พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ติกนิบาต · อุทปานทูสกวรรค
๔. โลลชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๒๑–๔๒๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในอุทปานทูสกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒๗๔. โลลชาตก (๔)
๔. โลลชาดก (๒๗๔)
ว่าด้วยโทษของความโลเล
(นกพิราบโพธิสัตว์เห็นกานั้นทอดถอนใจอยู่ เมื่อจะล้อเล่น จึงกล่าวว่า)
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค โลลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๗ หน้า ๘๔–๘๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๗ หน้า ๑๓๖–๑๓๖
กายํ พลากา สิขินี โจรี ลงฺฆิปิตามหา
โอรํ พลาเก อาคจฺฉ จณฺโฑ เม วายโส สขา.
นกยางอะไรนี่มีหงอน เป็นโจร มีเมฆเป็นปู่
แม่นกยาง เจ้าจงลงมาข้างล่างนี้เถิด
กาสหายของเราเป็นสัตว์ดุร้าย
(กาได้ฟังดังนั้น จึงตอบว่า)
- ๑มีก้อนเมฆเป็นปู่ ในที่นี้หมายถึงนกยางทั้งหลายจะตั้งครรภ์ (มีไข่) ได้ ต้องได้ยินเสียงเมฆครางกระหึ่ม เสียก่อน จึงตั้งครรภ์ได้ (ดู อธิบาย วิ.อ. ๑/๒๒๒-๒๒๓) นี้เป็นธรรมดาของนกยาง (ขุ.ชา.อ. ๔/๗๐/๙๘)
นาหํ พลากา สิขินี อหํ โลโลสฺมิ วายโส
อกตฺวา วจนํ ตุยฺหํ ปสฺส ลูโนสฺมิ อาคโต.
เรามิใช่นกยางมีหงอนหรอก
เราเป็นกาโลเล ไม่เชื่อฟังคำของท่าน
ท่า่นจงมาดูเถิด เรากลายเป็นกามีขนเกรียมไปแล้ว
(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ปุนปาปชฺชสี สมฺม สีลํ หิ ตว ตาทิสํ
น หิ มานุสกา โภคา สุภุญฺชา โหนฺติ ปกฺขินาติ.
โลลชาตกํ จตุตฺถํ.
เพื่อนเอ๋ย เจ้าจักประสบความชั่วร้ายเช่นนี้อีก
เพราะปกติของเจ้าเป็นเช่นนั้น
อาหารของมนุษย์เป็นของที่นกไม่ควรกิน
โลลชาดกที่ ๔ จบ
จบ ๔. โลลชาดก