พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จตุกกนิบาต · โกกิลวรรค
๒. รถลัฏฐิชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒๖–๖๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในโกกิลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค รถลัฏฐิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๑๙๘–๑๙๙
๔. โกกิลวรรค
๑. โกกาลิกชาดก (๓๓๑)
ว่าด้วยผลดีของการพูดในเวลาที่ควรพูด
(อำมาตย์ผู้เป็นโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาว่า)
{๖๒๒} [๖๒๒] เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่จะพูด ผู้ใดพูดเกินขอบเขตไป ผู้นั้นย่อมถูกทำร้ายดุจลูกนกดุเหว่าฉะนั้น
{๖๒๓} [๖๒๓] มีดที่ลับคมดีแล้ว ถึงเป็นประดุจยาพิษอันร้ายแรง ก็ไม่ทําให้ ตายในทันทีทันใดได้เหมือนวาจาทุพภาษิต{๖๒๔} [๖๒๔] เพราะฉะนั้น บัณฑิตควรรักษาวาจาไว้ทั้งในเวลาที่ควรพูดและ ไม่ควรพูด ไม่ควรพูดให้เกินขอบเขตแม้ในบุคคลผู้เสมอกับตน{๖๒๕} [๖๒๕] ผู้ใดมีความคิดเห็นเป็นเบื้องหน้า มีปัญญาเห็นประจักษ์ พูด พอประมาณในเวลาที่เหมาะผู้นั้นย่อมจับศัฅรูได้ทั้งหมดดุจครุฑ จับนาคได้ฉะนั้น
๒. รถลัฏฐิชาดก (๓๓๒)
ว่าด้วยพึงใคร่ครวญก่อนแล้วทำ
(อำมาตย์ผู้พิพากษาผู้เป็นโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาว่า)
{๖๒๖} [๖๒๖] ขอเดชะพระมหาราชา บุคคลทำร้ายตนเองกลับกล่าวหาว่าคนอื่นทำร้าย ดังนี้ก็มี โกงเขาแล้วกลับกล่าวหาว่าเขาโกง ดังนี้ก็มี ไม่ควรเชื่อคําของโจทก์ฝ่ายเดียว
{๖๒๗} [๖๒๗] เพราะฉะนั้น บุคคลผู้เป็นชาติบัณฑิตพึงฟังคำของฝ่ายจำเลย ด้วยเมื่อฟังคำของโจทก์และจำเลยทั้งสองฝ่ายแล้วพึงตัดสิน โดยธรรม
{๖๒๘} [๖๒๘] คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้าน ไม่ดีบรรพชิตไม่สำรวม ไม่ดี พระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญก่อนปฏิบัติราชกิจ ไม่ดี บัณฑิตผู้มักโกรธ ไม่ดี
{๖๒๙} [๖๒๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศพระมหากษัตริย์พึงทรงใคร่ครวญ ก่อนปฏิบัติราชกิจยังไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วไม่พึงปฏิบัติ พระยศและพระเกียรติคุณของพระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อน ปฏิบัติราชกิจย่อมมีแต่เจริญขึ้น
๓. โคธชาดก (๓๓๓)
ว่าด้วยเขารักก็รักมั่ง เขาชังก็ชังตอบ
(พระเทวีกราบทูลพระราชาว่า)
{๖๓๐} [๖๓๐] พระองค์ผู้ทรงดำรงรัฐข้าพระองค์รู้จักพระองค์ดีตั้งแต่ครั้ง เมื่อพระองค์ทรงพระภูษาเปลือกไม้ เหน็บพระแสงขรรค์ ทรง ผูกสอดเครื่องครบประทับอยู่กลางป่า เหี้ยย่างได้หนีไปจากกิ่ง ไม้อัสสัตถะแล้ว(อำมาตย์โพธิสัตว์กราบทูลว่า)
{๖๓๑} [๖๓๑] พึงนอบน้อมต่อผู้ที่นอบน้อมพึงคบผู้ที่เขาพอใจจะคบด้วย พึงทำกิจแก่ผู้ที่ช่วยทำกิจไม่พึงทำความเจริญให้แก่ผู้ที่ ต้องการความเสื่อม และไม่พึงคบหาสมาคมกับผู้ที่เขาไม่พอใจ จะคบหาสมาคมด้วย
จบ ๒. รถลัฏฐิชาดก