พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทสกนิบาต
๑๔. ภูริปัญหาชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๖๓–๑๔๗๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๔/๑๖ ในทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๔๕๒. ภูริปญฺญชาตก (๑๔)
๑๔. ภูริปัญญชาดก (๔๕๒)
ว่าด้วยผู้มีปัญญากว้างขวาง
(พระราชาตรัสว่า)
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต ภูริปัญหาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๗ หน้า ๒๓๐–๒๓๑ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๗ หน้า ๓๔๖–๓๔๘
สจฺจํ กิร ตฺวมฺปิ (๑) ภูริปญฺญ
ยา ตาทิสี สีริ ธิตี มตี จ
น ตายเต ภาววสูปนีตํ
โย ยวกํ ภุญฺชสิ อปฺปสูปํ.
- ๑ฉ. ตฺวํ อปิ, ม. ตฺวํ อสี, สี. ตวมฺปิ
ท่านผู้มีปัญญากว้างขวาง ได้ยินว่า
คำที่ท่านอาจารย์เสนกกล่าวเป็นความจริง
เพราะสิริ ความเพียร และปัญญาคุ้มครองท่าน
ผู้ตกอยู่ในอำนาจของความเสื่อมไม่ได้
ท่านจึงต้องบริโภคก้อนข้าวเหนียวที่มีแกงน้อย
(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
สุขํ ทุกฺเขน ปริปาจยนฺโต
กาลากาลํ วิจินํ ฉนฺทฉนฺโน
อตฺถสฺส ทฺวารานิ อปาปุรนฺโต (๑)
เตนาหํ ตุสฺสามิ ยโวทเนน.
- ๑ฉ.ม. อวาปุรนฺโต
เราเมื่อเพิ่มพูนความสุขด้วยความลำบาก
พิจารณาดูกาลอันควรไม่ควร จึงหลบซ่อนตามความพอใจ
แต่ไม่ปิดช่องทางแห่งประโยชน์
ด้วยเหตุนั้น จึงพอใจกินข้าวเหนียว
กาลญฺจ ญตฺวา อภิชีหนาย
มนฺเตหิ อตฺถํ ปริปาจยิตฺวา
วิชมฺภิสํ สีหวิชมฺภิตานิ
ตายิทฺธิยา ทกฺขสิ มํ ปุนาปิ.
อนึ่ง เรารู้เวลาที่จะทำความเพียร
และเพิ่มพูนประโยชน์ด้วยปัญญาทั้งหลาย
เยื้องย่างอย่างการเยื้องกรายแห่งราชสีห์
แม้ต่อไปท่านก็จะเห็นเราด้วยความสำเร็จอันนั้น
(พระราชาเมื่อจะทรงทดลองบัณฑิต จึงตรัสว่า)
สุขีปิ เหเก น กโรนฺติ ปาปํ
อวณฺณสํสคฺคภยา ปุเนเก
ปหู สมาโน วิปุลตฺถจินฺตี
กึการณา เม น กโรสิ ทุกฺขํ.
ก็คนพวกหนึ่งแม้มีความสุขก็ไม่ทำความชั่ว
คนอีกพวกหนึ่งเพราะกลัวการเกี่ยวข้อง
กับการถูกติเตียนจึงไม่ทำความชั่ว
ส่วนท่านเป็นผู้มีความคิดกว้างขวางมาก
เพราะเหตุไร จึงไม่ก่อทุกข์ให้แก่เรา
(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
น ปณฺฑิตา อตฺตสุขสฺส เหตุ
ปาปานิ กมฺมานิ สมาจรนฺติ
ทุกฺเขน ผุฏฺฐา ขลิตาปิ สนฺตา
ฉนฺทา จ โทสา ชหนฺติ ธมฺมํ.
ธรรมดาบัณฑิตไม่ประพฤติกรรมชั่วเพราะเหตุความสุขแห่งตน
แม้ถูกความทุกข์กระทบถูกต้องพลั้งพลาดไป ก็สงบอยู่ได้
ไม่ละทิ้งธรรม เพราะความรักและความชัง
(พระราชาตรัสมายากษัตริย์ว่า)
เยน เกนจิ วณฺเณน มุทุนา ทารุเณน วา
อุทฺธเร ทีนมตฺตานํ ปจฺฉา ธมฺมํ สมาจเร.
บุคคลพึงยกตนที่ต่ำช้าขึ้นด้วยเหตุเล็กน้อยหรือรุนแรง
อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ภายหลังพึงประพฤติธรรม
(พระโพธิสัตว์แสดงอุปมาด้วยต้นไม้ว่า)
ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา
น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก.
บุคคลนั่งก็ตาม นอนก็ตามที่ร่มเงาต้นไม้ใด
ไม่ควรหักรานกิ่งต้นไม้นั้น
เพราะว่าคนประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม
ยสฺสาปิ (๑) ธมฺมํ ปุริโส (๒) วิชญฺญา
เย จสฺส กงฺขํ วินยนฺติ สนฺโต
ตํ หิสฺส ทีปญฺจ ปรายนญฺจ
น เตน เมตฺตึ ชิรเยถ (๓) ปญฺโญ.
- ๑ม.สี. ยสฺส หิ
- ๒สี. มนุโช
- ๓ฉ.ม. ชรเยถ
คนผู้รู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใด
อนึ่ง การที่สัตบุรุษทั้งหลายกำจัดความสงสัยของคนผู้นั้นได้
นั่นแหละนับว่าเป็นที่พึ่ง ที่พำนักของเขา
คนผู้มีปัญญาไม่พึงทำลายไมตรีกับอาจารย์นั้นเลย
(พระโพธิสัตว์อนุศาสน์พระราชาว่า)
อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ
อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ
ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี
โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ.
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้านไม่ดี
บรรพชิตไม่สำรวมไม่ดี
พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไม่ดี
การที่บัณฑิตโกรธไม่ดี
นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ
นิสมฺมการิโน ราช ยโส กิตฺติ จ วฑฺฒตีติ.
ภูริปญฺญชาตกํ จุทฺทสมํ.
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ
กษัตริย์ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงควรทำ
ไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วไม่ควรตัดสิน
ยศและเกียรติย่อมเจริญแด่พระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ
ภูริปัญญชาดกที่ ๑๔ จบ
จบ ๑๔. ภูริปัญหาชาดก