arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ติงสตินิบาต

๘. ปัณฑรกชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๘๗–๒๔๐๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในติงสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๘ ปณฺฑรกชาตกํ ๒

๘. ปัณฑรกชาดก

ไม่ควรบอกความลับแก่คนอื่น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติงสตินิบาต ปัณฑรกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

วิกิณฺณวาจํ อนิคุยฺหมนฺตํ

อสญฺญตํ อปริจกฺขิตารํ

ภยนฺตมเนฺวติ สยํ อโพธํ

นาคํ ยถา ปณฺฑรกํ สุปณฺโณ ฯ

โย คุยฺหมนฺตํ ปริรกฺขเนยฺยํ

โมหา นโร สํสติ หาสมาโน ๓

ตํ ภินฺนมนฺตํ ภยมเนฺวติ ขิปฺปํ

นาคํ ยถา ปณฺฑรกํ สุปณฺโณ ฯ

นานุมิตฺโต ครุํ อตฺถํ คุยฺหํ เวทิตุมรหติ

สุมิตฺโต จ อสมฺพุทฺธํ สมฺพุทฺธํ วา อนตฺถวา ฯ

วิสฺสาสมาปชฺชิมหํ อเจลํ ๔

สมโณ อยํ สมฺมโต ภาวิตตฺโต

ตสฺสาหมกฺขึ วิวรึ คุยฺหมตฺถํ

อตีตมตฺโถ กปณํ ๑ รุทามิ ฯ

ตสฺสาหํ ปรมํ พฺรเหฺม คุยฺหํ

วาจญฺหิมํ นาสกฺขึ ๒ สํยเมตุํ

ตปฺปกฺขโต หิ ภยมาคตํ มม

อตีตมตฺโถ กปณํ รุทามิ ฯ

โย เว นโร สุหทํ มญฺญมาโน

คุยฺหมตฺถํ สํสติ ทุกฺกุลีเน

โทสา ภยา อถวา ราครตฺโต ๓

ปลฺลิตฺถิโต ๔ พาโล อสํสยํ โส ฯ

ติโรกฺขวาโจ อสตํ ปวิฏฺโฐ

โย สงฺคตีสุ มุทิเรติ วากฺยํ

อาสีวิโส ทุมฺมุโขตฺยาหุ ตํ นรํ

อารา อารา สํยเม ตาทิสมฺหา ฯ

อนฺนํ ปานํ กาสิกจนฺทนญฺจ

มนาปิตฺถิโย มาลมุจฺฉาทนญฺจ

โอหาย คจฺฉามเส สพฺพกาเม

สุปณฺณ ปาณูปคตาว ตฺยมฺหา ฯ

๑ มหตฺถิยาติปิ ฯ ม. มหตฺถิกา ฯ ๒ ม. ปญฺฑรนาคชาตกํ ฯ ๓ ยุ. ภาสมาโน ฯ

๔ สี. ยุ. อเจโล ฯ

ฉบับหลวง

ภัยเกิดจากตนเอง ย่อมตามถึงบุคคลผู้ไร้ปัญญา พูดพล่อยๆ ไม่ปิดบังความรู้ หาความระวังมิได้ ไม่มีการพิจารณา เหมือนครุฑตามถึงเราผู้ปัณฑรกนาคฉะนั้น. นรชนใดยินดีบอกมนต์ลับที่ตนควรจะรักษา เพราะความหลง ภัยย่อมตามถึงนรชนนั้นผู้มีมนต์อันแพร่งพรายแล้วโดยพลันเหมือนครุฑตามถึงเราผู้ปัณฑรกนาคราชฉะนั้น. มิตรเทียมไม่ควรจะให้รู้เหตุสำคัญอันลึกลับ ถึงมิตรแท้แต่เป็นคนโง่ หรือมีปัญญาแต่ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรจะให้รู้ความลับเหมือนกัน. เราได้ถึงความคุ้นเคยกับชีเปลือยด้วยเข้าใจว่า สมณะนี้โลกเขานับถือ มีตนอันอบรมแล้ว ได้บอกเปิดเผยความลับแก่มัน จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น. ดูกรพญาครุฑผู้ตัวประเสริฐ เราไม่อาจจะระวังวาจาลับอย่างยิ่งนี้แก่มันได้ ภัยได้มาถึงเราจากสำนักของมัน เราจึงได้ล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น นรชนใดสำคัญว่าผู้นี้มีใจดี บอกความลับกะคนสกุลทราม นรชนนั้นเป็นคนโง่เขลาทรุดโทรมลงโดยไม่ต้องสงสัย เพราะโทสาคติ ภยาคติ หรือเพราะฉันทาคติ.

ผู้ใดปากบอนนับเข้าในพวกอสัตบุรุษ ชอบกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมชนนักปราชญ์ทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า ผู้มีปากชั่วร้ายคล้ายอสรพิษ บุคคลควรระมัดระวังคนเช่นนั้นเสียให้ห่างไกล. เราได้ละทิ้งข้าวน้ำ ผ้าแคว้นกาสีและจรุณจันทน์ สตรีที่เจริญใจ ดอกไม้และเครื่องชะโลมทา ซึ่งเป็นส่วนกามารมณ์ทั้งปวงไปหมดแล้ว ดูกรพญาครุฑ เราขอถึงท่านเป็นสรณะตลอดชีวิต.

บาลี (สยามรัฐ)

โกนีธ ติณฺณํ ครหํ อุเปติ

อสฺมึธ โลเก ปาณภู นาคราช

สมโณ สุปณฺโณ อถวา ตฺวเมว

กึการณา ปณฺฑรก คหิโต ฯ

๑ ยุ. กปโณ ฯ ๒ ยุ. นาสกฺขิ ฯ ๓ ม. ราครตฺตา ฯ ๔ ม. ปสฺลตฺถโต ฯ

ยุ. ปลฺลิตฺโถ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรบัณฑรกนาคราช บรรดาสัตว์ทั้ง ๓ จำพวก คือ สมณะ ครุฑและนาค ใครหนอควรจะได้รับความติเตียนในโลกนี้ ที่จริงตัวท่านแหละควรจะได้รับ ท่านถูกครุฑจับเพราะเหตุไร?

บาลี (สยามรัฐ)

สมโณ หิ เม สมฺมตตฺโต อโหสิ

ปิโย จ เม มนสา ภาวิตตฺโต

ตสฺสาหมกฺขึ วิวรึ คุยฺหมตฺถํ

อตีตมตฺโถ กปณํ รุทามิ ฯ

ฉบับหลวง

ชีเปลือยเป็นผู้มีอัตภาพที่เรายกย่องว่าเป็นสมณะ เป็นที่รักของเรา ทั้งเป็นผู้อันเรายกย่องด้วยใจจริง เราจึงบอกเปิดเผยความลับแก่มัน เราเป็นคนล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

น จตฺถิ สตฺโต อมโร ปฐพฺยา

ปญฺญาวิธา นตฺถิ น นินฺทิตพฺพา

สจฺเจน จ ๑ ธมฺเมน ธิติยา ทเมน

อลพฺภมพฺยาหรตี นโร อิธ ฯ

มาตาปิตา ปรมา พนฺธวานํ

นาสฺส ตติโย อนุกมฺปกตฺถิ

เตสมฺปิ คุยฺหํ ปรมํ น สํเส

มนฺตสฺส เภทํ ปริสงฺกมาโน ฯ

มาตาปิตา ภคินีภาตโร จ

สหายา วา ยสฺส โหนฺติ สปกฺขา

เตสมฺปิ คุยฺหํ ปรมํ น สํเส

มนฺตสฺส เภทํ ปริสงฺกมาโน ฯ

ภริยา เจ ปุริสํ วชฺชา โกมารี ปิยภาณินี

ปุตฺตรูปยสูเปตา ญาติสงฺฆปุรกฺขตา

ตสฺสาปิ คุยฺหํ ปรมํ น สํเส

มนฺตสฺส เภทํ ปริสงฺกมาโน ฯ

๑ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

แท้จริง สัตว์ที่จะไม่ตายไม่มีเลยในแผ่นดิน ธรรมชาติเช่นกับปัญญาไม่ควรติเตียน คนในโลกนี้ย่อมบรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่ได้ เพราะสัจจธรรมปัญญา และทมะ. มารดาบิดาเป็นยอดเยี่ยมแห่งเผ่าพันธุ์ คนที่สามชื่อว่ามีความอนุเคราะห์แก่บุคคลนั้น เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควรบอกความลับสำคัญแม้แก่มารดาบิดานั้น. เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตกก็ไม่ควรบอกความลับสำคัญแม้แก่มารดา บิดา พี่สาว น้องสาว พี่ชายน้องชาย สหาย หรือพวกพ้องเลย. ถ้าภรรยาสาวพูดเพราะ ถึงพร้อมด้วยบุตรธิดา รูปและยศ ห้อมล้อมด้วยหมู่ญาติ พึงกล่าวอ้อนวอนสามีให้บอกความลับ เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควรบอกความลับสำคัญแม้แก่ภรรยานั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

น คุยฺหมตฺถํ วิวเรยฺย รกฺเขยฺย นํ ยถา นิธึ

น หิ ปาตุกโต สาธุ คุโยฺห อตฺโถ ปชานตา ฯ

ถิยา คุยฺหํ น สํเสยฺย อมิตฺตสฺส จ ปณฺฑิโต

โย จามิเสน สํหีโร หทยตฺเถโน จ โย นโร ฯ

คุยฺหมตฺถมสมฺพุทฺธํ สมฺโพธยติ โย นโร

มนฺตเภทภยา ตสฺส ทาสภูโต ติติกฺขติ ฯ

ยาวนฺโต ปุริสสฺสตฺถํ คุยฺหํ ชานนฺติ มนฺตินํ

ตาวนฺโต ตสฺส อุพฺเพคา ตสฺมา คุยฺหํ น วิสฺสเช ฯ

วิวิจฺจ ภาเสยฺย ทิวา รหสฺสํ

รตฺตึ คิรํ นาติเวลํ ปมุญฺเจ

อุปสฺสุติกา หิ สุณนฺติ มนฺตํ

ตสฺมา มนฺโต ขิปฺปมุเปติ เภทํ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับเลย ควรรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษาขุมทรัพย์ไว้ฉะนั้น ความลับอันบุคคลอื่นรู้เข้า ทำให้แพร่งพรายแล้วไม่ดีเลย. บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ศัตรู คนมุ่งอามิส และคนผู้มุ่งหมายล้วงดวงใจ. คนใดให้คนโง่เขลารู้ความลับ ถึงแม้คนโง่เขลานั้นจะเป็นทาสของตน ก็จำต้องอดกลั้นไว้ เพราะกลัวความคิดจะแตก. คนมีประมาณเท่าใดรู้ความลับที่ปรึกษากันของบุรุษ คนประมาณเท่านั้น ย่อมขู่ให้บุรุษนั้นหวาดเสียวได้ เพราะเหตุนั้นจึงไม่ควรขยายความลับ กลางวันก็ดี กลางคืนก็ดี ควรพูดเปิดเผยความลับในที่สงัดไม่ควรเปล่งวาจาให้ล่วงเวลา เพราะคนที่คอยแอบฟังก็จะได้ยินข้อความที่ปรึกษากัน เพราะเหตุนั้น ข้อความที่ปรึกษากัน ก็จะถึงความแพร่งพรายทันที.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถาปิ อโยนครํ ๑ มหนฺตํ

อทฺวารกํ อายสํ ภทฺทสาลํ ๒

สมนฺตขาตาปริขาอุเปตํ

เอวมฺปิ เม เต อิธ คุยฺหมนฺตา ฯ

เย คุยฺหมนฺตา อวิกิณฺณวาจา

ทฬฺหา สทตฺเถสุ นรา ทุชิวฺหา

อารา อมิตฺตา พฺยวชนฺติ เตหิ

อาสีวิสา วาริว สตฺตสงฺฆา ๑ ฯ

๑ ม. อสฺส นครํ ฯ ๒ ภณฺฑสาลนฺติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้มีความคิดอันลี้ลับในโลกนี้ ย่อมปรากฏแก่เรา เปรียบเหมือนนครอันล้วนแล้วด้วย เหล็กใหญ่โต ไม่มีประตู เจริญด้วยเรือนโรง ล้วนแต่เหล็ก ประกอบด้วยคูอันขุดไว้โดยรอบฉะนั้น. ดูกรนาคราช ผู้มีความคิดอันลี้ลับต้องไม่พูดแพร่งพราย มั่นคงในประโยชน์ของตน ย่อมหลีกจากศัตรูเหล่านั้นแต่ไกล เหมือนหมู่มนุษย์หลีกจากอสรพิษแต่ไกลฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

หิตฺวา ฆรํ ปพฺพชิโต อเจโล

นคฺโค มุณฺโฑ จรติ ฆาสเหตุ

ตมฺหิ นุโข วิวรึ คุยฺหมตฺถํ

อตฺถา จ ธมฺมา จ อปคตมฺหา ฯ

กถํกโร โหติ สุปณฺณราช

กึสีโล เกน วเตน วตฺตํ

สมโณ จรํ หิตฺวา มมายิตานิ

กถํกโร สคฺคมุเปติ ฐานํ ฯ

ฉบับหลวง

อเจลกชีเปลือย ละเรือนออกบวช มีศีรษะโล้น เที่ยวไปเพราะเหตุแห่งอาหาร เราได้ขยายความลับแก่มันซิหนอ เราจึงเป็นผู้ปราศจากประโยชน์และธรรม. ดูกรพญาครุฑ บุคคลผู้ละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มาประพฤติเป็นนักบวช มีการทำอย่างไร มีศีลอย่างไร ประพฤติพรตอย่างไร จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะ สมณะนั้นมีการทำอย่างไร จึงจะเข้าถึง

แดนสวรรค์?

บาลี (สยามรัฐ)

หิริยา ติติกฺขาย ทเมน ขนฺติยา ๒

อกฺโกธโน เปสุณิยํ ปหาย

สมโณ จรํ หิตฺวา มมายิตานิ

เอวํกโร สคฺคมุเปติ ฐานํ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้สละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มาประพฤติเป็นนักบวช ต้องประกอบด้วยความละอาย ความอดกลั้น ความฝึกตน ความอดทนไม่โกรธง่าย ละวาจาส่อเสียด จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะ สมณะนั้นมีการทำ

อย่างนี้ จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์.

บาลี (สยามรัฐ)

มาตาว ปุตฺตํ ตรุณํ ตนุชฺชํ

สมฺผสฺสตา ๓ สพฺพคตฺตํ ผเรติ

เอวมฺปิ เม ตฺวํ ปาตุรหุ ทิชินฺท

มาตาว ปุตฺตํ อนุกมฺปมาโน ฯ

๑ ม. สตฺตุสงฺฆา ฯ ๒ ม. ทเมนุเปโต ฯ ๓ สี. ยุ. สมฺปสฺส ตํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พญาครุฑ ขอท่านจงปรากฏแก่ข้าพเจ้าเหมือนมารดาที่กกกอดลูกอ่อนที่เกิดแต่ตน แผ่ร่างกายทุกส่วนปกป้องหรือดุจมารดาผู้เอ็นดูบุตรฉะนั้นเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

หนฺทชฺช ตฺวํ มุจฺจ วธา ทุชิวฺห

ตโย หิ ปุตฺตา นหิ อญฺโญ อตฺถิ

อนฺเตวาสี ทินฺนโก อตฺรโช จ

รชสฺสุ ๑ ปุตฺตญฺญตโร เม อโหสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนาคราช เอาเถอะ ท่านจงพ้นจากการถูกฆ่าในวันนี้ ก็บุตรมี ๓ จำพวกคือ ศิษย์ ๑ บุตรบุญธรรม ๑ บุตรตัว ๑ บุตรอื่นหามีไม่ ท่านยินดีจะเป็นบุตรจำพวกไหนของเรา.

บาลี (สยามรัฐ)

อิจฺเจว วากฺยํ วิสชฺชิ สุปณฺโณ

ภูมฺยํ ปติฏฺฐาย ทิโช ทุชิวฺหํ

มุตฺตชฺช ตฺวํ สพฺพภยาติวตฺโต

ถลูทเก โหหิ มยาภิคุตฺโต ฯ

อาตงฺกินํ ยถา กุสโล ภิสกฺโก

ปิปาสิตานํ รหโทว สีโต

เวสฺมํ ยถา หิมสีตฏฺฏิตานํ ๒

เอวมฺปิ เต สรณมหํ ภวามิ ฯ

ฉบับหลวง

พญาครุฑจอมทิชาชาติ กล่าวอย่างนี้โผลงจับที่แผ่นดินแล้วปล่อยพญานาคไปด้วยกล่าวว่า วันนี้ ท่านรอดพ้นแล้วจากสรรพภัย จงเป็นผู้อันเราคุ้มครองแล้วทั้งทางบกและทางน้ำ. หมอผู้ฉลาดเป็นที่พึ่งของคนไข้ได้ฉันใด ห้องน้ำอันเย็นเป็นที่พึ่งของคนหิวกระหาย ฉันใด สถานที่พักเป็นที่พึ่งของคนเดินทาง ฉันใด เราจะเป็นที่พึ่งของท่านฉันนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

สทฺธึ กตฺวา อมิตฺเตน อณฺฑเชน ชลาพุช

วิวริย ทาฐํ ปสฺสสิ ๓ กุโต ตํ ภยมาคตํ ฯ

ฉบับหลวง

แน่ะท่านผู้ชลาพุชชาติ ท่านแยกเขี้ยวมองดูดังจะทำกับศัตรูผู้อัณฑชชาติภัยนี้มีมาแต่ไหน.

บาลี (สยามรัฐ)

สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ มิตฺตสฺมึปิ น วิสฺสเส

อภยา ภยมุปฺปนฺนํ อปิ มูลานิ กนฺตติ ฯ

กถํ นุ วิสฺสเส ตฺยมฺหิ เยนาสิ กลโห กโต

นิจฺจยตฺเตน ฐาตพฺพํ โส ทิสพฺภิ น รชฺชติ ฯ

วิสฺสาสเย น จ นํ วิสฺสเสยฺย

อสงฺกิโต สงฺกิโต จ ภเวยฺย

ตถา ตถา วิญฺญู ปรกฺกเมยฺย

ยถา ยถา ภาวํ ปโร น ชญฺญา ฯ

๑ ม. รชฺชสฺสุ ฯ ๒ ยุ. หิมสิสริฏฺฏิตานํ ฯ ๓ ม. เสสิ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลพึงรังเกียจในศัตรูทีเดียว แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้วางใจ ภัยเกิดขึ้นได้จากที่ที่ไม่มีภัย มิตรย่อมตัดโค่นรากได้ จะพึงไว้วางใจในบุคคลที่ทำการทะเลาะกันมาแล้วอย่างไรได้เล่า ผู้ใดดำรงอยู่ด้วยการเตรียมตัวเป็นนิตย์ผู้นั้นย่อมไม่ยินดีกับศัตรูของตน บุคคลพึงทำให้เป็นที่ไว้วางใจของคนอื่นแต่ไม่ควรจะไว้วางใจคนอื่นเกินไป ตนเองอย่าให้คนอื่นรังเกียจได้แต่ควรรังเกียจเขา วิญญูชนพึงพากเพียรไปด้วยอาการอันลึกซึ้ง ซึ่งฝ่ายอื่นจะล่วงรู้ไม่ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

เต เทววณฺณา ๑ สุขุมาลรูปา

อุโภ สมา สุชยา ปุญฺญกฺขนฺธา

อุปาคมม กรมฺปิยํ ๒ อเจลํ

มิสฺสีภูตา อสฺสวาหาว นาคา ฯ

ฉบับหลวง

สัตว์ทั้ง ๒ ผู้มีเพศพรรณดุจเทวดา สุขุมาลชาติเช่นเดียวกัน บริสุทธิ์ดุจกองบุญ เคล้าคลึงกันไปดุจม้าเทียมรถ ได้จับมือพากันเข้าไปหากรัมปิยอเจลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ตโต หเว ปณฺฑรโก อเจลํ

สยเมวุปาคมฺม อิทํ อโวจ

มุตฺตชฺชหํ สพฺพภยาติวตฺโต

น หิ นูน ตุยฺหํ มนโส ปิยมฺหา ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น ปัณฑรกนาคราช เข้าไปหาชีเปลือยแต่ลำพังตนเท่านั้น แล้วได้กล่าวว่า วันนี้เรารอดพ้นจากความตายล่วงภัยทั้งปวง แล้วคงไม่เป็นที่รักที่พอใจท่านเสียเลยเป็นแน่.

บาลี (สยามรัฐ)

ปิโย หิ เม อาสิ สุปณฺณราชา

อสํสยํ ปณฺฑรเกน สจฺจํ

โส ราครตฺโต จ อกาสิ เอตํ ๓

ปาปกมฺมํ สมฺปชาโน น โมหา ฯ

ฉบับหลวง

พญาครุฑเป็นที่รักของเรายิ่งกว่าปัณฑรกนาคราชอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องสงสัย เรามีความรักใคร่ในพญาครุฑ ทั้งที่รู้ก็ได้ทำกรรมอันลามก ไม่ใช่ทำเพราะความหลุ่มหลงเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

น เม ปิยํ อปฺปิยํ วาปิ โหติ

สมฺปสฺสโต โลกมิมํ ปรญฺจ

สุสญฺญตานญฺหิ วิยญฺชเนน

อสญฺญโต โลกมิมํ จราสิ ฯ

อริยาวกาโสสิ อนริโยว โหสิ ๔

อสญฺญโต สญฺญตสนฺนิกาโส

กณฺหาภิชาติโก ๑ อนรียรูโป

ปาปํ พหุํ ทุจฺจริตํ อจาริ ฯ

๑ ยุ. เทววณฺณี ฯ ๒ สี. กาทมฺพิยํ ฯ ยุ. การมฺพิยํ ฯ ๓ ม. -รตฺโตว

อกาสิเมตํ ฯ ๔ ม. อนริโยวาสิ ฯ

ฉบับหลวง

ความถือว่าสิ่งนี้เป็นที่รัก หรือว่าไม่เป็นที่รักของเรา ย่อมไม่มีแก่บรรพชิตผู้พิจารณาเห็นโลกนี้ และโลกหน้า ก็ท่านเป็นคนไม่สำรวม แต่ประพฤติลวงโลกด้วยเพศของผู้สำรวมดีทั้งหลาย ไม่ได้เป็นอริยะเลย แต่ปลอมตัวเป็นอริยะ ไม่ใช่คนสำรวม แต่ทำคล้ายคนสำรวม ท่านเป็นคนชาติเลวทราม มิใช่คนประเสริฐได้ประพฤติบาปทุจริตเป็นอันมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

อทุฏฺฐสฺส ตุวํ ทุพฺภิ ทุพฺภี จ ปิสุโณ จสิ

เอเตน สจฺจวชฺเชน มุทฺธา เต ผลตุ สตฺตธา ฯ

ฉบับหลวง

แน่ะเจ้าคนเลวทราม เจ้าประทุษร้ายต่อผู้มิได้ประทุษร้ายทั้งเป็นคนส่อเสียดด้วยคำสัตย์นี้ ขอศีรษะของเจ้าจงแตกออกเป็น ๗ เสี่ยง.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺมา หิ มิตฺตานํ น ทุพฺภิตพฺพํ

มิตฺตทุพฺภา หิ ๒ ปาปิโย นตฺถิ อญฺโญ

อาสิตฺตสตฺโต นิหโต ปฐพฺยา

อินฺทสฺส วาเกฺยน หิ สํวโร หโตติ ฯ

ปณฺฑรกชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุนั้นแล บุคคลไม่พึงประทุษร้ายต่อมิตร เพราะผู้ประทุษร้ายต่อมิตรเป็นคนเลวทรามที่สุด จะหาคนอื่นที่เลวกว่าเป็นไม่มี ชีเปลือยถูกอสรพิษกำจัดในแผ่นดิน ทั้งที่ได้ปฏิญาณว่าเรามีสังวร ก็ได้ถูกทำลายแล้วด้วยถ้อยคำของนาคราช

จบ ปัณฑรกชาดกที่ ๘.

จบ ๘. ปัณฑรกชาดก