พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทวาทสนิบาต
๔. กามชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๓๗–๑๖๔๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในทวาทสนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๔ กามชาตกํ
๔. กามชาดก
ว่าด้วยกามและโทษของกาม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทวาทสนิบาต กามชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
กามํ กามยมานสฺส ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ
อทฺธา ปีติมโน โหติ ลทฺธา มจฺโจ ยทิจฺฉติ ฯ
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของบุคคลนั้นย่อมสำเร็จได้สัตว์ปรารถนาสิ่งใดได้สิ่งนั้นแล้ว ย่อมมีใจอิ่มเอิบแท้.
กามํ กามยมานสฺส ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ
ตโต นํ อปรํ กาเม ฆมฺเม ตณฺหํว วินฺทติ ฯ
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของบุคคลนั้นย่อมสำเร็จได้ครั้นสิ่งที่ปรารถนานั้นสำเร็จ บุคคลยังปรารถนาต่อไปอีก ก็ย่อมได้ประสบกามตัณหา เหมือนบุคคลที่ถูกลมแดดแผดเผาในฤดูร้อน ย่อมเกิดความกระหายใคร่จะดื่มน้ำ ฉะนั้น.
ควํว สิงฺคิโน สิงฺคํ วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ
เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต
ภิยฺโย ตณฺหา ปิปาสา จ วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ ฯ
ตัณหาก็ดี ความกระหายก็ดี ของคนพาลมีปัญญาน้อย ไม่รู้อะไร ย่อมเจริญยิ่งขึ้นทุกที เหมือนเขาโคย่อมเจริญขึ้นตามตัว ฉะนั้น.
ปฐพฺยา สาลิยวกํ ควาสฺสํ ๑ ทาสโปริสํ
ทตฺวาปิ ๒ นาลเมกสฺส อิติ วิทฺธา ๓ สมํ จเร ฯ
๑ ม. ควสฺสํ ฯ ๒ ม. ทตฺวา จ ฯ ๓ ม. วิทฺวา ฯ
แม้จะให้ทรัพย์สมบัติ ข้าวสาลี ข้าวเหนียว โค ม้า ข้าทาสหญิงชายทั้งแผ่นดิน ก็ยังไม่พอแก่คนๆ เดียว รู้อย่างนี้แล้วพึงประพฤติธรรมสม่ำเสมอ.
ราชา ปสยฺห ปฐวึ วิชิตฺวา
สสาครนฺตํ มหิมาวสนฺโต
โอรํ สมุทฺทสฺส อติตฺตรูโป
ปารํ สมุทฺทสฺสปิ ปตฺถเยว ๑ ฯ
พระราชาทรงปราบปรามชนะทั่วแผ่นดิน ทรงครอบครองแผ่นดินใหญ่มีมหาสมุทรเป็นขอบเขต ทรงครอบครองมหาสมุทรฝั่งนี้แล้ว มีพระทัยไม่อิ่ม ยังปรารถนาแม้มหาสมุทรฝั่งโน้นต่อไปอีก.
ยาว อนุสฺสรํ กาเม มนสา ติตฺติ นาชฺฌคา
ตโต นิวตฺตา ปฏิกฺกมฺม ทิสฺวา
เต เว ติตฺตา เย ปญฺญาย ติตฺตา ฯ
เมื่อยังระลึกถึงกามอยู่ตราบใด ก็ไม่ได้ความอิ่มด้วยใจตราบนั้น ชนเหล่าใดบริบูรณ์ด้วยปัญญา มีกายและใจหลีกเว้นจากกามทั้งหลาย เห็นโทษด้วยญาณ ชนเหล่านั้นแลชื่อว่าเป็นผู้อิ่ม.
ปญฺญาย ติตฺตีนํ เสฏฺฐํ น โส กาเมหิ ตปฺปติ
ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ ตณฺหา น กุรุเต วสํ ฯ
บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ เพราะผู้อิ่มด้วยปัญญานั้น ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกามทั้งหลาย คนผู้อิ่มด้วยปัญญาตัณหาย่อมกระทำให้อยู่ในอำนาจไม่ได้.
อปจิเนเถว กามานิ ๒ อปฺปิจฺฉสฺส อโลลุโป
สมุทฺทมตฺโต ปุริโส น โส กาเมหิ ตปฺปติ ฯ
ไม่พึงสั่งสมกามทั้งหลาย พึงเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย ไม่มีความละโมภบุรุษผู้มีปัญญาเปรียบด้วยมหาสมุทร ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกามทั้งหลาย.
รถกาโรว จมฺมสฺส ปริกนฺตํ อุปาหนํ
ยํ ยํ ชหติ ๓ กามานํ ตํ ตํ สมฺปชฺชเต สุขํ
สพฺพญฺเจ สุขมิจฺเฉยฺย สพฺเพ กาเม ปริจฺจเช ฯ
ช่างทำรองเท้าหนังเลี้ยงชีพ เมื่อประกอบรองเท้า ส่วนใดควรเว้นก็เว้นเลือบเอาแต่ส่วนที่ดีๆ มาทำรองเท้าขายได้ราคาแล้ว ย่อมมีความสุข เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน พิจารณาด้วยปัญญาแล้ว ละทิ้งส่วนแห่งกามเสียย่อมถึงความสุข ถ้าพึงปรารถนาความสุขทั้งปวง ก็พึงละกามทั้งปวงเสีย.
อฏฺฐ เต ภาสิตา คาถา สพฺพา โหนฺติ สหสฺสิโย
ปฏิคฺคณฺห มหาพฺรเหฺม สาเธตํ ตว ภาสิตํ ฯ
คาถาทั้งหมด ๘ คาถา ที่ท่านกล่าวแล้วขอท่านจงรับเอาทรัพย์ ๘ พันนี้เถิด คำที่ท่านกล่าวนี้ เป็นคำยังประโยชน์ให้สำเร็จ.
น เม อตฺโถ สหสฺเสหิ สเตหิ นหุเตหิ วา
ปจฺฉิมํ ภาสโต คาถํ กาเม เม นิรโต มโน ฯ
ข้าพระบาทไม่ต้องการด้วยทรัพย์ร้อย ทรัพย์พัน หรือทรัพย์หมื่น เมื่อข้าพระบาทกล่าวคาถาสุดท้าย ใจของข้าพระบาทไม่ยินดีในกาม.
ภทฺรโก วตายํ มาณวโก สพฺพโลกวิทู มุนิ
โย [๑] ตณฺหํ ทุกฺขชนนึ ปริชานาติ ปณฺฑิโตติ ฯ
กามชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
๑ ม. ปตฺถเยถ ฯ ๒ ม. กามานํ ฯ ๓ ม. จชติ ฯ
มาณพใดเป็นบัณฑิต กำหนดรู้ตัณหาอันยังความทุกข์ให้เกิดแล้ว นำออกได้ มาณพนี้เป็นคนดี เป็นมุนีผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง.
จบกามชาดกที่ ๔.
จบ ๔. กามชาดก