พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทวาทสนิบาต
๘. เมณฑกปัญหาชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๘๖–๑๖๙๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในทวาทสนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๘ เมณฺฑกปญฺหาชาตกํ
๘. เมณฑกปัญหาชาดก
ว่าด้วยเมณฑกปัญหา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทวาทสนิบาต เมณฑกปัญหาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
เยสํ น กทาจิ ภูตปุพฺพํ
สขิ ๑ สตฺตปทมฺปิ อิมสฺมึ โลเก
ชาตา อมิตฺตา เทฺว สหายา
ปฏิสนฺถาย จรนฺติ กิสฺส เหตุ ฯ
ความที่สัตว์เหล่าใดในโลกนี้ เป็นสหายกันแม้จะไปด้วยกันเพียง ๗ ก้าวมิได้เคยมีมาในกาลไหนๆ เลย สัตว์ทั้ง ๒ นั้นซึ่งเป็นศัตรูกันกลับเป็นสหายกัน ย่อมประพฤติเพื่อความคุ้นเคยกันเพราะเหตุอะไร?
ยทิ เม อชฺช ปาตราสกาเล
ปญฺหํ น สกฺกุณาถ ๒ วตฺตุเมตํ
รฏฺฐา ปพฺพาชยิสฺสามิ โว สพฺเพ
น หิ มมตฺโถ ทุปฺปญฺญชาติเกหิ ฯ
ในเวลาอาหารเช้าวันนี้ ถ้าท่านทั้งหลายไม่สามารถจะแก้ปัญหานี้ของเราได้ เราจักขับไล่ท่านทุกคนให้ออกไปจากแว่นแคว้นของเรา เพราะเราไม่ต้องการคนโง่เขลา.
มหาชนสมาคมมฺหิ โฆเร
ชนโกลาหลสงฺคมมฺหิ ชาเต
วิกฺขิตฺตมนา อเนกจิตฺตา
ปญฺหํ น สกฺกุโณม วตฺตุเมตํ ฯ
เมื่อสมาคมแห่งมหาชนอึกทึก เมื่อชุมนุมชนเกิดโกลาหลอยู่ ข้าพระองค์ทั้งหลายมีใจฟุ้งซ่าน จิตไม่แน่วแน่ ก็ไม่สามารถจะพยากรณ์ปัญหานั้นได้.
เอกคฺคจิตฺตาว เอกเมกา
รหสิ คตา อตฺถานิ จินฺตยิตฺวา ๓
ปวิเวเก สมฺมสิตฺวาน ธีรา
อถ วกฺขนฺติ ชนินฺท เอตมตฺถํ ฯ
ข้าแต่พระจอมประชาชน นักปราชญ์ทั้งหลายมีจิตมีอารมณ์อันเดียวเทียวคนหนึ่งๆ อยู่ในที่ลับ คิดเนื้อความทั้งหลาย พิจารณาอยู่ในสถานที่เงียบสงัด ภายหลังจึงจักกราบทูลแก้เนื้อความข้อนั้น พระเจ้าข้า.
อุคฺคปุตฺตราชปุตฺติยานํ
อุรพฺภมํสํ ปิยํ มนาปํ
น เต สุนขสฺส อเทนฺติ มํสํ
อถ เมณฺฑสฺส สุเณน สขฺยมสฺส ฯ
๑ ม. สขฺยํ ฯ สี. ยุ. สกฺขึ ฯ ๒ ม. สกฺกุเณยฺยาถ ฯ ๓ ม. อตฺถํ นิจินฺตยิตฺวา ฯ
เนื้อแพะ เป็นที่รักเป็นที่พอใจแห่งบุตรอำมาตย์และราชโอรสทั้งหลายชนเหล่านั้นย่อมไม่บริโภคเนื้อสุนัข ครั้งนี้ มิตรธรรมแห่งแพะกับสุนัขมีต่อกัน.
จมฺมํ วิหนนฺติ เอฬกสฺส
อสฺสปิฏฺฐตฺถรณํ สุขสฺส ๑ เหตุ
น จ เต สุนขสฺส อตฺถรนฺติ
อถ เมณฺฑสฺส สุเณน สขฺยมสฺส ฯ
ชนทั้งหลายย่อมใช้หนังแพะเป็นเครื่องลาดบนหลังม้า เพราะเหตุแห่งความสุข แต่ไม่ใช้หนังสุนัขเป็นเครื่องลาดบนหลังม้า ครั้งนี้ มิตรธรรมแห่งแพะกับสุนัขมีต่อกัน.
อาเวลฺลิตสิงฺคิโก หิ เมณฺโฑ
น จ สุนขสฺส วิสาณกานิ อตฺถิ
ติณภกฺโข มํสโภชโน จ
อถ เมณฺฑสฺส สุเณน สขฺยมสฺส ฯ
แพะมีเขาอันโค้งจริง แต่สุนัขไม่มีเขาเลย แพะกินหญ้า สุนัขกินเนื้อครั้งนี้ มิตรธรรมแห่งแพะกับสุนัขมีต่อกัน.
ติณมาสิ ปลาสมาสิ เมณฺโฑ
น จ สุโณ ติณมาสิ โน ปลาสํ
คเณฺหยฺย สุนโข สสํ พิฬารํ
อถ เมณฺฑสฺส สุเณน สขฺยมสฺส ฯ
แพะกินหญ้า กินใบไม้ ส่วนสุนัขไม่กินหญ้า ไม่กินใบไม้ สุนัขจับกระต่าย หรือแมวกิน ครั้งนี้ มิตรธรรมแห่งแพะกับสุนัขมีต่อกัน.
อฏฺฐฑฺฒปาโท จตุปฺปทสฺส
เมณฺโฑ อฏฺฐนโข อทิสฺสมาโน
ฉาทิยํ อาหรติ อยํ อิมสฺส
มํสํ อาหรติ อยํ อมุสฺส ฯ
แพะมี ๔ เท้า ๘ กีบ มีกายไม่ปรากฏ สุนัขนี้นำหญ้ามาเพื่อแพะนี้แพะนี้ก็นำเนื้อมาเพื่อสุนัขโน้น.
ปาสาทวรคโต วิเทหเสฏฺโฐ
วีติหารํ อญฺโญญฺญโภชนานํ ๒
อทฺทส ๓ กิร สกฺขิตํ ชนินฺโท
พุภุกฺกสฺส ปุณฺณมุขสฺส เจตํ ฯ
๑ ม. อสฺสปิฏฺฐตฺถรสฺสุขสฺส ฯ ๒ ม. อญฺญมญฺญโภชนํ ฯ ๓ ม. อทกฺขิ ฯ
นัยว่า พระผู้เป็นจอมประชานิกรผู้ประเสริฐกว่าชาววิเทหรัฐ ประทับอยู่บนปราสาทอันประเสริฐ ได้ทอดพระเนตรเห็นการนำอาหารมาแลกกันกินโดยประจักษ์ และได้ทอดพระเนตรเห็นมิตรธรรมแห่งสุนัขกับแพะด้วยพระองค์เอง.
ลาภา วต เม อนปฺปรูปา
ยสฺส เม อีทิสา ๑ ปณฺฑิตา กุลมฺหิ
ปญฺหสฺส คมฺภีรคตํ นิปุณมตฺถํ
ปฏิวิชฺฌนฺติ สุภาสิเตน ธีรา ฯ
เป็นลาภของเราไม่ใช่น้อยเลย ที่มีบัณฑิตเช่นนี้อยู่ในราชสกุล เพราะว่านักปราชญ์ทั้งหลายย่อมแทงตลอด ซึ่งเนื้อความแห่งปัญหาอันลึกซึ้งละเอียด ด้วยคำสุภาษิต.
อสฺสตรีรถญฺจ เอกเมกํ
ผีตํ คามวรญฺจ เอกเมกํ
สพฺเพสํ โว ทมฺมิ ปณฺฑิตานํ
ปรมปฺปตีตมโน สุภาสิเตนาติ ฯ
เมณฺฑกปญฺหาชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
เรามีความพอใจเป็นอย่างยิ่งด้วยคำสุภาษิต จะให้รถเทียมด้วยม้าอัสดรคนละหนึ่งคัน และบ้านส่วยอันเจริญคนละหนึ่งบ้าน แก่ท่านทั้งหลายผู้เป็นบัณฑิตทุกคน.
จบ เมณฑกปัญหาชาดกที่ ๘.
จบ ๘. เมณฑกปัญหาชาดก