พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ติงสตินิบาต
๕. สัมภวชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๕๒–๒๓๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในติงสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๕ สมฺภวชาตกํ
๕. สัมภวชาดก
ว่าด้วยคนผู้รุ่งโรจน์ได้เพราะปัญญา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติงสตินิบาต สัมภวชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
รชฺชญฺจ ปฏิปนฺนสฺมา อาธิปจฺจํ สุจีรต
มหนฺตํ ๑ ปตฺตุมิจฺฉามิ วิเชตุํ ปฐวึ อิมํ ฯ
ธมฺเมน โน อธมฺเมน อธมฺโม เม น รุจฺจติ
กิจฺโจว ธมฺโม จริโต รญฺโญ โหติ สุจีรต ฯ
อิธ เจวานินฺทิตา เยน เปจฺจ เยน อนินฺทิตา
ยสํ เทวมนุสฺเสสุ เยน ปปฺโปมุ พฺราหฺมณ ฯ
โยหํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ กตฺตุมิจฺฉามิ พฺราหฺมณ
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ดูกรท่านอาจารย์สุจีรตะ เราทั้งหลายได้ราชสมบัติ และความเป็นใหญ่แล้ว ยังปรารถนาจะได้บุตรคนใหญ่ เพื่อครองแผ่นดินนี้ โดยธรรมไม่ใช่โดยอธรรม อธรรมเราไม่พอใจ การประพฤติธรรมเป็นกิจของพระราชาแท้. เราทั้งหลายจะไม่ถูกนินทาในโลกนี้ และในโลกหน้าด้วยเหตุใดและจะได้รับเกียรติยศ ในเทวดาและมนุษย์ด้วยเหตุใด. ขอท่านจงบอกเหตุนั้นๆ แก่เรา ดูกรท่านพราหมณ์ เราปรารถนาจะปฏิบัติตามอรรถและธรรม เราถามท่านแล้วขอจงบอกอรรถ และธรรมนั้นด้วยเถิด?
นาญฺญตฺร วิธุรา ราช ตทกฺขาตุมรหติ
ยํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ กตฺตุมิจฺฉสิ ขตฺติย ฯ
ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงปรารถนาจะทรงปฏิบัติตามอรรถและธรรมใดนอกจากวิธูรพราหมณ์แล้ว ไม่มีใครสมควรที่จะชี้แจงซึ่งอรรถและธรรมนั้นได้.
เอหิ โข ปหิโต คจฺฉ วิธุรสฺส อุปนฺติกํ
นิกฺขญฺจิมํ ๒ สุวณฺณสฺส หรํ คจฺฉ สุจีรต
อภิหารํ อิมํ ทชฺช ๓ อตฺถธมฺมานุสิฏฺฐิยา ฯ
ดูกรท่านอาจารย์สุจีรตะ มาเถิดท่าน เราจะส่งท่านไปยังสำนักของวิธูรพราหมณ์ ท่านจงนำเอาทองคำแท่งนี้ไปมอบให้ เพื่อรับคำอธิบายอรรถและธรรม.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช วิธุรสฺส อุปนฺติกํ
ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา อสมานํ สเก ฆเร ฯ
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึงสำนักของวิธูรพราหมณ์แล้วเห็นท่านกำลังบริโภคอาหารอยู่ในเรือนของตน.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ วิธุรกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
พระเจ้าโกรัพยราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราให้เป็นทูตมา พระเจ้ายุธิฏฐิละได้ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ท่านอาจารย์วิธูรข้าพเจ้าถามท่านแล้ว ขอได้กรุณาบอกอรรถและธรรมนั้นด้วย.
คงฺคํ เม ปิทหิสฺสนฺติ น ตํ สกฺโกมิ พฺราหฺมณ
อปิเธตุํ มหาสินฺธธ ตํ กถํ โส ภวิสฺสติ
น เต สกฺโกมิ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ
ภทฺรกาโร จ เม ปุตฺโต โอรโส มม อตฺรโช
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ คนฺตฺวา ปุจฺฉสฺสุ พฺราหฺมณ ฯ
๑ ม. มหตฺตํ ฯ ๒ สี. นิกฺขํ รตฺต... ฯ ยุ. นิกฺขมิมํ ฯ ๓ ม. ทชฺชา ฯ
ดูกรพราหมณ์ เราคิดว่า จักกั้นแม่น้ำคงคา แต่ไม่อาจจะกั้นแม่น้ำใหญ่นั้นได้ เพราะเหตุนั้น โอกาสนั้นจักมีได้อย่างไร? เมื่อท่านถามถึงอรรถและธรรม เราจึงไม่อาจจะบอกได้. แต่ภัทรการะผู้เป็นบุตรเกิดแต่อกของเรามีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถและธรรมกะเธอดูเถิด พราหมณ์.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช ภทฺรการสฺส สนฺติกํ ๑
ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา นิสินฺนํ สมฺหิ เวสฺมนิ ฯ
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึงสำนักของภัทรการะ เห็นท่านกำลังนั่งอยู่ในเรือนของตน.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ ภทฺรการ ปพฺรูหิ ๒ เม ฯ
พระเจ้าโกรัพยาราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราเป็นทูตมาพระเจ้ายุธิฏฐิละได้ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ดูกรภัทรการมาณพขอได้กรุณาบอกอรรถและธรรมนั้นแก่เราด้วย.
มํสกาชํ ๓ อวหาย โคธํ อนุปตามหํ
น เต สกฺโกมิ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ
สญฺชโย ๔ นาม เม ภาตา กนิฏฺโฐ เม สุจีรต
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ คนฺตฺวา ปุจฺฉสฺสุ พฺราหฺมณ ฯ
ข้าพเจ้าเป็นเหมือนคนทิ้งหาบเนื้อแล้ววิ่งตามเหี้ยไป ถึงจะถูกถามอรรถและธรรมก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้ ข้าแต่ท่านพราหมณ์สุจีรตะ น้องชายของข้าพเจ้าชื่อว่าสญชัยมีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถและธรรมกะเธอดูเถิด.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช สญฺชยสฺส อุปนฺติกํ
ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา นิสินฺนํ สมฺหิ ปริสติ ๕ ฯ
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึงยังสำนักของสญชัยกุมารได้เห็นสญชัยกุมารกำลังนั่งอยู่ในบริษัทของตน.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ สญฺชยกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
พระเจ้าโกรัพยราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราเป็นทูตมา พระเจ้ายุธิฏฐิละได้ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ดูกรสญชัยกุมารขอได้กรุณาบอกอรรถและธรรมนั้นแก่เราด้วย.
สทา มํ คิลเต มจฺจุ สายํ ปาโต สุจีรต
น เต สกฺโกมิ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ
สมฺภโว นาม เม ภาตา กนิฏฺโฐ เม สุจีรต
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ คนฺตฺวา ปุจฺฉสฺสุ พฺราหฺมณ ฯ
๑ ม. ภทฺรการสฺสุปนฺติกํ ฯ ๒ สี. ยุ. พฺรวีหิ ฯ ๓ ยุ. มํสกาจํ ฯ ๔ ม.
สญฺจโย ฯ ๕ ม. เวสฺมนิ
ข้าแต่ท่านสุจีรตพราหมณ์ มัจจุราชย่อมกลืนกินข้าพเจ้าทั้งเช้าและเย็นถึงข้าพเจ้าถูกถาม ก็ไม่อาจจะบอกอรรถและธรรมแก่ท่านได้. แต่ว่าน้องชายของข้าพเจ้าชื่อว่าสัมภวะมีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถและธรรมกะเธอดูเถิด.
อพฺภูโต วต โภ ธมฺโม นายํ อสฺมาก รุจฺจติ
ตโย ชนา ปิตาปุตฺตา เต ๑ สุ ปญฺญาย โน วิทู ฯ
น ตํ สกฺโกถ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิตา
กถํ นุ ทหโร ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ
ดูกรท่านผู้เจริญ ธรรมนี้น่าอัศจรรย์จริงหนอย่อมไม่พอใจเรา ชนทั้ง ๓ คือบิดาและบุตร ๒ คน ไม่มีปัญญารู้แจ้งธรรมนี้เลย. ถูกถามแล้ว ก็ไม่อาจจะบอกอรรถและธรรมได้ เด็กถูกถามอรรถและธรรมแล้ว จะรู้ได้อย่างไรหนอ?
มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ ๒ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ
ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ
ยถาปิ จนฺโท วิมโล คจฺฉํ อากาสธาตุยา
สพฺเพ ตารคเณ โลเก อาภาย อติโรจติ ฯ
เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว
มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ
ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ
ยถาปิ รมฺมโก มาโส คิมฺหานํ โหติ พฺราหฺมณ
อเตวญฺเญหิ มาเสหิ ทุมปุปฺเผหิ โสภติ ฯ
เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว
มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ
ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ
ยถาปิ หิมวา พฺรเหฺม ปพฺพโต คนฺธมาทโน
นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺโน มหาภูตคณาลโย
โอสเธหิ จ ทิพฺเพหิ ทิสา ภาติ ปวาติ จ ฯ
เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว
มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ
ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ
ยถาปิ ปาวโก พฺรเหฺม อจฺจิมาลี ยสสฺสิมา
ชลมาโน วเน คจฺเฉ ๑ อนโล กณฺหวตฺตนี ฯ
ฆตาสโน ธูมเกตุ อุตฺตมาเหวนนฺทโห
นิสฺสิเว ๒ ปพฺพตคฺคสฺมึ พหุเตโช วิโรจติ ฯ
เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว
มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ
ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ
ชเวน ภทฺรํ ชานนฺติ พลิพทฺธญฺจ ๓ วาหิเย
โทเหน เธนน ชานนฺติ ภาสมานญฺจ ปณฺฑิตํ ฯ
เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว
มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ
ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ
๑ ม. เตสุ ฯ ๒ ม. อุญฺญาสิ เอวมุปริปิ ฯ
ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเธอเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้. พระจันทร์ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศย่อมสว่างไสวล่วงหมู่ดาวทั้งปวง ในโลกนี้ด้วยรัศมี ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้วจะพึงรู้อรรถและธรรมได้. ดูกรท่านพราหมณ์ เดือนห้าในคิมหันตฤดูย่อมสวยงามยิ่งกว่าเดือนอื่นๆ ด้วยต้นไม้และดอกไม้ ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา
ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้ ดูกรท่านพราหมณ์ หิมวันตบรรพตชื่อว่าคันธมาทน์ ดารดาษไปด้วยไม้ต่างๆ พรรณ เป็นที่อยู่อาศัยแห่งทวยเทพ ย่อมสง่างามและหอมตลบไปทั่วทิศด้วยทิพยโอสถ ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา
ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็กท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้. ไฟป่ามีเปลวรุ่งเรืองไหม้ลามไปในป่า ไม่อิ่มมีแนวทางดำคุเรื่อยไปมีเปรียงเป็นอาหาร มีควันเป็นธง ไหม้แนวไพรสูงๆ เวลากลางคืนสว่างลุกโชนอยู่บนยอดภูเขาฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้. ม้าดีจะรู้ได้เพราะฝีเท้า โคพลิพัทธ์จะรู้ได้เพราะเข็นภาระไป แม่โคนมจะรู้ได้เพราะน้ำนมดี และบัณฑิตจะรู้ได้เมื่อเจรจาฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเธอยังเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้วจะพึงรู้อรรถและธรรมได้.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช สมฺภวสฺส อุปนฺติกํ
ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา กีฬมานํ พหีปุเร ฯ
มหาพราหมณ์ภวรทวาชโคตรนั้น ได้ไปยังสำนักของสัมภวกุมาร เห็นเธอกำลังเล่นอยู่นอกบ้าน จึงกล่าวว่า.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล
ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ สมฺภวกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
๑ ยุ. จรํ กจฺเฉ ฯ ๒ ม. นิสีเถ ฯ ๓ ม. พลิพทฺทญฺจ ฯ
พระเจ้าโกรัพยราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราเป็นทูตมา พระเจ้ายุธิฏฐิละได้ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ดูกรสัมภวกุมารท่านถูกถามแล้ว ขอจงบอกอรรถและธรรมนั้นเถิด.
ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ ยถาปิ กุสโล ตถา
ราชา จ โข ตํ ชานาติ ยทิ กาหติ วา น วา ฯ
เชิญฟัง ข้าพเจ้าจักแก้ปัญหาแก่ท่านอย่างนักปราชญ์ พระราชาย่อมทรงทราบอรรถและธรรมนั้นได้ แต่จักทรงทำตามหรือไม่ ไม่ทราบ?
อชฺช สุเวติ สํเสยฺย รญฺญา ปุฏฺโฐ สุจีรต
มา กตฺวา อวสี ราชา อตฺเถ ชาเต ยุธิฏฺฐิโล
อชฺฌตฺตญฺเญว สํเสยฺย รญฺญา ปุฏฺโฐ สุจีรต
กุมฺมคฺคํ น นิเวเสยฺย ยถา มุโฬฺห อเจตโส ฯ
อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย อธมฺมํ น สมาจเร
อติตฺเถ นปฺปตาเรยฺย อนตฺเถ น ยุโต สิยา ฯ
โย จ เอตานิ ฐานานิ กตฺตุํ ชานาติ ขตฺติโย
สทา โส วฑฺฒเต ราชา สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมา ฯ
ญาตีนญฺจ ปิโย โหติ มิตฺเตสุ จ วิโรจติ
กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ สคฺคํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ
สมฺภวชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ข้าแต่ท่านสุจีรตพราหมณ์ บุคคลผู้ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว พึงทูลกิจที่ควรทำในวันนี้ให้ทำในวันพรุ่งนี้ พระเจ้ายุธิฏฐิละอย่าได้ทรงทำตาม ในเมื่อประโยชน์เกิดขึ้น ข้าแต่ท่านสุจีรตะ เมื่อบุคคลถูกพระราชาตรัสถามพึงกราบทูลธรรมภายในเท่านั้น ไม่พึงให้เสด็จไปยังหนทางผิด ดุจคนโง่ไม่มีความคิดฉะนั้น. กษัตริย์ไม่พึงทรงลืมพระองค์ ไม่พึงทรงประพฤติธรรม ไม่พึงทรงข้ามไปในที่มิใช่ท่า ไม่พึงทรงขวนขวายในสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์. กษัตริย์พระองค์ใด ทรงทราบว่าควรจะทำฐานะเหล่านี้กษัตริย์พระองค์นั้นย่อมทรงพระเจริญทุกเมื่อ ดังพระจันทร์ในสุกรปักษ์ฉะนั้น. ย่อมเป็นที่รักใคร่ของพระประยูรญาติทั้งหลายด้วย ย่อมทรงรุ่งโรจน์ในหมู่มิตรด้วย ท้าวเธอมีพระปรีชา เมื่อสวรรคตแล้ว ย่อมเข้า
ถึงโลกสวรรค์.
จบ สัมภวชาดกที่ ๕.
จบ ๕. สัมภวชาดก