พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ฉักกนิบาต · อาวาริยวรรค
๓. ทรีมุขชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๔๓–๘๔๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในอาวาริยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๓ ทรีมุขชาตกํ
๓. ทรีมุขชาดก
ว่าด้วยโทษของกาม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค ทรีมุขชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ปงฺโก จ กามา ปลิโป จ กามา
ภยญฺจ เมตํ ติมูลํ ปวุตฺตํ
รโช จ ธูโม จ มยา ปกาสิตา
หิตฺวา ตุวํ ปพฺพช พฺรหฺมทตฺต ฯ
ดูกรมหาบพิตร กามทั้งหลายเหมือนสวะ กามทั้งหลายเหมือนหล่ม อนึ่งกามนี้ นักปราชญ์กล่าวว่า เป็นภัยใหญ่หลวง มั่นคง ไม่หวั่นไหวอาตมภาพขอถวายพระพรว่า กามเป็นธุลี และเป็นควัน ขอพระองค์จงทรงละกาม เสด็จออกทรงผนวชเสียเถิด.
คธิโต ๔ จ รตฺโต จ อธิมุจฺฉิโต จ
กาเมสฺวาหํ ๕ พฺราหฺมณ ภึสรูปํ
ตํ นุสฺสเห ชีวิกตฺโถ ปหาตุํ
กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ
ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ายังกำหนัดยินดีลุ่มหลงในกามทั้งหลายอยู่ ยังมีความต้องการความเป็นอยู่อย่างนี้ จึงไม่สามารถจะละกามอันน่ากลัวนั้นได้ แต่ข้าพเจ้าจะกระทำบุญเป็นอันมาก.
โย อตฺถกามสฺส หิตานุกมฺปิโน
โอวชฺชมาโน น กโรติ สาสนํ
อิทเมว เสยฺโย อิติ มญฺญมาโน
ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท ฯ
๑ ม. จรณเมว ฯ ๒ ม. กิตฺตึ หิ ฯ ๓ สี. ยุ. สนฺตํ ปุเนติ ฯ
๔ สี. คถิโต ฯ ๕ ม. กาเมสฺวหํ ฯ
ผู้ใด อันบุคคลผู้หวังความเจริญรุ่งเรือง อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์ กล่าวตักเตือนอยู่ ก็ไม่ทำตามคำสอน ยังสำคัญว่า สิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ ผู้นั้น เป็นคนเขลา จะต้องเกิดอยู่ร่ำไป.
โส โฆรรูปํ นิรยํ อุเปติ
สุภาสุภํ มุตฺตกรีสปูรํ
สตฺตา สกาเย น ชหนฺติ คิทฺธา
เย โหนฺติ กาเมสุ อวีตราคา ฯ
ผู้นั้นเมื่อเข้าถึงท้องมารดา ชื่อว่า เข้าถึงนรกอันร้ายกาจ เป็นของไม่งามของท่านผู้งดงาม เต็มไปด้วยมูตรและกรีส สัตว์เหล่าใด ยังกำหนัด ยังไม่ปราศจากความรักใคร่ในกามทั้งหลาย สัตว์เหล่านั้น ก็ละกายของตนไปไม่ได้.
มิเฬฺหน ๑ ลิตฺตา รุหิเรน มกฺขิตา
เสเมฺหน ลิตฺตา อุปนิกฺขมนฺติ
ยํ ยํ หิ กาเยน ผุสนฺติ ตาวเท
สพฺพํ อสาตํ ทุกฺขเมว เกวลํ ฯ
สัตว์เหล่านี้ ย่อมแปดเปื้อนด้วยมูตร คูถ เลือด และเศลษคลอดออกมา ในเวลานั้น ย่อมจะถูกต้องส่วนใดส่วนหนึ่งด้วยกาย ส่วนนั้นล้วนไม่น่ายินดี มีแต่ทุกข์อย่างเดียวเท่านั้น.
ทิสฺวา วทามิ น หิ อญฺญโต สวํ
ปุพฺเพนิวาสํ พหุกํ สรามิ
จิตฺราหิ คาถาหิ สุภาสิตาหิ
ทรีมุโข นิชฺฌาปยี สุเมธนฺติ ฯ
ทรีมุขชาตกํ ตติยํ ฯ
อาตมภาพกล่าวมาประมาณเท่านี้ ไม่ใช่ว่าได้ยินได้ฟังมาจากสมณะหรือหรือพราหมณ์อื่น กล่าวเพราะได้เห็นมาเอง อาตมภาพระลึกชาติก่อนๆได้เป็นอันมาก พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อทรีมุข ยังพระเจ้าพรหมทัตต์ผู้มีพระปรีชาเฉลียวฉลาดให้ทรงเชื่อถือ ด้วยคาถาเป็นสุภาษิตมีเนื้อความอันวิจิตร.
จบ ทรีมุขชาดกที่ ๓.
จบ ๓. ทรีมุขชาดก