พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทวาทสนิบาต
๒. ภัททสาลชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๑๓–๑๖๒๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในทวาทสนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒ ภทฺทสาลชาตกํ
๒. ภัททสาลชาดก
ว่าด้วยการบำเพ็ญประโยชน์แก่ญาติ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทวาทสนิบาต ภัททสาลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
กา ตฺวํ สุทฺเธหิ วตฺเถหิ อเฆ เวหายสณฺฐิตา ๑
เกน ตฺยสฺสูนิ วตฺตนฺติ กุโต ตํ ภยมาคตํ ฯ
ท่านเป็นใคร มีผ้าอันสะอาดหมดจด มายืนอยู่บนอากาศ เพราะเหตุไรน้ำตาของท่านจึงไหล ภัยมาถึงท่านแต่ที่ไหน?
ตเวว เทว วิชิเต ภทฺทสาโลติ มํ วิทู
สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐโต ปูชิตสฺส เม ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ เมื่อหม่อมฉันได้รับการบูชาอยู่ ๖๐,๐๐๐ ปี ชนทั้งหลายรู้จักหม่อมฉันว่า ภัททสาละ ในแว่นแคว้นของพระองค์นี้แล.
การยนฺตา นครานิ อคาเร จ ทิสมฺปติ
วิวิเธ จาปิ ปาสาเท น มนฺเต อจฺจมญฺญิสุํ
ยเถว มนฺเต ปูเชสุํ ตเถว ตฺวํปิ ปูชย ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่ในทิศ พระราชาพระองค์ก่อนๆ เมื่อสร้างพระนคร อาคาร และปราสาทต่างๆ พระราชาเหล่านั้นมิได้ดูหมิ่นหม่อมฉันเลย พระราชาเหล่านั้นบูชาหม่อมฉัน ฉันใด แม้พระองค์ก็จงบูชาหม่อมฉัน ฉันนั้นเถิด.
ตญฺจ อหํ ๒ น ปสฺสามิ ถูลํ กาเยน เต ทุมํ
อาโรหปรินาเหน อภิรูโปสิ ชาติยา ฯ
ก็ข้าพเจ้ามิได้เห็นต้นไม้อื่นที่จะใหญ่โตเหมือนท่าน โดยประมาณท่านเป็นไม้งามแต่กำเนิดด้วยย่านและปริมณฑล.
ปาสาทํ การยิสฺสามิ เอกถมฺภํ มโนรมํ
ตตฺถ ตํ อุปเนสฺสามิ จิรนฺเต ยกฺข ชีวิตํ ฯ
ข้าพเจ้าจะให้นายช่างทำปราสาทมีเสาเดียว เป็นที่รื่นรมย์ใจ ข้าพเจ้าจะเชื้อเชิญท่านมาอยู่ที่ปราสาทนั้น ดูกรเทวดา ชีวิตของท่านจักยั่งยืน.
เอวํ จิตฺตํ อุทปาทิ สรีเรน วินาภาโว
ปุถุโส มํ วิกนฺเตตฺวา ขณฺฑโส อวกนฺตถ ฯ
๑ สี. ยุ. เวหาสยํ ฯ ๒ ม. ตํ อิวาหํ ฯ
ถ้าพระองค์ทรงดำริอย่างนี้ ก็จำต้องพลัดพรากจากต้นรังอันเป็นร่างกายของหม่อมฉัน พระองค์จงตัดหม่อมฉันทำเป็นท่อนๆ ให้มากเถิด.
อคฺเค จ เฉตฺวา มชฺเฌ จ ปจฺฉา มูลมฺหิ ฉินฺทถ ๑
เอวํ เม ฉิชฺชมานสฺส น ทุกฺขํ มรณํ สิยา ฯ
พระองค์จงตัดปลายก่อนแล้วจงตัดท่อนกลาง ภายหลังจึงตัดที่โคนเมื่อหม่อมฉันถูกตัดอย่างนี้ ถึงจะตายลงก็ไม่มีทุกข์.
หตฺถปาทํ ยถา ฉินฺเท กณฺณนาสญฺจ ชีวโต
ตโต ปจฺฉา สิโร ฉินฺเท ตํ ทุกฺขํ มรณํ สิยา ฯ
ราชบุรุษตัดมือและเท้า ตัดหูและจมูก ภายหลังจึงตัดศีรษะของโจรผู้เป็นอยู่ ความตายนั้นชื่อว่าตายเป็นทุกข์.
สุขํ นุ ขณฺฑโส ฉินฺทํ ๒ ภทฺทสาล วนปฺปติ
กึ เหตุ กึ อุปาทาย ขณฺฑโส ฉินฺทมิจฺฉสิ ฯ
ดูกรต้นรังผู้เป็นเจ้าแห่งป่า เขาตัดเป็นท่อนๆ เป็นสุขหรือหนอ ท่านมีเหตุอะไร มั่นใจอย่างไร จึงปรารถนาให้ตัดเป็นท่อนๆ ?
ยญฺจ เหตุํ อุปาทาย เหตุธมฺมูปสญฺหิตํ
ขณฺฑโส ฉินฺทมิจฺฉามิ มหาราช สุโณหิ เม ฯ
ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันยึดมั่นเหตุอันใด อันเป็นเหตุประกอบด้วยธรรมปรารถนาให้ตัดเป็นท่อนๆ ขอพระองค์จงทรงสดับเหตุอันนั้น.
ญาติ เม สุขสํวฑฺฒา มม ปสฺเส นิวาตชา
เตปิหํ อุปหึเสยฺยํ ปเรสํ อสุโขจิตํ ฯ
หมู่ญาตของหม่อมฉัน เจริญอยู่ด้วยความสุข เกิดแล้วใกล้ต้นรังข้างหม่อมฉัน หม่อมฉันพึงเข้าไปเบียดเบียนหมู่ญาติเหล่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันชื่อว่าเข้าไปสั่งสมสิ่งที่มิใช่ความสุขให้แก่คนเหล่าอื่นเหตุนั้นหม่อมฉันจึงปรารถนาให้ตัดเป็นท่อนๆ .
เจเตยฺยรูปํ ๓ เจเตสิ ภทฺทสาล วนปฺปติ
หิตกาโมสิ ญาตีนํ อภยํ สมฺม ทมฺมิ เตติ ฯ
ภทฺทสาลชาตกํ ทุติยํ ฯ
ดูกรต้นรังผู้เป็นเจ้าแห่งป่า ท่านย่อมคิดสิ่งที่ควรคิด ท่านเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์แก่หมู่ญาติ ดูกรสหาย ข้าพเจ้าให้อภัยแก่ท่าน.
จบภัททสาลชาดกที่ ๒.
จบ ๒. ภัททสาลชาดก