิรูฬฺหญฺจ ญตฺวา อนุสาสิ มโหสโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้าวิเทหะเสด็จออกไปจากอุโมงค์แล้ว

เสด็จขึ้นประทับเรือพระที่นั่ง ส่วนมโหสธบัณฑิตได้ทราบว่า

พระเจ้าวิเทหะเสด็จขึ้นประทับเรือพระที่นั่งแล้ว

จึงถวายอนุสาสน์ว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อยํ เต สสุโร เทว อยํ สสฺสุ ชนาธิป

ยถา มาตุ ปฏิปตฺติ เอวํ เต โ หตุ สสฺสุยา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นจอมชน ผู้นี้คือพระโอรส

แห่งพระเจ้าจูฬนีผู้เป็นพระสัสสุระ (พ่อตา) ของพระองค์

พระเทวีนี้เป็นพระสัสสุ (แม่ยาย) ของพระองค์

ขอโปรดทรงปฏิบัติต่อพระสัสสุของพระองค์

เหมือนทรงปฏิบัติต่อพระราชมารดาของพระองค์เถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถาปิ นิยโก ภาตา โสทริโย เอกมาตุโก

เอวํ ปญฺจาลจนฺโท เต ทยิตพฺโพ รเถสภ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ

พระภาดาแท้ ๆ ผู้ร่วมพระอุทร มีพระชนนีเดียวกัน

พระองค์ก็ควรทรงเอ็นดูฉันใด

พระปัญจาลจันทราชกุมารพระองค์ก็ควรเอ็นดูฉันนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อยํ ปญฺจาลจนฺที เต ราชปุตฺตี อภิชฺฌิ ตา (๑)

กามํ กโรหิ เต ตาย ภริยา เต รเถสภ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อภิจฺฉิตา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ

พระนางปัญจาลจันทนีราชบุตรีของพระเจ้าพรหมทัตนี้

ที่พระองค์ทรงปรารถนายิ่งนัก

ขอพระองค์จงทำความรักใคร่ในพระนางของพระองค์

พระนางจะเป็นมเหสีของพระองค์

(พระเจ้าวิเทหะทรงประสงค์จะเสด็จไป จึงตรัสกับมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารุยฺห นาวํ ตรมาโน กึ นุ ตีรมฺหิ ติฏฺฐสิ

กิจฺฉา มุตฺตามฺห ทุกฺขโต ยาม ทานิ มโหสธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มโหสธ ท่านจงรีบขึ้นเรือเถิด

จะยืนอยู่ที่ฝั่งทำไมหนอ พวกเราพ้นจากทุกข์ได้โดยยาก

จงรีบไป ณ บัดนี้เถิด

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เนส ธมฺโม มหาราช โยหํ เสนาย นายโก

เสนงฺคํ ปริหาเปตฺวา อตฺตานํ ปริโมจเย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช การที่ข้าพระองค์เป็นผู้นำกองทัพ

จะทอดทิ้งกองทัพแล้ว

พึงเอาตัวรอดนี้ ไม่เป็นธรรมเลย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นิเวสนมฺหิ เต เทว เสนงฺคํ ปริหาปิตํ

ตํ ทินฺนํ พฺรหฺมทตฺเตน อานยิสฺสํ รเถสภ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ

ข้าพระองค์จักนำกองทัพที่พระองค์ละทิ้งไว้ในพระราชนิเวศน์

ซึ่งพระเจ้าพรหมทัตพระราชทานแล้วนั้นกลับมา

(ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหะตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปเสโน มหาเสนํ กถํ นิคฺคยฺห ฐสฺสสิ

ทุพฺพโล พลวนฺเตน วิหญฺญิสฺสสิ ปณฺฑิต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านบัณฑิต ท่านมีเสนาน้อย

จักข่มพระเจ้าพรหมทัตผู้มีเสนามากได้อย่างไร

ท่านไม่มีกำลังจักเดือดร้อน

เพราะพระเจ้าพรหมทัตมีกำลัง

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปเสโนปิ เจ มนฺตี มหาเสนํ อมนฺตินํ

ชินาติ ราชา ราชาโน อาทิจฺโจวุทยนฺตมํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้มีปัญญา ถึงจะมีเสนาน้อย

ก็ชนะคนที่มีเสนามากแต่ไม่มีปัญญาได้

เหมือนพระราชาผู้ทรงพระปรีชา

ย่อมชนะพระราชาหลายพระองค์ผู้ไม่ทรงพระปรีชาได้

ดังดวงอาทิตย์ขึ้นมากำจัดความมืด

(พระเจ้าวิเทหะ ทรงสรรเสริญคุณของมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์แก่เสนกบัณฑิต ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก

ปกฺขีว ปญฺชเร พทฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว

อมิตฺตหตฺถตฺถคเต (๑) โมจยี โน มโหสโธ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. อมิตฺตหตฺถตฺตคเต
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลาย

เป็นสุขดีหนอ เพราะมโหสธบัณฑิตได้ช่วยปลดเปลื้องพวกเรา

ผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูให้รอดพ้นได้

เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น

และเหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้พ้น

(เสนกบัณฑิตได้ฟังพระราชดำรัสนั้นแล้ว จึงสรรเสริญคุณของมโหสธบัณฑิต โพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวเมว มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา

ปกฺขีว ปญฺชเร พทฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว

อมิตฺตหตฺถตฺถคเต๑ โมจยี โน มโหสโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช บัณฑิตทั้งหลาย

เป็นผู้นำความสุขมาให้โดยแท้

มโหสธบัณฑิตได้ช่วยปลดเปลื้องพวกเรา

ผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูให้รอดพ้นได้

เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น

และเหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้รอดพ้น

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

รกฺขิตฺวา กสิณํ รตฺตึ จูฬเนยฺโย มหพฺพโล

อุเทนฺตํ อรุณุคฺคสฺมึ อุปการึ อุปาคมิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้าจูฬนีผู้ทรงมีพระกำลังมาก

เฝ้าระวังไว้ตลอดราตรีทั้งสิ้น

ครั้นรุ่งอรุณก็เสด็จไปถึงอุปการนคร

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑อุปการนคร หมายถึงนครที่มโหสธบัณฑิตให้สร้างขึ้นในเขตเมืองปัญจาลนคร(ของพระเจ้าจุฬามณี เพื่อใช้ เป็นที่ประทับของพระเจ้าวิเทหะ เพื่อรอเวลาเข้าพิธีวิวาห์กับพระนางปัญจาลจันทนีธิดาของพระเจ้าจุฬามณี (ขุ.ชา.อ. ๙/๑๐๗/๓๘๖)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารุยฺห ปวรํ นาคํ พลวนฺตํ สฏฺฐิหายนํ

ราชา อโวจ ปญฺจาโล จูฬเนยฺโย มหพฺพโล.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้าปัญจาละพระนามว่าจูฬนีผู้ทรงมีพระกำลังมาก

เสด็จขึ้นประทับช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมีกำลัง

ต่อมีอายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลัง ได้รับสั่งแล้วว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนฺนทฺโธ มณิจมฺเมน (๑) สรมาทาย ปาณินา

เปสิเย อชฺฌภาสิตฺถ ปุถุคุมฺเพ สมาคเต.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. มณิวมฺเมน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงสวมเกราะแก้วมณี

มีพระหัตถ์ทรงพระแสงศร ได้ตรัสสำทับกับเหล่าทหารหาญ

ผู้เชี่ยวชาญศิลปะทุก ๆ ด้าน ซึ่งมาประชุมกันอยู่

(บัดนี้เมื่อจะทรงแสดงข้อความเหล่านั้นโดยย่อ พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก ปตฺติการเก

อุปาสนมฺหิ กตหตฺเถ วาลเวเธ สมาคเต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ

กองพลราบ ผู้มีฝีมือ ชำนาญในศิลปะธนู

ยิงได้แม่นยำ มาประชุมกันแล้ว

(พระเจ้าจูฬนีรับสั่งใหัจับพระเจ้าวิเทหะว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เปเสถ กุญฺชเร ทนฺตี พลวนฺเต สฏฺฐิหายเน

มทฺทนฺตุ กุญฺชรา นครํ เวเทเหน สุมาปิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกท่านจงไสช้างพลายงาทั้งหลายที่มีกำลัง

ต่อมีอายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลังไป

ขอช้างทั้งหลายจงเหยียบย่ำทำลายเมือง

ที่พระเจ้าวิเทหะได้รับสั่งให้สร้างไว้ดีแล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วจฺฉทนฺตมุขา เสตา ติกฺขคฺคา อฏฺฐิเวธิโน

ปณุนฺนา ธนุเวเคน สมฺปตนฺตุตรีตรา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอให้ลูกศรขาวด้านหน้าทำด้วยเขี้ยวลูกสัตว์

มีปลายแหลมคมแทงทะลุกระดูกที่ถูกปล่อยไปแล้ว

จงข้ามไปตกลงด้วยกำลังธนูเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มาณวา วมฺมิโน สูรา จิตฺตทณฺฑยุตาวุธา

ปกฺขนฺทิโน มหานาคา หตฺถีนํ โหนฺตุ สมฺมุขา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกทหารรุ่นหนุ่ม ๆ สวมเกราะแกล้วกล้า

มีอาวุธมีด้ามอันงดงาม

เมื่อช้างใหญ่ทั้งหลายแล่นเข้าสงครามมาอยู่

จงหันหน้าสู้ช้างทั้งหลายเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สตฺติโย เตลโธตาโย อจฺจิมนฺตา ปภสฺสรา

วิชฺโชตมานา ติฏฺฐนฺตุ สตรํสีว ตารกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หอกทั้งหลายที่ชโลมด้วยน้ำมันส่องแสงเป็นประกายเพลิง

โชติช่วงตั้งอยู่ดังดาวประกายพรึกซึ่งมีรัศมีตั้งร้อย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาวุธพลวนฺตานํ คุณิกายุรธารินํ

เอตาทิสานํ โยธานํ สงฺคาเม อปลายินํ

เวเทโห กุโต มุจฺจิสฺสติ สเจ ปกฺขีว กาหิติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อเหล่าทหารมีกำลังอาวุธ

สวมสังวาลรัดเกราะเช่นนี้ ไม่หนีสงคราม

พระเจ้าวิเทหะต่อให้มีปีกบินก็หนีไปไหนไม่พ้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตึส เม ปุริสนาวุโตฺย สพฺเพเวกกนิจฺจิตา

เยสํ สมํ น ปสฺสามิ เกวลํ มหิมํ จรํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เหล่าทหาร ๓๙,๐๐๐ นายทั้งหมดของเรา

แต่ละคนล้วนถูกคัดเลือกไว้แล้ว

เราเที่ยวไปทั่วแผ่นดินก็ไม่เห็นทหารผู้ทัดเทียม

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นาคา จ กปฺปิตา ทนฺตี พลวนฺตา สฏฺฐิหายนา

เยสํ ขนฺเธสุ โสภนฺติ กุมารา จารุทสฺสนา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนึ่ง ช้างพลายงาทั้งหลายที่ประดับแล้วล้วนแต่มีกำลัง

ต่อเมื่ออายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลัง

ซึ่งมีเหล่าทหารหนุ่ม ๆ มีผิวพรรณดุจทองคำสง่างามอยู่บนคอ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปีตาลงฺการา ปีตวสนา ปีตุตฺตรนิวาสนา

นาคขนฺเธสุ โสภนฺติ เทวปุตฺตาว นนฺทเน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทหารเหล่านั้นมีเครื่องประดับสีเหลือง

นุ่งผ้าสีเหลือง ผ้านุ่งผ้าห่มสีเหลือง

ย่อมสง่างามอยู่บนคอช้างดังเทพบุตรในอุทยานนันทวัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปาฐีนวณฺณา เนตฺตึสา เตลโธตา ปภสฺสรา

นิฏฺฐิตา นรวีเรหิ สมธารา สุนิสฺสิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กระบี่ทั้งหลายที่มีสีเช่นเดียวกับปลาสลาด

ขัดถูด้วยน้ำมันเป็นประกายวาบวับ

ที่เหล่าทหารกล้าทำสำเร็จแล้ว

ลับเป็นอย่างดีมีคมอยู่เสมอ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เวลฺลาลิโน วีตมลา สิกฺกายสมยา ทฬา

คหิตา พลวนฺเตหิ สุปฺปหารปฺปหาริภิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดาบส่องแสงจ้า ปราศจากสนิม

ทำด้วยเหล็กกล้าทนทาน

ที่เหล่าทหารผู้มีกำลังชำนาญในการฟันถือไว้แล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุวณฺณถรุสมฺปนฺนา โลหิตกณฺฐูปธาริตา (๑)

วิวตฺตมานา โสภนฺติ วิชฺชุวพฺภฆนนฺตเร.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. โลหิตกจฺฉุปธาริตา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดาบเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ด้ามทองคำ

ประกอบด้วยฝักสีแดง กวัดแกว่งไปมางดงาม

ดังสายฟ้าที่แปลบปลาบอยู่ในระหว่างก้อนเมฆ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปฏากา วมฺมิโน สูรา อสิจมฺมสฺส โกวิทา

ธนุคฺคหา สิกฺขิตรา นาคกฺขนฺธนิปาติโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เหล่าทหารดาบผู้แกล้วกล้าสวมเกราะ

สามารถตีลังกาไปในอากาศ ฉลาดในการใช้ดาบและโล่ห์

ฝึกฝนมาดีกว่าพลแม่นธนู สามารถจะตัดคอช้างให้ขาดตกลงไปได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอตาทิเสหิ ปริกฺขิตฺโต นตฺถิ โมกฺโข อิโต ตว

ปภาวนฺเต น ปสฺสามิ เยน ตฺวํ มิถิลํ วเช.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ถูกทหารทั้งหลายเช่นนี้ล้อมไว้แล้ว

พระองค์จะพ้นไปจากที่นี้ไม่ได้

ข้าพระองค์ยังไม่เห็นราชานุภาพของพระองค์

ที่จะเป็นเหตุให้เสด็จดำเนินไปถึงกรุงมิถิลาได้

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ กล่าวเย้ยหยันกับพระเจ้าจูฬนีว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กินฺนุ สนฺตรมาโนว นาคํ เปเสสิ กุญฺชรํ

ปหฏฺฐรูโป อาคมสิ (๑) สทฺธตฺโถสฺมีติ (๒) มญฺญสิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. อาปตสิ
  2. ๒ฉ.ม. สิทฺธตฺโถสมฺมีติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงด่วนไสช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมาทำไมหนอ

พระองค์มีพระทัยร่าเริงเสด็จมา

พระองค์ทรงสำคัญว่า เราเป็นผู้ได้ประโยชน์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โอหเรตํ ธนุํ จาปํ ขุรปฺปํ ปฏิสํหร

โอหเรตํ สุภํ วมฺมํ เวฬุริยมณิสนฺถตํ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. …สนฺนิภิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอพระองค์ทรงลดแล่งธนูนั่นลงเสียเถิด

ทรงเก็บลูกศรเสียเถิด จงทรงเปลื้องเกราะอันงดงาม

ติดแผ่ไปด้วยแก้วไพฑูรย์และแก้วมณีออกเสียเถิด

(พระเจ้าจูฬนีได้สดับดังนั้น ทรงคุกคามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปสนฺนมุขวณฺโณสิ มิตปุพฺพญฺจ ภาสสิ

โหติ โข มรณกาเล เอทิสี วณฺณสมฺปทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้ามีสีหน้าผ่องใส และพูดอย่างฝืนยิ้ม

ความถึงพร้อมด้วยผิวพรรณเช่นนี้ย่อมมีในคราวใกล้ตาย

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ประกาศข้อความนี้ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โมฆนฺเต คชฺชิตํ ราช ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย

ทุคฺคโณฺห หิ (๑) ตยา ราชา ขฬุงฺเกเนว สินฺธโว.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ทุคฺคโณฺหสิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่ขัตติยราช พระดำรัสที่พระองค์ตรัสขู่คำราม

เป็นพระดำรัสที่เปล่าประโยชน์

พระองค์เป็นผู้มีความลับแตกเสียแล้ว

เพราะพระราชาของข้าพระองค์ยากที่พระองค์จะจับได้

เหมือนม้าขาเขยกขับม้าสินธพได้ยาก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ติณฺโณ หิยฺโย ราชา คงฺคํ สามจฺโจ สปริชฺชโน

หํสราชํ ยถา ธงฺโก อนุชฺชวํ ปติสฺสติ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปติสฺสสิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชาของข้าพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริพาร

เสด็จข้ามแม่น้ำคงคาไปแล้วแต่วานนี้

ถ้าพระองค์จักทรงติดตามไป ก็จักตกไปสู่ความลำบาก

เหมือนกาบินไล่ติดตามพญาหงส์

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ไม่พรั่นพรึงดุจพญาราชสีห์ ยกอุทาหรณ์มากราบ ทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สิงฺคาลา รตฺติภาเคน ผุลฺลํ ทิสฺวาน กึสุกํ

มํสเปสีติ มญฺญนฺตา ปริพฺยูฬฺหา มิคาธมา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สุนัขจิ้งจอกทั้งหลายเป็นสัตว์ต่ำทรามกว่าเนื้อ

เห็นดอกทองกวาวบานในราตรี ก็เข้าใจว่า

เป็นชิ้นเนื้อ จึงเข้าล้อมต้นไว้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วีติวตฺตาสุ รตฺตีสุ อุคฺคตสฺมึ ทิวากเร (๑)

กึสุกํ ผุลฺลิตํ ทิสฺวา อาสจฺฉินฺนา มิคาธมา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ทิวิกเร
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อราตรีผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น

สุนัขจิ้งจอกที่ต่ำทรามกว่าเนื้อเหล่านั้น

ได้เห็นดอกทองกวาวที่บานแล้ว ก็หมดหวังฉันใด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวเมว ตุวํ ราช เวเทหํ ปริวารย (๑)

อาสจฺฉินฺโน คมิสฺสสิ สิงฺคาลา กึสุกํ ยถา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. ปริวาริย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงล้อมพระเจ้าวิเทหะ

ก็จักทรงหมดหวังเสด็จกลับไป ฉันนั้นเหมือนกัน

เหมือนสุนัขจิ้งจอกล้อมต้นทองกวาว

(พระเจ้าจูฬนีได้สดับดังนั้นแล้ว ทรงสั่งลงโทษมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิมสฺส หตฺเถ ปาเท จ กณฺณนาสญฺจ ฉินฺทถ

โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเจ้าจงตัดมือ เท้า หู และจมูก

ของมโหสธนี้ผู้ที่ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ

ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราให้รอดพ้นไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิมํ มํสํว ปาตพฺยํ (๑) สูเล กตฺวา ปจนฺตุ นํ

โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. มํสํว ปาตพฺพํ. เอวมุปริปิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเจ้าจงเสียบมโหสธผู้ที่ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ

ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราให้รอดพ้น

บนหลาวแล้วย่างมันเสียเหมือนย่างเนื้อนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถาปิ อาสภํ จมฺมํ ปฐพฺยา วิตนิยติ

สีหสฺส อโถ พฺยคฺฆสฺส โหติ สงฺกุสมาหตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุคคลแทงหนังวัวลงบนแผ่นดิน

หรือใช้ขอเกี่ยวหนังราชสีห์ หรือหนังเสือโคร่งฉุดมาฉันใด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวนฺตํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสามิ สตฺติยา

โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราจักให้พวกเจ้าช่วยกันใช้หอกทิ่มแทงมโหสธนี้

ผู้ที่ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ

ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราให้รอดพ้นฉันนั้น

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสนั้น ก็หัวเราะกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ เม หตฺเถ ปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉจฺฉสิ

เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น

ของพระปัญจาลจันทราชกุมารเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ เม หตฺเถ ปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉจฺฉสิ

เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น

ของพระนางปัญจาลจันทนีราชธิดาเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ เม หตฺเถ ปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉจฺฉสิ

เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น

ของพระนางนันทาเทวีอัครมเหสีเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ เม หตฺเถ ปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉจฺฉสิ

เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น

ของพระโอรส และพระชายาของพระองค์เช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํสํว ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ

เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว

แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ

ของพระปัญจาลจันทราชกุมารบนหลาวแล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํสํว ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ

เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว

แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ

ของพระนางปัญจาลจันทนีราชธิดาบนหลาวแล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํสํว ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ

เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว

แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ

ของพระนางนันทาเทวีอัครมเหสีแล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํสํว ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ

เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว

แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ

ของพระโอรสและพระชายาของพระองค์แล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํ วิตนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา

เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เวธยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง

พระปัญจาลจันทราชกุมารด้วยหอกเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํ วิตนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา

เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง

พระนางปัญจาลจันทนีราชธิดาเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํ วิตนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา

เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ใช้หอกทิ่งแทง

พระนางนันทาเทวีอัครมเหสีเช่นเดียวกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํ วิตนิตฺวาน วเทโห เวธยิสฺสติ

เอวํ โน มนฺติตํ รโห เวเทเหน มยา สห.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง

พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ใช้หอกทิ่มแทง

พระโอรสและพระชายาของพระองค์เช่นเดียวกัน

ข้อความดังกราบทูลมาอย่างนี้ ข้าพระองค์กับพระเจ้าวิเทหะ

ได้ปรึกษาตกลงกันไว้แล้วในที่ลับ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถาปิ ปลสตํ จมฺมํ โกนฺติมนฺตาสุนิฏฺฐิตํ (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. โกนฺติมนฺตีสุนิฏฺฐิติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โล่หนักประมาณ ๑๐๐ ปละ

ที่ช่างหนังทำสำเร็จแล้วด้วยมีดของช่างหนัง

ย่อมช่วยป้องกันตนเพื่อห้ามลูกศรฉันใด

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑โล่หนักประมาณ ๑๐๐ ปละ หมายถึงโล่หนังหนักประมาณ ๑๐๐ ปละ (๑ ปละ ประมาณ ๔ ออนซ์) ซึ่งเขาใช้น้ำด่างจำนวนมากกัดทำให้อ่อน (ขุ.ชา.อ. ๙/๗๔๘/๓๙๖)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุเปติ ตนุตาณาย สรานํ ปฏิหนฺตเว.

สุขาวโห ทุกฺขนุโท เวเทหสฺส ยสสฺสิโน

มตินฺเต ปฏิหญฺญามิ อุสุํ ปลสเตน วา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เป็นผู้นำสุขมาให้

บรรเทาทุกข์ถวายพระเจ้าวิเทหะผู้ทรงยศ

จึงจำกัดมติของพระองค์เสีย

ดุจกำจัดลูกศรด้วยโล่หนัก ๔๐๐ ปละ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิงฺฆ ปสฺส มหาราช สุญฺญํ อนฺเตปุรํ ตว

โอโรธา จ กุมารา จ ตว มาตา จ ขตฺติย

อุมฺมงฺคา นีหริตฺวาน เวเทหสฺสุปนามิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์จงทอดพระเนตร

พระราชมณเฑียรของพระองค์อันว่างเปล่า

พระสนมกำนัลใน พระกุมาร และพระมารดาของพระองค์

ข้าพระองค์ให้นำออกทางอุโมงค์

นำไปถวายพระเจ้าวิเทหะแล้ว

(พระเจ้าจูฬนีเมื่อสั่งให้อำมาตย์คนหนึ่งมาเฝ้าแล้วส่งไปเพื่อให้รู้ความจริง จึง ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิงฺฆ อนฺเตปุรํ มยฺหํ คนฺตฺวาน วิจินาถ นํ

ยถา อิมสฺส วจนํ สจฺจํ วา ยทิ วา มุสา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เชิญพวกเจ้าจงไปสู่ราชมณเฑียรของเราแล้วตรวจดู

คำของมโหสธนี้จริงหรือเท็จอย่างไร

(อำมาตย์นั้นไปแล้วกลับมา กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวเมตํ มหาราช ยถา อาห มโหสโธ

สุญฺญํ อนฺเตปุรํ สพฺพํ กากปฏฺฏนกํ ยถา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช มโหสธกราบทูลว่าฉันใด

คำนั้นเป็นจริงฉันนั้น

พระราชมณเฑียรทุกแห่งว่างเปล่า

เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงกา

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์พรรณนามรรคาที่พระนางนันทาเทวีเสด็จไป จึงทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิโต คตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา

โกสุมฺภผลกสุสฺโสณี (๑) หํสคคฺครภาณินี.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. โกสมฺพผลกสุสฺโสณี
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช

พระนางนันทาเทวีทรงพระโฉมงดงามทั่วทั้งสรรพางค์

มีพระโสณีผึ่งผายงามดุจดังแท่งทองคำธรรมชาติ

มีปกติตรัสพระสำเนียงอันอ่อนหวานประดุจดังลูกหงส์

เสด็จไปทางอุโมงค์นี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิโต นีตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา

โกเสยฺยวสนา สามา ชาตรูปสุเมขลา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระนางนันทาเทวีทรงพระโฉม

งดงามทั่วทั้งสรรพางค์ ทรงพระภูษาโกไสย

มีพระสรีระเหลืองอร่าม มีสายรัดพระองค์งดงามด้วยทองคำ

ข้าพระองค์นำออกไปแล้วจากอุโมงค์นี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุรตฺตปาทา กลฺยาณี สุวณฺณมณิเมขลา

ปาเรวตกฺขี สุตนู พิมฺโพฏฺฐา ตนุมชฺฌิมา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระนางนันทาเทวีมีพระบาทแดงสดใส

ทรงพระโฉมงดงาม มีสายรัดพระองค์เป็นแก้วมณีแกมทองคำ

มีดวงพระเนตรดังนัยน์ตานกพิราบ มีพระสรีระงดงาม

มีพระโอษฐ์แดงดังลูกตำลึงสุกสะโอดสะอง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุชาตา ภุชลฏฺฐีว เวทีว (๑) ตนุมชฺฌิมา

ทีฆสฺสา เกสา อสิตา อีสกคฺคปเวลฺลิตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. เวลฺสีว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีบั้นพระองค์เล็กเรียวดังเถานาคลดาที่เกิดดีแล้ว

และเหมือนกาญจนไพที มีพระเกสายาวดำ

มีปลายช้อนขึ้นเล็กน้อย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุชาตา มิคฉาปาว เหมนฺตคฺคิสิขาริว

นทีว คิริทุคฺเคสุ สญฺฉนฺนา ขุทฺทเวฬุภิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีดวงพระเนตรเขื่องดุจดวงตาของลูกเนื้อทรายที่เกิดดีแล้ว

และดุจเปลวเพลิงในฤดูหนาว

เหมือนแม่น้ำใกล้ภูผาอันดารดาษไปด้วยไม้ไผ่ต้นเล็ก ๆ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นาคนาสูรุ กลฺยาณี ปรม (๑) ติมฺพรุตฺถนี

นาติทีฆา นาติรสฺสา นาโลมา นาติโลมกา. (๒)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก.สี.อิ. ปฐมา
  2. ๒ฉ.ม. นาติโลมสา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระนางมีพระเพลางามดังงวงอัยรา

ที่สำคัญมีพระถันยุคลดังคู่ผลมะพลับ

มีพระสัณฐานสันทัด ไม่สูงนัก ไม่ต่ำนัก

มีพระโขนงพองาม ไม่มากนัก

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ ทราบว่าพระเจ้าจูฬนีมีความเสน่หาเกิดขึ้น จึง กราบทูลต่ออีกว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นนฺทาย นูน มรเณน นนฺทสิ สิริวาหน

อหญฺจ นูน นนฺทา จ คจฺฉาม ยมสาธนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพาหนะที่สมบูรณ์ด้วยสิริ

พระองค์คงจะทรงยินดีกับการทิวงคต

ของพระนางนันทาเทวีเป็นแน่

ข้าพระองค์และพระนางนันทาเทวี

ก็จะพากันไปสำนักของพญายมด้วยกันแน่

(ลำดับนั้น พระเจ้าจูฬนีจึงตรัสถามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทิพฺพํ อธียเส มายํ อกาสิ จกฺขุโมหนํ

โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มโหสธผู้ได้ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ

ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราทำเล่ห์กลทิพย์หรือทำภาพลวงตา

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสนั้น จึงกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อธียนฺติ มหาราช ทิพฺพมายิธ ปณฺฑิตา

เต โมจยนฺติ อตฺตานํ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช บัณฑิตทั้งหลายในโลกนี้

ย่อมทำเล่ห์กลอันเป็นทิพย์

ชนผู้มีปัญญามีมันสมองเหล่านั้นย่อมปลดเปลื้องตนได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนฺติ มาณวปุตฺตา เม กุสลา สนฺธิเฉทกา

เยสํ กเตน มคฺเคน เวเทโห มิถิลํ คโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เหล่าทหารหนุ่มผู้รับใช้เป็นคนฉลาด

เป็นผู้ขุดอุโมงค์ของข้าพระองค์ผู้ได้สร้างหนทาง

ที่พระเจ้าวิเทหะได้เสด็จไปกรุงมิถิลาไว้มีอยู่

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ทราบความประสงค์ของพระเจ้าจูฬนี จึงทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิงฺฆ ปสฺส มหาราช อุมงฺคํ สาธุมาปิตํ

หตฺถีนํ อถ อสฺสานํ รถานํ อถ ปตฺตินํ

อาโลกภูตํ ติฏฺฐนฺตํ อุมงฺคํ สาธุนิฏฺฐิตํ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. สาธุ มาปิตํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ทอดพระเนตรอุโมงค์

ที่สร้างไว้ดีแล้วงดงาม เรืองรองด้วยถ่องแถวแห่งกองพลช้าง

กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

ซึ่งเขาทำเป็นรูปปั้นและเป็นลวดลายไว้ที่สำเร็จดีแล้วเถิด

(พระเจ้าจูฬนีทรงเห็นอุโมงค์แล้ว ทรงยกย่องคุณของมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ลาภา วต วิเทหานํ ยสฺสิเมทิสา ปณฺฑิตา

ฆเร วสนฺติ วิชิเต ยถา ตฺวํสิ มโหสธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มโหสธ เป็นลาภของชนชาวแคว้นวิเทหะหนอ

(และ)เป็นลาภของผู้ที่มีเหล่าบัณฑิตเช่นนี้

อยู่ในเรือนในแคว้นเหมือนมีเจ้า

(ลำดับนั้น พระเจ้าจูฬนีตรัสด้วยประสงค์จะให้มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์อยู่ใน สำนักของตนว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วุตฺติญฺจ ปริหารญฺจ ทิคุณํ ภตฺตเวตนํ

ททามิ วิปุเล โภเค ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ

มา วิเทหํ ปจฺจคมา กึ วิเทโห กริสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราจะให้เครื่องดำเนินชีวิต ที่บริหาร

เบี้ยเลี้ยงและบำเหน็จเป็น ๒ เท่า

ให้โภคะอันไพบูลย์ เจ้าจงใช้สอยและรื่นรมย์ในกามเถิด

เจ้าไม่กลับไปยังแคว้นวิเทหะ พระเจ้าวิเทหะจักทรงทำอะไรได้

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะปฏิเสธ จึงกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา

อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ

ยาว ชีเวยฺย เวเทโห (๑) นาญฺญสฺส วิชิเต วเส. ๒

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๒ ฉ.ม. นาญฺญสฺส ปุริโส สิยา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน

เพราะเหตุแห่งทรัพย์

ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้

ข้าพระองค์ไม่พึงอยู่ในแคว้นของผู้อื่นได้

ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา

อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ

ยาว ติฏฺเฐยฺย เวเทโห (๑) นาญฺญสฺส ปุริโส สิยา. ๓

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๓ ฉ.ม. นาญฺญสฺส วิชิเต วเส
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน

เพราะเหตุแห่งทรัพย์

ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้

ข้าพระองค์ไม่พึงเป็นราชบุรุษของพระราชาองค์อื่นได้

ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่

(ในเวลาที่มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ทูลลา พระเจ้าจูฬนี ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทมฺมิ นิกฺขสหสฺสนฺเต คามาสีติญฺจ กาสิสุ

ทาสิสตานิ จตฺตาริ ทมฺมิ ภริยาสตญฺจ เต

สพฺพํ เสนงฺคมาทาย โสตฺถึ คจฺฉ มโหสธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มโหสธ เราจะให้ทอง ๑,๐๐๐ แท่ง

บ้าน ๘๐ หมู่บ้านในแคว้นกาสีแก่ท่าน

ให้ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คนแก่ท่าน

ท่านจงพากองทัพทั้งปวงไปโดยสวัสดีเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยาว ททนฺตุ หตฺถีนํ อสฺสานํ ทิคุณํ วิธํ

ตปฺเปนฺตุ อนฺนปาเนน รถิเก ปตฺติการเก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชนทั้งหลายจงให้อาหารแก่ช้างและม้าทั้งหลาย

อย่างละ ๒ เท่าเพียงใด ก็จงเลี้ยงกองพลรถและกองพลราบ

ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำเพียงนั้นเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถี อสฺเส รเถ ปตฺตี คจฺเฉวาทาย ปณฺฑิต

ปสฺสตุ ตํ มหาราชา เวเทโห มิถิลํ คตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มโหสธบัณฑิต ท่านจงพาเอากองพลช้าง กองพลม้า

กองพลรถ และกองพลราบไปเถิด

พระเจ้าวิเทหมหาราชจงทอดพระเนตร

ท่านผู้ไปถึงกรุงมิถิลาแล้วเถิด

(ฝ่ายพระเจ้าวิเทหะทรงเห็นกองทัพใหญ่ ตกพระทัยตรัสกับบัณฑิตทั้ง ๔ ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา ปทิสฺสเต มหา

จตุรงฺคินี ภีสรูปา กินฺนุ มญฺญสิ ปณฺฑิตา. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. มญฺญสิ ปณฺฑิต
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

ปรากฏมากมายครบทั้ง ๔ กองพลที่น่าสะพรึงกลัว

บัณฑิตทั้งหลายจะเข้าใจอย่างไรหนอ

(ลำดับนั้น เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อานนฺโท เต มหาราช อุตฺตโม ปฏิทิสฺสติ

สพฺพํ เสนงฺคมาทาย โสตฺถึ ปตฺโต มโหสโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช ความยินดีอย่างสูงส่งจงปรากฏแก่พระองค์

มโหสธบัณฑิตได้พากองทัพทั้งหมดมาถึงโดยสวัสดีแล้ว

(พระเจ้าวิเทหะเสด็จลุกขึ้นสวมกอดมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์แล้ว ทำปฏิสันถาร ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถา เปตํ สุสานสฺมึ ฉฑฺเฑตฺวา จตุโร ชนา

เอวํ กปฺปิลเย (๑) ตฺยมฺห ฉฑฺฑยิตฺวา อิธาคตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. กปิลเย, สี. กปฺปิลฺลิเย, อิ. กปฺปิลฺลิยรฏฺเฐ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คนทั้ง ๔ ทิ้งร่างคนตายไว้ในป่าช้าแล้วกลับไปฉันใด

เราทั้งหลายก็ทิ้งท่านไว้ในกปิลรัฐแล้วกลับมาที่นี้ฉันนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน เกน วา ปน เหตุนา

เกน วา อตฺถชาเตน อตฺตานํ ปริโมจยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าปลดเปลื้องตนได้

เพราะเหตุ เพราะปัจจัย หรือเพราะประโยชน์อะไร

(ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์จึงกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตฺถํ อตฺเถน เวเทห มนฺตํ มนฺเตน ขตฺติย

ปริวารยึ (๑) ราชานํ ชมฺพุทีปํว สาคโร.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.ก. ปริวารยิสฺสํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะผู้เป็นกษัตริย์

ข้าพระองค์ล้อมประโยชน์ไว้ด้วยประโยชน์

ล้อมความคิดไว้ด้วยความคิด

ล้อมพระราชาไว้เหมือนน้ำทะเลล้อมชมพูทวีปไว้

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลถึงบรรณาการที่พระเจ้าจูฬนีพระราชทานแก่ตน ให้ทรงทราบว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทินฺนํ นิกฺขสหสฺสํ เม คามาสีติ จ กาสิสุ

ทาสีสตานิ จตฺตาริ ทินฺนํ ภริยาสตญฺจ เม

สพฺพํ เสนงฺคมาทาย โสตฺถินามฺหิ อิธาคโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้าพรหมทัตทรงพระราชทานทองคำ ๑,๐๐๐ แท่ง

บ้าน ๘๐ หมู่บ้านในแคว้นกาสี

ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คนแก่ข้าพระองค์

ข้าพระองค์พากองทัพทั้งหมดมาที่นี้โดยสวัสดีแล้ว

(พระเจ้าวิเทหะทรงยินดี ร่าเริงอย่างยิ่ง ทรงยกย่องคุณของมโหสธบัณฑิต โพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก

ปกฺขีว ปญฺชเร พทฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว

อมิตฺตหตฺถตฺตคเต โมจยี โน มโหสโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลาย

เป็นสุขดีหนอ เพราะมโหสธบัณฑิตปลดเปลื้องพวกเรา

ผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู

เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น

และเหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้รอดพ้น

(ฝ่ายเสนกบัณฑิตรับพระราชดำรัสแล้วกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวเมตํ มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา

ปกฺขีว ปญฺชเร พทฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว

อมิตฺตหตฺถตฺตคเต โมจยี โน มโหสโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช ข้อความนี้ก็เป็นอย่างนี้

เพราะพวกบัณฑิตเป็นผู้นำสุขมาให้

มโหสธได้ช่วยปลดเปลื้องพวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู

เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรง

และปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้พ้นไป

(พระเจ้าวิเทหะรับสั่งให้ชาวพระนครเที่ยวตีกลองประกาศว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาหญฺญนฺตุ สพฺพวีณา เภริโย ทินฺทิมานิ จ

ธเมนฺตุ มาคธา สงฺขา วคฺคู นทนฺตุ ทุนฺทุภี.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอประชาชนทั้งหลายจงดีดพิณทุกชนิด

จงตีกลองน้อย กลองใหญ่ และมโหระทึก

จงเป่าสังข์อันมีเสียงไพเราะของชาวเมืองเถิด

(พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา

พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกพระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์

ต่างก็ได้นำข้าวน้ำเป็นอันมากมามอบให้แก่มโหสธบัณฑิต

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา

พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

ต่างก็นำข้าวน้ำเป็นอันมากมามอบให้แก่มโหสธบัณฑิต

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา

พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกันแล้ว

ได้นำข้าวและน้ำเป็นอันมากมามอบให้แก่มโหสธบัณฑิต

บาลี (มหาจุฬาฯ)

พหุชฺชโน ปสนฺโนสิ ทิสฺวา ปณฺฑิตมาคตํ

ปณฺฑิตมฺหิ อนุปฺปตฺเต เจลุกฺเขโป ปวตฺตถาติ.

มโหสธชาตกํ (๑) ปญฺจมํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. อุมงฺคชาตกํ, สี.อิ. มหาอุมฺมคฺคชาตกํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชนเป็นอันมากได้เห็นมโหสธบัณฑิตกลับมา

ต่างก็เลื่อมใส ครั้นมโหสธบัณฑิตมาถึงแล้ว

ต่างก็โบกผ้าอยู่ไปมา

มโหสธชาดกที่ ๕ จบ

๖. ภูริทัตตชาดก (๕๔๓)

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑พระศาสดาเมื่อเสด็จเข้าไปอาศัยกรุงสาวัตถี ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภอุบาสก อุบาสิกา ผู้รักษาอุโบสถศีล ตรัสภูริทัตตชาดกนี้ ซึ่งมีคำเริ่มต้นว่า รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่ ดังนี้ เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑)

จบ ๕. มโหสถชาดก