arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ฉักกนิบาต · อาวาริยวรรค

๒. เสตเกตุชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๓๗–๘๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในอาวาริยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค เสตเกตุชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๒๔๖–๒๔๗

หน้า ๒๔๖

(พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า)

{๘๓๕} [๘๔๗] พระราชาพระราชทานบ้านส่วยให้ดาบสเพราะคำพรํ่าสอนบทใด คนแจวเรือจ้างได้ตบปากดาบสเพราะคำพรํ่าสอนบทนั้นเหมือนกัน

{๘๓๖} [๘๔๘] ถาดข้าวของคนแจวเรือจ้างก็แตกภรรยาก็ถูกทำร้าย และ เด็กในครรภ์ก็แห้งตกลงบนพี้นดินเขาไม่ทำประโยชน์ให้ งอกเงยขึ้นได้ด้วยโอวาทนั้นเหมือนเนื้อไม่อาจให้ประโยชน์ งอกเงยขึ้นได้ด้วยทองคำฉะนั้น

๒. เสตเกตุชาดก (๓๗๗)

ว่าด้วยคนที่ได้ชื่อว่าเป็นทิศ

(อาจารย์ทิศาปาโมกข์โพธิสัตว์สอนเสตเกตุมาณพหัวหน้าศิษย์ว่า)

{๘๓๗} [๘๔๙] พ่อเอ๋ย อย่าโกรธเลย เพราะความโกรธไม่ดี ทิศที่เจ้าไม่ได้เห็น ไม่ได้ยินยังมีเป็นอันมาก พ่อเสตเกตุเอ๋ย มารดาบิดาชื่อว่าเป็นทิศ พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าวสรรเสริญอาจารย์ว่าเป็นทิศ{๘๓๘} [๘๕๐] คฤหัสถ์ทั้งหลายเป็นผู้ให้ข้าวให้น้ำและเครื่องนุ่งห่ม ส่วนสมณพราหมณ์ทั้งหลายเป็นผู้ร้องขอ ท่านกล่าวสมณพราหมณ์ว่า เป็นทิศ พ่อเสตเกตุเอ๋ย ทิศนี้เป็นทิศสูงสุด ซึ่งสัตว์ทั้งหลาย ที่มีความทุกข์ไปถึงแล้วจะมีความสุข(พระราชาทรงเห็นพวกดาบสปฏิบัติผิด จึงตรัสปรารภกะปุโรหิตว่า)

{๘๓๙} [๘๕๑] ชฎิลที่นุ่งหนังเสือเหลืองพร้อมทั้งเล็บ มีฟันเขรอะ รูปร่างมอมแมม สาธยายมนต์อยู่ ตั้งอยู่ในความเพียรที่มนุษย์ควรทำ รู้แจ้งโลกนี้ จะเป็นผู้พ้นจากอบายได้จริงหรือ

หน้า ๒๔๗

(ปุโรหิตกราบทูลว่า)

{๘๔๐} [๘๕๒] ขอเดชะ ผู้ที่เป็นพหูสูต ทำบาปกรรมไว้มาก ชื่อว่าไม่ประพฤติธรรมเลย ถึงจะมีเวทมนต์ตั้งพันบท เมื่อยังไม่บรรลุจรณธรรม (คือศีลและสมาบัติ) ก็อาศัยความรู้นั้นพ้นทุกข์ไปไม่ได้(เสตเกตุดาบสได้กล่าวกะปุโรหิตนั้นว่า)

{๘๔๑} [๘๕๓] บุคคลแม้จะมีเวทมนต์ตั้งพัน ได้แต่อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น แต่ไม่บรรลุจรณธรรม ก็พ้นจากทุกข์ไปไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น อาตมาสำคัญว่าพระเวททั้งหลายย่อมไม่มีผลจรณธรรมคือ ความสำรวมด้วยดีนั้นแลเป็นความจริงแท้(ปุโรหิตได้กล่าวว่า)

{๘๔๒} [๘๕๔] เวททั้งหลายจะไม่มีผลเลยก็หาไม่จรณธรรมคือความสำรวม ด้วยดีนั้นแลเป็นความจริงแท้เพราะว่าบุคคลเรียนพระเวท ทั้งหลายแล้วย่อมได้รับเกียรติยศบุคคลผู้ฝึกฝนตนด้วยจรณ ธรรมแล้วย่อมบรรลุสันติ (นิพพาน)

๓. ทรีมุขชาดก (๓๗๘)

ว่าด้วยโทษของกาม

(พระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดพระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ว่า)

{๘๔๓} [๘๕๕] ขอถวายพระพรมหาบพิตร กามทั้งหลายเหมือนเปือกตม กาม ทั้งหลายเหมือนหล่ม อนึ่ง กามนี้นักปราชญ์กล่าวว่าเป็นภัย ที่มั่นคงอาตมาขอถวายพระพรว่ากามเป็นธุลีและเป็นควัน ขอมหาบพิตรจงทรงละกามเสด็จออกทรงผนวชเถิด

จบ ๒. เสตเกตุชาดก