โกกิลวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒๒–๖๖๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๕ ในจตุกกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๔ โกกิลวคฺโค
๑ โกกาลิกชาตกํ ๑
๔. โกกิลวรรค
๑. โกกาลิกชาดก
ว่าด้วยพูดในกาลที่ควรพูด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค โกกาลิกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
โย เว กาเล อสมฺปตฺเต อติเวลํ ปภาสติ
เอวํ โส นิหโต เสติ โกกิลาเยว ๒ อตฺรโช ฯ
เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่จะพูด ผู้ใด พูดเกินกาลไป ผู้นั้น ย่อมถูกทำร้ายดุจลูกนกดุเหว่า ฉะนั้น.
น หิ สตฺถํ สุนิสิตํ วิสํ หลาหลมฺมิว ๓
เอวํ นิกฺกเฒ ๔ ปาเตติ วาจา ทุพฺภาสิตา ยถา ฯ
มีดที่ลับคมดีแล้ว ดุจยาพิษอันร้ายแรง หาทำให้ตกไปทันทีทันใด เหมือนวาจาทุพภาษิตไม่.
ตสฺมา กาเล อกาเล จ ๕ วาจํ รกฺเขยฺย ปณฺฑิโต
นาติเวลํ ปภาเสยฺย อปิ อตฺตสมมฺหิ วา ฯ
เพราะฉะนั้น บัณฑิตควรรักษาวาจาไว้ ทั้งในกาลควรพูด และไม่ควรไม่ควรพูดให้ล่วงเวลา แม้ในบุคคลผู้เสมอกับตน.
โย จ กาเล มิตํ ภาเส มติปุพฺโพ วิจกฺขโณ
สพฺเพ อมิตฺเต อาเทติ สุปณฺโณ อุรคมฺมิวาติ ๖ ฯ
โกกาลิกชาตกํ ปฐมํ ฯ
ผู้ใด มีความคิดเห็นเป็นเบื้องหน้า มีปัญญาเครื่องพิจารณาเห็นประจักษ์พูดพอเหมาะในกาลที่ควรพูด ผู้นั้น ย่อมจับศัตรูได้ทั้งหมด ดุจครุฑจับนาคได้ ฉะนั้น.
จบ โกกาลิกชาดกที่ ๑.
๒ รถลฏฺฐิชาตกํ
๒. รถลัฏฐิชาดก
ว่าด้วยใคร่ครวญก่อนแล้วทำ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค รถลัฏฐิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อปิ หนฺตฺวา หโต พฺรูติ เชตฺวา ชิโตติ ภาสติ
ปุพฺพมกฺขายิโน ๑ ราช เอตทตฺถุํ ๒ น สทฺทเห ฯ
๑ ม. โกกิลชาตกํ ฯ ๒ ม. โกกิลายิว ฯ ๓ ม. หลาหลามิว ฯ ๔ ม. นิกฏฺเฐ ฯ
๕ ม. วา ฯ ๖ ม. อุรคามิวาติ ฯ
ข้าแต่พระราชา บุคคลทำร้ายตนเอง กลับกล่าวหาว่า คนอื่นทำร้าย ดังนี้ก็มีโกงเขาแล้ว กลับกล่าวหาว่า เขาโกง ดังนี้ก็มี ไม่ควรเชื่อคำของโจทก์ฝ่ายเดียว.
ตสฺมา ปณฺฑิตชาติโย สุเณยฺย อิตรสฺสปิ
อุภินฺนํ วจนํ สุตฺวา ยถา ธมฺโม ตถา กเร ฯ
เพราะฉะนั้น บุคคลผู้เป็นเชื้อชาติบัณฑิต ควรฟังคำแม้ของฝ่ายจำเลยเมื่อฟังคำของโจทก์และจำเลยทั้งสองฝ่ายแล้ว พึงปฏิบัติตามธรรม.
อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ
อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ
ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี
โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ เกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่งามพระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไป ไม่งาม บัณฑิตมีความโกรธเป็นเจ้าเรือน ก็ไม่งาม.
นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ
นิสมฺมการิโน รญฺโญ ๓ ยโส กิตฺตี จ วฑฺฒตีติ ฯ
รถลฏฺฐิชาตกํ ทุติยํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ พระมหากษัตริย์ทรงใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงปฏิบัติ ไม่ทรงใคร่ครวญเสียก่อน ไม่ควรปฏิบัติ อิสริยยศบริวารยศ และเกียรติคุณของพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงใคร่ครวญแล้วจึงทรงปฏิบัติ ย่อมมีแต่เจริญขึ้น.
จบ รถลัฏฐิชาดกที่ ๒.
๓ โคธชาตกํ ๔
๓. โคธชาดก
เขารักก็รักมั่ง เขาชังก็ชังตอบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค โคธชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ตเทว เม ตฺวํ วิทิโต วนมชฺเฌ รเถสโภ ๕
ยสฺส เต ขคฺคพนฺธสฺส ๖ สนฺนทฺธสฺส ติรีฏิโน
อสฺสตฺถทุมสาขาย ปกฺกา โคธา ปลายถ ฯ
หม่อมฉันทราบว่า พระองค์ผู้ทรงดำรงรัฐจะไม่ทรงอาลัยใยดีต่อหม่อมฉันตั้งแต่ครั้งเมื่อพระองค์ทรงพระภูษาเปลือกไม้ เหน็บพระแสงขรรค์ ทรงผูกสอดเครื่องครบ ประทับอยู่กลางป่า เหี้ยย่างได้หนีไปจากกิ่งไม้อัสสัตถะแล้ว.
นเม นมนฺตสฺส ภเช ภชนฺตํ
กิจฺจานุกุพฺพสฺส กเรยฺย กิจฺจํ
นานตฺถกามสฺส กเรยฺย อตฺถํ
อสมฺภชนฺตมฺปิ น สมฺภเชยฺย ฯ
๑ ม. ปุพฺพวกฺขายิโน ฯ ๒ สี. ยุ. เอกทตฺถุ ฯ ม. อญฺญทตฺถุ ฯ ๓ สี. ม.
ราช ฯ ๔ ม. ปกฺกโคธชาตกํ ฯ ๕ ม. รเถสภ ฯ ๖ ม. ขคฺคพทฺธสฺส ฯ
พึงอ่อนน้อมต่อผู้ที่อ่อนน้อม พึงคบผู้ที่เขาพอใจจะคบด้วย พึงทำกิจแก่ผู้ที่ช่วยทำกิจ ไม่พึงทำความเจริญให้แก่ผู้ที่ใคร่ความเสื่อม อนึ่ง ไม่พึงคบหาสมาคมกับผู้ที่เขาไม่พอใจจะคบหาสมาคมด้วย.
จเช จชนฺตํ วนถํ น กยิรา
อเปตจิตฺเตน น สมฺภเชยฺย
ทิโช ทุมํ ขีณผลํว ๑ ญตฺวา
อญฺญํ สเมกฺเขยฺย มหา หิ โลโก ฯ
พึงละทิ้งผู้ที่เขาละทิ้ง ไม่พึงทำความสิเนหาในผู้เลิกลากัน ไม่พึงสมาคมกับผู้มีจิตคิดออกห่าง นกรู้ว่า ต้นไม้มีผลหมดแล้ว ย่อมบินไปสู่ต้นอื่นที่เต็มไปด้วยผล ฉันใด คนก็ฉันนั้น รู้ว่า เขาหมดความอาลัยแล้ว ก็ควรจะเลือกหาคนอื่นที่เขาผู้สมัครรักใคร่ เพราะว่า โลกใหญ่พอ.
โส เต กริสฺสามิ ยถานุภาวํ
กตญฺญุตํ ขตฺติโย ๒ เปกฺขมา โน
สพฺพญฺจ เต อิสฺสริยํ ททามิ
ยสฺสิจฺฉสี ตสฺส ตุวํ ททามีติ ฯ
โคธชาตกํ ตติยํ ฯ
ฉันเป็นกษัตริย์มุ่งความกตัญญู จะทำตอบแทนแก่เธอตามสติกำลัง อนึ่งฉันจะมอบอำนาจให้แก่เธอทั้งหมด เธอต้องการสิ่งใด ฉันจะให้สิ่งนั้นแก่เธอ.
จบ โคธชาดกที่ ๓.
๔ ราโชวาทชาตกํ
๔. ราโชวาทชาดก
ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้นำ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค ราโชวาทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ควญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว
สพฺพา คาวี ชิมฺหํ ยนฺติ ๓ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ ฯ
ถ้าเมื่อโคทั้งหลาย ว่ายข้ามแม่น้ำไป โคหัวหน้าฝูงว่ายคด เมื่อโคผู้นำฝูงว่ายคดอย่างนี้ โคทั้งหมดก็ย่อมว่ายคดไปตามกัน.
เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต
โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา
สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก ฯ
ในมนุษย์ทั้งหลายก็เหมือนกัน ผู้ใด ได้รับสมมติแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ถ้าผู้นั้น ประพฤติไม่เป็นธรรม ประชาชนนอกนี้ก็ประพฤติไม่เป็นธรรมโดยแท้ ถ้าพระราชาผู้เป็นใหญ่ไม่ตั้งอยู่ในธรรม รัฐก็ย่อมอยู่ไม่เป็นสุขทั่วกัน.
ควญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว
สพฺพา คาวี อุชุํ ยนฺติ ๔ เนตฺเต อุชุํ คเต สติ ฯ
ถ้าเมื่อโคทั้งหลาย ว่ายข้ามแม่น้ำไป โคหัวหน้าฝูงว่ายข้ามตรง เมื่อมีโคผู้นำฝูงว่ายข้ามตรงอย่างนั้น โคทั้งหมดก็ย่อมว่ายข้ามตรงไปตามกัน.
เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต
โส เจปิ ๕ ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา
สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโกติ ฯ
ราโชวาทชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
๑ ม. ขีณผลนฺติ ฯ ๒ ม. ขตฺติเย ฯ ๓ ม. สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ ฯ
๔ ยุ. สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ ฯ ๕ ม. สเจ ฯ
ในหมู่มนุษย์ทั้งหลายก็เหมือนกัน ผู้ใด ได้รับสมมติแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ถ้าผู้นั้น ประพฤติเป็นธรรม ประชาชนนอกนี้ก็ย่อมประพฤติเป็นธรรมไปตามโดยแท้ ถ้าพระราชา ผู้เป็นใหญ่ตั้งอยู่ในธรรม รัฐก็ย่อมอยู่เป็นสุขทั่วกัน.
จบ ราโชวาทชาดกที่ ๔.
๕ ชมฺพุกชาตกํ
๕. ชัมพุกชาดก
ว่าด้วยโทษที่ไม่รู้ประมาณตน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค ชัมพุกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
พฺรหา ปวฑฺฒกาโย โส ทีฆทาโฐว ชมฺพุก
น ตฺวํ ตมฺหิ กุเล ชาโต ยตฺถ คณฺหนฺติ กุญฺชรํ ฯ
ดูกรสุนัขจิ้งจอก ช้างนั้น ตัวใหญ่ ร่างกายสูง งาก็ยาว ตัวท่านไม่ได้เกิดในตระกูลสัตว์ที่จะจับมันได้.
อสีโห สีหมาเนน โย อตฺตานํ วิกุพฺพติ
กุตฺถุว ๑ คชมาสชฺช เสติ ภูมฺยา อนุตฺถุนํ ฯ
ผู้ใด มิใช่ราชสีห์ ยกตนเพราะสำคัญว่า เป็นราชสีห์ ผู้นั้น ย่อมเป็นเหมือนสุนัขจิ้งจอกถูกช้างเหยียบ นอนหายใจแขม่วๆ อยู่บนแผ่นดิน.
ยสสฺสิโน อุตฺตมปุคฺคลสฺส
สญฺชาตขนฺธสฺส มหพฺพลสฺส
อสเมกฺขิย กามพลูปปตฺตึ
ส เสติ นาเคน หโตยํ ชมฺพุโก ฯ
ผู้ใด ไม่รู้จักกำลังกาย กำลังความคิด และชาติของผู้มียศ เป็นชนชั้นสูงมีข้อลำล่ำสันกำลังมาก ผู้นั้น ย่อมเป็นเหมือนสุนัขจิ้งจอกถูกช้างเหยียบนอนตายอยู่นี้.
โย จีธ กมฺมํ กุรุเต ปมาย
ถามพลํ อตฺตนิ สํวิทิตฺวา
ชปฺเปน มนฺเตน สุภาสิเตน
ปริกฺขวา โส วิปุลํ ชินาตีติ ฯ
ชมฺพุกชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ส่วนผู้ใด ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำการงาน รู้จักกำลังกาย และกำลังความคิดของตน กำหนดด้วยคำพูดอันประกอบด้วยปัญญา เป็นวาจาสุภาษิต ผู้นั้น ย่อมมีชัยอย่างไพบูลย์.
จบ ชัมพุกชาดกที่ ๕.
๖ พฺรหาฉตฺตชาตกํ
๖. พรหาฉัตตชาดก
เอาของน้อยแลกของมาก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค พรหาฉัตตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ติณํ ติณนฺติ ลปสิ โก นุ เต ติณมาหริ
กินฺนุ เต ติณกิจฺจตฺถิ ติณเมว ปภาสติ ฯ
๑ ม. โกตฺถูว ฯ สี. โกฏฺฐูว ฯ
พระองค์ตรัสเพ้ออยู่ว่า หญ้าๆ ใครหนอ นำเอาหญ้ามาถวายพระองค์พระองค์มีกิจด้วยหญ้าหรือหนอ พระองค์จึงตรัสถึงแต่หญ้าเท่านั้น?
อิธาคมา พฺรหฺมจารี พฺรหาฉตฺโต พหุสฺสุโต
โส เม สพฺพํ สมาทาย ติณํ นิกฺขิปฺป คจฺฉติ ฯ
ฉัตตฤาษีผู้มีร่างกายสูงใหญ่ เป็นพรหมจารี เป็นพหูสูต มาอยู่ ณ ที่นี้เขาลักเอาทรัพย์ของเราจนหมดสิ้นแล้ว ยังใส่หญ้าไว้ในตุ่มแล้วหนีไป.
เอเวตํ โหติ กตฺตพฺพํ อปฺเปน พหุมิจฺฉตา
สพฺพํ สกสฺส อาทานํ อนาทานํ ติณสฺส จ
ติณสฺส จาฏีสุ คโต ตตฺถ กา ปริเทวนา ๑ ฯ
การถือเอาทรัพย์ของตนไปหมด และการไม่ถือเอาหญ้า เป็นกิจที่ผู้ปรารถนาของน้อยแลกเอาของมาก พึงกระทำอย่างนั้น ฉัตตฤาษีใส่หญ้าไว้ในตุ่มหนีไปแล้ว การปริเวทนาเพราะเรื่องนั้น จะมีประโยชน์อะไร.
สีลวนฺโต น กุพฺพนฺติ พาโล สีลานิ กุพฺพติ
อนิจฺจสีลํ ทุสฺสีลฺยํ ๒ กึ ปณฺฑิจฺจํ กริสฺสตีติ ฯ
พฺรหาฉตฺตชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
ผู้มีศีลทั้งหลาย ย่อมไม่ทำอย่างนั้น คนพาล ย่อมกระทำอนาจารอย่างนี้ความเป็นบัณฑิตจักทำคนทุศีล มีศีลไม่ยั่งยืน ให้เป็นคนอย่างไร?
จบ พรหาฉัตตชาดกที่ ๖.
๗ ปีฐชาตกํ
๗. ปีฐชาดก
ว่าด้วยธรรมในสกุล
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค ปีฐชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
น เต ปีฐมทาสิมฺห ๓ น ปานํ นปิ โภชนํ
พฺรหฺมจารี ขมสฺสุ เม เอตํ ปสฺสามิ อจฺจยํ ฯ
เราทั้งหลายไม่ได้ให้ตั่ง น้ำดื่ม และโภชนาหารแก่ท่าน ขอท่านผู้เป็นพรหมจารี จงอดโทษให้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นโทษนี้.
เนวาภิสชฺชามิ นจาปิ กุปฺเป
นจาปิ เม อปฺปิยมาสิ กิญฺจิ
อโถปิ เม อาสิ มโนวิตกฺโก
เอตาทิโส นูน กุลสฺส ธมฺโม ฯ
อาตมภาพไม่ได้ข้องเกี่ยว และไม่ได้นึกโกรธเคืองเลย แม้ความไม่ชอบใจอะไรๆ ของอาตมภาพก็ไม่มีเลย แท้ที่จริง อาตมภาพยังมีความวิตกอยู่ในใจว่า ธรรมของสกุลนี้ จักเป็นเช่นนี้แน่.
เอสสฺมากํ กุเล ธมฺโม ปิตุปิตามโห สทา
อาสนํ อุทกํ ปชฺชํ สพฺเพตํ นิปทามเส ฯ
๑ ม. อิทํ คาถาปาททฺวยํ น ทิสฺสติ ฯ ๒ ยุ. ทุสฺสีลํ ฯ ๓ ม. ปีฐมทายิมฺหา ฯ8
ที่นั่ง น้ำล้างเท้า น้ำมันทาเท้า ข้าพเจ้าให้อยู่เป็นนิจทุกอย่าง นี้เป็นธรรมในสกุล เนื่องมาจาก ปู่ ย่า ตา ยาย ของข้าพเจ้าทุกเมื่อ.
เอสสฺมากํ กุเล ธมฺโม ปิตุปิตามโห สทา
สกฺกจฺจํ อุปติฏฺฐาม อุตฺตมํ วิย ญาตกนฺติ ฯ
ปีฐชาตกํ สตฺตมํ ฯ
ข้าพเจ้าบำรุงสมณพราหมณ์โดยเคารพดุจญาติที่สูงสุด นี้เป็นธรรมในสกุลเนื่องมาจากปู่ ย่า ตา ยาย ของข้าพเจ้าทุกเมื่อ.
จบ ปีฐชาดกที่ ๗.
๘ ถุสชาตกํ
๘. ถุสชาดก
ว่าด้วยรู้จักแกลบหรือข้าวสารในที่มืด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค ถุสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
วิทิตํ ถุสํ อุนฺทุรานํ วิทิตํ ปน ตณฺฑุลํ
ถุสํ ถุสํ ๑ วิวชฺชิตฺวา ตณฺฑุลํ ปน ขาทเร ฯ
แกลบปรากฏโดยความเป็นแกลบแก่หนูทั้งหลาย และข้าวสารก็ปรากฏโดยความเป็นข้าวสารแก่พวกมัน แม้ในที่มืด พวกมันเว้นแกลบเสียเลือกกินแต่ข้าวสาร.
ยา มนฺตนา อรญฺญสฺมึ ยา จ คาเม นิกณฺณิกา
ยญฺเจตํ อิติ จินฺตี จ ๒ เอตมฺปิ วิทิตํ มยา ฯ
การปรึกษาในป่าก็ดี การพูดกระซิบกันในบ้านก็ดี และการคิดหาโอกาสด่าเราในบัดนี้ก็ดี เรารู้หมดแล้ว.
ธมฺเมน กิร ชาตสฺส ปิตา ปุตฺตสฺส มกฺกโฏ
ทหรสฺเสว สนฺตสฺส ทนฺเตหิ ผลมจฺฉิทา ฯ
ได้ยินว่า ลิงตัวที่เป็นพ่อมันเอาฟันกัดภาวะบุรุษของลูกผู้เกิดตามสภาพเสียแต่ยังเยาว์ทีเดียว.
ยเมตํ ปริสปฺปสิ อชกาโณว สาสเป
โยปายํ เหฏฺฐโต เสติ ๓ เอตมฺปิ วิทิตํ มยาติ ฯ
ถุสชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
การที่เจ้าดิ้นรนอยู่เหมือนแพะตาบอดในไร่ผักกาดก็ดี นอนอยู่ภายใต้ที่นอนก็ดี เรารู้หมดสิ้นแล้ว.
จบ ถุสชาดกที่ ๘.
๙ พาเวรุชาตกํ
๙. พาเวรุชาดก
ว่าด้วยพวกเดียรถีย์เสื่อมลาภสักการะ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค พาเวรุชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อทสฺสเนน โมรสฺส สิขิโน มญฺชุภาณิโน
กากํ ตตฺถ อปูเชสุํ มํเสน จ ผเลน จ ฯ
เพราะยังไม่เห็นนกยูงซึ่งมีหงอน มีเสียงไพเราะ ชนทั้งหลายจึงพากันบูชากาในที่นั้น ด้วยเนื้อ และผลไม้.
ยทา จ สรสมฺปนฺโน โมโร พาเวรุมาคมา
อถ ลาโภ จ สกฺกาโร วายสสฺส อหายถ ฯ
๑ สี. ถุสํ ถูลํ ฯ ๒ ม. ... จีติ จ ฯ ๓ สี. เสสิ ฯ
แต่เมื่อใด นกยูงตัวสมบูรณ์ไปด้วยเสียงมายังพาเวฬุรัฐ เมื่อนั้น ลาภและสักการะของกาก็เสื่อมไป.
ยาว นุปฺปชฺชตี พุทฺโธ ธมฺมราชา ปภงฺกโร
ตาว อญฺเญ อปูเชสุํ ปุถู สมณพฺราหฺมเณ ฯ
พระพุทธเจ้าผู้เป็นพระธรรมราชา ส่องแสงสว่าง ยังไม่เสด็จอุบัติขึ้นเพียงใด ชนทั้งหลายก็พากันบูชาสมณพราหมณ์เหล่าอื่นอยู่เป็นอันมากเพียงนั้น.
ยทา จ สรสมฺปนฺโน พุทฺโธ ธมฺมํ อเทสยิ
อถ ลาโภ จ สกฺกาโร ติตฺถิยานํ อหายถาติ ฯ
พาเวรุชาตกํ นวมํ ฯ
แต่เมื่อใด พระพุทธเจ้าผู้มีพระสุรเสียงอันไพเราะ ได้ทรงแสดงธรรมแล้ว เมื่อนั้น ลาภและสักการะของพวกเดียรถีย์ก็เสื่อมไป.
จบ พาเวรุชาดกที่ ๙.
๑๐ วิสยฺหชาตกํ
๑๐. วิสัยหชาดก
ความยากจนไม่เป็นเหตุให้ทำชั่ว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต โกกิลวรรค วิสัยหชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อทาสิ ทานานิ ปุเร วิสยฺห
ททโต จ เต ขยธมฺโม อโหสิ
อิโต ปรญฺเจ น ทเทยฺย ทานํ
ติฏฺเฐยฺยุํ เต สํยมนฺตสฺส โภคา ฯ
ดูกรพ่อวิสัยหะ แต่ก่อนท่านได้ให้ทาน ก็เมื่อท่านให้อยู่อย่างนั้น ความเสื่อมได้มีแก่ท่านแล้ว ต่อแต่นี้ไป ถ้าท่านจักไม่ให้ทาน เมื่อท่านไม่ให้ทาน โภคะทั้งหลายก็คงกลับมีอยู่ตามเดิม.
อนริยมริเยน สหสฺสเนตฺต
สุทุคฺคเตนาปิ อกิจฺจมาหุ
มา โว ธนํ ตํ อหุ วา ชนินฺท ๑
ยํ โภคเหตุ วิชเหมุ สทฺธํ ฯ
ข้าแต่ท้าวสหัสสเนตร พระอริยะทั้งหลายท่านกล่าวถึงบาปกรรมว่า อันอารยชนถึงจะเป็นคนยากจนเข็ญใจก็ไม่ควรทำ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทวยเทพข้าพระบาทจะพึงเลิกศรัทธาเพราะเหตุการบริโภคทรัพย์อันใด ทรัพย์อันนั้น อย่าได้มีเลย.
เยน เอโก รโถ ยาติ ยาติ เตน ปโร ๒ รโถ
โปราณํ นิหิตํ วตฺตํ วตฺตตญฺเญว วาสว ๓ ฯ
๑ ม. อหุ เทวราช ฯ ๒ ม. เตนาปโร ฯ ๓ สี. โปราณํ นิหิตํ วฑฺฒํ
วฑฺฒตญฺเญว วาสว ฯ
รถคันหนึ่งแล่นไปทางใด รถคันอื่นก็แล่นไปทางนั้น ข้าแต่ท้าววาสวะวัตรที่ข้าพระบาทบำเพ็ญมาแล้วแต่ครั้งก่อน ขอจงเป็นไปเหมือนอย่างนั้นเถิด.
ยทิ เหสฺสติ ทสฺสาม อสนฺเต กึ ททามฺหเส
เอวํ ภูตาปิ ทสฺสาม มา ทานํ ปมทามฺหเสติ ฯ
วิสยฺหชาตกํ ทสมํ ฯ
โกกิลวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
อติเวลํ ปภาสติ ๑ ชินวโร
วนมชฺเฌ รเถสภ ชิมฺหคโม
อถ ชมฺพุ ติณาสนปีฐวรํ
อถ ตณฺฑุลํ โมร วิสยฺห ทส ฯ
ถ้ายังมียังเป็นอยู่ ข้าพระบาทก็จะให้ เมื่อไม่มีไม่เป็น จะให้ได้อย่างไรแม้ถึงจะเป็นอย่างนี้แล้วก็ตาม ก็จะต้องให้ เพราะข้าพระบาทจะลืมทานเสียไม่ได้.
จบ วิสัยหชาดกที่ ๑๐.
จบ โกกิลวรรคที่ ๔.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โกกาลิกชาดก ๒. รถลัฏฐิชาดก
๓. โคธชาดก ๔. ราโชวาทชาดก
๕. ชัมพุกชาดก ๖. พรหาฉัตตชาดก
๗. ปีฐชาดก ๘. ถุสชาดก
๙. พาเวรุชาดก ๑๐. วิสัยหชาดก.
จบ โกกิลวรรค