arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จตุกกนิบาต · จุลลกุณาลวรรค

๑๐. เทวตาปัญหาชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๙๘–๗๐๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในจุลลกุณาลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต จุลลกุณาลวรรค เทวตาปัญหาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๒๑๔–๒๑๖

หน้า ๒๑๔

๙. สันธิเภทชาดก (๓๔๙)

ว่าด้วยโทษที่เชื่อคำส่อเสียด

(พระราชาโพธิสัตว์ตรัสกะนายสารถีว่า)

{๖๙๔} [๖๙๔] ดูก่อนนายสารถี สัตว์ทั้งสองนี้มิได้มีความเสมอกันในความเป็นตัวเมีย ไม่ได้มีความเสมอกันในเรื่องอาหารเลย ภายหลังเมื่อ สุนัขจิ้งจอกยุยงทำลายความสนิทสนมกันจนถึงให้ตาย เจ้าจงดู สิ่งที่ฉันคิดไว้เป็นจริงขึ้นแล้ว{๖๙๕} [๖๙๕] พวกสุนัขจิ้งจอกพากันกัดกินโคและราชสีห์ได้เพราะคำส่อเสียดใด คำส่อเสียดนั้นย่อมเป็นไปถึงตัดมิตรภาพเพราะเนื้อเป็นเหตุดุจ ดาบที่คมกริบฉะนั้น{๖๙๖} [๖๙๖] ดูก่อนสารถี ท่านจงดูการนอนตายของสัตว์ทั้งสองนี้ ผู้ใดเชื่อถ้อยคำของคนส่อเสียดที่มุ่งทำลายความสัมพันธ์ ผู้นั้นจะต้อง นอนตายอย่างนี้{๖๙๗} [๖๙๗] ดูก่อนสารถี นรชนเหล่าใดไม่เชื่อถ้อยคำของคนส่อเสียดที่มุ่ง ทำลายความสัมพันธ์ นรชนเหล่านั้นย่อมได้ประสบความสุข เหมือนคนอยู่บนสวรรค์ฉะนั้น

๑๐. เทวตาปัญหชาดก (๓๕๐)

ว่าด้วยปัญหาของเทวดา

(พระราชาตรัสบอกปัญหา ๔ ข้อที่เทวดาถามกะมโหสธบัณฑิตว่า)

{๖๙๘} [๖๙๘] ข้าแต่มหาราช บุคคลใดต่อยเตะด้วยมือด้วยเท้าและยังตบปาก อีก บุคคลนั้นกลับเป็นที่รักของผู้ถูกต่อยเตะ เพราะเหตุนั้น พระองค์ทรงเห็นผู้นั้นว่าได้แก่ใคร

หน้า ๒๑๕

{๖๙๙} [๖๙๙] ข้าแต่มหาราช บุคคลใดด่าตามความพอใจ แต่ไม่ปรารถนาให้ผู้ที่ถูกด่านั้นได้รับผลที่ด่าบุคคลนั้นกลับเป็นที่รักของผู้ถูกด่า เพราะเหตุนั้น พระองค์ทรงเห็นผู้นั้นว่าได้แก่ใคร{๗๐๐} [๗๐๐] ข้าแต่มหาราช บุคคลใดกล่าวตู่ด้วยถ้อยคำอันไม่เป็นจริง และท้วงติงด้วยคำอันเหลาะแหละ บุคคลนั้นกลับเป็นที่รักของผู้ถูก กล่าวตู่และท้วงติงเพราะเหตุนั้นพระองค์ทรงเห็นผู้นั้นว่า ได้แก่ใคร{๗๐๑} [๗๐๑] ข้าแต่มหาราช บุคคลใดนำเอาข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะไป (ชื่อว่าผู้นำเอาไปมีอยู่โดยแท้) บุคคลเหล่านั้นกลับเป็นที่รักของ ผู้เป็นเจ้าของเพราะเหตุนั้น พระองค์ทรงเห็นผู้นั้นว่าได้แก่ใคร

จบ จุลลกุณาลวรรคที่ ๕

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. กุณฑลิกชาลกชาดก ๒. วานรชาดก

๓. กุนตินีชาดก ๔. อัมพชาดก

๕. คชกุมภชาดก ๖. เกสวชาดก

๗. อยกูฏชาดก ๘. อรัญญชาดก

๙. สันธิเภทชาดก ๑๐. เทวตาปัญหชาดก

รวมวรรคที่มีในจตุกกนิบาตนี้ คือ

๑. กาลิงควรรค ๒. ปุจิมันทวรรค

๓. กุฏิทูสกวรรค ๔. โกกิลวรรค

๕. จุลลกุณาลวรรค

จบ จตุกกนิบาต

หน้า ๒๑๖

๕. ปัญจกนิบาต

๑. มณิกุณฑลวรรค

๑. มณิกุณฑลชาดก (๓๕๑)

ว่าด้วยผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม

(พระราชาโจรเข้าไปหาพระราชาโพธิสัตว์แล้วตรัสว่า)

{๗๐๒} [๗๐๒] พระองค์ทรงหมดสิ้นทั้งแว่นแคว้น ม้า แก้วมณี และกุณฑล ทั้งยังทรงหมดสิ้นพระโอรสธิดาและเหล่าพระสนมเมื่อโภค สมบัติทั้งสิ้นของพระองค์ไม่มีเหลือเลย เหตุไฉนพระองค์จึงไม่ ทรงเดือดร้อนในเวลาที่ควรเศร้าพระทัยเล่า(พระราชาโพธิสัตว์ตรัสว่า)

{๗๐๓} [๗๐๓] โภคสมบัติย่อมละทิ้งสัตว์ไปเสียก่อนก็มี บางทีสัตว์ย่อมละทิ้ง โภคสมบัติเหล่านั้นไปก่อนก็มี ดูก่อนพระองค์ผู้ใคร่ในกามารมณ์ โภคสมบัติที่บริโภคใช้สอยกันอยู่เป็นของไม่แน่นอน เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อนในเวลาที่ควรเศร้าใจ{๗๐๔} [๗๐๔] ดวงจันทร์อุทัยขึ้นเต็มดวงก็จะลับหายไปดวงอาทิตย์กำจัด ความมืด ทำโลกให้ร้อนแล้วก็จะอัสดงไป ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นศัตรู โลกธรรมทั้งหลายหม่อมฉันชนะได้แล้ว เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อนในเวลาที่ควรเศร้าใจ{๗๐๕} [๗๐๕] คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้าน ไม่ดีบรรพชิตไม่สำรวม ไม่ดี พระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญก่อนปฏิบัติราชกิจ ไม่ดี บัณฑิตผู้มักโกรธ ไม่ดี

จบ ๑๐. เทวตาปัญหาชาดก