พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ติงสตินิบาต
๙. สัมพุลาชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๐๖–๒๔๑๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในติงสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๙ สมฺพุลาชาตกํ
๙. สัมพุลาชาดก
ว่าด้วยความซื่อสัตย์ของนางสัมพุลา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติงสตินิบาต สัมพุลาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
กา เวธมานา คิริกนฺทรายํ
เอกา ตุวํ ติฏฺฐสิ สญฺจิตูรุ ๓
ปุฏฺฐาสิ เม ปาณิปเมยฺยมชฺเฌ
อกฺขาหิ เม นามญฺจ พนฺธเว จ ฯ
โอภาสยํ วนํ รมฺมํ สีหพฺยคฺฆนิเสวิตํ
กา วา ตฺวมสิ กลฺยาณี กสฺส วา ตฺวํ สุมชฺฌิเม
อภิวาเทมิ ตํ ภทฺเท ทานวาหํ นมตฺถุ เต ฯ
ดูกรนางผู้มีลำขาอันอวบอิ่ม เธอเป็นใครมายืนสั่นอยู่ผู้เดียวที่ลำธารเขาดูกรนางผู้มีกลางตัวอันน่าลูบคลำด้วยฝ่ามือ เราถามท่านแล้ว จงบอกชื่อและเผ่าพันธุ์แก่เรา. ดูกรนางผู้มีเอวอันกลมกลึง ท่านเป็นใคร หรือว่าเป็นลูกเมียของใคร เป็นผู้งดงามทำให้ป่าน่ารื่นรมย์ เป็นที่อยู่อาศัยแห่งสีหะและเสือโคร่ง สว่างไสวอยู่ ดูกรนางผู้เจริญ เราคืออสูรตนหนึ่งขอไหว้ท่าน ขอความนอบน้อมจงมีแก่ท่าน.
โย ปุตฺโต กาสิราชสฺส โสตฺถิเสโนติ ตํ วิทู
ตสฺสาหํ สมฺพุลา ภริยา เอวํ ชานาหิ ทานว
อภิวาเทมิ ภทฺทนฺเต ๑ สมฺพุลาหํ นมตฺถุ เต ฯ
เวเทหปุตฺโต ภทฺทนฺเต วเน วสติ อาตุโร
ตมหํ โรคสมฺมตฺตํ เอกา เอกํ อุปฏฺฐหํ ๒ ฯ
อหญฺจ วนมุญฺฉาย มธุมํสํ มิคาพิลํ
ยทาหรามิ ตํภกฺโข ตสฺส นูนชฺช นาธติ ฯ
๑ ม. -ชาติโกสิ ฯ ๒ ม. หิสทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. สํหิตูรุ ฯ สี. ยุ. สญฺญตูรุ ฯ
คนทั้งหลายรู้จักโอรสของพระเจ้ากาสีว่า มีนามโสตถิเสนกุมาร เราชื่อสัมพุลาเป็นชายาของโสตถิเสนกุมารนั้น ข้าแต่อสูร ท่านจงรู้อย่างนี้ดูกรท่านผู้เจริญ เราชื่อสัมพุลาขอไหว้ท่าน ขอความนอบน้อมจงมีแก่ท่านดูกรท่านผู้เจริญ พระโอรสของพระเจ้าวิเทหราชเดือดร้อนอยู่ในป่า เรามาพยาบาลเธอผู้ถูกโรคเบียดเบียนอยู่ตัวต่อตัว เราเที่ยวแสวงหารวงผึ้งและเนื้อมฤค เราหาอาหารอย่างใดไป พระสวามีของเราก็ได้เสวยอาหารอย่างนั้น วันนี้ เธอคงจะหิวเป็นแน่.
กึ วเน ราชปุตฺเตน อาตุเรน กริสฺสสิ
สมฺพุเล ปริจิณฺเณน อหํ ภตฺตา ภวามิ เต ฯ
โสกฏฺฏาย ทุรตฺตาย กึ รูปํ วิชฺชเต มม
อญฺญํ ปริเยส ภทฺทนฺเต อภิรูปตรํ มยา ฯ
เอหิมํ คิริมารุยฺห ภริยา มยฺหํ ๓ จตุสฺสตา
ตาสํ ตฺวํ ปวรา โหติ สพฺพกามสมิทฺธินี ฯ
นนุ ตารกวณฺณาเภ ๔ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ
สพฺพนฺตํ ปจุรํ มยฺหํ รมสฺสุชฺช ๕ มยา สห ฯ
โน เจ ตุวํ มเหเสยฺยํ สมฺพุเล การยิสฺสสิ
อลํ ตฺวํ ปาตราสาย ปเญฺห ภกฺขา ภวิสฺสสิ ฯ
ตญฺจ สตฺตชโฏ ลุทฺโท กฬาโร ปุริสาทโก
วเน นาถํ อปสฺสนฺตึ สมฺพุลํ อคฺคหี ภุเช ฯ
อธิปนฺนา ปิสาเจน ลุทฺเทนามิสจกฺขุนา
สา จ สตฺตุวสมฺปตฺตา ปติเมวานุโสจติ ฯ
น เม อิทํ ตถา ทุกฺขํ ยํ มํ ขาเทยฺย รกฺขโส
ยญฺจ เม อยฺยปุตฺตสฺส มโน เหสฺสติ อญฺญถา ฯ
น สนฺติ เทวา ปวสนฺติ นูน
น หิ นูน สนฺติ อิธ โลกปาลา
สหสา กโรนฺตานมสญฺญตานํ
น หิ นูน สนฺติ ปฏิเสธิตาโร ฯ
๑ ม. ตํ ภนฺเต ฯ ๒ สี. อุปฏฺฐหึ ฯ ๓ ม. เม ฯ ๔ ยุ. หาฏกวณฺณาเภ ฯ
๕ ม. รมสฺสุวชฺช ฯ
ดูกรนางสัมพุลา เธอจักทำประโยชน์อะไรด้วยราชบุตรผู้เดือดร้อนที่เธอบำเรออยู่ในป่า เราจะเป็นผัวของเธอ.
ดูกรท่านผู้เจริญ รูปของเราผู้อาดูรด้วยความโศก เป็นอัตภาพยากไร้จะงดงามอะไร ขอท่านจงแสวงหาหญิงอื่นที่มีรูปร่างงามกว่าเราเถิด.
มาเถิดเธอ เชิญขึ้นยังภูเขานี้ เธอจงเป็นใหญ่กว่าภรรยา ๔๐๐ คนของเราจะสำเร็จความประสงค์ทุกอย่าง ดูกรนางผู้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดังดวงดาวเธอปรารถนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งในใจมิใช่หรือ สิ่งนั้นของเรามีทุกอย่างมากมายเชิญมารื่นรมย์กับเราในวันนี้เถิด ดูกรนางสัมพุลา ถ้าเธอจักไม่ยอมเป็นภรรยาเรา เธอก็จักต้องเป็นภักษาหารของเราในเวลาเช้าพรุ่งนี้เป็นแม่นมั่น
ครั้นอสูรผู้มีชฎา ๗ ชั้น หยาบช้า เขี้ยวออกนอกปาก กินคนเป็นอาหารได้จับแขนนางสัมพุลาผู้มองไม่เห็นที่พึ่งในป่า. นางสัมพุลาถูกปีศาจผู้หยาบช้ามุ่งอามิสครอบงำแล้ว ต้องตกอยู่ในอำนาจของศัตรู เศร้าโศกถึงพระสวามีเท่านั้น. รำพันว่า แม้ยักษ์จะพึงกินเราเสีย เราก็ไม่มีความทุกข์ ทุกข์อยู่แต่ว่าพระหฤทัยของทูลกระหม่อม ของเราจักทรงเคลือบแคลงเป็นอย่างอื่นไป. เทพเจ้าทั้งหลายคงจะไม่มีอยู่แน่นอน ท้าวโลกบาลก็คงไม่มีในโลกนี้เป็นแน่ เมื่อยักษ์ผู้ไม่สำรวมทำด้วยอาการหยาบช้าจะหาผู้ช่วยห้ามกันไม่มีเลย.
อิตฺถีนเมสา ปวรา ยสสฺสินี
สนฺตา สมา อคฺคิริวุคฺคเตชา
ตญฺเจ ตุวํ รกฺขสาเทสิ กญฺญํ
มุทฺธา จ หิ สตฺตธา เต ผเลยฺย
มา ตฺวํ ทหิ มุญฺจ ปติพฺพตาย ๑ ฯ
หญิงนี้ประเสริฐกว่าหญิงทั้งหลาย สงบเสงี่ยมเรียบร้อยมีเดชฟุ้งเฟื่องดุจไฟ แน่ะรากษส ถ้าเจ้าจะกินนางนี้ ศีรษะของเจ้าจะแตกออก ๗ เสี่ยงเจ้าอย่าทำให้นางเดือดร้อน จงปล่อยไปเสีย เพราะนางเป็นหญิงปฏิบัติสามี.
สา จ อสฺสมมาคจฺฉิ ปมุตฺตา ปุริสาทกา
นิฑฺฑํ ผลีนสกุณีว ๒ คตสิงฺคํว อาลยํ
สา ตตฺถ ปริเทเวสิ ราชปุตฺตี ยสสฺสินี
สมฺพุลา อุตุมตฺตกฺขา วเน นาถํ อปสฺสนฺตี ฯ
สมเณ พฺราหฺมเณ วนฺเท สมฺปนฺนจรเณ อิเส
ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ
วนฺเท สีเห จ พฺยคฺเฆ จ เย จ อญฺเญ วเน มิคา
ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ
ติณาลตานิ โอสโธฺย ปพฺพตานิ วนานิ จ
ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ
วนฺเท อินฺทิวรีสามํ รตฺตินกฺขตฺตมาลินึ
ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ
วนฺเท ภาคีรถึ คงฺคํ สวนฺตีนํ ปฏิคฺคหํ
ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ
วนฺเท อหํ ปพฺพตราช (เสฏฺฐํ) หิมวนฺตํ สิลุจฺจยํ
ราชปุตฺตํ อปสฺสนฺตี ตุมฺหมฺหิ สรณํ คตา ฯ
๑ สี. ปติพฺพตา สา ฯ ยุ. ปติพฺพตา ยา ฯ ๒ ม. นีฬํ ปฬินํ สกุณีว ฯ
พระนางสัมพุลานั้นหลุดพ้นแล้วจากยักษ์กินคน กลับมาสู่อาศรม ดุจแม่นกซึ่งมีลูกอ่อนเป็นอันตรายบินมายังรัง หรือดังแม่โคนมมายังที่อยู่อันว่างเปล่าจากลูกน้อย ฉะนั้นพระนางสัมพุลาราชบุตรผู้มียศ เมื่อไม่เห็นพระสวามีผู้เป็นที่พึ่งในป่า ก็มีพระเนตรพร่าเพราะความร้อน ร่ำไห้อยู่ ณ ที่นั้นเมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้สมณพราหมณ์และฤาษีทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยจรณะว่า ดิฉันขอถึงท่านทั้งหลายเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้ราชสีห์ เสือโคร่ง และหมู่มฤคเหล่าอื่นในป่าว่า ดิฉันขอถึงท่านทั้งหลายว่าเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้เทพเจ้า อันเนาสถิตอยู่ที่กอหญ้าลดาชาติและที่เนาอยู่ ณ ภูเขาราวไพร ตลอดถึงดวงดาวในอากาศว่า ดิฉันขอถึงท่านทั้งหลายเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้เทพเจ้าผู้มีวรรณะเสมอดอกราชพฤกษ์ ผู้ยังดวงดาวให้รุ่งเรืองงามในราตรีว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง.
เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้เทพเจ้าอันเนาสถิตอยู่ ณ แม่น้ำคงคาชื่อภคีรสี อันเป็นที่รับรองแม่น้ำอื่นว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง.
เมื่อไม่พบพระราชสวามี ดิฉันขอวอนไหว้เทพเจ้าซึ่งสถิตอยู่ ณ ขุนเขาหิมวันต์ อันล้วนแล้วไปด้วยหินว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง.
อติสายํ วตาคจฺฉิ ราชปุตฺตี ยสสฺสินี
เกน นุชฺช สมาคจฺฉิ โก เต ปิยตโร มยา ฯ
ดูกรพระราชบุตรีผู้มียศ เธอมาเสียจนค่ำทีเดียวหนอ วันนี้เธอมากับใครเล่า ใครเป็นที่รักของเจ้ายิ่งกว่าเรา.
อิทํ โขหํ ตทาโวจํ คหิตา เตน สตฺตุนา
น เม อิทํ ตถา ทุกฺขํ ยํ มํ ขาเทยฺย รกฺขโส
ยญฺจ เม อยฺยปุตฺตสฺส มโน เหสฺสติ อญฺญถา ฯ
หม่อมฉันถูกศัตรูมันจับไว้ ได้กล่าวคำนี้ว่า ถึงยักษ์จะกินเราเสีย เราก็ไม่มีความทุกข์ ทุกข์แต่ว่าพระหฤทัยของทูลกระหม่อมของเราจะเคลือบแคลงเป็นอย่างอื่นไป.
โจรีนํ พหุพุทฺธีนํ ยาสุ สจฺจํ สุทุลฺลภํ
ถีนํ ภาโว ทุราชาโน มจฺฉสฺเสโวทเก คตํ ฯ
ความสัตย์ยากที่จะหาได้ในหญิงโจรผู้มีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ความเป็นไปของหญิงทั้งหลายรู้ได้ยาก เหมือนความเป็นไปของปลาในน้ำฉะนั้น.
ตถา มํ สจฺจํ ปาเลตุ ปาลยิสฺสติ เจ มมํ
ยถาหํ นาภิชานามิ อญฺญํ ปิยตรํ ตยา
เอเตน สจฺจวชฺเชน พฺยาธิ เต วูปสมฺมตุ ฯ
ถ้าความสัตย์ที่หม่อมฉันไม่รู้สึกว่า รักชายอื่นยิ่งกว่าทูลกระหม่อม เป็นความจริง ขอจงช่วยพิทักษ์รักษาหม่อมฉัน ด้วยสัจวาจานี้ ขอพยาธิของทูลกระหม่อมจงระงับหาย.
เย กุญฺชรา สตฺตสตา อุฬารา
รกฺขนฺติ รตฺตินฺทิวมุยฺยุตาวุธา
ธนุคฺคหานญฺจ สตานิ โสฬส
กถํวิเธ ปสฺสสิ ภทฺเท สตฺตโว ฯ
แน่ะนางผู้เจริญ กุญชรสูงใหญ่มีมากมายถึง ๗๐๐ มีพลโยธาถืออาวุธขี่ประจำ คอยพิทักษ์รักษาอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน และพลโยธาที่ถือธนูก็มีถึง ๑,๖๐๐ พิทักษ์รักษาอยู่ เธอเห็นศัตรูชนิดไหน?
อลงฺกตาโย ปทุมุตฺตรตฺตจา
วิราคิตา ปสฺสติ หํสคคฺครา
ตาสํ สุณิตฺวา มิตคีตวาทิตํ
นทานิ เม ตาต ตถา ยถา ปุเร ฯ
สุวณฺณสงฺกจฺจธรา สุวิคฺคหา
อลงฺกตา มานุสิยจฺฉรูปมา
เสโนปิยา ๑ ตาต อนินฺทิตงฺคิโย
ขตฺติยกญฺญา ปฏิโลภยนฺติ ๒ นํ ฯ
สเจ อหํ ตาต ตถา ยถา ปุเร
ปตึ ตมุญฺฉาย ปุนา วเน ภเร
สมฺมานเย มํ น จ มํ วิมานเย
อิโตปิ เม ตาต ตโต วรํ สิยา ฯ
ยมนฺนปาเน วิปุลสฺมิ โอหิเต
นารี วิมฏฺฐาภรณา อลงฺกตา
สพฺพงฺคุเปตา ปติโน จ อปฺปิยา
อวชฺฌ ๓ ตสฺสา มรณํ ตโต วรํ ฯ
อปิ เจ ทลิทฺทา กปณา อนาฬิยา ๔
กฏาทุติยา ปติโน จ สา ปิยา
สพฺพงฺคุเปตายปิ อปฺปิยาย
อยเมว เสยฺโย ๑ กปณาปิ ยา ปิยา ฯ
๑ ยุ. เสนูปิยา ฯ ๒ ยุ. ปฏิลาภยนฺติ ฯ ๓ ม. อพชฺฌ ฯ ยุ. อาพชฺฌ ฯ
๔ ม. ยุ. อนาฬฺหิยา ฯ
ข้าแต่พระราชบิดา เมื่อก่อนพระลูกเจ้าทรงประพฤติแก่หม่อมฉันอย่างไรเดี๋ยวนี้หาเป็นอย่างนั้นไม่ เพราะได้ทรงเห็นสนมนารีผู้ประดับตบแต่งมีผิวพรรณดุจเกสรบัว มีร่างกายอันอ้อนแอ้น เสียงเพราะดังหงส์ และเพราะได้ทรงฟังเสียงแย้มหัวและขับกล่อมประโคมของสนมนารีเหล่านั้น.
ข้าแต่พระราชบิดา สนมนารีเหล่านั้น ทรงเครื่องประดับล้วนทองคำมีร่างกายเฉิดโฉม ประดับด้วยเครื่องอลังการนานาชนิดดังสาวสวรรค์ในมนุษย์ เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าโสตถิเสนะ มีทรวดทรงหาที่ติมิได้ล้วนเป็นขัตติยกัญญา มาประเล้าประโลมพระเจ้าโสตถิเสนะนั้นอยู่.
ข้าแต่พระราชบิดา ถ้าพระเจ้าโสตถิเสนะยกย่องหม่อมฉัน ดังที่หม่อมฉันเคยเที่ยวแสวงหาผลาผลในป่า มาเลี้ยงดูพระราชสวามีในกาลก่อนอีกไม่ทรงดูหมิ่นหม่อมฉันไซร้ จะประเสริฐกว่าราชสมบัติในพระนครพาราณสีนี้. หญิงใดอยู่ในเรือนอันมีข้าวน้ำไพบูลย์ ตกแต่งไว้เรียบร้อยมีเครื่องอาภรณ์อันวิจิตรประดับประดา แม้จะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกอย่าง แต่ไม่เป็นที่รักของสามี คอยแต่ประหัตประหาร ความตายของหญิงนั้นประเสริฐกว่าการอยู่ครองเรือน. ถ้าแม้หญิงใดเป็นหญิงเข็ญใจไร้เครื่องประดับ มีเสื่อลำแพนเป็นที่นอน แต่เป็นที่รักของสามีหญิงนั้นประเสริฐเสียกว่าหญิงผู้เพรียบพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกอย่าง แต่ไม่เป็นที่รักของสามี.
สุทุลฺลภิตฺถี ปุริสสฺส ยา หิตา
ภตฺติตฺถิยา ทุลฺลโภ โย หิโต จ
หิตา จ เต สีลวตี [๒] ภริยา
ชนินฺท ธมฺมํ จร สมฺพุลาย ฯ
ภรรยาผู้เกื้อกูลต่อสามี เป็นหญิงหาได้แสนยาก สามีผู้เกื้อกูลต่อภรรยาก็หาได้แสนยาก ดูกรเจ้าผู้จอมชน มเหสีของเจ้าเป็นผู้เกื้อกูลเจ้าด้วยมีศีลด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าจงประพฤติธรรมต่อนางสัมพุลา.
สเจ ตุวํ วิปุเล ลทฺธโภเค
อิสฺสาวติณฺณา มรณํ อุเปสิ
อหญฺจ เต ภทฺเท อิมา ราชกญฺญา
สพฺเพว ๓ เต วจนกรา ภวามาติ ฯ
สมฺพุลาชาตกํ นวมํ ฯ
ดูกรแม่สัมพุลาผู้เจริญ ถ้าเจ้าได้โภคสมบัติอันไพบูลย์แล้ว แต่มีความหึงหวงครอบงำจนจะถึงมรณะไซร้ พี่และนางราชกัญญาทั้งหมดนี้ จะทำตามคำของเจ้า.
จบ สัมพุลาชาดกที่ ๙.
จบ ๙. สัมพุลาชาดก