พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทสกนิบาต
๑๕. มหามังคลชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๗๓–๑๔๘๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๕/๑๖ ในทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต มหามังคลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๓๗๗–๓๗๙
(มโหสธโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
{๑๔๖๙} [๑๔๙๙] บุคคลอาศัยนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่พึงหักราน แม้ใบของต้นไม้นั้น เพราะคนที่ประทุษร้ายมิตรเป็นคนบาป
{๑๔๗๐} [๑๕๐๐] บุรุษรู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใดและสัตบุรุษทั้งหลาย เหล่าใดกำจัดความสงสัยของบุรุษนั้นได้อันนั้นชื่อว่าเป็นดังเกาะ หรือเป็นที่พึ่งพาของบุรุษนั้นผู้มีปัญญาไม่พึงทำให้มิตรภาพ กับอาจารย์เช่นนั้นเสื่อมไป{๑๔๗๑} [๑๕๐๑] คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณเกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวม ไม่ดี พระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญก่อนปฏิบัติราชกิจ ไม่ดี บัณฑิตผู้มักโกรธ ไม่ดี
{๑๔๗๒} [๑๕๐๒] ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศพระมหากษัตริย์พึงทรง ใคร่ครวญก่อนปฏิบัติราชกิจยังไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้ว ไม่พึงปฏิบัติพระยศและพระเกียรติคุณของพระราชาผู้ทรง ใคร่ครวญ ก่อนปฏิบัติราชกิจย่อมมีแต่เจริญขึ้น
๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓)
ว่าด้วยมหาสวัสดิมงคล ๘ ประการ
(ศิษย์ผู้เป็นหัวหน้าถามดาบสโพธิสัตว์ผู้เป็นอาจารย์ว่า)
{๑๔๗๓} [๑๕๐๓] ในเวลาปรารถนามงคลนรชนต้องเรียนรู้การร่ายมนต์อะไร ต้องเรียนรู้พระเวทอะไร นรชนนั้นทำอย่างไร จึงจะเป็นผู้อัน ความสวัสดีคุ้มครองแล้วทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
(ดาบสโพธิสัตว์แสดงสิ่งที่เป็นสวัสดิมงคลว่า)
{๑๔๗๔} [๑๕๐๔] เทวดาและพรหมทั้งปวง ทีฆชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลายอัน บุคคลใดนอบน้อมอยู่เป็นนิจด้วยเมตตาภาวนา บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวเมตตาภาวนาของบุคคลนั้นแลว่าเป็นสวัสดิมงคลในสัตว์ ทั้งหลาย{๑๔๗๕} [๑๕๐๕] ผู้ใดประพฤติถ่อมตนแก่ชาวโลกทั้งปวง ไม่ว่าหญิงหรือชาย ตลอดทั้งเด็ก ๆ เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำชั่วร้ายได้ กล่าวแต่คำที่ไม่น่าเกลียด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความอดกลั้นของผู้นั้นว่า เป็นสวัสดิมงคล{๑๔๗๖} [๑๕๐๖] ผู้ใดเป็นผู้มีปัญญารุ่งโรจน์ มีความรู้ปรุโปร่งในเวลาที่เกิดเหตุ ขึ้น ไม่ดูหมิ่นมิตรสหายทั้งหลายทางศิลปะ ทางวงศ์ตระกูล ทางทรัพย์ และทางชาติกำเนิด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการ
ไม่ดูหมิ่นสหายของผู้นั้นว่าเป็นสวัสดิมงคลในสหายทั้งหลาย{๑๔๗๗} [๑๕๐๗] ผู้ใดมีปกติพูดไม่คลาดเคลื่อนจากความจริง มีสัตบุรุษทั้งหลาย ผู้คุ้นเคยกันเป็นมิตรแท้ เป็นผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ชอบแบ่ง ปันทรัพย์ของตนให้แก่มิตรบัณฑิตทั้งหลายกล่าวการได้ ประโยชน์เพราะอาศัยมิตรและการแบ่งบันของผู้นั้นว่าเป็นสวัสดิมงคล ในมิตรทั้งหลาย{๑๔๗๘} [๑๕๐๘] ผู้ใดมีภรรยาซึ่งมีวัยเสมอกัน อยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง ประพฤติตามใจกัน เป็นคนชอบธรรมะ ให้กำเนิดบุตรได้ มี ศีลโดยสมควรแก่ตระกูล รู้จักปรนนิบัติสามี บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวคุณความดีในภรรยาของผู้นั้นว่าเป็นสวัสดิมงคลในภรรยา ทั้งหลาย
{๑๔๗๙} [๑๕๐๙] พระราชาผู้ทรงเป็นเจ้าแผ่นดิน ทรงพระอิสริยยศใหญ่ ทรงทราบความใสสะอาดและความขยันหมั่นเพียรของราชเสวกคนใด ทรงทราบว่าราชเสวกคนใดไม่เป็นคนสองใจ และทรงทราบว่า ราชเสวกคนใดมีใจจงรักภักดีต่อพระองค์บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวคุณความดีของราชเสวกนั้น ๆ ว่าเป็นสวัสดิมงคล ในพระราชาทั้งหลาย{๑๔๘๐} [๑๕๑๐] ผู้ใดมีศรัทธาให้ข้าว น้ำ ให้ระเบียบดอกไม้ ของหอม และเครื่องลูบไล้ มีจิตเลื่อมใสอนุโมทนา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคุณ ข้อนั้นของบุคคลนั้นแลว่าเป็นสวัสดิมงคลในสวรรค์ทั้งหลาย
{๑๔๘๑} [๑๕๑๑] สัตบุรุษทั้งหลายผู้รู้แจ้งด้วยญาณ ผู้ยินดีแล้วในสัมมาปฏิบัติ เป็น พหูสูต แสวงหาคุณ เป็นผู้มีศีล ขัดเกลาผู้ใดให้หมดจดด้วยอริยธรรม บัณฑิตทั้งหลายยกย่องคุณความดีที่ผู้นั้นพึงได้รับ ว่าเป็นสวัสดิมงคลในท่ามกลางพระอรหันต์
{๑๔๘๒} [๑๕๑๒] สวัสดิมงคลเหล่านี้แลผู้รู้สรรเสริญแล้วว่ามีสุขเป็นผลกำไรในโลก นรชนผู้มีปัญญาในโลกนี้พึงเสพสมสวัสดิมงคลเหล่านั้นกันเถิด ก็ในบรรดามงคลแบบอื่น ๆไม่มีมงคลที่เป็นมงคลแท้ แม้สักอย่างเดียว
๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก (๔๕๔)
ว่าด้วยฆตบัณฑิตใช้อุบายดับความโศกของพระราชา
(โรหิไณยอำมาตย์สนทนากับพระเจ้าวาสุเทพว่า)
{๑๔๘๓} [๑๕๑๓] ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหโคตร ขอเสด็จลุกขึ้นเถิด จะมัวบรรทม อยู่ทำไม จะมีประโยชน์อะไรด้วยการบรรทมอยู่เล่าข้าแต่
จบ ๑๕. มหามังคลชาดก