ปทุมวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘๒–๔๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๕ ในติกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒ ปทุมวคฺโค
๑ ปทุมชาตกํ
๒. ปทุมวรรค
๑. ปทุมชาดก
ไม่ควรพูดให้เกินความจริง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค ปทุมชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ยถา เกสา จ มสฺสุ จ ฉินฺนํ ฉินฺนํ วิรูหติ
เอวํ รูหตุ เต นาสา ปทุมํ เทหิ ยาจิโต ฯ
ผมและหนวดที่โกนแล้ว ตัดแล้ว ย่อมงอกขึ้นใหม่ได้ ฉันใด จมูกของท่านจงงอกขึ้นใหม่ ฉันนั้น ข้าพเจ้าขอดอกปทุม ขอท่านจงให้แก่ข้าพเจ้าเถิด.
ยถา สารทิกํ วีชํ เขตฺเต วุตฺตํ วิรูหติ
เอวํ รูหตุ เต นาสา ปทุมํ เทหิ ยาจิโต ฯ
พืชที่เก็บไว้ในสารทสมัย เอาหว่านลงในนา ย่อมงอกขึ้น ฉันใด จมูกของท่านจงงอกขึ้นใหม่ ฉันนั้น ข้าพเจ้าขอดอกปทุม ขอท่านจงให้แก่ข้าพเจ้าเถิด.
อุโภปิ วิลปนฺเตเต ๑ อปิ ปทฺมานิ ทสฺสติ
วชฺชุํ วา เต น วา วชฺชุํ นตฺถิ นาสาย รูหนา
เทหิ สมฺม ปทุมานิ ปทฺมา เม เทหิ ยาจิโตติ ๒ ฯ
ปทุมชาตกํ ปฐมํ ฯ
แม้คนทั้งสองนั้นคิดว่า ท่านจักให้ดอกปทุมแก่ตน จึงได้พูดพล่ามไปคนทั้งสองนั้นจะพึงกล่าว หรือไม่กล่าวก็ตาม จมูกย่อมงอกขึ้นไม่ได้ดูกรสหาย ข้าพเจ้าขอดอกปทุม ขอท่านจงให้แก่ข้าพเจ้าเถิด.
จบ ปทุมชาดกที่ ๑.
๒ มุทุปาณิชาตกํ
๒. มุทุปาณิชาดก
ความปรารถนาสมประสงค์ในกาลมีของ ๔ อย่าง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค มุทุปาณิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ปาณิ เจ มุทุโก จสฺส นาโค จสฺส สุการิโต
อนฺธกาโร จ วสฺเสยฺย อถ นูน ตทา สิยา ฯ
ถ้าคนใช้ของท่านพึงมีฝ่ามืออ่อน ๑ ช้างของท่านฝึกดีแล้ว ๑ เวลามืด ๑ฝนตก ๑ จะพึงมี ในกาลใด ความปรารถนาของท่านก็จะสมประสงค์ในกาลนั้นเป็นแน่.
อนลา มุทุสมฺภาสา ทุปฺปูรา ตา นทีสมา
สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน อารกา ปริวชฺชเย ฯ
หญิงทั้งหลาย บุรุษไม่สามารถจะปกปักรักษาไว้ได้ด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวาน ยากที่จะให้เต็มได้ เสมอด้วยแม่น้ำ ฉะนั้น ย่อมจะจมลงในนรก บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้ว พึงหลีกเว้นเสียให้ห่างไกล.
ยํ เอตา อุปเสวนฺติ ฉนฺทสา วา ธเนน วา
ชาตเวโทว สณฺฐานํ ขิปฺปํ อนุทหนฺติ นนฺติ ฯ
๑ ม. ปลปนฺเตเต ฯ ๒ ม. อหํ ยาจามิ ยาจิโต ฯ
หญิงเหล่านั้น ย่อมเข้าไปคบหาบุรุษใด เพราะความรักใคร่ พอใจ หรือเพราะทรัพย์ เขาย่อมเผาบุรุษนั้นเสียฉับพลัน เปรียบเหมือนไฟไหม้ที่ของตนเอง ฉะนั้น.
จบ มุทุปาณิชาดกที่ ๒.
มุทุปาณิชาตกํ ทุติยํ ฯ่
๓ จุลฺลปโลภนชาตกํ
๓. จุลลปโลภนชาดก
ว่าด้วยหญิงทำบุรุษให้งงงวย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค จุลลปโลภนชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อภิชฺชมาเน วาริสฺมึ สยํ อาคมฺม อิทฺธิยา
มิสฺสีภาวิตฺถิยา คนฺตฺวา สํสีทสิ มหณฺณเว ฯ
เมื่อน้ำไม่หวั่นไหว ดาบสนี้มาได้ด้วยฤทธิ์เอง ครั้นถึงความระคนกับด้วยหญิง ก็จมลงในห้วงมหรรณพ.
อาวฏฺฏนี มหามายา พฺรหฺมจริยวิโกปนา
สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน อารกา ปริวชฺชเย ฯ
ธรรมดาว่า หญิงเหล่านี้ เป็นผู้ยังบุรุษให้งงงวย มีมายามาก และยังพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมจะจมลงในอบาย บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้วพึงหลีกเว้นเสียให้ห่างไกล.
ยํ เอตา อุปเสวนฺติ ฉนฺทสา วา ธเนน วา
ชาตเวโทว สณฺฐานํ ขิปฺปํ อนุทหนฺติ นนฺติ ฯ
จุลฺลปโลภนชาตกํ ตติยํ ฯ
หญิงเหล่านั้น ย่อมเข้าไปคบหาบุรุษใด เพราะความรักใคร่ พอใจ หรือเพราะทรัพย์ เขาย่อมเผาบุรุษนั้นเสียฉับพลัน เปรียบเหมือนไฟไหม้ที่ของตนเองฉะนั้น.
จบ จุลลปโลภนชาดกที่ ๓.
๔ มหาปนาทชาตกํ
๔. มหาปนาทชาดก
ว่าด้วยปราสาทของพระเจ้ามหาปนาท
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค มหาปนาทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ปนาโท นาม โส ราชา ยสฺส ยูโป สุวณฺณิโย ๑
ติริยํ โสฬสุพฺเพโธ อุจฺจมาหุ ๒ สหสฺสธา ฯ
พระเจ้ามหาปนาทนั้น มีปราสาทล้วนแล้วไปด้วยทอง กว้าง ๑๖ ชั่วธนูตกสูง ๑ พันชั่วธนู.
สหสฺสกณฺโฑ สตเคณฺฑุ ธชาลุ หริตามโย
อนจฺจุํ ตตฺถ คนฺธพฺพา ฉ สหสฺสานิ สตฺตธา ฯ
และปราสาทนั้นมีพื้น ๗ ชั้น ประกอบไปด้วยธง แล้วไปด้วยแก้วมีสีเขียว มีนางฟ้อน ๖ พัน แบ่งออกเป็น ๗ พวก ฟ้อนรำอยู่ในปราสาทนั้น.
เอวเมตํ ตทา อาสิ ยถา ภาสสิ ภทฺทชิ
สกฺโก อหํ ตทา อาสึ เวยฺยาวจฺจกโร ตวาติ ฯ
มหาปนาทชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
ดูกรภัททชิ ท่านกล่าวถึงปราสาทนั้นมีแล้วในกาลนั้น ในครั้งนั้น เราเป็นท้าวสักกะผู้รับใช้การงานของท่าน.
จบ มหาปนาทชาดกที่ ๔.
๕ ขุรปฺปชาตกํ
๕. ขุรัปปชาดก
ถึงคราวกล้าควรกล้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค ขุรัปปชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน
ขคฺเค คหิเต ๑ ติขิเณ เตลโธเต
ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิรูเฬฺห ๒
กสฺมา นุ เต นาหุ ฉมฺภิตตฺตํ ฯ
๑ ม. สุวณฺณโย ฯ ๒ ม. อุทฺธมาหุ ฯ
เมื่อท่านเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้วด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เหตุไฉนหนอ ท่านจึงไม่มีความครั่นคร้าม.
ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน
ขคฺเค คหิเต ๓ ติขิเณ เตลโธเต
ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิรูเฬฺห ๔
เวทํ อลตฺถํ วิปุลํ อุฬารํ ฯ
เมื่อเราเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้วด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เรากลับได้ความยินดีและโสมนัสมากยิ่ง.
โส เวทชาโต อชฺฌภวึ อมิตฺเต
ปุพฺเพว เม ชีวิตมาสิ จตฺตํ
น หิ ชีวิเต อาลยํ กุพฺพมาโน
สูโร กยิรา สูรกิจฺจํ กทาจีติ ฯ
ขุรปฺปชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
เรานั้นเกิดความยินดีและโสมนัสแล้ว ก็ครอบงำศัตรูทั้งหลายเสียได้เพราะว่า ชีวิตของเราๆ ได้สละมาแต่ก่อนแล้ว เราไม่ได้ทำความอาลัยในชีวิต บุคคลผู้กล้าหาญพึงกระทำกิจของคนกล้า ในกาลบางคราว.
จบ ขุรัปปชาดกที่ ๕.
๖ วาตคฺคสินฺธวชาตกํ
๖. วาตัคคสินธวชาดก
ว่าด้วยมิตรสันถวะเกิดแต่แรกพบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค วาตัคคสินธวชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
เยนาสิ กีสิยา ปณฺฑุ เยน ภตฺตํ น รุจฺจติ
อยํ โส อาคโต ภตฺโต ๕ กสฺมาทานิ ปลายสิ ฯ
ด้วยเหตุใด คุณแม่จึงมีโรคผอมเหลือง ไม่ชอบใจอาหาร ม้านั้นก็มาคบหาสมาคมแล้ว เหตุไร คุณแม่จึงให้ม้าตัวนั้นหนีไปเสียในบัดนี้เล่า?
นุโข ๖ ปนาทิเกเนว สนฺถโว นาม ชายติ
ยโส หายติ อิตฺถีนํ ตสฺมา ตาต ปลายิหํ ๗ ฯ
ลูกเอ๋ย ขึ้นชื่อว่า มิตรสันถวะจะเกิดขึ้นแต่แรกพบปะเทียวแหละ ยศของสตรีทั้งหลาย ย่อมเสื่อมไป เพราะฉะนั้น แม่จึงแสร้งทำให้พระยาม้านั้นหนีไปเสีย.
ยสสฺสินํ กุเล ชาตํ อาภตํ ๘ ยา น อิจฺฉติ
โสจตี จิรรตฺตาย วาตคฺคมิว คทฺรภีติ ๑ ฯ
๑-๓ ม. คหีเต ฯ ๒-๔ ม. วิยุเฬฺห ฯ ๕ สี. ตาโต ฯ ม. ภตฺตา ฯ ๖ สี. ม. สเจ ฯ
๗ ม. ปลายหํ ฯ ๘ สี. ม. อาคตํ ฯ
สตรีคนใด ไม่ปรารถนาบุรุษผู้เกิดในตระกูลมียศศักดิ์ ที่มีคนชักพามาแล้ว สตรีคนนั้น จะต้องเศร้าโศกอยู่สิ้นกาลนาน เหมือนนางลาเศร้าโศกถึงพระยาม้าวาตัคคสินธพ ฉะนั้น.
จบ วาตัคคสินธวชาดกที่ ๖.
วาตคฺคสินฺธวชาตกํ ฉฏฺฐํ
๗ สุวณฺณกกฺกฏกชาตกํ ๒
๗. สุวรรณกักกฏกชาดก
ว่าด้วยปูทอง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค สุวรรณกักกฏกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สิงฺคี มิโค อายตจกฺขุเนตฺโต
อฏฺฐิตฺตโจ วาริสโย อโลโม
เตนาภิภูโต กปณํ รุทามิ
มาเหว มํ ปาณสมํ ชเหยฺย ฯ
ปูทอง มีนัยน์ตาอันยาว มีหนังเป็นกระดูก เป็นสัตว์อยู่ในน้ำ ไม่มีขนฉันถูกปูทองนั้นหนีบไว้แล้ว จึงร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าอย่าทิ้งฉันผู้คู่ชีวิตเสียเลย.
อยฺย น ตํ ชหิสฺสามิ กุญฺชรํ สฏฺฐิหายนํ ๓
ปฐพฺยา จาตุรนฺตาย สุปฺปิโย โหสิ เม ตุวํ ฯ
ข้าแต่ท่านผู้เป็นลูกเจ้า ดิฉันจักไม่ละทิ้งท่านผู้เป็นช้างทรงกำลังถึง ๖๐ ปีเลย ท่านย่อมเป็นที่รักใคร่อย่างยิ่งของดิฉัน ยิ่งกว่าแผ่นดินซึ่งมีสมุทรสาครสี่เป็นขอบเขต.
เย กุฬีรา สมุทฺทสฺมึ คงฺคาย ยมุนาย ๔ จ
เตสํ ตฺวํ วาริโช เสฏฺโฐ มุญฺจ โรทนฺติยา ปตินฺติ ฯ
สุวณฺณกกฺกฏกชาตกํ สตฺตมํ ฯ
ปูเหล่าใด อยู่ในมหาสมุทรก็ดี ในแม่น้ำคงคาก็ดี ในแม่น้ำยมุนาก็ดีท่านเกิดอยู่ในน้ำ ย่อมประเสริฐกว่าปูเหล่านั้น ขอท่านจงปล่อยสามีของดิฉันผู้ร้องไห้อยู่เถิด.
จบ สุวรรณกักกฏกชาดกที่ ๗.
๘ อารามทูสกชาตกํ
๘. อารามทูสกชาดก
ว่าด้วยเหตุที่นายอุยยานบาลจะถูกติ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค อารามทูสกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
โยเมสญฺจ สเมตานํ ๕ อหุวา เสฏฺฐสมฺมโต
ตสฺสายํ เอทิสี ปญฺญา กิเมว อิตรา ปชา ฯ
ลิงตัวใด สมมุติกันว่า เป็นใหญ่กว่าฝูงลิงเหล่านี้ ปัญญาของลิงตัวนั้นมีอยู่เพียงอย่างนี้เท่านั้น ฝูงลิงที่เป็นบริวารนอกนี้ จะมีปัญญาอะไร.
เอวเมว ตุวํ พฺรหฺเม อนญฺญาย วินินฺทสิ
กถํ หิ มูลํ อทิสฺวา ๖ รุกฺขํ ชญฺญา ปติฏฺฐิตํ ฯ
๑ สี. กุนฺทลี ฯ ม. ภทฺทลี ฯ ๒ ม. กกฺกฏกชาตกํ ฯ ๓ สี. ยุ. กุญฺชรสฏฺฐิหายน ฯ
๔ สี. ยุ. นมฺมทาย ฯ ๕ สี. ม. โย เว สพฺพสเมตานํ ฯ ๖ ม. กถํ มูลํ อทิสฺวาน ฯ
ข้าแต่ท่านผู้ประเสริฐ ท่านยังไม่รู้อะไร ไฉนมาด่วนติเตียนเราต่างๆอย่างนี้เล่า เรายังไม่เห็นรากไม้แล้ว จะพึงรู้ต้นไม้ว่า รากหยั่งลงไปลึกได้อย่างไรเล่า?
นาหํ ตุเมฺห วินินฺทามิ เย เจตฺถ ๑ วานรา วเน
วิสฺสเสโน ๒ จ คารโยฺห ยสฺสตฺถา รุกฺขโรปกาติ ฯ
อารามทูสกชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
เราไม่ติเตียนท่านทั้งหลาย พวกท่านเป็นลิงไพร อาศัยอยู่ในป่า แต่ว่านายอุยยานบาลทั้งหลาย ผู้ปลูกต้นไม้ เพื่อประโยชน์แก่พระราชาพระองค์ใด พระราชาพระองค์นั้น คือ พระเจ้าวิสสเสนะ จะพึงถูกติเตียนได้.
จบ อารามทูสกชาดกที่ ๘.
๙ สุชาตาชาตกํ ๓
๙. สุชาตาชาดก
ว่าด้วยถ้อยคำไพเราะทำให้คนรัก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค สุชาตาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
นหิ วณฺเณน สมฺปนฺนา มญฺชุกา ปิยทสฺสนา
ขรวาจา ปิยา โหนฺติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ
สัตว์เหล่านี้ สมบูรณ์ด้วยสีสรรวรรณะ มีสำเนียงอ่อนหวาน น่ารัก น่าชม(แต่) เป็นสัตว์มีวาจากระด้าง ย่อมไม่เป็นที่รักของใคร ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าเลย.
นนุ ปสฺสสิมํ กาฬึ ทุพฺพณฺณํ ติลกาหตํ
โกกิลํ สณฺหวาเจน พหูนํ ปาณินํ ปิยํ ฯ
ท่านก็ได้เห็นมิใช่หรือว่า นกดุเหว่าดำลายพร้อยพรายตัวนี้ เป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลายเป็นอันมาก เพราะวาจาอ่อนหวาน?
ตสฺมา สขิลวาจสฺส มนฺตภาณี อนุทฺธโต
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ มธุรนฺตสฺส ภาสิตนฺติ ฯ
สุชาตาชาตกํ นวมํ ฯ
เพราะฉะนั้น ผู้ที่ต้องการจะให้ตนเป็นที่รักของประชาชน พึงกล่าวแต่ถ้อยคำสละสลวย พูดพอประมาณ ไม่ฟุ้งซ่าน ถ้อยคำของผู้แสดงอรรถ และธรรม เป็นถ้อยคำไพเราะ.
จบ สุชาตาชาดกที่ ๙.
๑๐ อุลูกชาตกํ
๑๐. อุลูกชาดก
ว่าด้วยหน้าตาไม่ดีไม่ควรให้เป็นใหญ่
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค อุลูกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สพฺเพหิ กิร ญาตีหิ โกสิโย อิสฺสโร กโต
สเจ ญาตีหิ อนุญฺญาโต ๔ ภเณยฺยาหํ เอกวาจิกํ ฯ
ได้ยินว่า พวกญาติทั้งมวล ตั้งนกเค้าให้เป็นใหญ่ ถ้าพวกญาติอนุญาตฉันจะขอพูดสักคำหนึ่ง.
ภณ สมฺม อนุญฺญาโต อตฺถํ ธมฺมญฺจ เกวลํ
สนฺติ หิ ทหรา ปกฺขี ปญฺญวนฺโต ชุตินฺธรา ฯ
ดูกรสหาย เราทั้งหมดอนุญาตให้ท่านพูด แต่จงพูดแต่ถ้อยคำที่เป็นอรรถ และธรรมอย่างเดียว เพราะว่า นกที่หนุ่มๆ มีปัญญา และทรงไว้ซึ่งญาณอันรุ่งเรือง มีอยู่.
น เม รุจฺจติ ภทฺทํ โว อุลูกสฺสาภิเสจนํ
อกฺกุทฺธสฺส มุขํ ปสฺส กถํ กุทฺโธ กริสฺสตีติ ฯ
อุลูกชาตกํ ทสมํ ฯ
ปทุมวคฺโค ทุติโย
___________
ตสฺสุทฺทานํ
ปทุมุตฺตม นาคสิริวฺหยโน
สมหณฺณว ยูป ขุรปฺปวโร
อถ ภทฺทลี กุญฺชร รุกฺข ปุน
ขรวาจ อุลูกวเรน ทส ฯ
๑ สี. ม. เย จญฺเญ ฯ ๒ ม. วิสเสโน ว ฯ ๓ ม. สุชาตชาตกํ ฯ
๔ สี. ยุ. ญาตีหนุญฺญาโต ฯ
ขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลาย การแต่งตั้งนกเค้าให้เป็นใหญ่ ข้าพเจ้าไม่ชอบใจ ท่านจงมองดูหน้าของนกเค้าผู้ไม่โกรธเถิด นกเค้าโกรธแล้วจักทำหน้าตาเป็นอย่างไร?
จบ อุลูกชาดกที่ ๑๐.
จบ ปทุมวรรคที่ ๒.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปทุมชาดก ๒. มุทุปาณิชาดก
๓. จุลลปโลภนชาดก ๔. มหาปนาทชาดก
๕. ขุรัปปชาดก ๖. วาตัคคสินธวชาดก
๗. สุวรรณกักกฏกชาดก ๘. อารามทูสกชาดก
๙. สุชาตาชาดก ๑๐. อุลูกชาดก.
จบ ปทุมวรรค