arnon.worldเข้าสู่ระบบ

วรรคที่ ๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๗–๑๔๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๒ ในเอกกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เถรคาถา

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑

ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สีหานํว นทนฺตานํ ทาฐีนํ คิริคพฺภเร

สุณาถ ภาวิตตฺตานํ คาถา อตฺถุปนายิกา ๑

ยถานามา ยถาโคตฺตา ยถาธมฺมวิหาริโน

ยถาธิมุตฺตา สปฺปญฺญา วิหรึสุ อตนฺทิตา

ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสิตฺวา ผุสิตฺวา อจฺจุตํ ปทํ

กตนฺตํ ปจฺจเวกฺขนฺตา อิมมตฺถํ อภาสึสุ ๒ ฯ

ฉบับหลวง

ขอท่านทั้งหลาย จงฟังคาถาอันน้อมเข้าไปสู่ประโยชน์ ของพระเถระทั้งหลายผู้มีตนอันอบรมแล้ว บันลืออยู่ ดุจการบันลือแห่งสีหะทั้งหลายซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐกว่าเหล่าสัตว์ผู้มีเขี้ยวทั้งหลาย ที่ใกล้ถ้ำที่ภูเขาฉะนั้น ก็พระเถระเหล่านั้นมีชื่อ โคตร มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ มีจิตน้อมไปแล้ว ในธรรมตามที่ปรากฏแล้ว มีปัญญา เป็นผู้ไม่เกียจคร้านอยู่ในเสนาสนะอันสงัด มีป่า โคนไม้ และภูเขาเป็นต้นนั้นๆ ได้เห็นธรรมแจ่มแจ้ง และได้บรรลุนิพพานอันเป็นธรรมไม่แปรผัน เมื่อพิจารณาเห็นผลอันเป็นที่สุดกิจซึ่งตนทำเสร็จแล้ว จึงได้ภาษิตเนื้อความนี้.

เอกนิปาโต

เถรคาถาย เอกนิปาตสฺส ปฐมวคฺโค

๑. สุภูติเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับจิตหลุดพ้น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ สุภูติเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ ฉนฺนา เม กุฏิกา สุขา นิวาตา วสฺส เทว ยถาสุขํ

จิตฺตํ เม สุสมาหิตํ วิมุตฺตํ อาตาปี วิหรามิ วสฺสเทวาติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุภูติ เถโร คาถํ อภาสิตฺถาติ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระสุภูติเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ดูกรฝนกุฎีของเรามุงดีแล้ว มีเครื่องป้องกันอันสบายมิดชิดดี ท่านจงตกลงมาตามสะดวกเถิด จิตของเราตั้งมั่นดีแล้ว หลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง

เราเป็นผู้มีความเพียรอยู่ เชิญตกลงมาเถิดฝน.

๒. มหาโกฏฐิตเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับความสงบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ มหาโกฏฐิตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๒ อุปสนฺโต อุปรโต มนฺตภาณี อนุทฺธโต

ธุนาติ ปาปเก ธมฺเม ทุมปตฺตํว มาลุโตติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต ๓ เถโร คาถํ อภาสิตฺถ ๔ ฯ

๑ ยุ. อตฺตุปนายิกา ฯ ๒ ม. ยุ. อภาสิสุํ ฯ ๓ ม. มหาโกฏุฐิโก ฯ

๔ ม. อภาสิตฺถาติ ฯ สพฺพตฺถ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระมหาโกฏฐิตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า บุคคลผู้สงบ งดเว้นจากการทำความชั่วพูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมกำจัดบาป

ธรรมทั้งหลาย เหมือนลมพัดใบไม้ให้ล่วงหล่นไป ฉะนั้น.

๓. กังขาเรวตเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับปัญญา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ กังขาเรวตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๓ ปญฺญํ อิมํ ปสฺส ตถาคตานํ

อคฺคิ ยถา ปชฺชลิโต นิสีเว ๑

อาโลกทา จกฺขุททา ภวนฺติ

เย อาคตานํ วินยนฺติ กงฺขนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กงฺขาเรวโต ๒ เถโร คาถํ อภาสิตฺถ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระกังขาเรวตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ท่านจงดูปัญญานี้ ของพระตถาคตเจ้าทั้งหลายดังไฟอันรุ่งเรืองในเวลาพลบค่ำพระตถาคตเหล่าใด ย่อมกำจัดความสงสัยของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ผู้มาเฝ้าถึงสำนักของพระองค์ พระตถาคตเหล่านั้น ย่อมชื่อว่าเป็นผู้แสงสว่าง

เป็นผู้ให้ดวงตา.

๔. ปุณณมันตานีปุตตเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับการคบคนดี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ ปุณณมันตานีปุตตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๔ สพฺภิเรว สมาเสถ ปณฺฑิเตหตฺถทสฺสิภิ

อตฺถํ มหนฺตํ คมฺภีรํ ทุทฺทสํ นิปุณํ อณณ

ธีรา สมธิคจฺฉนฺติ อปฺปมตฺตา วิจกฺขณาติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุณฺโณ มนฺตานิปุตฺโต เถโร คาถํ อภาสิตฺถ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระปุณณมันตานีบุตรเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่าบุคคลควรสมาคมกับสัปบุรุษ ผู้เป็นบัณฑิตชี้แจงประโยชน์เท่านั้นเพราะธีรชนทั้งหลายเป็นผู้ไม่ประมาท เห็นประจักษ์ด้วยปัญญา ย่อมได้บรรลุถึงประโยชน์อย่างใหญ่ ประโยชน์อย่างลึกซึ้ง เห็นได้ยาก

ละเอียด สุขุม.

๕. ทัพพเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับการฝึกอบรม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ ทัพพเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๕ โย ทุทฺทมโย ทเมน ทนฺโต

ทพฺโพ สนฺตุสิโต วิติณฺณกงฺโข

วิชิตาวิ อเปตเภรโว หิ`

ทพฺโพ โส ปรินิพฺพุโต ฐิตตฺโตติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ทพฺโพ เถโร คาถํ อภาสิตฺถ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระทัพพเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า เมื่อก่อนพระทัพพมัลลบุตรองค์ใด เป็นผู้อันบุคคลอื่น ฝึกฝนได้โดยยาก แต่เดี๋ยวนี้พระทัพพมัลลบุตรองค์นั้น เป็นผู้อันพระศาสดาได้ทรงฝึกฝนด้วยการฝึกฝนด้วยมรรคอันประเสริฐ เป็นผู้สันโดษ ข้ามความสงสัยได้แล้วเป็นผู้ชนะกิเลส ปราศจากความขลาด มีจิตตั้งมั่น ดับความเร่าร้อนได้แล้ว.

๖. สีตวนิยเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับความสันโดษ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ สีตวนิยเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๖ โย สีตวนํ อุปาคา ภิกฺขุ

เอโก สนฺตุสิโต สมาหิตตฺโต

วิชิตาวิ อเปตโลมหํโส

รกฺขํ กายคตาสตึ ธีติมาติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สีตวนิโย เถโร ๓ ฯ

๑ ม. ยุ. นิสีเถ ฯ นิสฺสิเวติปิ ฯ ๒ โป. เรวโต ฯ ๓ ม. อิโต ปรํ คาถํ

อภาสิตฺถาตีติ ทิสฺสติ ฯ สพฺพตฺถ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระสีตวนิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ภิกษุใดมาสู่ป่าสีตวันแล้ว ภิกษุนั้นเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว สันโดษ มีจิตตั้งมั่น ชนะกิเลส ปราศจากขนลุกขนพอง มีปัญญารักษากายาคตาสติอยู่.

๗. ภัลลิยเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับผู้ชนะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ ภัลลิยเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๗ โย ปานุทิ มจฺจุราชสฺส เสนํ

นฬเสตตว สุทุพฺพลํ มโหโฆ

วิชิตาวิ อเปตเภรโว หิ

ทนฺโต โส ปรินิพฺพุโต ฐิตตฺโตติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภลฺลิโย เถโร ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระภัลลิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ผู้ใดกำจัดเสนาแห่งมัจจุราช เหมือนห้วงน้ำใหญ่ กำจัดสะพานไม้อ้ออันแสนจะทรุดโทรม ฉะนั้น ก็ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้ชนะมาร ปราศจากความหวาดกลัวมีตนอันฝึกฝนแล้วมีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสและความเร่าร้อนได้แล้ว.

๘. วีรเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับการชนะกิเลส

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ วีรเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๘ โย ทุทฺทมโย ทเมน ทนฺโต

ธีโร ๑ สนฺตุสิโต วิติณฺณกงฺโข

วิชิตาวิ อเปตโลมหํโส

วีตราโค ๒ ปรินิพฺพุโต ฐิตตฺโตติ ฯ

วีโร เถโร ๓ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระวีรเถระได้ภาษิตคาถานี้ ในเวลาภรรยาเก่าไปเล้าโลม

เพื่อให้สึก ว่า

เมื่อก่อน ผู้ใดเป็นผู้อันบุคคลอื่นฝึกได้โดยยาก แต่เดี๋ยวนี้ผู้นั้นอันพระผู้มีพระภาคฝึกฝนได้ดีแล้ว เป็นนักปราชญ์มีความสันโดษ ข้ามความสงสัยได้แล้ว เป็นผู้ชนะกิเลสมาร ปราศจากขนลุกขนพอง ปราศจากความกำหนัด มีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสและความเร่าร้อนได้แล้ว.

๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับการฟังธรรม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ ปิลินทวัจฉเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๙ สฺวาคตํ นาปคตํ ๔ นยิทํ ทุมฺมนฺติตํ มม

ปวิภตฺเตสุ ๕ ธมฺเมสุ ยํ เสฏฺฐํ ตทุปาคมินฺติ ฯ

ปิลินฺทวจฺโฉ เถโร ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า ท่านพระปิลินทวัจฉเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า การที่เรามาสู่สำนักของพระศาสดานี้ เป็นการมาดีแล้ว ไม่ไร้ประโยชน์ การที่เราคิดไว้ว่าจักฟังธรรมในสำนักของพระผู้มีพระภาคแล้วจักบวช เป็นความคิดที่ไม่ไร้ประโยชน์ เพราะเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกธรรม

ทั้งหลายอยู่ เราได้บรรลุธรรมอันประเสริฐแล้ว.

๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับการไม่ติดในสิ่งทั้งปวง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ ปุณณมาสเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑๐ วิหริ อเปกฺขํ อิธ วา หุรํ วา

โย เวทคู สนฺตุสิโต ๖ ยตตฺโต

สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต

โลกสฺส ชญฺญา อุทยพฺพยญฺจาติ ฯ

ปุณฺณมาโส เถโร ฯ

อุทฺทานํ

สุภูติ โกฏฺฐิโต ๑ เถโร กงฺขาเรวตปุณฺณโก ๒

มนฺตานิปุตฺโต ทพฺโพ จ สีตวนิโย จ ภลฺลิโย

วีโร ปิลินฺทวจฺโฉ จ ปุณฺณมาโส ตโมนุโทติ ฯ

วคฺโค ปฐโม ฯ

๑ ม. ยุ. วีโร ฯ ๒ ม. ยุ. วีโร โส ฯ ๓ โป. เถโรติ ฯ ๔ ม. น ทุราคตํ ฯ

๕ ม. ยุ. สํวิภตฺเตสุ ฯ ๖ ม. ยุ. สมิโต ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า พระปุณณมาสเถระได้ภาษิตคาถานี้อย่างนี้ว่า ผู้ใดไม่ทะเยอทะยานในโลกนี้หรือโลกอื่น ผู้นั้นเป็นผู้จบไตรเพท เป็นผู้สันโดษสำรวมแล้ว ไม่ติดอยู่ในธรรมทั้งปวง เป็นผู้รู้แจ้งซึ่งความเกิดขึ้นและ

ความเสื่อมไปของโลก.

_____________________

ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ

๑. พระสุภูติเถระ ๒. พระมหาโกฏฐิตเถระ

๓. พระกังขาเรวตเถระ ๔. พระปุณณมันตานีปุตตเถระ

๕. พระทัพพเถระ ๖. พระสีตวนิยเถระ

๗. พระภัลลิยเถระ ๘. พระวีรเถระ

๙. พระปิลินทวัจฉเถระ ๑๐. พระปุณณมาสเถระ.

จบ วรรคที่ ๑.

จบ วรรคที่ ๑