พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๕
๗. อุชชยเถรคาถา เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในวรรคที่ ๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๕ อุชชยเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๔๐–๓๔๑
๕. รมณียวิหาริเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความพลาดพลั้ง
นัยว่า ท่านพระรมณียวหารีเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๘๒}[๔๕] โคอาชาไนยตัวงามพลาดล้มแล้วย่อมกลับลุกขึ้นตั้งตัวได้ ฉันใด ท่านทั้งหลายจงจำเราผู้เป็นสาวกของพระสัมมา สัมพุทธเจ้าผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะว่าเป็นฉันนั้นเถิด
๖. สมิทธิเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความไม่กลัวมาร
นัยว่า ท่านพระสมิทธิเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๘๓}[๔๖] เราออกจากเรือนมาบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา สติ ปัญญาของเราก็เจริญ จิตของเราก็ตั้งมั่นดีแล้ว ดูก่อนมาร ถึงท่านจักบันดาลรูปประหลาดน่ากลัวตามใจชอบได้ ก็ไม่สามารถทำให้เราสะดุ้งกลัวได้เลย
๗. อุชชยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการพึ่งพระพุทธเจ้า
นัยว่า ท่านพระอุชชยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๘๔}[๔๗] ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากสิ่งทั้งปวง เมื่อข้าพระองค์อยู่ในพระโอวาทของพระองค์ จึงอยู่อย่างไม่มีอาสวะได้
๘. สัญชยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการบวช
นัยว่า ท่านพระสัญชยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๘๕}[๔๘] ตั้งแต่เราออกจากเรือนมาบวชเป็นบรรพชิต เราไม่รู้สึกถึงความดำริอันไม่ประเสริฐ ประกอบด้วยโทษเลย
๙. รามเณยยกเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับพลังจิต
นัยว่า ท่านพระรามเณยยกเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๘๖}[๔๙] ดูก่อนมาร จิตของเราย่อมไม่หวั่นไหวเพราะเสียงกู่ร้องของฝูงนกกระจาบและเสียงกู่ร้องของฝูงลิงนั้น ด้วยว่า จิตของเรายินดีในพระนิพพานอันมีสภาวะเป็นหนึ่ง
- ๑ความดำริอันไม่ประเสริฐ หมายถึงมิจฉาวิตก ความดำริผิด (หรือ อกุศลวิตก) มีกามวิตกเป็นต้น อันประกอบด้วยโทษ หมายถึงโทษคือกิเลสที่ทำลายจิตมีราคะเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๘๖)
- ๒จิต...ย่อมไม่หวั่นไหว ในที่นี้หมายถึงจิตไม่ตกจากอารมณ์กัมมัฏฐาน (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๘๘)
- ๓เสียงกู่ร้องของฝูงลิง แปลจากบทว่า สิปฺปิกาภิรุเตหิ อรรถกถาอธิบายว่า สัตว์ป่าที่ชอบอาศัยอยู่ ตามกิ่งไม้ ชอบเล่น หยอกล้ออีกฝ่าย มีลักษณะเหมือนทารกที่อดอยากผอมโซเพราะความป่วยไข้ : สิปฺปิกา วุจฺจนฺติ เทวกา ปรนามกา เคลญฺเญน ฉาดกิสทารกาการา สาขามิคา มติของ เกจิอาจารย์ว่า ได้แก่ กระแตขนาดใหญ่ : มหากลนฺทกาติ เกจิ. (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๘๘)
จบ ๗. อุชชยเถรคาถา