พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ติงสตินิบาต
๒. กุมภชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๙๒–๒๒๙๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในติงสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒ กุมฺภชาตกํ
๒. กุมภชาดก
ว่าด้วยโทษของสุรา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติงสตินิบาต กุมภชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
โก ปาตุราสี ติทิวา นภมฺหิ
โอภาสยํ สํวรึ จนฺทิมาว
คตฺเตหิ เต รสฺมิโย นิจฺฉรนฺติ
สเตรตา ๑ วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ
โส ฉินฺนวาตํ กมสิ อฆมฺหิ
เวหายสํ คจฺฉสิ ติฏฺฐสิ จ
อิทฺธี นุ เต วตฺถุกตา สุภาวิตา
อนทฺธคูนมสิ เทวตานํ ฯ
เวหายสํ กมฺมาคมฺม ๒ ติฏฺฐสิ
กุมฺภํ กิณาถาติ ยเมตมตฺถํ
โก วา ตุวํ กิสฺส วตายํ ๓ กุมฺโภ
อกฺขาหิ เม พฺราหฺมณ เอตมตฺถํ ฯ
๑ ม. โกลฏฺฐิมธุสาฬิกา ฯ ๒ ม. วิปฺปสาขคฺคา ฯ ๓ ม. โกสมฺพสฬลา นีปา ฯ
๔ สี. จนฺทนสฺสโท ฯ ๕ ม. คธิโต ฯ สี. ยุ. คถิโต ฯ
ท่านเป็นใคร มาจากไตรทิพย์หรือ จึงเปล่งรัศมีสว่างไสวอยู่ในนภากาศเหมือนพระจันทร์ส่องสว่างในกลางคืน ฉะนั้น? ท่านเหยียบลมหนาวในอากาศได้ เดินและยืนในอากาศได้ ฤทธิ์ของเทวดาทั้งหลาย ผู้ไม่ต้องเดินทางไกล ท่านทำให้เป็นที่ตั้ง และให้เจริญดีแล้วเป็นไฉน?
ท่านเป็นใคร มายืนอยู่ในอากาศร้องขายหม้ออยู่ หรือว่าหม้อของท่านนี้เพื่อประโยชน์อะไร ดูกรพราหมณ์ ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิด?
น สปฺปิกุมฺโภ นปิ เตลกุมฺโภ
น ผาณิตสฺส น มธุสฺส กุมฺโภ
กุมฺภสฺส วชฺชานิ อนปฺปกานิ
โทเส พหู กุมฺภคเต สุณาถ ฯ
คเลยฺย ยํ ปิตฺวา ปเต ปปาตํ
โสพฺภํ คุหํ จนฺทนิโยลิคลฺลํ
พหหปิ ภุญฺเชยฺย อโภชเนยฺยํ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ ปิตฺวา ๔ จิตฺตสฺมึ อเนสมาโน
อาหิณฺฑติ โคริว ภกฺขสารี ๕
อนาถมาโน อุปคายติ นจฺจติ จ่
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิวิตฺวา อเจโลว นคฺโค
จเรยฺย คาเม วิสิขนฺตรานิ
สมฺมุฬฺหจิตฺโต อติเวลสายี
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ ปิตฺวา อุฏฺฐาย ปเวธมาโน
สีสญฺจ พาหุญฺจ ปจาลยนฺโต
โส นจฺจตี ทารุกฏลฺลโกว
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิวิตฺวา อคฺคิทฑฺฒา สยนฺติ
อโถ สิคาเลหิปิ ขาทิตาเส
พนฺธํ ๑ วจนํ โภคชานิญฺจุเปนฺติ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ ปิตฺวา ภาเสยฺย อภาสเนยฺยํ
สภายมาสีโน อเปตวตฺโถ
สมฺมกฺขิโต วนฺตคโต พฺยสนฺโน
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิวิตฺวา อุกฺกฏฺโฐ อาวิลกฺโข
มเมว สพฺพา ปฐวีติ มญฺเญ ๒
น เม สโม จาตุรนฺโตปิ ราชา
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
มานาติมานา กลหานิ เปสุณี
ทุพฺพณฺณินี นคฺคยินี ปลายินี
โปราณธุตฺตาน ๑ คตี นิเกโต
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
อิทฺธานิ ผีตานิ กุลานิ อสฺสุ
อเนกสาหสฺสธนานิ โลเก
อุจฺฉินฺนทายชฺชกตานิมาย
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ธญฺญํ ธนํ รชตํ ชาตรูปํ
เขตฺตํ ควํ ยตฺถ วินาสยนฺติ
อุจฺเฉทนี วิตฺตคตํ ๒ กุลานํ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา ทิตฺตรูโปว ๓ โปโส
อกฺโกสติ ปิตรํ มาตรญฺจ
สสฺสสปิ คเณฺหยฺย อโถปิ สุณฺหํ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา ทิตฺตรูปาว นารี
อกฺโกสติ สสฺสุรํ สามิกญฺจ
ทาสมฺปิ คเณฺห ปริจาริกมฺปิ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ๑ ปิตฺวาน หเนยฺย โปโส
ธมฺเม ฐิตํ สมณํ พฺราหฺมณํ วา
คจฺเฉ อปายํปิ ตโตนิทานํ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา ทุจฺจริตํ จรนฺติ
กาเยน วาจาย จ เจตสา จ
นิรยํ วชนฺติ ทุจฺจริตํ จริตฺวา
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ ยาจมานา น ลภนฺติ ปุพฺเพ
พหุํ หิรญฺญํปิ ปริจฺจชนฺตา
โส ตํ ปิวิตฺวา อลิกํ ภณาติ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา เปสเน เปสิยนฺโต
อจฺจายิเก กรณียมฺหิ ชาเต
อตฺถมฺปิ โส นปฺปชานาติ วุตฺโต
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
หิรีมนาปิ อหิรีกภาวํ
ปาตุํ กโรนฺติ มทนาย ๒ มตฺตา
ธีราปิ สนฺตา พหุกํ ภณนฺติ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา เอกถูปา สยนฺติ
อนาสกา ถณฺฑิลทุกฺขเสยฺยํ
ทุพฺพณฺณิยํ อายสกฺยญฺจุเปนฺติ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา ปตฺตกฺขนฺธา สยนฺติ
คาโว กูฏหตาริว ๑ น หิ วารุณิยา
เวโค นเรน สุสฺสโหริว
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ * มนุสฺสา วิวชฺชนฺติ สปฺปํ
โฆรวิสมิว ตํ โลเก วิสสมานํ
โก นโร ปาตุมรหติ *
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ๒ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา อนฺธกเวณฺฑปุตฺตา
สมุทฺทตีเร ปริจารยนฺตา
อุปกฺกมม มุสเลหญฺญมญฺญํ
ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ
ยํ เว ปิตฺวา ปุพฺพเทวา ปมตฺตา
ติทิวา จุตา สสฺสติยา สมายา ๓
ตํ ตาทิสํ มชฺชมิมํ นิรตฺถกํ
ชานํ มหาราช กถํ ปิเวยฺย ฯ
นยิมสฺมิ กุมฺภสฺมึ ทธิ [๑] มธุ วา
เอวํ อภิญฺญาย กิณาหิ ราช
เอวญฺหิ มํ กุมฺภคตา มยา เต
อกฺขาตรูปํ ตว สพฺพมิตฺตา ฯ
๑ สี. สเตริตา ฯ ๒ ม. คมฺมมาคมฺม ฯ ๓ ม. กิสฺส วา ตาย ฯ
๔ สี. ยํ เว ปิตฺวา ฯ ๕ สี. ภกฺขสาที ฯ
๑ ม. วธํ ฯ ๒ สี. มญฺญติ ฯ
๑ ม. โจราน ธุตฺตาน ฯ ๒ ม. วิตฺตวตํ ฯ ๓ สี. ทุฏฺฐรูโปว ฯ
๑ ยุ. ยญฺจ ฯ ๒ ยุ. มทิราย ฯ
๑ ม. กุฏหตาว ฯ
* * ม. ยํ มนุสฺสา วิวชฺเชนฺติ สปฺปํ โฆรวิสมฺมิว
ตํ โลเก วิสสมานํ โก นโร ปาตุมหรติ ฯ
๒ ม. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๓ ม. สมาย ฯ
หม้อใบนี้ ไม่ใช่หม้อเนยใส ไม่ใช่หม้อน้ำมัน ไม่ใช่หม้อน้ำอ้อย ไม่ใช่หม้อน้ำผึ้ง โทษของหม้อใบนี้มีน้อย ท่านจงฟังโทษเป็นอันมากที่มีอยู่ในหม้อใบนี้. บุคคลดื่มสุราแล้วเดินโซเซล้มไปยังบ่อ ถ้ำ หลุมน้ำครำ และหลุมโสโครก พึงบริโภคของที่ไม่ควรบริโภคแม้มากได้ ท่านจงช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้ บุคคลดื่มสุราแล้ว ไม่เป็นใหญ่ในใจย่อมเที่ยวไปเหมือนโคกินกากสุรา ฉะนั้น หาที่พึงมิได้ ย่อมฟ้อนรำขับร้องได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว แก้ผ้าเปลือยกายเที่ยวไปตามตรอกตามถนนในบ้านเหมือนชีเปลือย มีจิตลุ่มหลง นอนตื่นสาย ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้นไว้.
บุคคลดื่มสุราแล้ว ลุกขึ้นเซไปมา โคลงศีรษะ และยกแขนขึ้นรำ เหมือนรูปหุ่นไม้ ฉะนั้น ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว นอนจนถูกไฟไหม้ และกินอาหารที่เหลือเดนสุนัขได้ ย่อมถึงการถูกจองจำ ถูกฆ่า และความเสื่อมแห่งโภคะ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว พูดคำที่ไม่ควรพูดได้เปลือยกายนั่งในที่ประชุมได้ เปรอะเปื้อนจมอยู่ในอาเจียนของตน ถึงความพินาศ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้ บุคคลดื่มสุราแล้ว ฮึกเหิม นัยน์ตาแดงกล่ำ สำคัญใจว่า แผ่นดินทั้งหมดเป็นของเราเท่านั้น พระราชาแม้มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบขัณฑสีมา
ก็ไม่เสมอเรา ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว ถือตัวจัด ก่อความทะเลาะวิวาท ส่อเสียด กล่าวร้าย เปลือยกายวิ่งไป คลุกคลีหมกอยู่กะพวกนักเลงเก่า ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. สุรานี้ทำตระกูลทั้งหลายในโลกนี้ อันมั่นคงบริบูรณ์มีเงินทองตั้งหลายพัน ให้ขาดทายาทได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงิน ทอง ไร่ นา โค กระบือในสกุลใดย่อมพินาศไป ตระกูลที่มั่งมีทั้งหลาย ขาดสูญไปเพราะดื่มสุราท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว เป็นคนหยาบช้า ด่าบิดามารดาได้ แม้ถึงเป็นพ่อผัวก็พึงหยอกลูกสะใภ้ได้ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้ หญิงดื่มสุราแล้ว เป็นคนหยาบช้า ด่าพ่อผัวแม่ผัว และสามีได้ แม้เป็นทาส เป็นคนใช้พึงรับเป็นสามีของตนได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้.
บุคคลดื่มสุราแล้ว พึงประหารสมณะ หรือพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมได้พึงไปสู่อบายอันมีกรรมนั้นเป็นเหตุ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว ย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา และใจ ครั้นแล้ว ต้องไปตกนรก ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. ชนทั้งหลาย แม้จะยอมสละเงินเป็นอันมาก มาอ้อนวอนบุรุษใดผู้ยังไม่ได้ดื่มสุราก่อนให้พูดเท็จ ย่อมไม่ได้ บุรุษดื่มสุรานั้นแล้วย่อมพูดเท็จได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว ถูกใช้ไปในกรณียกิจรีบร้อนเกิดขึ้น ถูกซักถามก็ไม่รู้เนื้อความท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้.
บุคคลแม้จะมีใจละอายครั้นเมาสุราแล้ว ก็ย่อมจะทำความไม่ละอายให้ปรากฏได้ แม้จะเป็นคนหนักแน่นอยู่บ้าง ก็อดพูดมากไม่ได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว นอนดังลูกสุกรอดอาหาร ย่อมถึงความนอนเป็นทุกข์ที่พื้นดิน เขาต้องถึงความมีผิวพรรณทราม และความติเตียน ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้วย่อมนอนคอตก หาเป็นเหมือนโคที่ถูกลงประตักฉะนั้นไม่ ฤทธิ์สุราย่อมทำให้คนอดทนได้ (ไม่กินข้าวกินน้ำ) ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. มนุษย์ทั้งหลายย่อมเว้นสุราอันเปรียบด้วยงูมีพิษร้าย ใครคนไหนในโลก ควรจะดื่มสุราอันเสมอด้วยพิษงู
ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. โอรสทั้งหลายของท้าวอันธกเวณฑะ ดื่มสุราแล้วพาหญิงไปบำเรออยู่ริมฝั่งสมุทร ประหารกันและกันด้วยสาก ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. พวกอสูรดื่มสุราแล้ว เมาจนถึงจุติจากไตรทิพย์ สำคัญตัวว่าเที่ยง มีมารยา ข้าแต่พระมหาราชา เมื่อรู้ว่าสุราเช่นนั้นเป็นน้ำเมา หาประโยชน์มิได้ จะดื่มทำไม? ในหม้อนี้ไม่มีเนยข้น หรือน้ำผึ้ง พระองค์รู้อย่างนี้แล้ว จงขายเสีย ข้าแต่ท่านสรรพมิตร สิ่งที่อยู่ในหม้อนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้กราบทูลแก่พระองค์แล้ว ด้วยประการฉะนี้.
น เม ปิตา วา อถวาปิ มาตา
เอตาทิโส ยาทิสโก ตุวํสิ
หิตานุกมฺปี ปรมตฺถกาโม
โสหํ กริสฺสํ วจนํ ตวชฺช ฯ
ททามิ เต คามวรานิ ปญฺจ
ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ
อาชญฺญยุตฺเต จ รเถ ทส อิเม
อาจริโย โหสิ มมตฺถกาโม ฯ
ท่านมิใช่เป็นบิดา หรือมารดาของข้าพเจ้า ท่านเป็นคนชนิดใดชนิดหนึ่งมีความอนุเคราะห์ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล ปรารถนาประโยชน์อย่างยิ่งตั้งแต่วันนี้ไป ข้าพเจ้าจักทำตามคำของท่าน. ข้าพเจ้าขอให้บ้านส่วย ๕ตำบล ทาสี ๑๐๐ โค ๗๐๐ รถเทียมด้วยม้าอาชาไชย ๑๐ คัน แก่ท่านขอท่านผู้ปรารถนาประโยชน์ เป็นอาจารย์ของข้าพเจ้าเถิด.
ตเวว ทาสีสตมตฺถุ ราช
คามา จ คาโว จ ตเวว โหนฺตุ
อาชญฺญยุตฺตา จ รถา ตเวว
สกฺโกหมสฺมี ติทสานมินฺโท ฯ
มํโสทนํ สปฺปิปายาสํ ๒ ภุญฺช
ขาทสฺสุ จ ตฺวํ มธุมาสปูเว
เอวํ ตุวํ ธมฺมรโต ชนินฺท
อนินฺทิโต สคฺคมุเปหิ ฐานนฺติ ฯ
กุมฺภชาตกํ ทุติยํ ฯ
๑ ม. วา ฯ ๒ สี. สปฺปิปายญฺจ ฯ
ข้าแต่พระราชา ทาสี บ้านส่วย โค และรถอันเทียมด้วยม้าอาชาไนยจงเป็นของพระองค์ตามเดิมเถิด ข้าพเจ้าเป็นท้าวสักกะจอมเทพ ชาวไตรทิพย์. พระองค์จงเสวยพระกระยาหาร เนยใส และข้าวปายาสพึงเสวยขนมกุมมาสอันโอชารส ดูกรพระองค์ผู้เป็นจอมประชาชนพระองค์ยินดีในธรรม ไม่ถูกใครๆ ติเตียนด้วยอาการอย่างนี้แล้ว จงเข้าถึงสัคคสถาน.
จบ กุมภชาดกที่ ๒.
จบ ๒. กุมภชาดก