พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทสกนิบาต
๑๒. พิลารโกสิยชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๔๓–๑๔๕๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๒/๑๖ ในทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๒ พิลารโกสิยชาตกํ
๑๒. พิลารโกสิยชาดก
ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่าง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต พิลารโกสิยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อปจนฺตาปิ อิจฺฉนฺติ สนฺโต ลทฺธาน โภชนํ
กิเมว ตฺวํ ปจมาโน ยํ น ทชฺชา น ตํ สมํ ฯ
๑ ม. กาลกตาภิปตฺถเย ฯ ๒ ม. โอสิญฺจํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๓ ม. อพฺพหี ฯ
เอวมุปริปิ ฯ
สัตบุรุษทั้งหลายแม้ไม่หุงกินเอง ได้โภชนะมาแล้ว ย่อมปรารถนาจะให้ท่านหุงโภชนะ ไว้มิใช่หรือ ไม่พึงให้โภชนะนั้น ไม่สมควรแก่ท่าน.
มจฺเฉรา จ ปมาทา จ เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ
ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน เทยฺยํ โหติ วิชานตา ฯ
บุคคลให้ทานไม่ได้ด้วยเหตุ ๒ อย่างคือ ความตระหนี่ ๑ ความประมาท๑ บัณฑิตผู้รู้แจ้ง เมื่อต้องการบุญพึงให้ทานแท้.
ยสฺเสว ภีโต น ททาติ (มจฺฉรี) ตเทวาททโต ภยํ
ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ ยสฺส ภายติ มจฺฉรี
ตเมว พาลํ ผุสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ
คนผู้ตระหนี่กลัวยากจน ย่อมไม่ให้อะไรๆ แก่ผู้ใดเลย ความกลัวจนนั่นแลจะเป็นภัยแก่คนผู้ไม่ให้ คนตระหนี่ย่อมกลัวความอยากข้าวอยากน้ำ ความกลัวนั้นแหละ จะกลับมาถูกต้องคนพาลทั้งในโลกนี้และโลกหน้า.
ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู
ปุญฺญํ ๑ หิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหติ ปาณินํ ฯ
เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน กำจัดตระหนี่เสียแล้ว พึงให้ทานเถิด เพราะบุญย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า.
ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ
อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺนโย ฯ
ทานผู้ให้ได้ยาก เพราะต้องครอบงำความตระหนี่ก่อน แล้วจึงให้ได้อสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำทานตามที่สัตบุรุษทำแล้ว ธรรมของสัตบุรุษอันคนอื่นรู้ได้ยาก.
ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ ๒ นานา โหติ อิโต คติ
อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนา ฯ
เพราะเหตุนั้น คติจากโลกนี้ของสัตบุรุษ กับอสัตบุรุษจึงต่างกัน
อสัตบุรุษย่อมไปนรก สัตบุรุษย่อมไปสวรรค์.
อปฺปมฺเปเก ๓ ปเวจฺฉนฺติ พหุนาเก ๔ น ทิจฺฉเร
อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา สหสฺเสน สมํ มิตา ฯ
บัณฑิตพวกหนึ่ง ย่อมให้ไทยธรรมแม้มีส่วนเล็กน้อยได้ สัตว์พวกหนึ่งแม้มีไทยธรรมมาก ก็ให้ไม่ได้ ทักขิณาทานที่บุคคลให้จากของเล็กน้อยก็นับว่าเสมอด้วยการให้จำนวนพัน.
ธมฺมญฺจเร โยปิ สมุจฺฉกํ จเร
ทารญฺจ โปสํ ททมปฺปกสฺมึ
สตสหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ
กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ
แม้ผู้ใดเที่ยวไปขออาหารมา ผู้นั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม อนึ่ง บุคคลผู้เลี้ยงบุตรและภรรยาของตน เมื่อไทยธรรมมีน้อยก็เฉลี่ย ให้แก่สมณะและพราหมณ์ บุคคลนั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชาแก่คนผู้ควรบูชาจำนวนพัน ยัญของคนเช่นนั้น ย่อมไม่ถึงแม้เสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบให้อยู่.
เกเนส ยญฺโญ วิปุโล มหคฺฆโต
สเมน ทินฺนสฺส อนคฺฆเมติ
กถํ [๔] สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ
กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ
๑ ม. ปุญฺญานิ ฯ ๒ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. อุปสเมเก ฯ ๔ ม. พหุเนเก ฯ
๕ ม. สตํ ฯ
เพราะเหตุไร ยัญนี้ก็ไพบูลย์ มีค่ามาก จึงไม่เท่าค่าแห่งผลทานของบุคคลที่ให้โดยชอบธรรมเล่า ไฉนยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชา แก่แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่เท่าแม้ส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรม ให้เกิดโดยชอบให้อยู่?
ททนฺติ เหเก วิสเม นิวิฏฺฐา
ฆตฺวา ๑ วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา
สา ทกฺขิณา อสฺสุมุขา สทณฺฑา
สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ
เอวํ [๒] สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ
กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เตติ ฯ
พิลารโกสิยชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ
เพราะว่า คนบางพวกตั้งอยู่ในกายกรรมเป็นต้น อันไม่เสมอกันทำสัตว์ให้ลำบากบ้าง ฆ่าให้ตายบ้าง ทำให้เศร้าโศกบ้าง แล้วจึงให้ทานทักขิณาทานนั้น มีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา พร้อมทั้งอาชญา จึงไม่เท่าถึงส่วนเสี้ยวแห่งผลทานที่บุคคลให้แล้วโดยชอบธรรม เพราะอย่างนี้ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชายัญ แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่เท่าถึงส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบให้อยู่.
จบ พิลารโกสิยชาดกที่ ๑๒.
จบ ๑๒. พิลารโกสิยชาดก