พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปัญจกนิบาต · มณิกุณฑลวรรค
๑. มณิกุณฑลชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๐๒–๗๐๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในมณิกุณฑลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค มณิกุณฑลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๒๑๖–๒๑๗
๕. ปัญจกนิบาต
๑. มณิกุณฑลวรรค
๑. มณิกุณฑลชาดก (๓๕๑)
ว่าด้วยผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
(พระราชาโจรเข้าไปหาพระราชาโพธิสัตว์แล้วตรัสว่า)
{๗๐๒} [๗๐๒] พระองค์ทรงหมดสิ้นทั้งแว่นแคว้น ม้า แก้วมณี และกุณฑล ทั้งยังทรงหมดสิ้นพระโอรสธิดาและเหล่าพระสนมเมื่อโภค สมบัติทั้งสิ้นของพระองค์ไม่มีเหลือเลย เหตุไฉนพระองค์จึงไม่ ทรงเดือดร้อนในเวลาที่ควรเศร้าพระทัยเล่า(พระราชาโพธิสัตว์ตรัสว่า)
{๗๐๓} [๗๐๓] โภคสมบัติย่อมละทิ้งสัตว์ไปเสียก่อนก็มี บางทีสัตว์ย่อมละทิ้ง โภคสมบัติเหล่านั้นไปก่อนก็มี ดูก่อนพระองค์ผู้ใคร่ในกามารมณ์ โภคสมบัติที่บริโภคใช้สอยกันอยู่เป็นของไม่แน่นอน เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อนในเวลาที่ควรเศร้าใจ{๗๐๔} [๗๐๔] ดวงจันทร์อุทัยขึ้นเต็มดวงก็จะลับหายไปดวงอาทิตย์กำจัด ความมืด ทำโลกให้ร้อนแล้วก็จะอัสดงไป ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นศัตรู โลกธรรมทั้งหลายหม่อมฉันชนะได้แล้ว เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อนในเวลาที่ควรเศร้าใจ{๗๐๕} [๗๐๕] คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้าน ไม่ดีบรรพชิตไม่สำรวม ไม่ดี พระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญก่อนปฏิบัติราชกิจ ไม่ดี บัณฑิตผู้มักโกรธ ไม่ดี
{๗๐๖} [๗๐๖] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศพระมหากษัตริย์พึงทรง ใคร่ครวญก่อนปฏิบัติราชกิจยังไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วไม่ พึงปฏิบัติพระยศและพระเกียรติคุณของพระราชาผู้ทรง ใคร่ครวญก่อนปฏิบัติราชกิจย่อมมีแต่เจริญขึ้น
๒. สุชาตชาดก (๓๕๒)
ว่าด้วยคำคมของคนฉลาด
(บิดาของสุชาตกุมารโพธิสัตว์กล่าวว่า)
{๗๐๗} [๗๐๗] เหตุไฉนหนอเจ้าจึงดูเหมือนรีบร้อนเกี่ยวหญ้าสดมาแล้วบ่น เพ้อถึงวัวแก่ที่ปราศจากชีวิตแล้วว่า ‘กินเสีย ๆ’[๗๐๘] วัวที่ตายไปแล้วจะพึงลุกขึ้นมาได้เพราะหญ้าและนํ้าก็หาไม่ เจ้าบ่นเพ้อไปเปล่า ๆ เหมือนคนสติเสียฉะนั้น(สุชาตกุมารโพธิสัตว์กล่าวว่า)
{๗๐๘} [๗๐๙] ศีรษะ เท้าหน้า เท้าหลัง หาง และหูของวัว ก็ยังอยู่ตามที่ อย่างนั้น ผมเข้าใจว่าวัวตัวนี้จะต้องลุกขึ้นได้[๗๑๐] ศีรษะหรือมือเท้าของคุณปู่ก็มิได้ปรากฏอยู่เลย คุณพ่อนั่นแหละ มาร้องไห้อยู่ที่สถูปดิน เป็นคนสติเสียเองมิใช่หรือ(บิดากล่าวชมบุตรชายว่า)
{๗๐๙} [๗๑๑] เจ้ามารดพ่อผู้เร่าร้อนให้สงบยังความกระวนกระวายทั้งปวง ให้ดับไป เหมือนใช้นํ้ารดไฟที่ติดเปรียงให้ดับไปฉะนั้น
จบ ๑. มณิกุณฑลชาดก