พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทสกนิบาต
๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๓๓–๑๔๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๖ ในทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๑ มฏฺฐกุณฺฑลิชาตกํ
๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก
คนร้องไห้ถึงคนตายเป็นคนโง่เขลา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต มัฏฐกุณฑลิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลี
มาลธารี ๑ หริจนฺทนุสฺสโท
พาหา ปคฺคยฺห กนฺทสิ
วนมชฺเฌ กึ ทุกฺขิโต ตุวํ ฯ
ท่านประดับแล้วด้วยอาภรณ์ต่างๆ มีต่างหูเกลี้ยงเกลา ทัดทรงระเบียบดอกไม้ ลูบไล้กระแจะจันทน์สีเหลือง ท่านมีทุกข์อะไรหรือ จึงมากอดอกคร่ำครวญอยู่ในกลางป่า?
โสวณฺณมโย ปภสฺสโร
อุปฺปนฺโน รถปญฺชโร มม
ตสฺส จกฺกยุคํ น วินฺทามิ
เตน ทุกฺเขน ชหามิ ชีวิตํ ฯ
เรือนรถงามแพรวพราวแล้วไปด้วยทองคำ ของเรามีอยู่แล้ว เราหาล้อทั้งสองของรถนั้นยังไม่ได้ ด้วยความทุกข์อันนี้ เราจะตายเป็นแน่ๆ.
โสวณฺณมยํ มณิมยํ
โลหมยํ อถ รูปิยมยํ ๒
ปาวท รถํ กริสฺสามิ เต
จกฺกยุคํ ปฏิลาภยามิ ๓ ตํ ฯ
ท่านต้องการรถชนิดไร รถทำด้วยทองคำ แก้วมณี โลหะ หรือรูปิยะจงบอกรถชนิดนั้นแก่เราเถิด เราจักทำให้ท่าน จะหาล้อทั้งคู่ให้ท่าน?
อถ ๔ มาณโว ตสฺส ปาวทิ
จนฺทิมสุริยา อุภยตฺถ ๕ ภาตโร
โสวณฺณมโย รโถ มม
เตน จกฺกยุเคน โสภติ ฯ
ลำดับนั้น มาณพจึงบอกแก่พราหมณ์นั้นว่า พระจันทร์และพระอาทิตย์ย่อมงามผ่องใสอยู่ในวิถีทั้งสอง รถทองของเราย่อมจะงามด้วยพระจันทร์และพระอาทิตย์นั้น อันเป็นล้อทั้งคู่.
พาโล โข ตฺวํสิ มาณว
โย ตฺวํ ปตฺถยสิ อปตฺถยํ ๖
มญฺญามิ ตุวํ มริสฺสสิ
น หิ ตฺวํ ลจฺฉสิ จนฺทสุริเย ฯ
๑ สี. ยุ. มาลภารี ฯ ๒ ม. รูปิยามยํ ฯ ๓ ม. ปฏิปาทยามิ ฯ ๔ ม. โส ฯ
๕ ม. จนฺทสูริยา อุภเยตฺถ ฯ ๖ ม. ปตฺถยเส อปตฺถิยํ ฯ
ดูกรมาณพ ท่านเป็นคนพาลแท้ เพราะท่านปรารถนาสิ่งที่เขาไม่พึงปรารถนากัน เราสำคัญว่าท่านจักตายเสียเปล่า ท่านจักไม่ได้พระจันทร์พระอาทิตย์เลย.
คมนาคมนมฺปิ ทิสฺสติ
วณฺณธาตุ อุภเยตฺถ วีถิโย
เปโต ปน เนว ทิสฺสติ
โก นุ โข กนฺทตํ พาลฺยตโร ฯ
แม้ความอุทัยและอัสดงของพระจันทร์และพระอาทิตย์นั้น ก็ยังปรากฏอยู่ สีสรรวรรณะ และวิถีทางของพระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง ก็ยังปรากฏอยู่ ส่วนบุคคลผู้ล่วงลับไปแล้ว ย่อมไม่ปรากฏเลย เราทั้งสองผู้คร่ำครวญอยู่ ใครเล่าหนอจะเป็นคนโง่เขลายิ่งกว่ากัน?
สจฺจํ โข วเทสิ มาณว
อหเมว กนฺทตํ พาลฺยตโร
จนฺทํ วิย ทารโก รุทํ
เปตํ กาลกตํภิปตฺถเย ๑ ฯ
ดูกรมาณพ ท่านพูดจริง บรรดาเราทั้งสองผู้คร่ำครวญอยู่ เรานี่แหละคนโง่เขลายิ่งกว่าท่าน เราปรารถนาผู้ตายไปยังปรโลกแล้ว เหมือนเด็กร้องไห้อยากได้พระจันทร์ฉะนั้น.
อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ
วารินา วิย โอสิญฺจิ ๒ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ ฯ
ท่านมารดาเราผู้เร่าร้อนให้สงบระงับ ดับความกระวนกระวายทั้งปวงได้เหมือนบุคคลดับไฟ ที่ติดเปรียงด้วยน้ำฉะนั้น.
อพฺพุหิ ๓ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยสฺสิตํ
โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ ฯ
ท่านได้ถอนลูกศรที่เสียบแทงหทัยของเรา ออกไปแล้ว ได้บรรเทาความโศกถึงบุตรของเรา ผู้ถูกความโศกครอบงำแล้วหนอ.
โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล
น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน มาณวาติ ฯ
มฏฺฐกุณฺฑลิชาตกํ เอกาทสมํ ฯ
ดูกรมาณพ เราเป็นผู้ถอนลูกศรได้แล้ว ปราศจากความโศก ไม่มีความขุ่นมัว เราจะไม่เศร้าโศก จะไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังถ้อยคำของท่าน.
จบ มัฏฐกุณฑลิชาดกที่ ๑๑.
จบ ๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก