arnon.worldเข้าสู่ระบบ

อาวาริยวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๓๑–๙๐๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในฉักกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉกฺกนิปาตชาตกํ

๑ อาวาริยวคฺโค ๑

๑ อาวาริยชาตกํ ๑

ฉักกนิบาตชาดก

๑. อาวาริยวรรค

๑. อาวาริยชาดก

การกระทำที่ไม่เจริญด้วยโภคะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค อาวาริยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

มาสุ กุชฺฌ ๒ ภูมิปติ มาสุ กุชฺฌ ๒ รเถสภ

กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต

คาเม วา ยทิวารญฺเญ นินฺเน วา ยทิวา ถเล

สพฺพตฺถมนุสาสามิ ๓ มาสุ กุชฺฌ ๒ รเถสภ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมหาบพิตรผู้เป็นจอมภูมิดล จอมพลรถ ขอมหาบพิตรอย่าทรงพระพิโรธ ขอมหาบพิตรอย่าทรงพระพิโรธ พระราชาไม่ทรงพระพิโรธต่อบุคคลที่โกรธ อันชาวแว่นแคว้นบูชาแล้วในบ้านหรือในป่า ในที่ลุ่มหรือในที่ดอนก็ตาม อาตมภาพย่อมตามสอนอรรถทุกอย่าง อย่าทรงพระพิโรธเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

อาวาริยปิตา นาม อหุ คงฺคาย นาวิโก

ปุพฺเพ ชนํ ตารยิตฺวา ๔ ปจฺฉา ยาจติ เวตนํ

เตนสฺส ภณฺฑนํ โหติ น จ โภเคหิ วฑฺฒติ ฯ

ฉบับหลวง

ณ แม่น้ำแห่งหนึ่ง มีนายเรือจ้างชื่อว่าอาวาริยบิดา ข้ามส่งคนเสียก่อน แล้วจึงเรียกค่าจ้างเมื่อภายหลัง เพราะเหตุนั้น นายเรือจ้างนั้นจึงเกิดทะเลาะกัน และไม่เจริญด้วยโภคสมบัติทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

อติณฺณญฺเญว ยาจสฺสุ อปารํ ตาต นาวิก

อญฺโญ หิ ติณฺณสฺส มโน อญฺโญ โหติ ติเรสิโน ๕ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อนายเรือจ้าง ท่านจงขอเรียกค่าจ้างคนที่ยังไม่ข้ามถึงฝั่งเสียให้เสร็จทีเดียว เพราะว่า คนที่ข้ามถึงฝั่งแล้วมีใจเป็นอย่างหนึ่ง คนที่ปรารถนาจะข้ามไปฝั่งโน้น ก็มีใจเป็นอย่างหนึ่ง.

บาลี (สยามรัฐ)

คาเม วา ยทิวารญฺเญ นินฺเน วา ยทิวา ถเล

สพฺพตฺถมนุสาสามิ ๓ มาสุ กุชฺฌิตฺถ นาวิก ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนายเรือจ้าง จะเป็นที่บ้านหรือที่ป่า ที่ลุ่มหรือที่ดอนก็ตาม ฉันพร่ำสอนทุกอย่าง ท่านอย่าโกรธเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยาเยว อนุสาสนิยา ราชา คามวรํ อทา

ตาเยว อนุสาสนิยา นาวิโก ปหรี มุขํ ฯ

ฉบับหลวง

พระราชาพระราชทานบ้านส่วย เพราะวาจาเครื่องพร่ำสอนใด นายเรือจ้างได้ตบปากดาบส เพราะวาจาเครื่องพร่ำสอนนั้นนั่นแหละ.

บาลี (สยามรัฐ)

ภตฺตํ ภินฺนํ หตา ภริยา คพฺโภ จ ปติโต ฉมา

มิโคว ชาตรูเปน น เตนตฺถํ อวฑฺฒิตุนฺติ ๖ ฯ

อาวาริยชาตกํ ปฐมํ ฯ

๑ ม. สพฺพตฺถ อวาริย. - ฯ ๒ สี. ยุ. มาสฺสุ กุชฺฌิ ฯ ๓ ม. สพฺพตฺถ อนุสาสามิ ฯ

๔ ม. ตารยิตฺวาน ฯ ๕ ม. ปาเรสิโน ฯ สี. ยุ. ตเรสิโน ฯ ๖ ม. อพนฺธิสูติ ฯ

ฉบับหลวง

นายเรือจ้างทุบสำรับ ถีบภรรยา ลูกไหลตกลงยังแผ่นดิน เขาไม่อาจทำประโยชน์ให้เจริญขึ้นได้ เหมือนกับเนื้อไม่อาจทำประโยชน์ให้เจริญได้ถ้วยทองคำ ฉะนั้น.

จบ อาวาริยชาดกที่ ๑.

๒ เสตเกตุชาตกํ

๒. เสตเกตุชาดก

ว่าด้วยคนที่ได้ชื่อว่าเป็นทิศ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค เสตเกตุชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

มา ตาต กุชฺฌิ น หิ สาธุ โกโธ

พหุมฺปิ เต อทิฏฺฐํ อสฺสุตญฺจ

มาตาปิตา ทิสา ๑ ตาต เสตเกตุ

อาจริยมาหุ ทิสตํ ปสตฺถา ฯ

ฉบับหลวง

พ่อเอ๋ย อย่าโกรธเลย เพราะความโกรธไม่ดี ทิศที่เจ้าไม่ได้ยินได้ฟังมีเป็นอันมาก พ่อเสตเกตุเอ๋ย มารดาบิดาชื่อว่า เป็นทิศ พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าวสรรเสริญอาจารย์ว่า เป็นทิศ.

บาลี (สยามรัฐ)

อคาริโน อนฺนปานวตฺถทา ๒

อวฺหายิกา ตมฺปิ ทิสํ วทนฺติ

เอสา ทิสา ปรมา เสตเกตุ

ยํ ปตฺวา ทุกฺขี สุขิโน ภวนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

คฤหัสถ์ทั้งหลายผู้ให้ข้าว น้ำ และผ้า ผู้ให้มารับ ท่านก็กล่าวว่า เป็นทิศเสตเกตุเอ๋ย บุคคลผู้มีความทุกข์ถึงทิศใดแล้วกลับเป็นผู้มีความสุข ทิศนั้นชื่อว่า เป็นทิศสูงสุด.

บาลี (สยามรัฐ)

ขราชินา ชฏิลา ปงฺกทนฺตา

ทุมุกฺขรูปา ๓ เยเม ชปนฺติ มนฺเต

กจฺจิ นุ เต มานุสเก ปโยเค

อิทํ วิทู ปริมุตฺตา อปายา ฯ

ฉบับหลวง

ชฎิลเหล่าใด นุ่งหนังเสือเหลืองทั้งเล็บ มีฟันเขรอะ รูปร่างมอมแมมสาธยายมนต์อยู่ ชฎิลเหล่านั้น ตั้งอยู่ในความเพียรที่มนุษย์ควรทำ เจนจัดโลกนี้ จะพ้นจากอบายได้ละหรือ?

บาลี (สยามรัฐ)

ปาปานิ กมฺมานิ กริตฺวา ๔ ราช

พหุสฺสุโต เนว ๕ จเรยฺย ธมฺมํ

สหสฺสเวโทปิ น ตํ ปฏิจฺจ

ทุกฺขา ปมุญฺเจ จรณํ อปตฺวา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชา บุคคลแม้จะมีเวทมนต์ตั้งพัน เป็นพหูสูต กระทำแต่กรรมอันลามกทั้งหลาย ไม่พึงประพฤติธรรม ผู้นั้น อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น ไม่ประพฤติจรณธรรม จะพึงพ้นจากทุกข์ไปไม่ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

สหสฺสเวโทปิ น ตํ ปฏิจฺจ

ทุกฺขา ปมุญฺเจ จรณํ อปตฺวา

มญฺญามิ เวทา อผลา ภวนฺติ

สสํยมํ จรณญฺเญว ๑ สจฺจํ ฯ

๑ ม. ทิสตา ฯ ยุ. ทิสา ตา ฯ ๒ ม. อนฺนทปานวตฺถทา ฯ ๓ ม. ทุมฺมกฺขรูปา ฯ

ยุ. ทุมฺมุกฺขรูป ฯ ๔ ม. กริตฺวาน ฯ ๕ ม. น ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลแม้มีเวทมนต์ตั้งพัน อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น แต่ไม่ประพฤติจรณธรรม พึงพ้นจากทุกข์ไปไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เราย่อมสำคัญว่าเวททั้งหลาย ย่อมไม่มีผล การประพฤติสำรวมด้วยดีนั่นแล เป็นความจริงแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

น เหว เวทา อผลา ภวนฺติ

สสํยมํ จรณญฺเญว ๑ สจฺจํ

กิตฺติญฺจ ๒ ปปฺโปติ อธิจฺจ เวเท

สนฺตึ ปุเณติ ๓ จรเณน ทนฺโตติ ฯ

เสตเกตุชาตกํ ทุติยํ ฯ

ฉบับหลวง

เวททั้งหลายจะไม่มีผลเลยนั้นหามิได้ การประพฤติสำรวมด้วยดีนั่นแลเป็นความจริงแท้ บุคคลเรียนเวททั้งหลายแล้ว ย่อมได้รับเกียรติ บุคคลฝึกฝนตนด้วยจรณธรรม ย่อมถึงสันติ.

จบ เสตเกตุชาดกที่ ๒.

๓ ทรีมุขชาตกํ

๓. ทรีมุขชาดก

ว่าด้วยโทษของกาม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค ทรีมุขชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ปงฺโก จ กามา ปลิโป จ กามา

ภยญฺจ เมตํ ติมูลํ ปวุตฺตํ

รโช จ ธูโม จ มยา ปกาสิตา

หิตฺวา ตุวํ ปพฺพช พฺรหฺมทตฺต ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมหาบพิตร กามทั้งหลายเหมือนสวะ กามทั้งหลายเหมือนหล่ม อนึ่งกามนี้ นักปราชญ์กล่าวว่า เป็นภัยใหญ่หลวง มั่นคง ไม่หวั่นไหวอาตมภาพขอถวายพระพรว่า กามเป็นธุลี และเป็นควัน ขอพระองค์จงทรงละกาม เสด็จออกทรงผนวชเสียเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

คธิโต ๔ จ รตฺโต จ อธิมุจฺฉิโต จ

กาเมสฺวาหํ ๕ พฺราหฺมณ ภึสรูปํ

ตํ นุสฺสเห ชีวิกตฺโถ ปหาตุํ

กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ายังกำหนัดยินดีลุ่มหลงในกามทั้งหลายอยู่ ยังมีความต้องการความเป็นอยู่อย่างนี้ จึงไม่สามารถจะละกามอันน่ากลัวนั้นได้ แต่ข้าพเจ้าจะกระทำบุญเป็นอันมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

โย อตฺถกามสฺส หิตานุกมฺปิโน

โอวชฺชมาโน น กโรติ สาสนํ

อิทเมว เสยฺโย อิติ มญฺญมาโน

ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท ฯ

๑ ม. จรณเมว ฯ ๒ ม. กิตฺตึ หิ ฯ ๓ สี. ยุ. สนฺตํ ปุเนติ ฯ

๔ สี. คถิโต ฯ ๕ ม. กาเมสฺวหํ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใด อันบุคคลผู้หวังความเจริญรุ่งเรือง อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์ กล่าวตักเตือนอยู่ ก็ไม่ทำตามคำสอน ยังสำคัญว่า สิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ ผู้นั้น เป็นคนเขลา จะต้องเกิดอยู่ร่ำไป.

บาลี (สยามรัฐ)

โส โฆรรูปํ นิรยํ อุเปติ

สุภาสุภํ มุตฺตกรีสปูรํ

สตฺตา สกาเย น ชหนฺติ คิทฺธา

เย โหนฺติ กาเมสุ อวีตราคา ฯ

ฉบับหลวง

ผู้นั้นเมื่อเข้าถึงท้องมารดา ชื่อว่า เข้าถึงนรกอันร้ายกาจ เป็นของไม่งามของท่านผู้งดงาม เต็มไปด้วยมูตรและกรีส สัตว์เหล่าใด ยังกำหนัด ยังไม่ปราศจากความรักใคร่ในกามทั้งหลาย สัตว์เหล่านั้น ก็ละกายของตนไปไม่ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

มิเฬฺหน ๑ ลิตฺตา รุหิเรน มกฺขิตา

เสเมฺหน ลิตฺตา อุปนิกฺขมนฺติ

ยํ ยํ หิ กาเยน ผุสนฺติ ตาวเท

สพฺพํ อสาตํ ทุกฺขเมว เกวลํ ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์เหล่านี้ ย่อมแปดเปื้อนด้วยมูตร คูถ เลือด และเศลษคลอดออกมา ในเวลานั้น ย่อมจะถูกต้องส่วนใดส่วนหนึ่งด้วยกาย ส่วนนั้นล้วนไม่น่ายินดี มีแต่ทุกข์อย่างเดียวเท่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ทิสฺวา วทามิ น หิ อญฺญโต สวํ

ปุพฺเพนิวาสํ พหุกํ สรามิ

จิตฺราหิ คาถาหิ สุภาสิตาหิ

ทรีมุโข นิชฺฌาปยี สุเมธนฺติ ฯ

ทรีมุขชาตกํ ตติยํ ฯ

ฉบับหลวง

อาตมภาพกล่าวมาประมาณเท่านี้ ไม่ใช่ว่าได้ยินได้ฟังมาจากสมณะหรือหรือพราหมณ์อื่น กล่าวเพราะได้เห็นมาเอง อาตมภาพระลึกชาติก่อนๆได้เป็นอันมาก พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อทรีมุข ยังพระเจ้าพรหมทัตต์ผู้มีพระปรีชาเฉลียวฉลาดให้ทรงเชื่อถือ ด้วยคาถาเป็นสุภาษิตมีเนื้อความอันวิจิตร.

จบ ทรีมุขชาดกที่ ๓.

๔ เนรุชาตกํ

๔. เนรุชาดก

อานุภาพของเนรุบรรพต

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค เนรุชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กาโกลา กากสงฺฆา จ มยญฺจ ปตตํ วรา

สพฺเพว สทิสา โหม อิมํ อาคมฺม ปพฺพตํ ฯ

ฉบับหลวง

กาป่า กาบ้าน และพวกเราที่ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย มาจับที่ภูเขาลูกนี้แล้ว ย่อมเหมือนกันทั้งหมดทีเดียว.

บาลี (สยามรัฐ)

อิธ สีหา จ พฺยคฺฆา จ สกุณา ๒ จ มิคาธมา

สพฺเพว สทิสา โหนฺติ อยํ โก นาม ปพฺพโต ฯ

๑ ม. มีเฬฺหน ฯ ๒ สี. ม. สิงฺคาลา ฯ

ฉบับหลวง

ราชสีห์ เสือโคร่ง นก และเนื้อทั้งหลายซึ่งอยู่ที่ภูเขานี้ ย่อมมีสีกายเหมือนกันทั้งหมด ภูเขาลูกนี้ชื่อว่าอะไร?

บาลี (สยามรัฐ)

อิมํ เนรุนฺติ ๑ ชานนฺติ มนุสฺสา ปพฺพตุตฺตมํ

อิธ วณฺเณน สมฺปนฺนา วสนฺติ สพฺพปาณิโน ฯ

ฉบับหลวง

มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมรู้จักภูเขาอันอุดมนี้ว่า เนรุบรรพต สัตว์ทุกชนิดอยู่ที่เนรุบรรพตนี้ ย่อมมีสีกายเหมือนทอง.

บาลี (สยามรัฐ)

อมานนา ยตฺถ สิยา สนฺตานํ วา วิมานนา

หีนสมฺมานนา วาปิ น ตตฺถ วสตี ๒ วเส ฯ

ฉบับหลวง

การไม่นับถือก็ดี การดูหมิ่นก็ดี การเสมอกันกับคนเลวก็ดี จะพึงมีแก่บัณฑิตทั้งหลายในที่ใด บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่พอใจอยู่ในที่นั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ยตฺถ อลโส จ ทกฺโข จ สูโร ภีรุ จ ปูชิยา

น ตตฺถ สนฺโต วสนฺติ อวิเสสกเร นเค ๓ ฯ

ฉบับหลวง

คนเกียจคร้านกับคนขยัน คนกล้าหาญกับคนขลาด มีผู้บูชาเสมอกันในที่ใด สัตบุรุษ ย่อมไม่อยู่ในที่นั้น ซึ่งเป็นภูเขาที่ไม่สามารถจะแบ่งคนให้แปลกกันได้.

บาลี (สยามรัฐ)

นายํ เนรุ วิภชติ หีนอุกฺกฏฺฐมชฺฌิเม

อวิเสสกโร เนรุ หนฺท เนรุํ ชหามเสติ ฯ

เนรุชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

เนรุบรรพตนี้ ย่อมไม่จำแนกคนชั้นเลว คนชั้นกลาง และคนชั้นสูงทำให้เหมือนกันไปเสียหมด มิฉะนั้น เราจะละเนรุบรรพตนี้ไปเสีย.

จบ เนรุชาดกที่ ๔.

๕ อาสงฺกชาตกํ

๕. อาสังกชาดก

ว่าด้วยความหวัง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค อาสังกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อาสาวตี นาม ลตา ชาตา จิตฺตลตาวเน

ตสฺสา วสฺสสหสฺเสน เอกํ นิพฺพตฺตเต ผลํ ฯ

ฉบับหลวง

เถาวัลย์ชื่อว่าอาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดา เถาวัลย์อาสาวดีนั้น นับได้๑,๐๐๐ ปี จึงเกิดผลสักครั้งหนึ่ง.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ เทวา ปยิรุปาสนฺติ ตาว ทูรผเล สติ ๔

อาสึเสว ๕ ตุวํ ราช อาสา ผลวตี สุขา ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อผลมีอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น พวกเทวดาก็ยังหมั่นเข้าไปดูเถาวัลย์นั้นเสมอ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด ความหวังย่อมมีผลเป็นความสุข.

บาลี (สยามรัฐ)

อาสึสเถว ๖ โส ปกฺขี อาสึสเถว โส ทิโช

ตสฺเสวาสา สมิชฺฌตฺถ ๗ ตาว ทูรคตา สติ

อาสึเสว ตุวํ ราช อาสา ผลวตี สุขา ฯ

ฉบับหลวง

นกยังหวังสำเร็จได้เมื่อผลมีอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น ความหวังของนกนี้ยังสำเร็จได้ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด ความหวังมีผลเป็นความสุข.

บาลี (สยามรัฐ)

สมฺเปสิ โข มํ วาจาย น จ สมฺเปสิ กมฺมุนา

มาลา เสเรยฺยกสฺเสว วณฺณวนฺตา อคนฺธิกา ฯ

๑ ม. เนรูติ ฯ ๒ ม. วสตึ วเส ฯ ยุ. วส ทิวเส ฯ ๓ ม. นเร ฯ ๔ ม. ทูรผลํ สตึ ฯ

๕ ม. อาสีเสว ฯ ๖ ม. อาสีสเถว ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๗ ม. ตสฺส จาสา สมิชฺฌติ ฯ

ฉบับหลวง

เจ้ายังให้เราเอิบอิ่มด้วยถ้อยคำ แต่ไม่ยังเราให้เอิบอิ่มไปด้วยการกระทำเปรียบเหมือนดอกหงอนไก่ มีแต่สี ไม่มีกลิ่น ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อผลํ มธุรํ วาจํ โย มิตฺเตสุ ปกุพฺพติ

อททํ อวิสฺสชํ โภคํ สนฺธิ เตนสฺส ชีรติ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลใด ไม่ให้ ไม่แบ่งปันโภคสมบัติลงได้ ย่อมพูดวาจาที่อ่อนหวานแต่ไร้ผลในมิตรทั้งหลาย ความสนิทสนมกับบุคคลนั้น ย่อมไม่ยืดยาว.

บาลี (สยามรัฐ)

ยํ หิ กยิรา ตํ หิ วเท ยํ น กยิรา น ตํ วเท

อกโรนฺตํ ภาสมานํ ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลทำสิ่งใด พึงพูดถึงสิ่งนั้น ไม่พึงทำสิ่งใด ไม่พึงกล่าวถึงสิ่งนั้นบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมติเตียนคนดีแต่พูดแต่ไม่ทำ

บาลี (สยามรัฐ)

พลญฺจ วต เม ขีณํ ปาเถยฺยญฺจ น วิชฺชติ

สงฺเก ปาณูปโรธาย หนฺททานิ วชามหํ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อเราจะอยู่ในที่นี้อีกต่อไป พลนิกายของเราก็ร่อยหรอลงไป ทั้งสะเบียงอาหารก็จะไม่มี เรารังเกียจถึงชีวิตของตนเองจะไม่ยั่งยืน ผิฉะนั้น เราขอลาไปเดี๋ยวนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตเทว หิ เม นามํ ยํ นามสฺมึ รเถสภ

อาคเมหิ มหาราช ปิตรํ อามนฺตยามหนฺติ ฯ

อาสงฺกชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชผู้ประเสริฐ พระดำรัสที่พระองค์ตรัสนี้แล เป็นชื่อชื่อของหม่อมฉัน ขอพระองค์เสด็จไปตรัสบอกชื่อของหม่อมฉันกับบิดาเถิด.

จบ อาสังกชาดกที่ ๕.

๖ มิคาโลปชาตกํ

๖. มิคาโลปชาดก

ว่าด้วยโทษของคนหัวดื้อ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค มิคาโลปชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

น เม รุจิ ๑ มิคาโลป ยสฺส เต ตาทิสี คติ

อตุจฺจํ ตาต คจฺฉสิ ๒ อภูมึ ตาต เสวสิ ฯ

ฉบับหลวง

ลูกมิคาโลปะเอ๋ย ฉันไม่ชอบใจการที่เจ้าบินไปไกลเช่นนั้นเลย เจ้าบินไกลเกินไป ไปซ่องเสพภูมิสถานอันไม่สมควร.

บาลี (สยามรัฐ)

จตุกฺกณฺณํว เกทารํ ยถา เต ปฐวี สิยา

ตโต ตาต นิวตฺตสฺสุ มาสุ เอตฺโต ปรํ คมิ ฯ

ฉบับหลวง

ลูกเอ๋ย แผ่นดินพึงปรากฏแก่เจ้าเหมือนคันนา ๔ มุม เจ้าจงกลับจากที่นั้นเสีย อย่าบินเลยจากที่นั้นไปเป็นอันขาด.

บาลี (สยามรัฐ)

สนฺติ อญฺเญปิ สกุณา ปตฺตยานา วิหงฺคมา

อุกฺขิตฺตา ๓ วาตเวเคน นฏฺฐา เต สสฺสตีสมา ฯ

ฉบับหลวง

แม้แร้งตัวอื่นๆ ที่มีปีกบินไปในอากาศมีอยู่มาก แร้งเหล่านั้นมาสำคัญเสมอด้วยแผ่นดินและภูเขา ถูกกำลังลมพัดคร่าไป พากันพินาศหมดแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

อกตฺวา อปรณฺณสฺส ๔ ปิตุ วุฑฺฒสฺส ๕ สาสนํ

กาลวาเต อติกฺกมฺม เวรมฺภานํ วสํ อคา ฯ

๑ ม. รุจฺจิ ฯ ๒ สี. ม. ปตสิ ฯ ๓ สี. ม. อกฺขิตฺตา ฯ ๔ ม. อปนนฺทสฺส ฯ

๕ ม. วุทฺธสฺส ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

แร้งชื่อมิคาโลปะ ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของแร้งชื่ออปรัณณะผู้บิดา ซึ่งเป็นผู้เจริญด้วยคุณสมบัติ บินผ่านลมกาลวาตขึ้นไปตกอยู่ในอำนาจของลมเวรัมภวาต.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ปุตฺตา จ ทารา จ เย จญฺเญ อนุชีวิโน

สพฺเพ พฺยสนมาปาทุํ อโนวาทกเร ทิเช ฯ

ฉบับหลวง

บุตรและภรรยาของแร้งมิคาโลปะนั้น และแร้งอื่นที่อาศัยแร้งนั้นอยู่ พากันถึงความพินาศสิ้น เพราะแร้งมิคาโลปะ ไม่กระทำตามโอวาทของบิดา.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวมฺปิ อิธ วุฑฺฒานํ โย วากฺยํ นาวพุชฺฌติ

อติสีมํ จโร ๑ ทิตฺโต คิชฺโฌ วาตีตสาสโน

สพฺเพ พฺยสนํ ปปฺโปนฺติ อกตฺวา พุทฺธสาสนนฺติ ๒ ฯ

มิคาโลปชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใด ในโลกนี้ ไม่เชื่อฟังคำของผู้เจริญ ผู้นั้น ย่อมถึงความพินาศ เพราะไม่ทำตามคำสอนของท่านผู้รู้ ดุจแร้งละเมิดคำสั่งสอน บินเลยเขตแดนถึงความพินาศหมด ฉะนั้น.

จบ มิคาโลปชาดกที่ ๖.

๗ สิริกาฬกณฺณิชาตกํ

๗. สิริกาฬกัณณิชาดก

ว่าด้วยสิริกับกาฬกรรณี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค สิริกาฬกัณณิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กา นุ กาเฬน วณฺเณน น จาปิ ๓ ปิยทสฺสนา

กา วา ตฺวํ กสฺส วา ธีตา กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นใครหนอ มีผิวพรรณดำ ไม่น่ารักน่าดูเลย ท่านเป็นใคร หรือเป็นธิดาของใคร จะรู้จักท่านได้อย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

มหาราชสฺสหํ ธีตา วิรูปกฺขสฺส จณฺฑิยา

อหํ กาฬี อลกฺขิกา กาฬกณฺณีติ มํ วิทู

โอกาสํ ยาจิโต เทหิ วเสมุ ตว สนฺติเก ฯ

ฉบับหลวง

ฉันเป็นธิดาของท้าวมหาราชนามว่าวิรูปักษ์ เป็นหญิงดุร้าย เป็นหญิงกาฬีไม่มีบุญ ทวยเทพรู้จักเราว่า เป็นหญิงกาฬกรรณี ฉันขอพักอาศัยอยู่ในสำนักของท่านสักราตรีหนึ่ง ขอท่านจงให้โอกาสเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

กึสีเล กึสมาจาเร ปุริเส นิวิเส ๔ ตุวํ

ปุฏฺฐา เม กาฬิ อกฺขาหิ กถํ ๕ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษผู้มีศีล มีสมาจารเช่นไร แน่ะนางกาฬี เราถามท่าน ท่านจงบอกเรา เราจะรู้จักท่านได้อย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

มกฺขี ปลาสี สารมฺภี อิสฺสุกี มจฺฉรี สโถ

โส มยฺหํ ปุริโส กนฺโต ลทฺธํ ยสฺส วินสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษใด ลบหลู่คุณท่าน ตีเสมอท่าน แข่งดี ริษยา ตระหนี่ โอ้อวดและได้ทรัพย์มาแล้ว ย่อมพินาศหมดไป บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของเรา.

บาลี (สยามรัฐ)

โกธโน อุปนาหี จ ปิสุโณ จ วิเภทโก

กณฺฏกวาโจ ๖ ผรุโส โส เม กนฺตตโร ตโต ฯ

๑ ม. อติสีมจโร ฯ ๒ วุทฺธสาสนนฺติ ฯ ๓ สี. น จาสิ ฯ ๔ ม. นิวิสเส ฯ

๕ สี. ยุ. ยถา ฯ ๖ ม. กณฺฑกวาโจ ฯ สี. ยุ. อณฺฑกวาโจ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษใด เป็นคนมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน มีวาจากระด้าง หยาบคาย บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของฉันยิ่งกว่าบุรุษคนก่อนนั้นอีก.

บาลี (สยามรัฐ)

อชฺช สุเวติ ปุริโส สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ

โอวชฺชมาโน กุปฺปติ เสยฺยโส ๑ อติมญฺญติ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษไม่รู้จักประโยชน์ของตนว่า กรรมนี้ควรทำวันนี้ กรรมนี้ควรทำพรุ่งนี้ เป็นคนสำคัญตนว่า ดีกว่าเขา เมื่อถูกตักเตือนก็โกรธเคือง.

บาลี (สยามรัฐ)

ทวปฺปลุทฺโธ ๒ ปุริโส สพฺพมิตฺเตหิ ธํสติ

โส มยฺหํ ปุริโส กนฺโต ตสฺมึ โหมิ อนามยา ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษผู้อันความคะนองในกามคุณครอบงำเป็นนิตย์ ย่อมเสื่อมจากมิตรทุกคน บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของฉัน ถ้าฉันได้บุรุษเช่นนั้นแล้ว จะไม่เกี่ยวข้องในบุรุษอื่นเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

อเปหิ เอตฺโต ตฺวํ กาฬิ เนตํ อเมฺหสุ วิชฺชติ

อญฺญํ ชนปทํ คจฺฉ นิคเม ราชธานิโย ฯ

ฉบับหลวง

แน่ะนางกาฬี เจ้าจงหลีกไปเสียจากที่นี้ อุปกิเลสมีความลบหลู่เป็นต้นที่กระทำความรักใคร่ของเจ้านั้น ไม่มีในเรา เจ้าจงไปยังชนบท นิคมและราชธานีอื่นเสียเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อหมฺปิ โข ตํ ๓ ชานามิ เนตํ ตุเมฺหสุ วิชฺชติ

สนฺติ โลเก อลกฺขิกา สงฺฆรนฺติ พหุํ ธนํ

อหํ เทโว จ เม ภาตา อุโภ นํ วิธมามเส ฯ

ฉบับหลวง

แม้ฉันก็รู้จักสิ่งที่ทำความพอใจให้แก่ฉัน มีความลบหลู่คุณท่านเป็นตนนี้ว่า ไม่มีอยู่ในท่าน คนไร้ปัญญามีอยู่ในโลก ย่อมรวบรวมเอาทรัพย์ไว้มากมาย ฉัน และพี่ของฉัน ผู้เป็นเทพบุตร ทั้งสองคนจะช่วยกันกำจัดทรัพย์ที่คนไม่มีปัญญารวบรวมไว้เสียก็ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

กา นุ ทิพฺเพน วณฺเณน ปฐพฺยา สุปติฏฺฐิตา

กา วา ตฺวํ กสฺส วา ธีตา กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นใครหนอ มีรัศมีเป็นทิพย์ ยืนอยู่ที่แผ่นดินอย่างเรียบร้อย ท่านเป็นใคร หรือเป็นธิดาของใคร เราจะรู้จักท่านอย่างไร.

บาลี (สยามรัฐ)

มหาราชสฺสหํ ธีตา ธตรฏฺฐสิรีมโต ๔

อหํ สิรี จ ลกฺขี จ ภูริปญฺญาติ มํ วิทู

โอกาสํ ยาจิโต เทหิ วเสมุ ตว สนฺติเก ฯ

ฉบับหลวง

ดิฉันเป็นธิดาของท้าวมหาราชนามว่าธตรฐ ผู้มีสิริ ข้าพเจ้ามีสิริด้วย มีบุญด้วย ทวยเทพรู้จักข้าพเจ้าว่า มีปัญญาดุจแผ่นดิน ดิฉันขอพักอาศัยอยู่ในสำนักของท่านสักราตรีหนึ่ง ขอท่านจงให้โอกาสเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

กึสีเล กึสมาจาเร ปุริเส นิวิเส ๕ ตุวํ

ปุฏฺฐา เม ลกฺขิ อกฺขาหิ ยถา ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษผู้มีศีล มีสมาจารเช่นไร แน่ะนางลักขี ข้าพเจ้าถามท่าน ท่านจงบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะรู้จักท่านได้อย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

โย จาปิ สีเต อถวาปิ อุเณฺห

วาตาตเป ฑํสสิรึสเป จ

ขุทฺท ๖ ปิปาสํ อภิภุยฺย สพฺพํ

รตฺตินฺทิวํ โย สตตํ นิยุตฺโต

กาลาคตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ

โส เม มนาโป นิวิเส วตมฺหิ ๑ ฯ

๑ ม. เสยฺยํ โส ฯ ๒ ยุ. ทวปฺปลทฺโธ ฯ ๓ สี. เจตํ ฯ ๔ ม. ธตรฏฺฐสฺส สิรีมโต ฯ

๕ ม. นิวิสเส ฯ ๖ ม. ขุธํ ฯ ยุ. ขุทํ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษใด เมื่อหนาว ร้อน ลม แดด เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีอยู่ ก็ครอบงำความหิวความกระหายทั้งหมด ประกอบการงานทั้งหลายมิได้ขาด ทั้งกลางคืนกลางวัน ไม่ทำประโยชน์ที่มาถึงตามกาลให้เสื่อมเสียไป บุรุษนั้น เป็นที่พอใจของดิฉัน ดิฉันตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อกฺโกธโน มิตฺตวา จาควา จ

สีลูปปนฺโน อสโถชุภูโต ๒

สงฺคาหโก สขิโล สณฺหวาโจ

มหตฺตปตฺโตปิ นิวาตวุตฺติ

ตสฺมึห ๓ โปเส วิปุลา ภวามิ

อุมฺมี ๔ สมุทฺทสฺส ยถาปิ วณฺณํ ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง บุรุษใด เป็นคนไม่โกรธ มีมิตรดี ชอบบริจาคทาน มีศีล ไม่โอ้อวด เป็นคนตรง สงเคราะห์มิตร มีวาจาอ่อนหวานไพเราะ แม้ได้รับแต่งตั้งเป็นใหญ่โต ก็ยังประพฤติถ่อมตนอยู่ ดิฉันพอใจในบุรุษนั้นเป็นอย่างมาก ดุจคลื่นทะเลปรากฏแก่คนที่มองดูสีน้ำทะเลเหมือนมีมากฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

โย จาปิ มิตฺเต อถวา อมิตฺเต

เสฏฺเฐ สริกฺเข อถวาปิ หีเน

อตฺถํ จรนฺตํ อถวา อนตฺถํ

อาวี รโห สงฺคหเมว วตฺโต ๕

วาจํ น วชฺชา ผรุสํ กทาจิ

มตสฺส ชีวสฺส จ ตสฺส โหมิ ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง บุรุษใด ประพฤติสังคหธรรม ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ในมิตรหรือผู้ที่มิใช่มิตร ในคนที่ประเสริฐกว่า คนที่เสมอกัน หรือคนที่เลวกว่า คนที่ประพฤติประโยชน์ หรือคนที่ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่กล่าววาจาหยาบคายในกาลไหนๆ ดิฉันจะขอคบบุรุษนั้น ทั้งเมื่อเขาตายแล้วและเป็นอยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

เอเตส โย อญฺญตรํ ลภิตฺวา

กนฺตํ สิรึ ๖ มชฺชติ อปฺปปญฺโญ

ตํ ทิตฺตรูปํ วิสมํ จรนฺตํ

กรีสชาตํว ๗ วิวชฺชยามิ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษใด เป็นคนไม่มีปัญญา ปรารถนาสิริที่คนพอใจ ได้อย่างใดอย่างหนึ่งบรรดาคุณตามที่กล่าวมาแล้วนี้ แล้วลืมเสีย ดิฉันขอเว้นบุรุษนั้นผู้ประพฤติลุ่มๆ ดอนๆ เป็นเหตุเดือดร้อน เหมือนบุคคลเว้นหลุ่มคูถห่างไกล ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺตนา กุรุเต ลกฺขึ อลกฺขึ กุรุตตฺตนา

น หิ ลกฺขึ อลกฺขึ วา อญฺโญ อญฺญสฺส การโกติ ฯ

สิริกาฬกณฺณิชาตกํ สตฺตมํ ฯ

๑ ม. จ ตมฺหิ ฯ ๒ ยุ. อสโฐ อุชฺชุภูโต ฯ ๓ ม. ตสฺมึหํ ฯ สี. ยุ. ตสฺมาหํ ฯ

๔ ม. อูมิ ฯ ๕ ม. วตฺเต ฯ ๖ ม. กนฺตา สิรี ฯ ๗ ม. กรีสฐานํว ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลย่อมทำความดี และความชั่วด้วยตนเอง คนอื่นจะทำความดี หรือความชั่วให้แก่คนอื่นไม่ได้เลย.

จบ สิริกาฬกัณณิชาดกที่ ๗.

๘ กุกฺกุฏชาตกํ

๘. กุกกุฏชาดก

ผลของการไม่เชื่อง่าย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค กุกกุฏชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สุจิตฺตปตฺตฉาทน ๑ ตมฺพจูฬ วิหงฺคม

โอโรห ทุมสาขาย มุธา ภริยา ภวามิ เต ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านผู้มีขนปีกอันวิจิตรตระการตา มีหงอนงามสง่า อาจจะไปในอากาศได้โดยฉับพลัน เชิญท่านลงมากจากกิ่งไม้เสียเถิด ฉันจะยอมเป็นภรรยาของท่านโดยไม่รับมูลค่าอันใดเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

จตุปฺปที ตฺวํ กลฺยาณิ ทฺวิปทาหํ มโนรเม

มิคี ปกฺขี อสํยุตฺตา ๒ อญฺญํ ปริเยส สามิกํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนางแมวรูปงามน่ารื่นรมย์ใจ เจ้ามีสี่เท้า เรามีสองเท้า เจ้าเป็นแมวเราเป็นไก่ ไม่สมควรกันเลย เชิญเจ้าไปแสวงหาสามีอื่นเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

โกมาริกา เต เหสฺสามิ มญฺชุกา ปิยภาณินี

วินฺท มํ อริเยน เวเทน กลฺยาณึ พฺรหฺมจารินึ ๓ ฯ

ฉบับหลวง

ฉันจะเป็นนางกุมาริกาของท่าน มีวาจาอ่อนหวาน พูดน่ารัก ของท่านจงรับฉันผู้มีความงาม ประพฤติธรรมอันประเสริฐ ไว้ด้วยการได้อันดีงามเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

กุณปาทิ ๔ โลหิตเป โจริ กุกฺกุฏโปถินิ

น ตฺวํ อริเยน เวเทน มมํ ภตฺตารมิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

แน่ะนางขโมย เลอะเทอะไปด้วยเลือดเหมือนซากศพ ชอบกัดกินไข่เจ้าไม่ได้ปรารถนาเราเป็นสามีโดยการได้อย่างดีดอก.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวมฺปิจาตุรา ๕ นารี ทิสฺวาน ปวรํ ๖ นรํ

เนนฺติ สณฺหาหิ วาจาหิ วิฬารี วิย กุกฺกุฏํ ฯ

ฉบับหลวง

หญิงทั้งหลายประกอบด้วยวาจามีองค์ ๔ เห็นชายดีเข้าแล้ว ย่อมชักนำไปด้วยวาจาอ่อนหวาน เหมือนนางแมวชักชวนพระยาไก่ ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ น ขิปฺปมนุพุชฺฌติ

อมิตฺตวสมเนฺวติ ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ ฯ

ฉบับหลวง

ก็ผู้ใด ไม่รู้ประโยชน์อันเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้น ย่อมตกไปสู่อำนาจศัตรู และจะต้องเดือดร้อนในภายหลัง.

บาลี (สยามรัฐ)

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ ขิปฺปเมว นิโพธติ

มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา กุกฺกุโฏว วิฬาริยาติ ฯ

กุกฺกุฏชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

๑ ม. สุจิตฺตปตฺตฉทน ฯ ๒ ม. อสญฺญุตฺตา ฯ ๓ สี. ม. สาวย มํ ยทิจฺฉสิ ฯ

๔ สี. สกุณขาทินิ ฯ ม. กุณปาทินิ ฯ ๕ ม. เอวมฺปิ จตุรา ฯ ๖ สี. ม. สธนํ ฯ

ฉบับหลวง

ส่วนผู้ใด รู้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้น ย่อมพ้นจากความเบียดเบียนของศัตรู เหมือนพระยาไก่หลุดพ้นจากนางแมว ฉะนั้น.

จบ กุกกุฏชาดกที่ ๘.

๙ ธมฺมทฺธชชาตกํ

๙. ธัมมัทธชชาดก

พูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่ง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค ธัมมัทธชชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺมํ จรถ ญาตโย ธมฺมํ จรถ ภทฺท โว ๑

ธมฺมจารี สุขํ เสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรญาติทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงประพฤติธรรม ท่านทั้งหลายจงประพฤติธรรมอยู่เสมอๆ เถิด ความเจริญจะมีแก่ท่านทั้งหลาย ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ภทฺทโก วตายํ ปกฺขี ทิโช ปรมธมฺมิโก

เอกปาเทน ติฏฺฐนฺโต ธมฺมเมวานุสาสติ ฯ

ฉบับหลวง

กาตัวนี้เจริญดีจริงหนอ ประพฤติธรรมอย่างสูง ยืนอยู่ด้วยเท้าข้างเดียวย่อมพร่ำสอนแต่ธรรมเท่านั้นแก่พวกเรา.

บาลี (สยามรัฐ)

นาสฺส สีลํ วิชานาถ อนญฺญาย ปสํสถ

ภุตฺวา อณฺฑญฺจ ฉาเป จ ๒ ธมฺโม ธมฺโมติ ภาสติ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านทั้งหลายไม่รู้จักปกติของมัน จึงพากันสรรเสริญเพราะความไม่รู้เท่าทัน มันกินไข่และลูกนกแล้วก็ร้องว่า ธัมโม ธัมโม.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺญํ ภณติ วาจาย อญฺญํ กาเยน กุพฺพติ

วาจาย โน จ กาเยน น ตํ ธมฺมํ อธิฏฺฐิโต ฯ

ฉบับหลวง

กาตัวนี้พูดด้วยวาจาเป็นอย่างหนึ่ง กระทำด้วยกายเป็นอย่างหนึ่ง ประพฤติธรรมเพียงวาจา แต่ไม่กระทำด้วยกาย เพราะฉะนั้น มันไม่ได้ตั้งอยู่ในธรรมเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

* วาจาย สขิโล โหติ มโนปวิทุคฺโค สิยา

ปฏิจฺฉนฺโน กูปสฺสโย กณฺหสปฺโปว ธมฺมทฺธโช

คามนิคมาสุ สาธุ สมฺมโต ทุชฺชาโน อยํ

ปุริเสน พาลิเสน * ฯ

๑ ม. ภทฺทํ โว ฯ ๒ ม. ยุ. โปตญฺจ ฯ * สี. ม. เอวํ ทิสฺสติ

วาจาย สขิโล มโนวิทุคฺโค

ฉนฺโน กุปสฺสโยว กณฺหสปฺโป

ธมฺมทฺธโช คามนิคมาสุ สาธุ

ทุชฺชาโน ปุริเสน พาลิเสน ฯ

ฉบับหลวง

กานี้เป็นสัตว์มีถ้อยคำอ่อนหวาน มีใจรู้ได้ยาก เปรียบเหมือนงูเห่าปกปิดร่างกายด้วยปล่อง หรือเปรียบเหมือนคนผู้เอาธรรมบังหน้า คนโง่ไม่รู้จริงพากันยกย่องว่า เป็นคนดีในหมู่บ้านและในนิคม ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมํ ตุณฺเฑหิ ปกฺเขหิ ปาทา จิมํ วิเหฐถ ๑

ฉวํ หิมํ วินาเสถ นายํ สํวาสนารโหติ ฯ

ธมฺมทฺธชชาตกํ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านทั้งหลายจงช่วยกันประหารกาลามกตัวนี้ ด้วยจะงอยปาก ด้วยปีกและด้วยเท้าให้มันพินาศไป กาตัวนี้ไม่ควรจะอยู่ร่วมกับพวกเรา.

จบ ธัมมัทธชชาดกที่ ๙.

๑๐ นนฺทิยมิคราชชาตกํ

๑๐. นันทิยมิคราชชาดก

ว่าด้วยพระยาเนื้อนันทิยะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค นันทิยมิคราชชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ พฺราหฺมณ คจฺฉสิ ๒ สาเกตํ อญฺชนํ ๓ วนํ

วชฺชาสิ นนฺทิยํ นาม ปุตฺตํ อสฺมากโมรสํ

มาตาปิตา จ เต วุฑฺฒา เต ตํ อิจฺฉนฺติ ปสฺสิตุํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พราหมณ์ ถ้าท่านจะไปยังเมืองสาเกตุ โปรดช่วยส่งข่าวบุตรของข้าพเจ้าชื่อนันทิยะ ผู้อยู่ในพระราชอุทยานชื่ออัญญชนวันว่า มารดาบิดาของท่านแก่แล้ว ปรารถนาจะได้เห็นท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

ภุตฺตา มยา นิวาปานิ ราชิโน ปานโภชนํ

ตํ ราชปิณฺฑํ อวโภตฺตุํ นาหํ พฺราหฺมณมุสฺสเห ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ เหยื่อ คือ น้ำและหญ้าของพระราชา ข้าพเจ้าบริโภคแล้ว เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ทำกิจของพระราชาให้เป็นผลสำเร็จ ก็ไม่สามารถบริโภคราชทรัพย์ให้เป็นการบริโภคชั่วได้.

บาลี (สยามรัฐ)

โอทหิสฺสามหํ ปสฺสํ ขุรปฺปานิสฺส ๔ ราชิโน

ตทาหํ สุขิโต มุตฺโต อปิ ปสฺเสยฺย มาตรํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพเจ้าจะยืนหันข้างให้พระราชาผู้ทรงพระแสงธนู เมื่อใด เมื่อนั้นข้าพเจ้าก็จะพ้นจากมรณภัย มีความสุข ได้พบเห็นมารดา.

บาลี (สยามรัฐ)

มิคราชา ปุเร อาสึ โกสลสฺส นิเกตเว ๕

นนฺทิโย นาม นาเมน อภิรูโป จตุปฺปโท ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อก่อน เราเป็นพระยาเนื้อชื่อว่านันทิยะ มีรูปงาม อาศัยพระราชอุทยานของพระเจ้าโกศล.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ มํ วธิตุมาคจฺฉิ ทายสฺมึ อญฺชนาวเน ๖

ธนน อารชฺชํ กตฺวาน อุสุํ สนฺธาย ๗ โกสโล ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าโกศลเสด็จมาที่พระราชอุทยานชื่ออัญชนวันนั้น ทรงโก่งธนูสอดลูกศร หมายจะทรงยิงเรา.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺสาหํ โอทหึ ปสฺสํ ขุรปฺปานิสฺส ราชิโน

ตทาหํ สุขิโต มุตฺโต มาตรํ ทฏฺฐุมาคโตติ ฯ

นนฺทิยมิคราชชาตกํ ทสมํ ฯ

อาวาริยวคฺโค ปฐโม ฯ

____________

ตสฺสุทฺทานํ

อถ กุชฺฌรเถสภ เกตุวโร

ทรีมุข สเนรุตา จ ปุน ๑

อปนนฺท สิรี จ สุจิตฺตวโร

อถ ธมฺมิก นนฺทิมิเคน ทส ฯ

๑ ม. วิโปถุํ ฯ ๒ ม. คจฺเฉสิ ฯ ๓ ม. สาเกเต อชฺชุนํ ฯ ๔ สี. ขุรปฺปาณิสฺส ฯ

ยุ. ขุรปาณิสฺส ฯ ๕ ม. นิเกตเน ฯ ๖ ม. อชฺชุเน วเน ฯ ๗ ม. สนฺนยฺห ฯ

ฉบับหลวง

เรายืนหันข้างให้พระเจ้าโกศลผู้ทรงพระแสงธนู เมื่อใด เมื่อนั้น เราพ้นจากมรณภัย มีความสุข กลับมาหามารดา.

จบ นันทิยมิคราชชาดกที่ ๑๐.

จบ อาวาริยวรรคที่ ๑.

_________________

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อาวาริยชาดก ๒. เสตเกตุชาดก

๓. ทรีมุขชาดก ๔. เนรุชาดก

๕. อาสังกชาดก ๖. มิคาโลปชาดก

๗. สิริกาฬกัณณิชาดก ๘. กุกกุฏชาดก

๙. ธัมมัทธชชาดก ๑๐. นันทิยมิคราชชาดก.

จบ อาวาริยวรรค