พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๙
๘. อัชชุนคาถา เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในวรรคที่ ๙มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๙ อัชชุนคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๖๐–๓๖๑
๗. ปวิฏฐเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการเห็นเบญจขันธ์
นัยว่า ท่านพระปวิฏฐเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๒๒๔}[๘๗] เราเห็นเบญจขันธ์ตามความเป็นจริงได้แล้ว ทำลายภพ ทั้งปวงได้แล้ว ชาติสงสารสิ้นไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่ ไม่มีอีกต่อไป
๘. อัชชุนเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการยกตนพ้นกิเลส
นัยว่า ท่านพระอัชชุนเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๒๒๕}[๘๘] เราสามารถยกตนจากนํ้าขึ้นบนบกได้แล้ว เหมือนคนที่ถูกห้วงนํ้าใหญ่พัดไปแล้ว ยกตนขึ้นจากนํ้าได้ฉะนั้น เรา แทงตลอดสัจจะทั้งหลายแล้ว
- ๑เห็นเบญจขันธ์ตามความเป็นจริง หมายถึงพิจารณาเห็นอุปาทานขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ด้วยอริยมรรคปัญญาที่ประกอบด้วยวิปัสสนาปัญญา (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๘๘)
- ๒ชาติสงสารสิ้นไปแล้ว หมายถึงหมดการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว
- ๓สามารถยกตนจากน้ำขึ้นบนบก ในที่นี้ คำว่า นํ้า หมายถึงห้วงนํ้าใหญ่คือสังสารวัฏ คำว่า บก หมายถึงพระนิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๙๐)
- ๔แทงตลอดสัจจะทั้งหลาย หมายถึงรู้แจ้งตรงตามอริยสัจ ๔ แต่ละข้อ คือ ทุกข์ควรกำหนดรู้ (ปริญญากิจ) สมุทัยควรกำหนดละ (ปหานกิจ) นิโรธควรทำให้แจ้ง (สัจฉิกิริยากิจ) มรรคควรเจริญ (ภาวนากิจ) หรือรู้ชัดอริยสัจ ๔ ด้วยอริยมรรคญาณ (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๑๙)
๙. เทวสภเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการพ้นกิเลส
นัยว่า ท่านพระเทวสภเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๒๒๖}[๘๙] กามราคะเพียงดังเปือกตม และฉันทราคะเพียงดังหล่ม เราข้ามพ้นแล้ว เราเว้นทิฏฐิเพียงดังบาดาลได้เด็ดขาดแล้ว เราพ้นจากโอฆะและกิเลสเครื่องร้อยรัด ทั้งกำจัดมานะหมดสิ้นแล้ว
- ๑กามราคะเพียงดังเปือกตม หมายถึง ความกำหนัดยินดีในกาม ท่านเปรียบเหมือนเปือกตม เพราะฉาบชโลมจิตด้วยให้แปรสภาพเป็นจิตที่ไม่บริสุทธิ์ ฉันทราคะเพียงดังหล่ม หมายถึงความยินดีพอใจ ที่เกิดจากบุตรภรรยาเป็นต้น ท่านเปรียบเหมือนหล่มเพราะนอกจากจะฉาบชโลม จิตดังกล่าวแล้ว ยังข้ามขึ้นคือตัดได้ยากอีกด้วย ทิฏฐิเพียงดังบาดาล หมายถึงความเห็นผิด ท่านเปรียบเหมือนบาดาล เพราะหยั่งถึงไม่ได้ หยั่งถึงได้ยาก และข้ามขึ้นได้ยาก (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๙๓)
- ๒โอฆะ หมายถึงห้วงวังวนแห่งกิเลส มี ๔ อย่าง คือ (๑) กามโอฆะ คือความพอใจยินดีในกามคุณ ๕ (๒) ภวโอฆะ คือ ความพอใจยินดีในรูปภพหรืออรูปภพ และความติดใจในญาน (๓) ทิฏฐิโอฆะ คือทิฏฐิ ๖๒ ประการ (๔) อวิชชาโอฆะ คือความไม่รู้ในอริยสัจ ๔ (สํ.ส.อ. ๑๖)
- ๓กิเลสเครื่องร้อยรัด (คันถะ) หมายถึงกิเลสเครื่องรัดทั้งนามกายและรูปกายของเหล่าสัตว์ให้แน่น ติดอยู่ในวัฏฏทุกข์ (ที.ปา.อ. ๒๑) ๔ อย่าง คือ (๑) อภิชฌา ความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น (๒) พยาบาท คิดปองร้ายผู้อื่น (๓) สีลัพพตรปรามาส ควมถือมั่นศีลพรต (๔) อิทังสัจจาภินิเวส ความเชื่อแน่ว่าสิ่งนี้เท่านั้นเป็นจริง {ขุ.ธ.อ. ๔/๔๙, ดู ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๒/๓๐๓}
- ๔มานะ หมายถึงความถือตัว ในที่นี้ได้แก่ ความถือตัว ๙ อย่าง (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๙๓) คือ (๑) เป็นผู้ดีกว่าเขา ถือตัวว่าดีกว่าเขา (๒) เป็นผู้ดีกว่าเขา ถือตัวว่าเสมอเขา (๓) เป็นผู้ดีกว่าเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา (๔) เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าดีกว่าเขา (๕) เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา (๖) เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าเสมอเขา (๗) เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าดีกว่าเขา (๘) เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าเสมอเขา (๙) เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา {ดู ขุ.ม. (แปล) ๒๙/ข้อ ๒๑}
จบ ๘. อัชชุนคาถา