arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เตรสนิบาต

๗. อกิตติชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๐๖–๑๘๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในเตรสนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๗ อกิตฺติชาตกํ

๗. อกิตติชาดก

อกิตติดาบสขอพรท้าวสักกะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต อกิตติชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อกิตฺตึ ทิสฺวาน สมฺมนฺตํ สกฺโก ภูตปตี พฺรวิ

กึ ปตฺถยํ มหาพฺรหฺเม เอโก สมฺมสิ ฆมฺมนิ ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูต ทรงเห็นอกิตติดาบสผู้ยับยั้งอยู่ จึงได้ตรัสถามว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านปรารถนาสมบัติอะไร ถึงยับยั้งอยู่ผู้เดียวในถิ่นอันแห้งแล้ง?

บาลี (สยามรัฐ)

ทุกฺโข ปุนพฺภโว สกฺก สรีรสฺส จ เภทนํ

สมฺโมหมรณํ ทุกฺขํ ตสฺมา สมฺมามิ วาสว ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะ การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ อนึ่ง ความแตกทำลายแห่งร่างกาย และความตายอย่างหลงใหล ก็เป็นทุกข์ เพราะเหตุนั้นอาตมภาพจึงยับยั้งอยู่ ณ ที่นี้.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

เยน ปุตฺเต จ ทาเร จ ธนธญฺญํ ปิยานิ จ

ลทฺธา นรา น ตปฺปนฺติ โส โลโภ น มยี วเส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ ชนทั้งหลายได้บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวเปลือก และสิ่งของอันเป็นที่รักทั้งหลาย แล้วยังไม่อิ่มด้วยความโลภใด ความโลภนั้นอย่าพึงมีในอาตมภาพเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

เขตฺตํ วตฺถุํ หิรญฺญญฺจ ควาสฺสํ ทาสโปริสํ

เยน ชาเตน ชียนฺติ โส โทโส น มยี วเส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ นา ที่ดิน เงิน โค ม้า ทาส กรรมกร ย่อมเสื่อมสิ้นไปด้วยโทสะใด โทสะนั้นอย่าพึงมีในอาตมภาพเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

พาลํ น ปสฺเส น สุเณ น จ พาเลน สํวเส

พาเลนลฺลาปสลฺลาปํ น กเร น จ โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ อาตมภาพไม่พึงเห็น ไม่พึงได้ฟังคนพาล ไม่พึงอยู่ร่วมกับคนพาล ไม่ขอกระทำ และไม่ขอชอบใจการเจรจาปราศรัยกับคนพาล.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ เต อกรํ พาโล วท กสฺสป การณํ

เกน กสฺสป พาลสฺส ทสฺสนํ นาภิกงฺขสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ คนพาลได้กระทำอะไรให้แก่ท่านหรือ ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่โยม เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ปรารถนาเห็นคนพาล?

บาลี (สยามรัฐ)

อนยํ นยติ ทุมฺเมโธ อธุรายํ นิยุญฺชติ

ทุนฺนโย เสยฺยโส โหติ สมฺมา วุตฺโต ปกุปฺปติ

วินยํ โส น ชานาติ สาธุ ตสฺส อทสฺสนํ ฯ

ฉบับหลวง

คนพาลผู้มีปัญญาทราม ย่อมแนะนำสิ่งที่ไม่ควรจะแนะนำ ย่อมชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำชั่วเป็นความดีของเขา คนพาลนั้นถึงจะพูดดีก็โกรธ เขามิได้รู้วินัย การไม่เห็นคนพาลนั้นเป็นความดี.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

ธีรํ ปสฺเส สุเณ ธีรํ ธีเรน สห สํวเส

ธีเรนลฺลาปสลฺลาปํ ตํ กเร ตญฺจ โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ อาตมภาพพึงขอเห็น ขอฟังนักปราชญ์ ขออยู่ร่วมกันกับนักปราชญ์ ขอกระทำ และขอชอบใจการเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ เต อกรํ ธีโร วท กสฺสป การณํ

เกน กสฺสป ธีรสฺส ทสฺสนํ อภิกงฺขสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ นักปราชญ์ได้กระทำอะไรให้แก่ท่านหรือ ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่โยม เพราะเหตุไร ท่านจึงปรารถนาเห็นนักปราชญ์?

บาลี (สยามรัฐ)

นยํ นยติ เมธาวี อธุรายํ น ยุญฺชติ

สุนโย เสยฺยโส โหติ สมฺมา วุตฺโต น กุปฺปติ

วินยํ โส ปชานาติ สาธุ เตน สมาคโม ฯ

ฉบับหลวง

นักปราชญ์ย่อมแนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ ย่อมไม่ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระการแนะนำดีเป็นความดีของนักปราชญ์นั้น นักปราชญ์นั้น ผู้อื่นกล่าวชอบก็ไม่โกรธ ย่อมรู้จักวินัย การสมาคมคบหากันกับนักปราชญ์นั้นเป็นความดี.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

ตโต รตฺยา วิวสเน ๑ สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ

ทิพฺพา ภกฺขา ปาตุภเวยฺยุํ สีลวนฺโต จ ยาจกา

ททโต เม น ขีเยถ ทตฺวา นานุตเปยฺยหํ

ททํ จิตฺตํ ปสาเทยฺยํ เอตํ สกฺก วรํ วเร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ เมื่อราตรีสว่างแจ้ง พระอาทิตย์อุทัยขึ้นแล้ว ขออาหารอันเป็นทิพย์ และยาจกผู้มีศีล พึงปรากฏขึ้น เมื่ออาตมภาพให้ทานอยู่ขอให้ศรัทธาของอาตมภาพไม่พึงเสื่อมสิ้นไป ครั้นให้ทานแล้วขอให้อาตมภาพไม่พึงเดือดร้อนในภายหลัง เมื่อกำลังให้อยู่ ก็ขอให้อาตมภาพพึงยังจิตให้เลื่อมใส ดูกรท้าวสักกะ ขอมหาบพิตรทรงประทานพรนี้แก่อาตมภาพเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

น มํ ปุน อุเปยฺยาสิ เอตํ สกฺก วรํ วเร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ มหาบพิตรอย่าพึงเข้ามาใกล้อาตมภาพอีกเลย ดูกรท้าวสักกะ ขอมหาบพิตรทรงประทานพรนี้แก่อาตมภาพเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

พหูหิ วตฺตจริยาหิ นรา จ อถ นาริโย

ทสฺสนํ อภิกงฺขนฺติ กินฺนุ เม ทสฺสเน ภยํ ฯ

ฉบับหลวง

นรชาติหญิงชายทั้งหลาย ย่อมปรารถนาจะเห็นโยมด้วยวัตรจริยาเป็นอันมาก เพราะเหตุไรหนอ การเห็นโยมจึงเป็นภัยแก่ท่าน?

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ ตาทิสํ เทววณฺณํ ๒ สพฺพกามสมิทฺธินํ

ทิสฺวา ตโป ปมชฺเชยฺยํ ๓ เอตํ เต ทสฺสเน ภยนฺติ ฯ

อกิตฺติชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

อาตมภาพเห็นเพศเทวดาเช่นพระองค์ ผู้สำเร็จด้วยสิ่งที่ต้องประสงค์ทุกอย่างแล้ว ก็จะพึงประมาท ทำความเพียรปรารถนาตำแหน่งท้าวสักกะการเห็นมหาบพิตรจึงเป็นภัยแก่อาตมภาพ.

จบ อกิตติชาดกที่ ๗.

จบ ๗. อกิตติชาดก