พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๑
๗. ภัลลิยเถรคาถา เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๑ ในวรรคที่ ๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ ภัลลิยเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๒๐–๓๒๑
๖. สีตวนิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความสันโดษ
{๑๔๓}นัยว่า ท่านพระสีตวนิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
[๖] ภิกษุใดมาสู่ป่าสีตวันแล้ว ภิกษุนั้นเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว สันโดษ มีจิตตั้งมั่น ชนะกิเลส ปราศจากขนลุกขนพอง มีปัญญารักษากายคตาสติอยู่
๗. ภัลลิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้ชนะ
{๑๔๔}นัยว่า ท่านพระภัลลิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
[๗] ผู้ใดกำจัดเสนาแห่งมัจจุราชได้ เหมือนห้วงนํ้าใหญ่ กำจัดสะพานไม้อ้อที่ชำรุดทรุดโทรมฉะนั้น ผู้นั้นจัดว่า เป็นผู้ชนะมาร ปราศจากความหวาดกลัว มีตนอันฝึกแล้ว มีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสได้แล้ว
- ๑ป่าสีตวัน เป็นป่าช้าที่น่ากลัวขนาดใหญ่ดั้งอยูใกล้พระนครราชคฤห์ (ขุ.เถร.อ. ๑/๖๙)
- ๒กายคตาสติ สติอันไปในกาย สติที่พิจารณากายเป็นอารมณ์ หมายถึงสติอันกำหนดพิจารณากาย โดยแยกส่วนต่าง ๆ มีผมเป็นต้น ให้เห็นเป็นของไม่สะอาดเป็นต้นเป็นอารมณ์ (นัย องฺ.เอกก.อ. ๔๑๙, ขุ.อุ.อ. ๒๐๐, ขุ.เถร.อ. ๑/๖๙)
- ๓เสนาแห่งมัจจุราช หมายถึงชราและโรคเป็นต้น ซึ่งจัดเป็นเสนาคือเหตุใกล้ของมัจจุราชคือความตาย อีกนัยหนึ่ง มัจจุราช หมายถึงเทวปุตตมารผู้คอยขัดขวางมิให้สรรพสัตว์กระทำความดี กิเลส ทั้งหลายมีกามเป็นต้นชื่อว่าเสนา (ขุ.เถร.อ. ๑/๗๒)
๘. วีรเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการชนะกิเลส
{๑๔๕}นัยว่า ท่านพระวีรเถระได้ภาษิตคาถานี้ในเวลาที่อดีตภรรยาไปเล้าโลม เพี่อให้สึกว่า
[๘] เมื่อก่อน ผู้ใดเป็นผู้ฝึกได้ยาก แต่เดี๋ยวนี้ผู้นั้นถูกพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงฝึกแล้วด้วยวิธีฝึกคืออริยมรรค ที่ยอดเยี่ยม เป็นผู้สันโดษ ข้ามความสงสัยได้แล้ว เป็นผู้ชนะกิเลส ปราศจากความหวาดกลัว มีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสได้แล้ว
๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการฟังธรรม
{๑๔๖}นัยว่า ท่านพระปิลินทวัจฉเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
[๙] การที่เรามาสู่สำนักของพระศาสดานี้เป็นการมาดีแล้ว ไม่ไร้ประโยชน์ การที่เราคิดไว้ว่าจักฟังธรรมในสำนัก ของ พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วบวชนี้มิใช่ความคิดที่เลว เพราะเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำแนกธรรมทั้งหลายอยู่ เรา ได้บรรลุโลกุตตรธรรมอันประเสริฐแล้ว
จบ ๗. ภัลลิยเถรคาถา