arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทสกนิบาต

๓. จตุโปสถชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๔๒–๑๓๕๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๖ ในทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๓ จตุโปสถชาตกํ

๓. จตุโปสถชาดก

ว่าด้วยสมณะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต จตุโปสถชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

โย โกปเนยฺเย น กโรติ โกปํ

น กุชฺฌติ สปฺปุริโส กทาจิ

กุทฺโธปิ โส นาวิกโรติ โกปํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใด ไม่ทำความโกรธในบุคคลผู้ควรโกรธ ผู้นั้นเป็นสัตบุรุษ ย่อมไม่โกรธ ณ ในกาลไหนๆ บุคคลนั้นแม้จะโกรธ ก็ไม่ทำความโกรธให้ปรากฏ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

โอโนทโร โย สหเต ชิฆจฺฉํ

ทนฺโต ตปสฺสี มิตปานโภชโน

อาหารเหตุ น กโรติ ปาปํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

นรชนใดมีท้องพร่อง ย่อมทนความหิวได้ นรชนนั้นเป็นผู้ฝึกตนแล้ว มีตบะ มีข้าวและน้ำพอประมาณ ย่อมไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งอาหาร นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวนรชนนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ขิฑฺฑํ รตึ วิปฺปชหิตฺวาน สพฺพํ

น จาลิกํ ภาสติ กิญฺจิ โลเก

วิภูสนฏฺฐานา วิรโต เมถุนสฺมา

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลละการเล่นและความยินดีทั้งปวงได้เด็ดขาด ไม่กล่าวคำเหลาะแหละนิดหน่อยในโลก เว้นจากการแต่งเนื้อแต่งตัว และเว้นจากเมถุนธรรมนักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริคฺคหํ โลภธมฺมญฺจ สพฺพํ

โย เว ปริญฺญาย ปริจฺจเชติ

ทนฺตํ ฐิตตฺตํ อมมํ นิราสํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลใด ละสิ่งที่เขาหวงแหน และโลภธรรมทั้งปวงเสีย ด้วยปัญญาเครื่องกำหนดรู้ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ผู้ฝึกตนแล้วมีจิตตั้งมั่น ไม่มีตัณหา ไม่มีความหวังว่า เป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุจฺฉาม กตฺตารมโนมปญฺญ ๑

กถาสุ โน วิคฺคโห อตฺถิ ชาโต

ฉินฺทชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ

ตทชฺช กงฺขํ วิตเรมุ สพฺเพ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้มีปัญญาสามารถจะรู้เหตุและมิใช่เหตุที่ควรทำ เราขอถามท่านความทุ่มเถียงกันในถ้อยคำทั้งหลาย บังเกิดมีแก่เราทั้งหลาย ขอท่านโปรดช่วยตัดเสียซึ่งความสงสัยความเคลือบแคลงในวันนี้ ขอได้โปรดช่วยเราทั้งหมดให้ข้ามพ้นความสงสัยนั้นในวันนี้?

บาลี (สยามรัฐ)

เย ปณฺฑิตา อตฺถทสา ภวนฺติ

ภาสนฺติ เต โยนิโส ตตฺถ กาเล

กถนฺนุ กถานํ อภาสิตานํ

อตฺถํ นเยยฺยุํ กุสลา ชนินฺทา ฯ

ฉบับหลวง

บัณฑิตเหล่าใดเป็นผู้สามารถเห็นเนื้อความ บัณฑิตเหล่านั้นจึงจะกล่าวได้โดยแยบคายในกาลนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้จอมประชานิกร ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย จะพึงวินิจฉัยเนื้อความแห่งถ้อยคำทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้กล่าวแล้วได้อย่างไรหนอ?

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ หเว ภาสติ นาคราชา

ครุโฬ ปน เวนเตยฺโย กิมาห

คนฺธพฺพราชา ปน กึ วเทสิ

กถํ ปน กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ

ฉบับหลวง

พญานาคกล่าวอย่างไร พญาครุฑกล่าวอย่างไร ท้าวสักกะผู้เป็นพระราชาของคนธรรพ์ตรัสอย่างไร และพระราชาผู้ประเสริฐของชาวกุรุรัฐตรัสอย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

ขนฺตึ หเว ภาสติ นาคราชา

อปฺปาหารํ ครุโฬ เวนเตยฺโย

คนฺธพฺพราชา รติวิปฺปหานํ

อกิญฺจนํ กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ

ฉบับหลวง

พญานาคกล่าวสรรเสริญขันติ พญาครุฑกล่าวยกย่องการไม่ประหาร ท้าวสักกะผู้เป็นพระราชาของคนธรรพ์ตรัสชมการละความยินดี พระราชาผู้ประเสริฐของชาวกุรุรัฐ ตรัสสรรเสริญความไม่กังวล.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพานิ เอตานิ สุภาสิตานิ

น เหตฺถ ทุพฺภาสิตมตฺถิ กิญฺจิ

ยสฺมิญฺจ เอตานิ ปติฏฺฐิตานิ

อราวนพฺภา ๑ สุสโมหิตานิ

จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

๑ ม. - ปญฺญํ ฯ

ฉบับหลวง

คำเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสุภาษิต ในถ้อยคำของท่านทั้ง ๔ นี้ ไม่มีคำทุพภาษิตแม้นิดหน่อยเลย คุณทั้ง ๔ มีขันติเป็นต้นนี้ ตั้งมั่นอยู่ในผู้ใด ก็เปรียบได้กับกำรถ หยั่งเข้าเป็นอันดีที่ดุมรถ ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยธรรม ๔ ประการนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ตุวํ หิ ๒ เสฏฺโฐ ตฺวมนุตฺตโรสิ

ตฺวํ ธมฺมคู ธมฺมวิทู สุเมโธ

ปญฺญาย ปญฺหํ สมวิคฺคเหตฺวา ๓

อจฺเฉชฺชิ ๔ ธีโร วิจิกิจฺฉิตานิ

อจฺเฉชฺชิ ๔ กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ

ฉินฺเท ๕ ยถา นาคทนฺตํ ขเรน ฯ

ฉบับหลวง

ท่านนั้นแลเป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นผู้ถึงธรรม รู้แจ้งธรรมมีปัญญาดี พิจารณาปัญหาด้วยปัญญา เป็นนักปราชญ์ ตัดความสงสัยความเคลือบแคลงทั้งหลายเสีย ได้ตัดความสงสัยความเคลือบแคลงทั้งหลายสำเร็จแล้ว ดุจนายช่างงาตัดงาช้างด้วยเครื่องมืออันคมฉะนั้น

บาลี (สยามรัฐ)

นีลุปฺปลาภํ วิมลํ อนคฺฆํ

วตฺถํ อิทํ ธูมสมานวณฺณํ

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้ผ้าผืนนี้ซึ่งมีสีสดใสดุจสีอุบลเขียว ไม่หม่นหมองหาค่ามิได้ มีสีเสมอด้วยควันไฟ เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

สุวณฺณมาลํ สตปตฺตผุลฺลิตํ

สเกสรํ รตฺนสหสฺสมณฺฑิตํ

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้ดอกไม้ทองมีกลีบตั้งร้อยอันแย้มบาน มีเกสร ประดับด้วยรัตนะจำนวนพัน เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

มณึ อนคฺฆํ รุจิรํ ปภสฺสรํ

กณฺฐาวสตฺตํ มณิภูสิตมฺเม

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ

๑ อาราวนาภฺยาติปิ อราปนเพฺยติปิ ฯ ม. อราวนาภฺยา ฯ ๒ สี. ยุ. ตุวํ นุ ฯ

๓ ม. สมธิคฺคเหตฺวา ฯ ๔ ม. อจฺเฉจฺฉิ ฯ ๕ ม. จุนฺโท ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้แก้วมณีอันหาค่ามิได้ งามผ่องใส คล้องอยู่ที่คอ เป็นแก้วมณีเครื่องประดับคอของข้าพเจ้า เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

ควํ สหสฺสํ อุสภญฺจ นาคํ

อาชญฺญยุตฺเต จ รเถ ทส อิเม

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต คามวรานิ โสฬส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้โคนม โคผู้ และช้าง อย่างละพัน รถเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑๐คัน และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

สารีปุตฺโต ตทา นาโค สุปณฺโณ ปน โกลิโต

คนฺธพฺพราชา อนุรุทฺโธ ราชา อานนฺทปณฺฑิโต

วิธุโร โพธิสตฺโตว เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ

จตุโปสถชาตกํ ตติยํ ฯ

ฉบับหลวง

พญานาคในกาลนั้น เป็นพระสารีบุตร พญาครุฑเป็นพระโมคคัลลานะท้าวสักกเทวราชเป็นพระอนุรุทธะ พระเจ้าโกรัพยะเป็นพระอานนท์บัณฑิต วิธูรบัณฑิตเป็นพระโพธิสัตว์นั่นเอง ขอท่านทั้งหลายจงจำ

ชาดกไว้อย่างนี้.

จบ จตุโปสถชาดกที่ ๓.

จบ ๓. จตุโปสถชาดก