อัฑฒวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๐๓–๘๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๓ ในปัญจกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๓ อฑฺฒวคฺโค
๑ ทีฆีติโกสลชาตกํ
๓. อัฑฒวรรค
๑. ทีฆีติโกสลชาดก
ว่าด้วยเวรย่อมไม่ระงับด้วยเวร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต อัฑฒวรรค ทีฆีติโกสลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
เอวํ ภูตสฺส เต ราช อาคตสฺส วเส ๑ มม
อตฺถิ นุ โกจิ ปริยาโย โย ตํ ทุกฺขา ปโมจเย ฯ
ข้าแต่พระราชา เมื่อพระองค์ตกอยู่ในอำนาจของข้าพระองค์อย่างนี้แล้วเหตุอันใดอันหนึ่งที่จะทำให้พระองค์พ้นจากทุกข์ได้ มีอยู่หรือ?
เอวมฺภูตสฺส เม ตาต อาคตสฺส วเส ตว
นตฺถิ โน โกจิ ปริยาโย โย มํ ทุกฺขา ปโมจเย ฯ
พ่อเอ๋ย เมื่อฉันตกอยู่ในอำนาจของท่านถึงอย่างนี้แล้ว เหตุอันใดอันหนึ่งที่จะทำให้ฉันพ้นจากทุกข์ได้ ไม่มีเลย.
นาญฺญํ สุจริตํ ราช นาญฺญํ ราช สุภาสิตํ
ตายเต มรณกาเล เอวเมวิตรํ ธนํ ฯ
ข้าแต่พระราชา เว้นสุจริต และวาจาสุภาษิตเสีย เหตุอย่างอื่นจะป้องกันได้ในเวลาใกล้มรณกาล ไม่มีเลย ทรัพย์นอกนี้ก็เหมือนกันแหละ.
อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม
เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ เวรํ เตสํ น สมฺมติ
อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม
เย จ ตํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ ฯ
ชนเหล่าใด เข้าไปผูกเวรว่า คนนี้ได้ด่าเรา คนนี้ได้ฆ่าเรา คนนี้ได้ชนะเรา คนนี้ได้ลักของๆ เรา เวรของชนเหล่านั้น ย่อมไม่สงบ ส่วนชนเหล่าใด ไม่เข้าไปผูกเวรว่า คนนี้ได้ด่าเรา คนนี้ได้ฆ่าเรา คนนี้ได้ชนะเรา คนนี้ได้ลักของๆ เรา เวรของชนเหล่านั้น ย่อมสงบ.
น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ
อเวเรน จ สมฺมนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโนติ ฯ
ทีฆีติโกสลชาตกํ ปฐมํ ฯ
ในกาลไหนๆ เวรในโลกนี้ ย่อมไม่ระงับด้วยเวรเลย แต่ย่อมระงับได้ด้วยความไม่มีเวร ธรรมนี้เป็นของเก่า.
จบ ทีฆีติโกสลชาดกที่ ๑.
๒ มิคโปตกชาตกํ
๒. มิคโปตกชาดก
คำพูดที่ทำให้หายเศร้าโศก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต อัฑฒวรรค มิคโปตกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อคารา ปจฺจุเปตสฺส อนาคารสฺส เต สโต
สมณสฺส น ตํ สาธุ ยํ เปตมนุโสจสิ ฯ
การที่ท่านเศร้าโศกถึงลูกเนื้อผู้ละไปแล้ว เป็นการไม่สมควรแก่ท่านผู้หลีกออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต สงบระงับ.
สํวาเสน หเว สกฺก มนุสฺสสฺส มิคสฺส วา
หทเย ชายเต เปมํ น ตํ สกฺกา อโสจิตุํ ฯ
๑ ยุ. วโส ฯ
ดูกรท้าวสักกะ ความรักของมนุษย์ หรือเนื้อ ย่อมเกิดขึ้นในใจ เพราะอยู่ร่วมกันมา มนุษย์ หรือเนื้อนั้น อาตมภาพไม่สามารถที่จะไม่เศร้าโศกถึงได้.
มตํ มริสฺสํ โรทนฺติ เย รุทนฺติ ลปนฺติ จ
ตสฺมา ตฺวํ อิสิ มา โรทิ โรทิตํ โมฆมาหุ สนฺโต ฯ
ชนเหล่าใด มาร้องไห้รำพัน บ่นเพ้อถึงผู้ตายไปแล้ว และผู้จะตายอยู่ณ บัดนี้ การร้องไห้ของชนเหล่านั้น สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่า เปล่าจากประโยชน์ ดูกรฤาษี เพราะฉะนั้น ท่านอย่าร้องไห้เลย.
โรทิเตน หเว พฺรเหฺม มโต เปโต สมุฏฺฐเห
สพฺเพ สงฺคมฺม โรทาม อญฺญมญฺญสฺส ญาตเก ฯ
ดูกรพราหมณ์ ผู้ที่ตายไปแล้ว ละไปแล้ว หากจะพึงกลับเป็นขึ้นได้เพราะการร้องไห้ เราก็จะประชุมกันทั้งหมดร้องไห้ ถึงพวกญาติของกันและกัน.
อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ
วารินา วิย โอสิญฺจํ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ
อพฺพูฬฺหํ ๑ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยสฺสิตํ
โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ
โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล
น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน วาสวาติ ฯ
มิคโปตกชาตกํ ทุติยํ ฯ
มหาบพิตร มารดอาตมภาพผู้เดือดร้อนยิ่งนักให้หายร้อน ดับความกระวนกระวายได้ทั้งสิ้น เหมือนบุคคลเอาน้ำรดไฟติดที่เปรียงให้ดับ ฉะนั้นมหาบพิตรมาถอนลูกศรคือความโศกที่เสียบแน่นอยู่ในหทัยของอาตมภาพออกได้แล้วหนอ เมื่ออาตมภาพถูกความโศกครอบงำ มหาบพิตรก็ได้บรรเทาความโศกถึงบุตรเสียได้ ดูกรท้าววาสวะ อาตมภาพเป็นผู้ถอนลูกศรออกได้แล้ว ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีความมัวหมองอาตมาภาพจะไม่เศร้าโศกร้องไห้ เพราะได้ฟังถ้อยคำของมหาบพิตร.
จบ มิคโปตกชาดกที่ ๒.
๓ มูสิกชาตกํ
๓. มูสิกชาดก
ควรเรียนทุกอย่างแต่ไม่ควรใช้ทุกอย่าง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต อัฑฒวรรค มูสิกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
กุหึ คตา กตฺถ คตา อิติ ลาลปฺปตี ชโน
อหเมเวโก ชานามิ อุทปาเน มูสิกา หตา ฯ
คนบ่นพร่ำอยู่ว่า นางทาสีชื่อมูสิกาไปไหนๆ เราคนเดียวเท่านั้นรู้ว่านางทาสีชื่อมูสิกา ตายอยู่ในบ่อน้ำ.
ยญฺเจตํ อิติ จินฺตี จ ๒ คทฺรโภว นิวตฺตสิ
อุทปาเน มูสิกํ หนฺตฺวา ยวํ ภกฺขิตุมิจฺฉสิ ๓ ฯ
เหตุใด ท่านจึงคิดอย่างนี้ ลามองหาโอกาสจะประหารทางนี้ๆ กลับไปแล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงรู้ว่า ท่านฆ่านางทาสีชื่อว่ามูสิกาตาย ทิ้งไว้ในบ่อ วันนี้ ปรารถนาจะกินข้าวเหนียวอีกหรือ.
ทหโร จาสิ ทุมฺเมธ ปฐมุปฺปตฺติโก ๔ สุสู ๕
ทีฆญฺเจตํ ๑ สมาปชฺช ๒ น เต ทสฺสามิ ชีวิตํ ฯ
๑ ม. อพฺพหิ ฯ ๒ สี. ยเถตํ อิติจิติ จ ฯ ม. ยญฺเจตํ อิติ จีติ จ ฯ
๓ ม. ภกฺเขตุมิจฺฉสิ ฯ ๔ สี. ยุ. ปฐมุปฺปตฺติโต ฯ ๕ ม. สุสุ ฯ
แม่เจ้าผู้โง่เขลา เจ้ายังเป็นเด็กอ่อน ตั้งอยู่ในปฐมวัย มีผมดำสนิทมายืนถือท่อนไม้ยาวนี้อยู่ เราจะไม่ยอมยกชีวิตให้แก่เจ้า.
นานฺตลิกฺขภวเนน นางฺคปุตฺตสิเรน ๓ วา
ปุตฺเตน หิ ปตฺถยิโต สิโลเกหิ ปโมจิโต ฯ
เราเป็นผู้อันบุตรปรารถนาจะฆ่าเสีย ไม่ได้พ้นจากความตายวันนี้ เพราะภพในอากาศ หรือเพราะบุตรที่รักเปรียบด้วยอวัยวะเลย เราพ้นจากความตายเพราะคาถาที่อาจารย์ผูกให้.
สพฺพํ สุตมธีเยถ หีนมุกฺกฏฺฐมชฺฌิมํ
สพฺพสฺส อตฺถํ ชาเนยฺย น จ สพฺพํ ปโยชเย
โหติ ตาทิสโก กาโล ยตฺถ อตฺถาวหํ สุตนฺติ ฯ
มูสิกชาตกํ ตติยํ ฯ
บุคคลควรเรียนวิชาที่ควรเรียนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเลว ดี หรือปานกลางก็ตาม บุคคลควรรู้ประโยชน์ของวิชาที่เรียนทุกอย่าง แต่ไม่ควรประกอบทั้งหมด ศิลป ที่ศึกษาแล้วนำประโยชน์ให้ ในเวลาใด แม้เวลาเช่นนั้นย่อมมีแท้.
จบ มูสิกชาดกที่ ๓.
๔ จุลฺลธนุคฺคหชาตกํ
๔. จุลลธนุคคหชาดก
ว่าด้วยจุลลธนุคคหบัณฑิต
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต อัฑฒวรรค จุลลธนุคคหชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สพฺพํ ภณฺฑํ สมาทาย ปารํ ติณฺโณสิ พฺราหฺมณ
ปจฺจาคจฺฉ ลหุํ ขิปฺปํ มมฺปิ ตาเรหิทานิ โภ ๔ ฯ
ข้าแต่พราหมณ์ ท่านถือเอาห่อเครื่องประดับทั้งหมดข้ามฝั่งไปแล้ว ขอจงรีบกลับมานำเอาฉันข้ามไปบัดนี้.
อสนฺถุตํ มํ จิรสนฺถุเตน
นิมินิ ๕ โภตี อธุวํ ๖ ธุเวน
มยาปิ โภตี นิมิเนยฺย อญฺญํ
อิโต อหํ ทูรตรํ คมิสฺสํ ฯ
แน่ะนางผู้เจริญ ท่านนับถือเราผู้อันท่านไม่เคยเชยชิด เสียกว่าสามีผู้ที่เคยเชยชิดมานาน นับถือเราผู้ไม่ใช่ผัวเสียยิ่งกว่าผัว นางผู้เจริญจะพึงนับถือผู้อื่นยิ่งกว่าเราอีก เราจักไปให้ไกลยิ่งกว่าที่นี้อีก.
กายํ เอฬคณิคุมฺเพ ๗ กโรติ อหุหาสิยํ
นยิธ นจฺจํ วา คีตํ วา ตาลํ วา สุสมาหิตํ
อนมฺหิกาเล ๘ สุสฺโสณิ กินฺนุ ชคฺฆสิ โสภเน ฯ
ใครที่มาทำการหัวเราะอยู่ในพุ่มตะไคร้น้ำ ในที่นี้ก็ไม่มีการฟ้อนรำขับร้อง หรือการดีดสีตีเป่า แน่ะนางงามผู้มีตะโพกอันผึ่งผาย ทำไมเจ้าจึงมาหัวเราะอยู่ในเวลาที่ควรร้องไห้?
สิคาล พาล ทุมฺเมธ อปฺปปญฺโญสิ ชมฺพุก
ชินฺโน ๑ มจฺฉญฺจ เปสิญฺจ กปโณ วิย ฌายสิ ฯ
๑ ยุ. ทีฆเมตํ ฯ ๒ ม. สมาสชฺช ฯ ๓ ม. นางฺคปุตฺตปิเนน วา ฯ ๔ สี. ม. ทานิโต ฯ
๕ ม. นิมีนิ ฯ ๖ ม. อทฺธุวํ ฯ ๗ สี. ม. เอลคลาคุมฺเพ ฯ ๘ ยุ. อนมฺหกาเล ฯ
แน่ะสุนัขจิ้งจอกพาลผู้โง่เขลา ชาติชัมพุกะ เจ้าเป็นสัตว์มีปัญญาน้อยเสื่อมจากปลาและชิ้นเนื้อ ซบเซาอยู่ เหมือนคนกำพร้า.
สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ
ชินฺนา ปติญฺจ ชารญฺจ มมฺปิ ตฺวญฺเญว ๒ ฌายสิ ฯ
โทษของผู้อื่นเห็นได้ง่าย ส่วนโทษของตนเห็นได้ยาก เจ้านั่นแหละเสื่อมจากผัว และชายชู้แล้ว ซบเซาแม้กว่าเราเสียอีก.
เอวเมตํ มิคราช ยถา ภาสสิ ชมฺพุก
สา นูนาหํ อิโต คนฺตฺวา ภตฺตุ เหสฺสํ วสานุคา ฯ
แน่ะพระยาเนื้อชาติชัมพุกะ ท่านกล่าวอย่างใด ข้อนี้ก็เป็นอย่างนั้น ฉันไปจากที่นี้แล้ว จักเป็นหญิงอยู่ในอำนาจของผัว.
โย หเร มตฺติกํ ถาลํ กํสถาลมฺปิ โส หเร
กตํเยว ๓ ตยา ปาปํ ปุนเปวํ กริสฺสสีติ ฯ
จุลฺลธนุคฺคหชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
ผู้ใด นำภาชนะเดินไป ถึงผู้นั้นจะพึงนำภาชนะสำริดไป บาปที่เจ้าทำไว้แล้วนั่นแหละ เจ้าจะทำอย่างนั้นอีก.
จบ จุลลธนุคคหชาดกที่ ๔.
๕ กโปตกชาตกํ
๕. กโปตกชาดก
ว่าด้วยโภคะของมนุษย์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต อัฑฒวรรค กโปตกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อิทานิ โขมฺหิ สุขิโต อโรโค
นิกฺกณฺฏโก นิปฺปติโต กโปโต
กาหามิทานิ หทยสฺส ตุฏฺฐึ
ตถาหิ มํ มํสสากํ พเลติ ฯ
บัดนี้ เราเป็นสุข ไม่มีโรค นกพิราบผู้เหมือนหนามในหทัยบินไปแล้วบัดนี้ เราจักกระทำความยินดีแห่งหทัย เพราะเหตุว่า ชิ้นเนื้อและแกงจะทำให้เราเกิดกำลัง.
กายํ พลากา สิขินี โจรี ลงฺฆีปิตามหา
โอรํ พลาเก อาคจฺฉ จณฺโฑ เม วายโส สขา ฯ
นกกระยางอะไรนี่ มีหงอน ขี้ขโมย เป็นปู่นก โลดเต้นอยู่ แน่ะนกกระยาง ท่านจงออกมาข้างนอกเสีย กาผู้เป็นสหายของเราดุร้าย.
อลญฺหิ เต ชคฺฆิตาเย มมํ ทิสฺวาน เอทิสํ
วิลูนํ สูทปุตฺเตน ปิฏฺฐมฏฺเฐน ๔ มกฺขิตํ ฯ
ท่านได้เห็นเรามีขนปีก อันพ่อครัวถอนแล้วทาด้วยน้ำข้าวเช่นนี้ ไม่ควรจะมาหัวเราะเยาะเลย.
สุนฺหาโต สุวิลิตฺโตสิ อนฺนปาเนน ตปฺปิโต
กณฺเฐ จ เต เวฬุริโย อคมาสิ ๑ กชงฺคลํ ฯ
๑ ม. ชีโน ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. มญฺเญ ตฺวญฺเญว ฯ ยุ. ตฺวมฺปิ มญฺเญว ฯ
๓ ม. กตํ เจว ฯ ๔ สี. ยุ. ปิฏฺฐมทฺเทน ฯ ม. ปิฏฺฐมณฺเฑน ฯ
ท่านอาบดีแล้ว ลูบไล้ดีแล้ว เอิบอิ่มไปด้วยข้าวและน้ำ และมีแก้วไพฑูรย์อยู่ที่คอ ได้ไปกชังคลประเทศมาหรือ?
มา เต มิตฺโต อมิตฺโต วา อคมาสิ กชงฺคลํ
ปิญฺชานิ ๒ ตตฺถ ลายิตฺวา กณฺเฐ พนฺธนฺติ วฏฺฏนํ ฯ
เราจะเป็นมิตร หรือมิใช่มิตรของท่านก็ตาม ท่านอย่าได้กล่าวว่า ท่านได้ไปยังกชังคลประเทศมาหรือ เพราะว่า ในกชังคลประเทศนั้น ชนทั้งหลายถอนขนของเราออกแล้ว ผูกชิ้นกระเบื้องไว้ที่คอ.
ปุน ปาปชฺชสี สมฺม สีลํ หิ ตว ตาทิสํ
น หิ มานุสกา โภคา สุภุญฺชา โหนฺติ ปกฺขิโนติ ๓ ฯ
กโปตกชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
อฑฺฒวคฺโค ตติโย ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
อถ วณฺณ สสีล หิริ ลภเต
สุมุขาสิ สสาลิย ๔ มิตฺตวโร
อถ จกฺก ปลาส สราช สโต
ยว พาล กโปตก ปณฺณรส ๕ ฯ
___________
ตตฺร วคฺคุทฺทานํ ภวติ ฯ
ชินญฺจ วณฺณํ อสมํ วคุปฺปริ
สุเทสิตา ชาตกนฺติ สนฺติ วีสติ
มเหสิโน พฺรหฺมจริตฺตมุตฺต
มโวจ คาถา อตฺถวตี สุพฺยญฺชนา ฯ
ปญฺจกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑ สี. ม. อคมา นุ ฯ ๒ ม. ปิญฺฉานิ ฯ ๓ ม. ปกฺขิณาติ ฯ ๔ ม. สุมุขา วิส สาฬิย ฯ
๕ อิทํ ทุติยตติยวคฺคทุวเย สโมธานุทฺทานํ ฯ
แน่ะสหาย ท่านจะประสบสภาพเห็นปานนี้อีก เพราะปกติของท่านเป็นเช่นนั้น อันโภคะของพวกมนุษย์ไม่ใช่เป็นของที่นกจะกินได้ง่ายเลย.
จบ กโปตกชาดกที่ ๕.
จบ อัฑฒวรรคที่ ๓.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ทีฆีติโกสลชาดก ๒. มิคโปตกชาดก
๓. มูสิกชาดก ๔. จุลลธนุคคหชาดก
๕. กโปตกชาดก.
_________________
รวมวรรคที่มีในปัญจกนิบาตนี้ คือ
๑. มณิกุณฑลวรรค ๒. วรรณาโรหวรรค
๓. อัฑฒวรรค.
จบ ปัญจกนิบาตชาดก
จบ อัฑฒวรรค