arnon.world

ปทุมวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘๒–๔๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๕ ในติกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒ ปทุมวคฺโค

๑ ปทุมชาตกํ

๒. ปทุมวรรค

๑. ปทุมชาดก

ไม่ควรพูดให้เกินความจริง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค ปทุมชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา เกสา จ มสฺสุ จ ฉินฺนํ ฉินฺนํ วิรูหติ

เอวํ รูหตุ เต นาสา ปทุมํ เทหิ ยาจิโต ฯ

ฉบับหลวง

ผมและหนวดที่โกนแล้ว ตัดแล้ว ย่อมงอกขึ้นใหม่ได้ ฉันใด จมูกของท่านจงงอกขึ้นใหม่ ฉันนั้น ข้าพเจ้าขอดอกปทุม ขอท่านจงให้แก่ข้าพเจ้าเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา สารทิกํ วีชํ เขตฺเต วุตฺตํ วิรูหติ

เอวํ รูหตุ เต นาสา ปทุมํ เทหิ ยาจิโต ฯ

ฉบับหลวง

พืชที่เก็บไว้ในสารทสมัย เอาหว่านลงในนา ย่อมงอกขึ้น ฉันใด จมูกของท่านจงงอกขึ้นใหม่ ฉันนั้น ข้าพเจ้าขอดอกปทุม ขอท่านจงให้แก่ข้าพเจ้าเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อุโภปิ วิลปนฺเตเต ๑ อปิ ปทฺมานิ ทสฺสติ

วชฺชุํ วา เต น วา วชฺชุํ นตฺถิ นาสาย รูหนา

เทหิ สมฺม ปทุมานิ ปทฺมา เม เทหิ ยาจิโตติ ๒ ฯ

ปทุมชาตกํ ปฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

แม้คนทั้งสองนั้นคิดว่า ท่านจักให้ดอกปทุมแก่ตน จึงได้พูดพล่ามไปคนทั้งสองนั้นจะพึงกล่าว หรือไม่กล่าวก็ตาม จมูกย่อมงอกขึ้นไม่ได้ดูกรสหาย ข้าพเจ้าขอดอกปทุม ขอท่านจงให้แก่ข้าพเจ้าเถิด.

จบ ปทุมชาดกที่ ๑.

๒ มุทุปาณิชาตกํ

๒. มุทุปาณิชาดก

ความปรารถนาสมประสงค์ในกาลมีของ ๔ อย่าง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค มุทุปาณิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ปาณิ เจ มุทุโก จสฺส นาโค จสฺส สุการิโต

อนฺธกาโร จ วสฺเสยฺย อถ นูน ตทา สิยา ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าคนใช้ของท่านพึงมีฝ่ามืออ่อน ๑ ช้างของท่านฝึกดีแล้ว ๑ เวลามืด ๑ฝนตก ๑ จะพึงมี ในกาลใด ความปรารถนาของท่านก็จะสมประสงค์ในกาลนั้นเป็นแน่.

บาลี (สยามรัฐ)

อนลา มุทุสมฺภาสา ทุปฺปูรา ตา นทีสมา

สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน อารกา ปริวชฺชเย ฯ

ฉบับหลวง

หญิงทั้งหลาย บุรุษไม่สามารถจะปกปักรักษาไว้ได้ด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวาน ยากที่จะให้เต็มได้ เสมอด้วยแม่น้ำ ฉะนั้น ย่อมจะจมลงในนรก บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้ว พึงหลีกเว้นเสียให้ห่างไกล.

บาลี (สยามรัฐ)

ยํ เอตา อุปเสวนฺติ ฉนฺทสา วา ธเนน วา

ชาตเวโทว สณฺฐานํ ขิปฺปํ อนุทหนฺติ นนฺติ ฯ

๑ ม. ปลปนฺเตเต ฯ ๒ ม. อหํ ยาจามิ ยาจิโต ฯ

ฉบับหลวง

หญิงเหล่านั้น ย่อมเข้าไปคบหาบุรุษใด เพราะความรักใคร่ พอใจ หรือเพราะทรัพย์ เขาย่อมเผาบุรุษนั้นเสียฉับพลัน เปรียบเหมือนไฟไหม้ที่ของตนเอง ฉะนั้น.

จบ มุทุปาณิชาดกที่ ๒.

มุทุปาณิชาตกํ ทุติยํ ฯ่

๓ จุลฺลปโลภนชาตกํ

๓. จุลลปโลภนชาดก

ว่าด้วยหญิงทำบุรุษให้งงงวย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค จุลลปโลภนชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อภิชฺชมาเน วาริสฺมึ สยํ อาคมฺม อิทฺธิยา

มิสฺสีภาวิตฺถิยา คนฺตฺวา สํสีทสิ มหณฺณเว ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อน้ำไม่หวั่นไหว ดาบสนี้มาได้ด้วยฤทธิ์เอง ครั้นถึงความระคนกับด้วยหญิง ก็จมลงในห้วงมหรรณพ.

บาลี (สยามรัฐ)

อาวฏฺฏนี มหามายา พฺรหฺมจริยวิโกปนา

สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน อารกา ปริวชฺชเย ฯ

ฉบับหลวง

ธรรมดาว่า หญิงเหล่านี้ เป็นผู้ยังบุรุษให้งงงวย มีมายามาก และยังพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมจะจมลงในอบาย บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้วพึงหลีกเว้นเสียให้ห่างไกล.

บาลี (สยามรัฐ)

ยํ เอตา อุปเสวนฺติ ฉนฺทสา วา ธเนน วา

ชาตเวโทว สณฺฐานํ ขิปฺปํ อนุทหนฺติ นนฺติ ฯ

จุลฺลปโลภนชาตกํ ตติยํ ฯ

ฉบับหลวง

หญิงเหล่านั้น ย่อมเข้าไปคบหาบุรุษใด เพราะความรักใคร่ พอใจ หรือเพราะทรัพย์ เขาย่อมเผาบุรุษนั้นเสียฉับพลัน เปรียบเหมือนไฟไหม้ที่ของตนเองฉะนั้น.

จบ จุลลปโลภนชาดกที่ ๓.

๔ มหาปนาทชาตกํ

๔. มหาปนาทชาดก

ว่าด้วยปราสาทของพระเจ้ามหาปนาท

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค มหาปนาทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ปนาโท นาม โส ราชา ยสฺส ยูโป สุวณฺณิโย ๑

ติริยํ โสฬสุพฺเพโธ อุจฺจมาหุ ๒ สหสฺสธา ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ามหาปนาทนั้น มีปราสาทล้วนแล้วไปด้วยทอง กว้าง ๑๖ ชั่วธนูตกสูง ๑ พันชั่วธนู.

บาลี (สยามรัฐ)

สหสฺสกณฺโฑ สตเคณฺฑุ ธชาลุ หริตามโย

อนจฺจุํ ตตฺถ คนฺธพฺพา ฉ สหสฺสานิ สตฺตธา ฯ

ฉบับหลวง

และปราสาทนั้นมีพื้น ๗ ชั้น ประกอบไปด้วยธง แล้วไปด้วยแก้วมีสีเขียว มีนางฟ้อน ๖ พัน แบ่งออกเป็น ๗ พวก ฟ้อนรำอยู่ในปราสาทนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวเมตํ ตทา อาสิ ยถา ภาสสิ ภทฺทชิ

สกฺโก อหํ ตทา อาสึ เวยฺยาวจฺจกโร ตวาติ ฯ

มหาปนาทชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภัททชิ ท่านกล่าวถึงปราสาทนั้นมีแล้วในกาลนั้น ในครั้งนั้น เราเป็นท้าวสักกะผู้รับใช้การงานของท่าน.

จบ มหาปนาทชาดกที่ ๔.

๕ ขุรปฺปชาตกํ

๕. ขุรัปปชาดก

ถึงคราวกล้าควรกล้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค ขุรัปปชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน

ขคฺเค คหิเต ๑ ติขิเณ เตลโธเต

ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิรูเฬฺห ๒

กสฺมา นุ เต นาหุ ฉมฺภิตตฺตํ ฯ

๑ ม. สุวณฺณโย ฯ ๒ ม. อุทฺธมาหุ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อท่านเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้วด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เหตุไฉนหนอ ท่านจึงไม่มีความครั่นคร้าม.

บาลี (สยามรัฐ)

ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน

ขคฺเค คหิเต ๓ ติขิเณ เตลโธเต

ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิรูเฬฺห ๔

เวทํ อลตฺถํ วิปุลํ อุฬารํ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อเราเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้วด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เรากลับได้ความยินดีและโสมนัสมากยิ่ง.

บาลี (สยามรัฐ)

โส เวทชาโต อชฺฌภวึ อมิตฺเต

ปุพฺเพว เม ชีวิตมาสิ จตฺตํ

น หิ ชีวิเต อาลยํ กุพฺพมาโน

สูโร กยิรา สูรกิจฺจํ กทาจีติ ฯ

ขุรปฺปชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

ฉบับหลวง

เรานั้นเกิดความยินดีและโสมนัสแล้ว ก็ครอบงำศัตรูทั้งหลายเสียได้เพราะว่า ชีวิตของเราๆ ได้สละมาแต่ก่อนแล้ว เราไม่ได้ทำความอาลัยในชีวิต บุคคลผู้กล้าหาญพึงกระทำกิจของคนกล้า ในกาลบางคราว.

จบ ขุรัปปชาดกที่ ๕.

๖ วาตคฺคสินฺธวชาตกํ

๖. วาตัคคสินธวชาดก

ว่าด้วยมิตรสันถวะเกิดแต่แรกพบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค วาตัคคสินธวชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

เยนาสิ กีสิยา ปณฺฑุ เยน ภตฺตํ น รุจฺจติ

อยํ โส อาคโต ภตฺโต ๕ กสฺมาทานิ ปลายสิ ฯ

ฉบับหลวง

ด้วยเหตุใด คุณแม่จึงมีโรคผอมเหลือง ไม่ชอบใจอาหาร ม้านั้นก็มาคบหาสมาคมแล้ว เหตุไร คุณแม่จึงให้ม้าตัวนั้นหนีไปเสียในบัดนี้เล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

นุโข ๖ ปนาทิเกเนว สนฺถโว นาม ชายติ

ยโส หายติ อิตฺถีนํ ตสฺมา ตาต ปลายิหํ ๗ ฯ

ฉบับหลวง

ลูกเอ๋ย ขึ้นชื่อว่า มิตรสันถวะจะเกิดขึ้นแต่แรกพบปะเทียวแหละ ยศของสตรีทั้งหลาย ย่อมเสื่อมไป เพราะฉะนั้น แม่จึงแสร้งทำให้พระยาม้านั้นหนีไปเสีย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสสฺสินํ กุเล ชาตํ อาภตํ ๘ ยา น อิจฺฉติ

โสจตี จิรรตฺตาย วาตคฺคมิว คทฺรภีติ ๑ ฯ

๑-๓ ม. คหีเต ฯ ๒-๔ ม. วิยุเฬฺห ฯ ๕ สี. ตาโต ฯ ม. ภตฺตา ฯ ๖ สี. ม. สเจ ฯ

๗ ม. ปลายหํ ฯ ๘ สี. ม. อาคตํ ฯ

ฉบับหลวง

สตรีคนใด ไม่ปรารถนาบุรุษผู้เกิดในตระกูลมียศศักดิ์ ที่มีคนชักพามาแล้ว สตรีคนนั้น จะต้องเศร้าโศกอยู่สิ้นกาลนาน เหมือนนางลาเศร้าโศกถึงพระยาม้าวาตัคคสินธพ ฉะนั้น.

จบ วาตัคคสินธวชาดกที่ ๖.

วาตคฺคสินฺธวชาตกํ ฉฏฺฐํ

๗ สุวณฺณกกฺกฏกชาตกํ ๒

๗. สุวรรณกักกฏกชาดก

ว่าด้วยปูทอง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค สุวรรณกักกฏกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สิงฺคี มิโค อายตจกฺขุเนตฺโต

อฏฺฐิตฺตโจ วาริสโย อโลโม

เตนาภิภูโต กปณํ รุทามิ

มาเหว มํ ปาณสมํ ชเหยฺย ฯ

ฉบับหลวง

ปูทอง มีนัยน์ตาอันยาว มีหนังเป็นกระดูก เป็นสัตว์อยู่ในน้ำ ไม่มีขนฉันถูกปูทองนั้นหนีบไว้แล้ว จึงร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าอย่าทิ้งฉันผู้คู่ชีวิตเสียเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

อยฺย น ตํ ชหิสฺสามิ กุญฺชรํ สฏฺฐิหายนํ ๓

ปฐพฺยา จาตุรนฺตาย สุปฺปิโย โหสิ เม ตุวํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านผู้เป็นลูกเจ้า ดิฉันจักไม่ละทิ้งท่านผู้เป็นช้างทรงกำลังถึง ๖๐ ปีเลย ท่านย่อมเป็นที่รักใคร่อย่างยิ่งของดิฉัน ยิ่งกว่าแผ่นดินซึ่งมีสมุทรสาครสี่เป็นขอบเขต.

บาลี (สยามรัฐ)

เย กุฬีรา สมุทฺทสฺมึ คงฺคาย ยมุนาย ๔ จ

เตสํ ตฺวํ วาริโช เสฏฺโฐ มุญฺจ โรทนฺติยา ปตินฺติ ฯ

สุวณฺณกกฺกฏกชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

ปูเหล่าใด อยู่ในมหาสมุทรก็ดี ในแม่น้ำคงคาก็ดี ในแม่น้ำยมุนาก็ดีท่านเกิดอยู่ในน้ำ ย่อมประเสริฐกว่าปูเหล่านั้น ขอท่านจงปล่อยสามีของดิฉันผู้ร้องไห้อยู่เถิด.

จบ สุวรรณกักกฏกชาดกที่ ๗.

๘ อารามทูสกชาตกํ

๘. อารามทูสกชาดก

ว่าด้วยเหตุที่นายอุยยานบาลจะถูกติ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค อารามทูสกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

โยเมสญฺจ สเมตานํ ๕ อหุวา เสฏฺฐสมฺมโต

ตสฺสายํ เอทิสี ปญฺญา กิเมว อิตรา ปชา ฯ

ฉบับหลวง

ลิงตัวใด สมมุติกันว่า เป็นใหญ่กว่าฝูงลิงเหล่านี้ ปัญญาของลิงตัวนั้นมีอยู่เพียงอย่างนี้เท่านั้น ฝูงลิงที่เป็นบริวารนอกนี้ จะมีปัญญาอะไร.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวเมว ตุวํ พฺรหฺเม อนญฺญาย วินินฺทสิ

กถํ หิ มูลํ อทิสฺวา ๖ รุกฺขํ ชญฺญา ปติฏฺฐิตํ ฯ

๑ สี. กุนฺทลี ฯ ม. ภทฺทลี ฯ ๒ ม. กกฺกฏกชาตกํ ฯ ๓ สี. ยุ. กุญฺชรสฏฺฐิหายน ฯ

๔ สี. ยุ. นมฺมทาย ฯ ๕ สี. ม. โย เว สพฺพสเมตานํ ฯ ๖ ม. กถํ มูลํ อทิสฺวาน ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านผู้ประเสริฐ ท่านยังไม่รู้อะไร ไฉนมาด่วนติเตียนเราต่างๆอย่างนี้เล่า เรายังไม่เห็นรากไม้แล้ว จะพึงรู้ต้นไม้ว่า รากหยั่งลงไปลึกได้อย่างไรเล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

นาหํ ตุเมฺห วินินฺทามิ เย เจตฺถ ๑ วานรา วเน

วิสฺสเสโน ๒ จ คารโยฺห ยสฺสตฺถา รุกฺขโรปกาติ ฯ

อารามทูสกชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

เราไม่ติเตียนท่านทั้งหลาย พวกท่านเป็นลิงไพร อาศัยอยู่ในป่า แต่ว่านายอุยยานบาลทั้งหลาย ผู้ปลูกต้นไม้ เพื่อประโยชน์แก่พระราชาพระองค์ใด พระราชาพระองค์นั้น คือ พระเจ้าวิสสเสนะ จะพึงถูกติเตียนได้.

จบ อารามทูสกชาดกที่ ๘.

๙ สุชาตาชาตกํ ๓

๙. สุชาตาชาดก

ว่าด้วยถ้อยคำไพเราะทำให้คนรัก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค สุชาตาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

นหิ วณฺเณน สมฺปนฺนา มญฺชุกา ปิยทสฺสนา

ขรวาจา ปิยา โหนฺติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์เหล่านี้ สมบูรณ์ด้วยสีสรรวรรณะ มีสำเนียงอ่อนหวาน น่ารัก น่าชม(แต่) เป็นสัตว์มีวาจากระด้าง ย่อมไม่เป็นที่รักของใคร ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

นนุ ปสฺสสิมํ กาฬึ ทุพฺพณฺณํ ติลกาหตํ

โกกิลํ สณฺหวาเจน พหูนํ ปาณินํ ปิยํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านก็ได้เห็นมิใช่หรือว่า นกดุเหว่าดำลายพร้อยพรายตัวนี้ เป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลายเป็นอันมาก เพราะวาจาอ่อนหวาน?

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺมา สขิลวาจสฺส มนฺตภาณี อนุทฺธโต

อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ มธุรนฺตสฺส ภาสิตนฺติ ฯ

สุชาตาชาตกํ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะฉะนั้น ผู้ที่ต้องการจะให้ตนเป็นที่รักของประชาชน พึงกล่าวแต่ถ้อยคำสละสลวย พูดพอประมาณ ไม่ฟุ้งซ่าน ถ้อยคำของผู้แสดงอรรถ และธรรม เป็นถ้อยคำไพเราะ.

จบ สุชาตาชาดกที่ ๙.

๑๐ อุลูกชาตกํ

๑๐. อุลูกชาดก

ว่าด้วยหน้าตาไม่ดีไม่ควรให้เป็นใหญ่

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต ปทุมวรรค อุลูกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺเพหิ กิร ญาตีหิ โกสิโย อิสฺสโร กโต

สเจ ญาตีหิ อนุญฺญาโต ๔ ภเณยฺยาหํ เอกวาจิกํ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า พวกญาติทั้งมวล ตั้งนกเค้าให้เป็นใหญ่ ถ้าพวกญาติอนุญาตฉันจะขอพูดสักคำหนึ่ง.

บาลี (สยามรัฐ)

ภณ สมฺม อนุญฺญาโต อตฺถํ ธมฺมญฺจ เกวลํ

สนฺติ หิ ทหรา ปกฺขี ปญฺญวนฺโต ชุตินฺธรา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสหาย เราทั้งหมดอนุญาตให้ท่านพูด แต่จงพูดแต่ถ้อยคำที่เป็นอรรถ และธรรมอย่างเดียว เพราะว่า นกที่หนุ่มๆ มีปัญญา และทรงไว้ซึ่งญาณอันรุ่งเรือง มีอยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

น เม รุจฺจติ ภทฺทํ โว อุลูกสฺสาภิเสจนํ

อกฺกุทฺธสฺส มุขํ ปสฺส กถํ กุทฺโธ กริสฺสตีติ ฯ

อุลูกชาตกํ ทสมํ ฯ

ปทุมวคฺโค ทุติโย

___________

ตสฺสุทฺทานํ

ปทุมุตฺตม นาคสิริวฺหยโน

สมหณฺณว ยูป ขุรปฺปวโร

อถ ภทฺทลี กุญฺชร รุกฺข ปุน

ขรวาจ อุลูกวเรน ทส ฯ

๑ สี. ม. เย จญฺเญ ฯ ๒ ม. วิสเสโน ว ฯ ๓ ม. สุชาตชาตกํ ฯ

๔ สี. ยุ. ญาตีหนุญฺญาโต ฯ

ฉบับหลวง

ขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลาย การแต่งตั้งนกเค้าให้เป็นใหญ่ ข้าพเจ้าไม่ชอบใจ ท่านจงมองดูหน้าของนกเค้าผู้ไม่โกรธเถิด นกเค้าโกรธแล้วจักทำหน้าตาเป็นอย่างไร?

จบ อุลูกชาดกที่ ๑๐.

จบ ปทุมวรรคที่ ๒.

_________________

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ปทุมชาดก ๒. มุทุปาณิชาดก

๓. จุลลปโลภนชาดก ๔. มหาปนาทชาดก

๕. ขุรัปปชาดก ๖. วาตัคคสินธวชาดก

๗. สุวรรณกักกฏกชาดก ๘. อารามทูสกชาดก

๙. สุชาตาชาดก ๑๐. อุลูกชาดก.

จบ ปทุมวรรค