พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๔
๓. โสปากเถรคาถา เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในวรรคที่ ๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๔ โสปากเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๓๓–๓๓๔
๔. จตุตถวรรค
๑. คหุรตีริยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความอดทน
นัยว่า ท่านพระคหุรตีริยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๖๘}[๓๑] บุคคลถูกยุงและเหลือบกัดแล้วในป่าใหญ่ พึงเป็นผู้มีสติอดทนต่อสัมผัสแห่งยุงและเหลือบนั้นให้ได้ เหมือนช้าง อดทนต่ออาวุธในสงครามฉะนั้น
๒. สุปปิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความเพียร
นัยว่า ท่านพระสุปปิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๖๙}[๓๒] บุคคลผู้มีความเพียรถึงจะแก่ แต่เผากิเลสให้เร่าร้อน ก็พึงบรรลุนิพพานอันไม่แก่ ไม่มีอามิส เป็นธรรมสงบอย่างยิ่ง เกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยมได้
๓. โสปากเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับเมตตา
นัยว่า ท่านพระโสปากเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๗๐}[๓๓] มารดาบิดาพึงมีเมตตาจิตในบุตรคนเดียวผู้เป็นที่รัก ฉันใด ภิกษุพึงมีเมตตาจิตในสัตว์ทั้งปวงในที่ทุกสถาน ฉันนั้น
๔. โปสิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการออกบวช
นัยว่า ท่านพระโปสิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๗๑}[๓๔] หญิงเหล่านี้เมื่อยังไม่เข้ามาใกล้ก็เป็นคนประเสริฐ เมื่อเข้ามาใกล้ย่อมนำความย่อยยับมาให้เป็นนิจทีเดียว เรา ผู้ชื่อว่าโปสิยะออกจากป่ามาสู่หมู่บ้านเข้าไปยังเรือนแห่งญาติแล้ว ไม่ได้อำลาใคร ๆ ออกจากเรือนนั้นหลบมาแล้ว
๕. สามัญญกานิเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับเกียรติยศ
นัยว่า ท่านพระสามัญญกานิเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๑๗๒}[๓๕] บุคคลผู้ต้องการความสุข เมื่อประพฤติให้สมควรแก่ความสุขนั้นย่อมได้ความสุข ผู้ใดเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อันเป็นทางสายกลาง เป็นทางตรง เพื่อบรรลุอมตธรรม ผู้นั้นย่อมได้ความสรรเสริญและเจริญด้วยยศ
- ๑อรรถกถาอธิบายว่า สัตว์ดุร้ายต่าง ๆ เช่น ช้าง สิงโต เสือ ยักษ์ ปีศาจ เมื่อยังอยู่ห่างมนุษย์ ก็นับว่าดีคือไม่ก่ออันตรายให้ แต่เมื่ออยู่ใกล้ก็ก่ออันตรายให้เฉพาะชาติปัจจุบันเท่านั้น แต่สำหรับ หญิงครั้นเข้ามาใกล้(บุรุษผู้เป็นภิกษุ)ย่อมทำให้เสียประโยชน์ทั้งชาติปัจจุบันทั้งชาติหน้าหรือแม้แต่ประโยชน์คือฌานสมาบัติ เพราะฉะนั้น ท่านพระโปสิยเถระจึงกล่าวเช่นนี้ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๕๑)
- ๒ความสุข ในที่นี้หมายถึงความสุขปราศจากอามิส ได้แก่ ผลสมาบัติชึ่งจัดเป็นทั้งความสุขในปัจจุบันและมีวิบากเป็นสุขต่อไป และพระนิพพานซึ่งจัดเป็นบรมสุข (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๕๓-๑๕๔)
จบ ๓. โสปากเถรคาถา