arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๙

๓. สีหเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในวรรคที่ ๙มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๙ สีหเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๕๘–๓๕๘

หน้า ๓๕๘

๓. สีหเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับความไม่ประมาท

นัยว่า ท่านพระสีหเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

{๒๒๐}[๘๓] ดูก่อนสีหะ ท่านจงอย่าประมาท อย่าเกียจคร้าน ทั้งกลางคืนและกลางวัน จงอบรมกุศลธรรมให้เกิดขึ้น จงละอัตภาพเสียโดยพลันเถิด

๔. นีตเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับคนโง่

นัยว่า ท่านพระนีตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

{๒๒๑}[๘๔] คนโง่เขลาเอาแต่นอนหลับตลอดทั้งคืน และยินดีในการคลุกคลีกันตลอดวันยังคํ่า เมื่อไรจักทำที่สุดแห่งทุกข์ ได้เล่า

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สุภาษิตคาถานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นท่านพระสีหะมีจิตฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิ ขณะเจริญกัมมัฏฐาน จึงเสด็จมาทางอากาศตรัสสอน เมื่อจบพระพุทธดำรัสตรัสสอน ท่านพระสีหะได้เจริญวิปัสสนาจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เมื่อจะพยากรณ์(ประกาศให้ทราบ)ความเป็นพระอรหันต์ จึงได้นำพระดำรัสตรัสสอนนี้มากล่าวซํ้า (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๗๘,๒๘๐) อนึ่ง ข้อความว่า จงละอัตภาพเสียโดยพลัน หมายถึงว่าจงรีบเร่งละฉันทราคะคือความกำหนัดด้วยอำนาจความ พอใจหรือความติดใจยินดีในอัตภาพนั้นให้ได้โดยเด็ดขาด (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๘๐)
  2. ๒สุภาษิตคาถานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูความแก่กล้าแห่งอุปนิสัยที่จะบรรลุอรหัตตผลของ ท่านพระนีตเถระแล้วได้ตรัสสอนจนท่านพระนีตเถระเกิดความสังเวชเริ่มเจริญวิปัสสนาแล้วได้บรรลุอรหัตตผล เมื่อจะพยากรณ์ความเป็นพระอรหันต์ จึงได้นำมากล่าวซํ้า (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๘๑,๒๘๒)

จบ ๓. สีหเถรคาถา