arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ฉักกนิบาต · ขุรปุตตวรรค

๒. สูจิชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๑๑–๙๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในขุรปุตตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต ขุรปุตตวรรค สูจิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๒๖๐–๒๖๑

หน้า ๒๖๐

(แพะท้าวสักกะจำแลงกล่าวว่า)

{๙๐๙} [๙๒๑] พระเจ้าเสนกะได้วิชาสูงสุด มาแล้วจะได้ประทานแก่พระมเหสี ด้วยเหตุนั้น เท่ากับทรงยอมสละพระองค์ และพระมเหสีนั้น จักไม่เป็นพระเทวีของพระองค์ต่อไป

{๙๑๐} [๙๒๒] ข้าแต่พระจอมชนบุคคลเช่นพระองค์ได้ของรักอย่างหนึ่งมา แล้วก็คิดว่าสิ่งนี้เป็นที่รักของเราจึงยอมทิ้งตัวเองเสีย ไม่ ซ่องเสพสิ่งที่เป็นที่รักทั้งหลายตนเท่านั้นประเสริฐกว่าสิ่งที่ ประเสริฐอย่างอื่น อันบุรุษผู้มีตนเจริญแล้วอาจหาภรรยาอัน เป็นที่รักได้ในภายหลัง

๒. สูจิชาดก (๓๘๗)

ว่าด้วยเอาเข็มไปขายที่หมู่บ้านช่างโลหะ

(ช่างทองโพธิสัตว์ยืนอธิบายเรื่องเข็มใกล้ประตูเรือนหัวหน้าช่างโลหะว่า)

{๙๑๑} [๙๒๓] เข็มอันไม่ขรุขระ ไม่หยาบ ขัดด้วยหินแข็ง มีรูที่เรียบร้อย ละเอียด ทั้งมีปลายคม ใครต้องการจะซื้อบ้าง

{๙๑๒} [๙๒๔] เข็มอันเกลี้ยงเกลา เจาะรูเรียบร้อย สนได้คล่อง แข็งแกร่ง อาจแทงทั่งให้ทะลุได้ ใครต้องการจะซื้อบ้าง

(นางกุมาริกาธิดาหัวหน้าช่างโลหะพูดกะช่างทองโพธิสัตว์ว่า)

{๙๑๓} [๙๒๕] เวลานี้ พวกเข็มและเบ็ดล้วนส่งออกไปจากหมู่บ้านช่างโลหะนี้ทั้งนั้น ใครเล่ายังต้องการมาขายเข็มในหมู่บ้านช่างโลหะอีก

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑วิชาสูงสุด ในที่นี้ได้แก่ สัพพรุตชานนมนต์ คือมนต์ที่สามารถได้ยินเสียงร้องของสัตว์ทุกชนิด (ขุ.ชา.อ. ๕/๖๐)
หน้า ๒๖๑

{๙๑๔} [๙๒๖] ศัสตราทั้งหลายก็ส่งไปจากหมู่บ้านช่างทองนี้ แม้การงานเป็น อันมากก็ดำเนินไปด้วยเครื่องอุปกรณ์ที่ได้มาจากหมู่บ้านช่าง โลหะนี้ทั้งนั้น ใครเล่ายังต้องการมาขายเข็มในหมู่บ้านช่างโลหะ(ช่างทองโพธิสัตว์ไดัสดับคำนั้นแล้วจึงกล่าวว่า)

{๙๑๕} [๙๒๗] คนฉลาดควรจะขายเข็มในบ้านช่างโลหะ อาจารย์ทั้งหลายจะได้รู้ว่างานดีหรือไม่ดี

{๙๑๖} [๙๒๘] แม่นางผู้เจริญ ถ้าบิดาของเธอรู้ถึงเข็มที่ฉันทำเล่มนี้ จะต้อง เชื้อเชิญฉันด้วยตัวเธอและทรัพย์อย่างอื่นที่มีอยู่ในเรือนแน่นอน

๓. ตุณฑิลชาดก (๓๘๘)

ว่าด้วยธรรมเหมือนนํ้า บาปเหมือนเหงื่อไคล

(สุกรจูฬตุณฑิละได้บอกเหตุที่ตนเห็นมาว่า)

{๙๑๗} [๙๒๙] วันนี้ แม่เราให้ข้าวที่เทลงใหม่ ๆ รางข้าวนี้ก็ยังเต็ม แม่เราก็ ยืนอยูใกล้ ๆ ใช่แต่เท่านั้นยังมีคนเป็นอันมากยืนถือบ่วงอยู่ ฉัน ไม่พอใจที่จะกินข้าวนั้นเลย(สุกรมหาตุณฑิละผู้เป็นโพธิสัตว์กล่าวกะน้องชายว่า)

{๙๑๘} [๙๓๐] เจ้าสะดุ้งกลัวภัย หมุนไปมา ปรารถนาที่ซ่อนเร้น เป็นผู้ไร้ที่พึ่ง จะไปไหนเล่าน้องตุณฑิละเอ๋ยเจ้าจงดิ้นรนให้น้อยลงกิน อาหารเสียเถิด เราทั้งสองถูกขุนมาก็เพื่อต้องการเนื้อ{๙๑๙} [๙๓๑] เจ้าจงลงไปยังห้วงน้ำที่ไม่มีเปือกตมแล้วชำระเหงื่อไคลและ มลทินทั้งปวงเสีย จงถือเอาเครื่องลูบไล้ใหม่ ๆ ที่มีกลิ่นหอม ซึ่งไม่รู้จักจางหายในกาลไหน ๆ เถิด

จบ ๒. สูจิชาดก