พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ติกนิบาต · ปทุมวรรค
๕. ขุรัปปชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๔–๓๙๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในปทุมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค ขุรัปปชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๑๔๓–๑๔๔
๔. มหาปนาทชาดก (๒๖๔)
ว่าด้วยปราสาทของพระเจ้ามหาปนาทะ
(พระบรมศาสดาครั้นทรงเล่าชาดกนี้แล้ว ได้ตรัสว่า)
{๓๙๑} [๓๙๑] พระเจ้ามหาปนาทะนั้นทรงมีปราสาททองคำ กว้าง ๑๖ ชั่วธนูตก สูง ๑,๐๐๐ ชั่วธนูตก
{๓๙๒} [๓๙๒] มี ๑,๐๐๐ ชั้น ๗ หอคอย มีธงทิวปลิวสลอน สำเร็จขึ้นด้วย แก้วมณีสีเขียว มีนางรำ ๖,๐๐๐ นาง แบ่งออกเป็น ๗ กลุ่ม ฟ้อนรำอยู่ในปราสาทนั้น{๓๙๓} [๓๙๓] ดูก่อนภัททชิ ปราสาทนั้นได้มีแล้วในคราวนั้นเหมือนกับที่ ท่านพูด ในครั้งนั้นเราเป็นท้าวสักกะผู้รับใช้งานของท่าน
๕. ขุรัปปชาดก (๒๖๕)
ว่าด้วยถึงคราวกล้าควรกล้า
(บุตรพ่อค้าถามพระโพธิสัตว์ผู้เป็นหัวหน้างานอารักขาว่า)
{๓๙๔} [๓๙๔] เมื่อท่านเห็นพวกโจรยิงลูกธนูที่แหลมคมถือดาบที่คมกล้า ซึ่งขัดแล้วด้วยนํ้ามัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เหตุไฉนหนอ ท่านจึงไม่มีความครั้นคร้ามเลย(พระโพธิสัตว์ตอบว่า)
{๓๙๕} [๓๙๕] เมื่อเราเห็นพวกโจรยิงลูกธนูที่แหลมคม ถือดาบที่คมกล้าซึ่งขัด แล้วด้วยนํ้ามัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เรากลับได้ความยินดีและโสมนัสมากยิ่ง
{๓๙๖} [๓๙๖] เรานั้นเกิดความยินดีและโสมนัส ครอบงำศัตรูทั้งหลายเสียได้แล้ว เพราะว่าเราได้สละชีวิตของเรามาแต่ต้นแล้ว แท้จริง ในบางครั้งคนเราไม่พึงทำความอาลัยในชีวิตพึงกล้าหาญทำ กิจที่ผู้กล้าหาญจะพึงทำ
๖. วาตัคคสินธวชาดก (๒๖๖)
ว่าด้วยเศร้าเพราะห่วงศักดิ์ศรี
(ลูกลาถามแม่ลาว่า)
{๓๙๗} [๓๙๗] แม่จ๋าพ่อม้าที่เป็นเหตุให้แม่ผอมเหลืองและไม่ถูกใจอาหารก็มาแล้ว ไฉนแม่จึงไล่เขาไปเสียเล่า
(แม่ลาตอบลูกว่า)
{๓๙๘} [๓๙๘] ลูกเอ๋ย ก็ถ้ามิตตสันถวะ จะเกิดขึ้นแต่แรกพบทีเดียว เกียรติยศของสตรีทั้งหลายก็จะเสื่อมสูญ เพราะฉะนั้น แม่จึงแสร้ง ไล่พ่อม้านั้นไป
(พระบรมศาสดาตรัสว่า)
{๓๙๙} [๓๙๙] สตรีใดไม่ปรารถนาบุรุษผู้มียศศักดิ์ เกิดในตระกูลดีที่เขา นำมาให้ สตรีนั้นจะต้องเศร้าโศกอยู่สิ้นกาลนาน เหมือนแม่ลา เศร้าโศกถึงพญาม้าวาตัคคสินธพฉะนั้น
- ๑มิตตสันถวะ ความสนิทสนมกันเหมือนมิตร ในที่นี้หมายถึงการคลอเคลียกันด้วยอำนาจเมถุน การสมสู่ หรือการสมจรกัน (ขุ.ชา.อ. ๔/๗๓)
จบ ๕. ขุรัปปชาดก